The Devil's Cage - บทที่ 477: ลมร้อนระอุ
)
บทที่ 477: ลมร้อนระอุ
ฟู่มมมม!
การกางปีกของเขาทำให้เกิดลมแรง ในขณะที่จีหรานบินขึ้นไปบนท้องฟ้าสูงขึ้น
เมฆดำได้ถูกสลายไปนานแล้วในระหว่างการต่อสู้ครั้งก่อน
แสงจันทร์บริสุทธิ์สาดส่องลงมาดุจดังน้ำตก โปรยปรายลงมาอาบร่างปีศาจจีหราน แสงจันทร์สีขาวและเปลวเพลิงสีแดงสะท้อนก้องกัน ก่อเกิดเป็นท่วงทำนองอันเลือนรางราวกับบทเพลงยามราตรี ก้องกังวานไปบนผืนทะเล
คลื่นซัดเข้ามาไม่หยุด ส่งผลให้เศษซากเรือรบกระเด็นหายออกไป
เจตนาในการต่อสู้ของ สมัลเดอร์ ก็แผ่ขยายออกมาในสายตาของเขา ขณะที่เขามองดูฉากนั้น
เพื่อที่จะโจมตีอย่างรุนแรง เขาจึงเพ่งพลังศักดิ์สิทธิ์ไปที่กำปั้น เขาต้องการให้ผู้รุกรานที่อยู่เบื้องหน้าเขารู้ว่าเขาคือผู้ชนะคนสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม ชั่วครู่ต่อมา สีหน้าของ สมัลเดอร์ ก็แย่ลง
ไซคลอปส์ยักษ์กลายพันธุ์ลุกขึ้นยืนต่อหน้าเขาอีกครั้งในรูปแบบที่บ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม
โฮกกกกกกกกก!
ด้วยเสียงคำรามที่ก้องกังวานมันได้ยิงลำแสงสีแดงออกมา ซึ่งมีความหนาแน่นมากกว่าก่อนหน้าถึงสามเท่า กลืนกิน สมัลเดอร์ ไปในชั่วพริบตา และดูดกลืนพลัง ศักดิ์สิทธิ์ ในรูปแบบที่แปลกประหลาด
ใบหน้าของสมัลเดอร์ยิ่งน่าเกลียดขึ้นไปอีก เมื่อเขาเห็นยักษ์ไซคลอปส์กลายพันธุ์ฟื้นคืนชีพ เขาตระหนักได้แล้วว่าเขาประเมินระดับวิวัฒนาการสายเลือดของจีหรานต่ำเกินไป
จากตำราที่เก็บไว้ในคอลเลกชั่นของ สำนักศักดิ์สิทธิ์ สมัลเดอร์ รู้ดีว่า หากมีลูกหลานสายเลือดปีศาจที่สามารถใช้พลัง [เสียงกระซิบดูหมิ่น] ได้ บรรพบุรุษของปีศาจตัวนั้นจะต้องไม่ใช่ปีศาจธรรมดาอย่างแน่นอน
“แกเป็นลูกหลานปีศาจผู้ยิ่งใหญ่จากไหนกัน…?”
เมื่อเขาถูกกลืนโดยแสงสีแดงอันชั่วร้ายและชั้นพลังสีแดงที่บดบังการมองเห็น ร่างของ จีหราน ในสายตาของ สมัลเดอร์ ก็เริ่มพร่ามัวลง
แล้วเขาก็เอ่ยออกมาคำแล้วคำเล่าว่า… “แกคิดว่า จะ-…”
สมัลเดอร์ ไม่พร้อมที่จะยอมแพ้ เพียงเพราะพลังของเขากำลังถูกจำกัด มันไม่ใช่นิสัยของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ และความภูมิใจของเขาจะไม่อนุญาตให้เป็นเช่นนั้น
ดังนั้น เขาจึงต้องการใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อหลุดพ้นจากพันธนาการ ทว่า ก่อนที่ สมัลเดอร์ จะพูดจบประโยค สีหน้าอันน่าเกลียดอยู่แล้วของเขาก็กลับยิ่งน่าเกลียดขึ้นไปอีก ราวกับใบหน้าของเขากลายเป็นสีเขียวเข้ม
มันคือดวงตาสีแดงชาด! ดวงตาที่เป็นของไซคลอปส์กลายพันธุ์!
ดวงตาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงพิเศษ
วงแหวนและอักษรสัญลักษณ์ลึกลับพิเศษปรากฏขึ้นบนพื้นผิวดวงตา ทับซ้อนกันราวกับเป็นเกราะอันบอบบางที่ทำจากสัญลักษณ์ซ้อนทับอยู่บนดวงตาสีแดงเข้ม
ริ้วรอยและวงแหวนบนดวงตาหมุนวน ทำให้เกิดกลิ่นอายแห่งความเสื่อมโทรม ชั่วร้าย และวุ่นวาย
ครู่ต่อมา ออร่าสีแดงก็พุ่งออกมาจากเส้นสายพลังนั้น มันเกือบจะทำให้ สมัลเดอร์ หายใจไม่ออกเมื่อเขาเห็นมันปรากฏขึ้น ขณะที่ถูกแสงสีแดงเข้มล้อมรอบตัว สมัลเดอร์ เหมือนจะถูกโจมตีโดยตรง ร่างกายครึ่งหนึ่งที่เป็นอิสระสั่นสะท้านก่อนจะจมกลับเข้าไปในแสงสีแดง แต่นั้นก็ไม่ได้หยุด สมัลเดอร์ จากการจ้องมองไปที่ดวงตาสีแดงเข้มของไซคลอปส์
ใบหน้าของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังดิ้นรนมีความตกตะลึงอย่างไม่สามารถปกปิดได้
ตรงกันข้าม ปีศาจ จีหรานกลับสงบและเยือกเย็น
“อย่างที่คาดไว้ ผู้บุกรุกพวกนี้มาที่นี่เพื่อโจมตีไปที่ สมัลเดอร์ โดยเฉพาะ!”
จีหรานกางปีกอันลุกโชนของเขาออกและร่อนไปข้างๆ ไซคลอปส์กลายพันธุ์
เขาเหลือเวลาอีก 30 วินาทีในการเปลี่ยนร่าง จากนั้นเขาก็ยกดาบตัดหัวที่อยู่ในมือขึ้น
ด้วย…จุดยืนที่แตกต่างกันของ จีหราน และ สมัลเดอร์ แสดงให้เห็นว่าทั้งคู่เป็น ศัตรูกันมากกว่ามิตร
ด้วยกับดักจากสมัลเดอร์ที่เคยกดดันเขาตั้งแต่ก่อนนี้ หากจีหรานปล่อยให้โอกาสอันยิ่งใหญ่นี้หลุดลอยไป เขาคงไม่มีทางหาผู้บุกรุกที่ต้องการสังหารสมัลเดอร์ด้วย แผนที่เฉพาะเจาะจงเช่นนี้ได้จากที่ไหนอีก แม้ว่าในท้ายที่สุดแล้ว ผู้บุกรุกพวกนั้นก็ได้เสนอโอกาสให้กับจีหรานแทน
เขาไม่มีความตั้งใจที่จะละเว้น สมัลเดอร์
เจตนาฆ่าจากเขานั้นเย็นชา แม้ในร่างกายเขาจะร้อนระอุ แต่มันก็สามารถส่งความหวาดกลัวไปถึงกระดูกสันหลังได้
“รอก่อน-!”
เสียงร้องดังมาจากเกาะไกลๆ จีหรานได้ยินแต่เขาเมินเฉย…
ด้วยความคิดง่ายๆ ที่ถูกส่งไป ดวงตาสีแดงเข้มที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ ก็ได้ยิงลำแสงที่มีออร่าแห่งความเสื่อมโทรม ชั่วร้าย และโกลาหลอยู่ภายในออกไป…
ลำแสงที่ถูกชาร์จถูกยิงออกไปเหมือนพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรง ทำให้เกิดคลื่นด้านข้างดวงตา
ลำแสงสีแดงกลืน สมัลเดอร์ ลงในทันที และ จีหราน ก็เดินตามอย่างใกล้ชิดเหมือนกับเงาของมัน ดาบตัดหัวในมือของเขาถูกยกขึ้นสูง แต่ก่อนที่เขาจะสามารถโจมตีครั้งสุดท้ายได้…
แสงสีขาว!
ท่ามกลางพื้นที่แห่งพลังงานที่แปดเปื้อน แสงสีขาวปรากฏขึ้นราวกับดอกบัวที่บานพ้นโคลน กลีบดอกสั่นไหวจากเกสรตัวผู้ ดูมีชีวิตชีวา
ความรู้สึกอันตรายที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันระเบิดขึ้นในใจของจีหราน ทำให้เขาต้องล่าถอยโดยไม่คิดแม้แต่วินาทีเดียว
บู้มมมม!
ขณะที่ จีหราน ถอยห่างจากออกมาและ สมัลเดอร์ ที่ติดอยู่ในพลัง ก็เกิดระเบิดครั้งใหญ่ขึ้น..
แรงระเบิดสั่นสะเทือนไปทั่วท้องทะเลและท้องฟ้า ส่องสว่างเหนือราตรีอันมืดมิด ลำแสงสีแดงสดและพลังงานสีขาวปะทะกัน พุ่งกระจายออกไปทุกทิศทุกทางราวกับลูกธนูแห่งแสง
สึนามิขนาดใหญ่ซัดเข้ามาหลังจากการระเบิดครั้งใหญ่ ซัดไซคลอปส์กลายพันธุ์จมหายไปในชั่วพริบตา จากนั้นคลื่นก็ซัดเข้าหาเกาะที่อยู่ห่างออกไป
หลังจากนั้น พลังศักดิ์สิทธิ์อันกว้างใหญ่ก็ส่องสว่างไปทั่วเกาะ กำแพงพลังไร้รูปร่างที่ปกป้องเกาะถูกผลักจนสุดขีดสุดขณะที่มันค่อยๆ ปรากฏขึ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับสึนามิสูงหลายสิบเมตรที่มีพลังงานแปลกประหลาดมากมายอยู่ในน้ำแล้ว มันแทบจะป้องกันไม่ได้เลย
แคร็ก แต๊ก แต๊ก แต๊ก!
เมื่อมันปะทะกัน กำแพงสนามพลังก็เริ่มแตกร้าว เมื่อคลื่นพลังอันรุนแรงที่ประกอบด้วยพลังงานผิดปกติจำนวนมากซัดเข้าหากำแพงสนามพลังอย่างไม่หยุดยั้ง แม้จะมีพลังศักดิ์สิทธิ์คอยหนุนกำแพงอยู่ แต่มันก็อยู่ได้ไม่ถึงสามวินาทีด้วยซ้ำ
เปรี๊ยง! แคร๊ง!
บาเรียที่คอยปกป้องทั้งเกาะแตกสลายไปอย่างสิ้นเชิงเหมือนกระจกที่ตกลงบนพื้น
สมาชิกของ สำนักศักดิ์สิทธิ์ ที่กำลังเทพลังของตนเองเข้าไปในบาเรีย ต่างก็ล้มลงกับพื้นทีละคน พร้อมกับกระอักเลือดออกมาเต็มปาก
ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังเมื่อเห็นคลื่นสูงที่บดบังแม้กระทั่งดวงจันทร์
“ดูสิ! นั่นท่านสมัลเดอร์!” ทันใดนั้นก็มีเสียงเรียกของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ออกมา
ทุกคนต่างมองไปที่คนๆ หนึ่งที่อยู่กลางอากาศ ซึ่งสวมชุดเกราะพลังศักดิ์สิทธิ์
แม้ว่าชุดเกราะจะดูหมองหม่นบางส่วน แต่รูปลักษณ์ของเขากลับสร้างความมั่นใจให้กับเหล่าสมาชิกได้มากกว่าสิ่งอื่นใดในขณะนั้น
สมัลเดอร์ผู้ซีดเซียวเหลือบมองสมาชิกสำนักศักดิ์สิทธิ์ที่หวังใยในตัวเขา โดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขาหันกลับไปมองคลื่นสึนามิที่กำลังจะซัดถล่มใส่พวกเขา
ลำแสงอันทรงพลังที่ได้รับการโจมตีจากไซคลอปส์กลายพันธุ์ทำให้เขาได้รับความเสียหายอย่างมาก เขาควรจะพักผ่อนได้แล้ว แต่เมื่อเขาต้องเผชิญกับสึนามิที่กำลังใกล้เข้ามา เขาก็รู้ว่าหน้าที่ของเขา คืออะไร…
เขาคืออัศวินศักดิ์สิทธิ์ ฉายาอันทรงเกียรติสูงสุดของวิหารศักดิ์สิทธิ์! เขาคือธงประจำวิหารศักดิ์สิทธิ์ และถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องรักษาความหมายนั้นไว้ด้วยการดำรงอยู่ของเขา!
เนื่องจากเขาเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์เพียงคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่จากยุคแห่งความอุดมสมบูรณ์ ชื่อดังกล่าวจึงมีความหมายมากกว่าที่เห็นสำหรับเขา
สมัลเดอร์จะไม่มีวันถอยหนี เขาไม่หนีจากหน้าที่ เพราะเขารู้ว่าต่อให้ธงผืนนี้ถูกทำลาย ตราบใดที่รากฐานยังไม่ถูกทำลาย ธงผืนใหม่ก็จะผุดขึ้นมาอีกครั้งในสักวันหนึ่ง แต่เมื่อรากฐานถูกทำลาย ไม่ว่าธงผืนใหม่จะรุ่งเรืองเพียงใด มันก็คงไม่มีความหมายอะไรอีก
ฮึม!
สมัลเดอร์สูดหายใจเข้าลึกๆ พลังศักดิ์สิทธิ์อันหม่นหมองกลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง
จากนั้นเขาก็ปล่อยหมัดตรงไปที่สึนามิ
บู้ม!
คลื่นระเบิดสีขาวที่ลุกไหม้เป็นเหมือนดาบศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังชักออกจากฝัก พร้อมกับนำพาออร่าอันภาคภูมิใจมาด้วย แต่เมื่อมันปะทะกับคลื่น มันกลับสามารถยับยั้งคลื่นที่โหมกระหน่ำได้ในไม่กี่วินาทีก่อนที่จะสลายไป
สมัลเดอร์ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ที่เหลืออยู่ทั้งหมด แปรเปลี่ยนเป็นดาบที่สว่างที่สุดเท่าที่เขาสามารถมีได้ พุ่งทะยานออกไปราวกับหิ่งห้อยและคงอยู่เพียงชั่วครู่ เมื่อแสงของมันริบหรี่ลง สมัลเดอร์ก็ร่วงลงสู่พื้นจากกลางอากาศโดยที่ศีรษะพุ่งลงพื้น
ร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บบวกกับพลังที่เกินขีดจำกัดทำให้เขาหมดสติไป
สมาชิกสำนักศักดิ์สิทธิ์ 2-3 คนกระโดดขึ้นไปและรับ สมัลเดอร์ ที่กำลังตกลงมาไว้
แม้ว่า สมัลเดอร์ จะดูหยิ่งยะโสเป็นบางครั้ง แต่บุคลิกที่เสียสละตนเองของเขาในช่วงเวลาสำคัญ ก็ยังคงเป็นที่เคารพนับถืออย่างมาก
แต่สถานการณ์กลับไม่ดีขึ้นเลย ทุกคนบนเกาะต่างมองดูคลื่นยักษ์ที่ซัดเข้าหาฝั่ง
ความสิ้นหวังเข้าครอบงำหัวใจของพวกเขา เมื่ออัศวินศักดิ์สิทธิ์เพียงคนเดียวล้มลง พวกเขายังจะทำอะไรได้อีก?
“ไม่เคยคิดเลยว่าฉันจะต้องตายเพราะคลื่นยักษ์” นิซิลหัวเราะอย่างขมขื่นพร้อมกับส่ายหัว
เขาหันไปมองสมิธด้วยความรู้สึกขอโทษ
“ฉันขอโทษจริงๆ สมัลเดอร์พยายามวางแผนเรื่องต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ของสำนักศักดิ์สิทธิ์.. เพียงแต่ไม่มีใครคิดว่ามันจะออกมาแบบนี้”
เขาโค้งคำนับและกล่าวคำขอโทษต่อสมิธ สมาชิกคนอื่นๆ บางส่วนก็ทำเช่นเดียวกันหลังจากที่พวกเขารู้ความจริง
“เดียวก่อน! รอก่อนสิ! เรายังมีความหวังอยู่!”
สมิธพูดเสียงดังใส่สมาชิกศักดิ์สิทธิ์
คนอื่นๆ หันกลับมามองสมิธด้วยใบหน้าที่ตกตะลึง
สมัลเดอร์ อัศวินศักดิ์สิทธิ์เพียงคนเดียวของพวกเขาได้ล้มลงแล้ว พวกเขาจะหาความหวังได้จากที่ใดอีก?
ทันใดนั้น ลมร้อนก็พัดมาพร้อมกับคลื่นยักษ์
ร่างที่ลุกเป็นไฟยืนสูงและกดดันเผชิญหน้ากับน้ำที่กำลังโหมกระหน่ำ