The Devil's Cage - บทที่ 472: รูปแบบที่ไม่อาจพ่ายแพ้ได้
)
บทที่ 472: รูปแบบที่ไม่อาจพ่ายแพ้ได้
นิซิลตกตะลึงกับฉากตรงหน้าของเขา
ภายใต้สายฝนสีขาวมุกแห่งพลังศักดิ์สิทธิ์ มีบางสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่านั้น มันคือสีขาวที่ส่องประกายเจิดจ้าท่ามกลางพลังอันทรงพลังนั้น
สีขาวที่แปลกประหลาดนั้นคมกริบเหมือนใบมีดและเฉียบคมเหมือนดาบ
แสงแวววาวสีขาวดุจโลหะแผ่กระจายออกมาจากหัวใจของจีหราน ก่อตัวเป็นแหวนพาดผ่านศีรษะและเท้าของเขา มันหมุนเวียนอยู่รอบตัวเขาอย่างมีระเบียบแต่ก็ไม่เป็นระเบียบ
แม้ทั่วทั้งสถานที่จะอาบไล้ไปด้วยพลังแสงศักดิ์สิทธิ์ แต่มันก็ไม่อาจต้านทานแสงอันเฉียบคมของจีหรานได้ ยิ่งเมื่อแสงอันเฉียบคมปรากฏขึ้นจากตัวจีหราน พลังศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่รอบๆ ก็ดูหม่นหมองลงเล็กน้อย
“วงแหวนแห่งหนาม!” นิซิลร้องด้วยความตกใจ
เนื่องจากเขาเป็นมัคนายกของสำนัก นิซิลจึงคุ้นเคยกับทักษะที่อยู่ตรงหน้าของเขาเป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม ความคุ้นเคยนี้เองที่ทำให้เขารู้สึกเหลือเชื่อ เพราะภายในสำนัก ทุกคนรู้ดีว่า วงแหวนแห่งหนาม เป็นทักษะต้นฉบับของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ผู้ล่วงลับ มันเป็นทักษะพิเศษของฮิวจ์ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเลียนแบบหรือเรียนรู้ทักษะนี้
ภายในสำนักแห่งนี้ ความรู้และสิ่งของทุกชิ้นจะถูกทำเครื่องหมายไว้ด้วยคำว่ามรดก พวกมันล้วนมีต้นกำเนิดมาจากสถานที่เดียว: หอแห่งมรดก
มีเพียงอัศวินศักดิ์สิทธิ์รุ่นก่อนเท่านั้นที่มีคุณสมบัติที่จะเข้าสู่ หอแห่งมรดก
ถึงแม้ว่า จีหราน จะมีตำแหน่ง เป็นผู้ช่วยของเทพแห่งโลก , นกแห่งความตาย, ปีศาจเพลิง และสิ่งอื่นๆ ก็ตาม แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะมีสิทธิ์เข้าไปในห้องโถงได้…
จากมุมมองอื่นๆ หาก จีหราน เข้าไปในห้องโถง เขาจะต้องตายโดยไม่ต้องสงสัย เพราะห้องโถงแห่งมรดกเป็นแหล่งที่มาของ พลังศักดิ์สิทธิ์
อย่างไรก็ตาม นี่มันกลายเป็นเรื่องยากมากขึ้นเรื่อยๆ ที่จะอธิบายเรื่อง วงแหวนแห่งหนาม ที่อยู่ต่อหน้าต่อตาของ นิซิล มันทำให้เขาสับสน
อีกสักครู่ต่อมาเขาก็นึกถึงบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้
“หรือว่ามันจะเป็น…เป็นทักษะบางอย่างที่เรย์พัฒนาขึ้นมาหรือเปล่า?”
นิซิล คิดว่าอย่างนี้มันเป็นไปได้มากกว่า หลังจากที่ความคิดนั้นผุดขึ้นมาในหัวเขา
สำหรับคนอื่นๆ บางทีการพัฒนาทักษะดังกล่าวอาจยากกว่าการบินขึ้นไปบนท้องฟ้าซะอีก แต่ด้วยความสามารถของเทพเจ้าแห่งโลก ตราบใดที่เธอต้องการทำบางสิ่ง เธอก็สามารถทำมันได้อย่างง่ายดาย!
นิซิล มีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งในเรื่องนี้เนื่องจากเขาได้เห็นความสำเร็จอันน่าอัศจรรย์ของนิโคเรย์ มามากกว่าหนึ่งครั้ง
ในเวลาเดียวกัน โอฮาระก็มีความคิดเดียวกันเช่นกัน
อาร์คดีคอนผู้ทรยศถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคำรามเสียงดังขึ้น ดุร้ายขึ้น “เจ้าตัวปลอม! ยัยนั่น! นิโคเรย์ ยัยสารเลว! แกกล้าใช้เล่ห์เหลี่ยมแบบนี้อีกได้ยังไง! ฉันบอกเลย มันไม่มีประโยชน์!”
หลังจากคำรามอย่างบ้าคลั่งของเธอ พลังศักดิ์สิทธิ์ก็ส่องสว่างออกมาจากตัวเธอมากขึ้น และเพื่อเป็นการตอบโต้ วงแหวนแห่งหนามของ จีหราน ก็เปลี่ยนไปตามนั้น
วงแหวนที่สองและสามปรากฏขึ้นแล้ว!
หลังจากวงแหวนแรกที่โคจรรอบจีหรานปรากฏขึ้น พลังศักดิ์สิทธิ์จากโอฮาระก็กลับมาสว่างไสวอีกครั้ง แต่เมื่อวงแหวนปรากฏมากขึ้น พลังของเธอมันก็มืดมนลงอีกครั้ง
วงแหวนที่สว่างคมชัดเหมือนโลหะหมุนเร็วขึ้นรอบๆ จีหรานและหยุดลงทันที
แคล๊ง! แคล๊ง! แคล๊ง!
เสียงดังกึกก้องซ้ำๆ สามครั้ง คล้ายกับเสียงใบมีดคมๆ ที่ถูกดึงออกมา ทำให้ วงแหวนแห่งหนาม ที่สว่างอยู่แล้วสว่างขึ้นไปอีก และมีอำนาจเหนือ พลังศักดิ์สิทธิ์ ในกระบวนการนี้
นิซิลปิดตาหลังจากที่เขาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเพราะแสงสว่างที่มากเกินไป
โอฮาระเซถอยหลัง ในที่สุดก็พุ่งชนกำแพงด้านหลังจนจมลงสู่พื้น
หลังจากการพ่ายแพ้ของโอฮาระ พลังศักดิ์สิทธิ์ก็สลายตัวไปอย่างรวดเร็ว
ร่างของจีหรานค่อยๆ ปรากฏออกมาจากแสงสว่างสุดขั้วนั้น
นิซิลพยายามกลั้นความเจ็บปวดในดวงตาของเขาเอาไว้ บังคับตัวเองให้ประเมินจีหรานในขณะที่ลืมตาอยู่
เมื่อเขาเห็นว่าจีหรานกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากแผลไฟไหม้ที่เกิดจากพลังศักดิ์สิทธิ์ เขาก็อดไม่ได้ที่จะหายใจหอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“มันเหมือนกันเลย!?” นิซิลอุทานในใจ
ความโกรธของโอฮาระนั้นคาดเดาไม่ได้หลังจากที่เธอถูกเหวี่ยงกลับไป ด้วยความดื้อรั้นของเธอทำให้เธอคิดว่านิโคเรย์พยายามเล่นตลกอะไรสักอย่างเพื่อหลอกล่วงเธอ
เธอปลดปล่อยตัวเองจากกำแพงและพุ่งออกมาพร้อมกับหมัดที่เต็มไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์
“ของปลอมก็คือของปลอม! มันจะไม่มีวันเหมือน!”
ความโกรธของเธอราวกับไฟที่แผดเผา ทำให้เธอปล่อยหมัดออกไปโดยไม่ได้ใช้เทคนิคใดๆเลย อย่างไรก็ตาม เมื่อความแข็งแกร่งและความเร็วถึงระดับหนึ่ง เทคนิคต่างๆ ก็ล้วนมีมากมาย อย่างเช่นหมัดของโอฮาระ
ยิ่งไปกว่านั้น หมัดของโอฮาระก็ยังทรงพลังมาก! หมัดของเธอสามารถเทียบชั้นได้กับอาวุธระดับตำนาน [วาจาเย่อหยิ่ง] ได้เลยทีเดียว
หมัดของเธอนั้นพร้อมจะทำลายล้างผืนดินและสวรรค์ ทว่า จีหรานกลับยืนนิ่งราวกับไม่เห็นหมัดที่พุ่งเข้ามาหาเขา
เขายืนตรง ยืดอกและปล่อยให้โอฮาระปล่อยหมัดใส่เขา
ปังง!
ลมแรงพัดกระโชกเมื่อปะทะเข้ากับ[ชุดเกราะแห่งความเป็นเลิศ] มันสั่นเล็กน้อยและทำให้ร่างกายของจีหรานสั่นไหวไปชั่วขณะ
วูมมมม!
วงแหวนแห่งหนาม สามวงปรากฏขึ้นพร้อมๆ กัน ส่งผลให้ โอฮาระ กระแทกไปด้านหลังเมื่อสัมผัสเขา และทำให้เธอกระเด็นกลับเข้าไปในกำแพงอีกครั้ง
ปัง!
ขณะที่เธอพุ่งชนกำแพง เธอก็คำรามเหมือนสัตว์ร้าย
“ฉันไม่เชื่อ!”
เธอลุกขึ้นและชาร์จหมัดไปที่จีหรานอีกครั้ง
ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงตราบใดที่ วงแหวนแห่งหนาม ยังคงอยู่
จีหราน ไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เลยเพราะการรักษาของ [หนามนักบุญ] แต่ โอฮาระ กลับได้รับความเสียหายมากขึ้นเรื่อยๆ จากทักษะนี้
“นี่…นี่มัน…”
นิซิลที่ยืนอยู่ด้านนอกพูดไม่ออก เขาอธิบายความรู้สึกตอนนี้ไม่ได้
ต่อหน้าต่อตา จีหรานได้ก้าวข้ามจินตนาการอันล้ำเลิศของเขาไปแล้ว เขายืนอยู่ที่นั้น ปล่อยให้โอฮาระโจมตีเขาเท่าที่เธอต้องการ เขาไม่สะดุ้งแม้แต่น้อย ราวกับกำลังปักหลักลงกับพื้นราวกับภูเขาหรือเสาหินกลางสายน้ำเชี่ยวกราก
วงแหวนอันเป็นเอกลักษณ์เริ่มก่อตัวขึ้นเหนือ จีหราน อย่างคลุมเครือ
จีหรานไม่รู้ตัวเลยว่าออร่ากำลังก่อตัวขึ้น… เขารู้สึกทึ่งกับผลของ [หนามนักบุญ]
เมื่อเขาจะได้รับความเสียหายในระดับปานกลาง แข็งแกร่ง และทรงพลัง เขาก็ฟื้นตัวได้ด้วยการรักษาบาดแผลเบา ปานกลาง และหนัก ด้วยความเสียหายจากการสะท้อน 5%, 10% และ 25% ตามลำดับ เขารู้สึกเหมือนอยู่ในร่างที่ไม่มีใครเอาชนะได้ ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าทหารนับพัน
ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังไม่หลงไปกับผลของมัน เขารู้ถึงจุดอ่อนของ [หนามนักบุญ] อยู่แล้ว พลังโจมตีระดับขั้นสุด คือขีดจำกัดสูงสุดของมัน เขาต้านทานพลังโจมตีมากกว่านั้นอีกไม่ได้
เมื่อเขาได้รับความเสียหายที่มากกว่าการรักษาของเขาจะรับไหว แม้ว่าเขาจะสามารถสะท้อนความเสียหายบางส่วนได้ เขาก็จะล้มลงต่อหน้าศัตรูแน่นอน ยกเว้นในกรณีที่เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ด้วยพลังนี้มันเพียงพอที่จะจัดการกับสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
จีหรานยิ้มเมื่อเห็นโอฮาระหายใจหอบอย่างหนักในสภาพที่บอบช้ำ
นี่เป็นก้าวแรกของเขา ก้าวแรกในการกำจัดคนทรยศในสำนักศักดิ์สิทธิ์ก่อนที่สมัลเดอร์และคนอื่นๆจะทำได้ คนอื่นๆรวมถึงสมัลเดอร์คงไม่สังเกตเห็นแน่ และอิทธิพลจากการกระทำของเขาย่อมมีมากมายมหาศาลอย่างไม่ต้องสงสัย
นี่เป็นสิ่งที่ จีหราน ต้องการเนื่องจากเขาเป็นผู้กระตุ้น [กิจกรรมพิเศษ]!
จีหรานสูดหายใจเข้าลึกๆ และมองไปที่โอฮาระอย่างเย็นชา อีกฝ่ายยังคงวิ่งเข้ามาหาเขาโดยไม่สนใจผลที่ตามมา
การอดทนต่อการโจมตีศัตรูไม่ใช่สไตล์ของเขา จีหรานยืนนิ่งอยู่พักหนึ่งเพราะเขาอยากทดสอบเอฟเฟกต์ [หนามนักบุญ] หลังจากเห็นผลแล้ว ก็ถึงเวลาที่เขาต้องลงมือจัดการด้วยตัวเอง
แสงสีแดงเข้มของ [วาจาเย่อหยิ่ง] ส่องประกายไม่หยุดหย่อน คล้ายกับดวงตาที่ดูหลอกหลอนจ้องมองไปที่คู่ต่อสู้
เมื่อดาบใหญ่ถูกชักขึ้น การจ้องมองดังกล่าวเต็มไปด้วยเจตนาที่จะสังหาร
จีหรานไม่เชื่อว่าคอของโอฮาระจะแข็งเท่ากับหมัดของเธอ ชั่วขณะต่อมา สิ่งต่างๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไป
งูพิษนับแสนตัวส่งเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่กลิ่นเหม็นอันน่ารังเกียจเข้าจมูก
ท่ามกลางรังงูพิษ แสงสีแดงเข้มวาบลงมา