The first order สู่รุ่งอรุณเเห่งมวลมนุษย์ - ตอนที่ 455 ลอบเข้าฐานทัพสมาคมตระกูลจง
ขณะกำลังทหารป้อมปราการ 178 ในแนวหน้ากำชัยมาได้ เริ่น
เสี่ยวซู่ก็กำลังมุ่งผ่านตะแกรงเหล็กตรงหน้า เขากำลังแทรกซึมลึก
เข้าไปในฐานทัพทหารรักษาการณ์ป้อมปราการ 146 อย่างเงียบงัน
ทุกครั้งที่ผ่านฝ่าท่อระบายน้ำ เขาก็จะตั้งใจฟังว่าข้างบน
มีการเคลื่อนไหวอะไรไหม
เริ่นเสี่ยวซู่ได้ยินเสียงรองเท้าพื้นแข็งของทหารสมาคมตระกูล
จงเดินไปมาอยู่ข้างบนอย่างชัดเจน
เพราะอาจปีนขึ้นไปแบบทนโท่เลยไม่ได้ เลยได้แต่คำนวณ
จำ นวนทหารรักษาการณ์ที่เหลืออยู่ในฐานทัพแบบคร่าวๆ ผ่านเสียง
ฝีเท้า เขาต้องทำเช่นนี้เพื่อหาโอกาสอันดีให้ลงมือ
หลังจากตั้งใจฟังดูแล้ว เริ่นเสี่ยวซู่ก็พบว่าทหารนั้นเดิน
ลาดตระเวนอย่างเข้มงวดมาก ส่วนกองกำลังที่เหลือออกไปค้นหา
ตัวเขาทั่วเมืองทุกประมาณห้านาที จะมีทหารหน่วยหนึ่งเดินผ่านบนหัวเขาไป
เวลาคลาดเคลื่อนไม่เกินสิบวินาที
บางครั้งก็ยังมีแสงสปอร์ตไลท์แล่นผ่านสองรูฝ่าท่อส่องมาโดน
เริ่นเสี่ยวซู่
เริ่นเสี่ยวซู่เจอฝาท่อหนึ่งที่ทหารไม่ค่อยเดินลาดตระเวนผ่าน
และพลันเกิดความคิดแบบห่ามๆ ขึ้นมาได้
ฝาท่อบนหัวเขานั้นถูกเชื่อมปิดอย่างดี มีเพียงสองรูให้น้ำ
ระบายผ่าน ถ้ามีคนแทรกซึมเข้ามานี่ต้องสิ้นหวังมากแน่ ถึงว่าทำไม
สายลับสมาคมตระกูลชิ่งก่อนหน้านี้ถึงไม่คิดจะแทรกซึมเข้ามาใน
ฐานทัพผ่านระบบท่อระบายน้ำ
วิธีการที่เจ้าอ้วนหลัวนิยมใช้หนีและปกปิดซ่อนตัวในตอน
สมาคมตระกูลหลี่นั้นดูจะใช้ในฐานทัพนี้ไม่ได้
แต่ว่าแค่นี้มันหยุดเริ่นเสี่ยวซู่ไม่ได้หรอก เขามีดาบทมิฬอยู่
และเพราะฝาท่อนี้ก็ดูจะแน่นหนาสุด เขาเลยจะขึ้นไปจากตรงนี้เสีย
เลยเพราะแม้แต่ทหารสมาคมตระกูลจงเองก็ไม่คิดว่าจะมีคนลอบ
เข้ามาผ่านฝาท่อระบายน้ำที่พวกเขาทำการเชื่อมปิดไปหมดแล้ว
หรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบระบายน้ำเสริมตะแกรงเหล็ก
เริ่นเสี่ยวซู่ค่อยๆ ใช้ดาบทมิฬตัดฝ่าท่อระบายอย่างง่ายดาย
จากนั้นเขาก็รอเงียบๆ ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าค่อยๆ
เดินมาตรงฝ่าท่อที่เขาอยู่ พอศัตรูเดินผ่านไปแล้ว เริ่นเสี่ยวซู่ก็พลิก
ฝาท่อออกและกระโจนออกไปอย่างเงียบงัน
เขากระโจนไปหาศัตรูราวเสือชีต้าห์ตัวหนึ่ง ก่อนที่แสงสปอร์ต
ไลท์จะเคลื่อนตัวผ่านอีกครั้ง เขาก็หักคอศัตรูทิ้งและลากเข้าใต้
ท่อน้ำเรียบร้อย จากนั้นจะปิดฝาท่อกลับ
ร่างแยกเงาเองก็ช่วยเขาตลอดทาง หลังจากปิดฝาท่อ
เรียบร้อยแล้ว บนพื้นดินก็กลับมาเงียบสงบราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ตอนที่อยู่เหนือพื้น เริ่นเสี่ยวซู่กวาดตามองรอบๆ คร่าวๆ แล้ว
ตำแหน่งที่อยู่เขาตอนนี้คือชายขอบของฐานทัพ อาคาร
ส่วนใหญ่เป็นอาคารค่ายพักที่มีชั้นเดียว แต่ว่าในหมู่รามอาคารนั้นมีตึกเล็กๆ สูงห้าชั้นแห่งหนึ่งโดดเด่นออกมา คาดว่าเป็นตึก
บังคับการที่เป็นศูนย์บัญชาการของทหารรักษาการณ์
เริ่นเสี่ยวซู่คำนวณในว่าตนอยู่ห่างจากตึกนั่นราวๆ สองร้อย
เมตร
เริ่นเสี่ยวซู่ตัดสินใจแล้ว ถึงเขายังไม่เห็นว่าคลังกระสุนของ
ทหารรักษาการณ์ป้อมปราการ 146 อยู่ตรงไหน แต่รู้ดีว่าถ้าอยาก
ทำลายระบบบัญชาการกลางของทหารศัตรู ก็ควรเล็งเป้าไปที่ตึก
เล็กนั่นก่อน
ตอนนี้เริ่นเสี่ยวซู่ต้องเปลี่ยนเครื่องแบบ ต้องเปลี่ยนชุดไป
ใส่เป็นเครื่องแบบสีกากีของสมาคมตระกูลจงเพื่อลดโอกาสถูกเจอ
ตัว
แม้จะทำให้ศัตรูลังเลไป 0.1 วินาทีได้ นั่นก็คุ้มแล้ว บางที 0.1
วินาทีนั่นก็จะเป็นตัวตัดสินความเป็นตาย
เขาถอดเครื่องแบบของทหารสมาคมตระกูลจงที่เขาลง
มือสังหารไป ก่อนจะเปลี่ยนไปใส่ชุดนั้นอย่างอารมณ์ดีก่อนหน้านี้เขาไม่กล้าใช้ดาบทมิฬด้วยซ้ำ เพราะกลัวจะทำชุด
เปื้อนเลือด
แต่ว่าเริ่นเสี่ยวซู่ก็ต้องชะงักไป เพราะศัตรูตัวเตี้ยเกินไปหน่อย
จนชุดไม่เข้าตัวเขา
เริ่นเสี่ยวซู่อายุสิบแปดปีและเป็นผู้มีพลังพิเศษคนหนึ่ง ตอน
อายุสิบเจ็ดเขาสูง 178 เซนติเมตร แต่ตอนนี้เป็น 184 เซนติเมตร
แล้ว ถือว่าสูงในหมู่ผู้ชายกันเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยที่คน
ขาดแคลนสารอาหารเป็นปกติ
นี่หมายความว่าเริ่นเสี่ยวซู่จะหาเครื่องแบบที่เข้ากับตัวเขาได้
ยาก
แต่เริ่นเสี่ยวซู่ไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ แผนการยัง
เป็นไปได้ อย่างไรเขาก็ลงมือ!
แต่ว่าเขาต้องลงมือให้ไว สมาคมตระกูลจงเจอว่ามีทหารคน
หนึ่งหายตัวไปเมื่อไร แผนการเขาก็เสี่ยงจะล่มเมื่อนั้น
พอเขาคว้าตัวทหารสมาคมตระกูลจงนายที่สองได้ เริ่นเสี่ยว
ซู่ก็ถอนหายใจออกมาด้วยคิ้วขมวดมุ่นอีกครั้ง ฉิบ! เจ้านี่ก็ยังเตี้ยไปอยู่ดี
พอเป็นทหารนายที่สามที่เริ่นเสี่ยวซู่คว้าตัวมาก็ ฉิบ! เจ้านี่ก็ตัว
ใหญ่ไปอีก! เครื่องแบบนี้ทำเอาเหมือนเริ่นเสี่ยวซู่
กำลังใส่ชุดจีน
โบราณอยู่ ถึงเริ่นเสี่ยวซู่จะกล้ามเนื้อแน่นมาก แต่ลักษณะกายภาพ
ก็ถือว่าเล็กด้วยค่าพลังกำลังและความคล่องแคล่วมีแต้มเท่ากัน
เริ่นเสี่ยวซู่คร้านจะคาดหวังแล้ว แต่พอจับคนที่สี่ได้ แผนก็
มีหวังแล้ว รอบนี้ขนาดตัวพอกันเลย!
“ฟู่ว” เริ่นเสี่ยวซู่ถอนหายใจยกใหญ่ เขากลัวอยู่เลยว่าจะไปๆ
มาๆ จะจับทหารทั้งฐานทัพลงใต้ท่อระบายน้ำที่ตนซ่อนตัวอยู่
แต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงเตือนลั่นทั่วฐานทัพทหารรักษาการณ์
ดูเหมือนบุคลากรที่หายไปจะทำให้ทหารรักษาการณ์สมาคมตระกูล
จงตื่นตัวขึ้นมา
เริ่นเสี่ยวซู่รีบเปลี่ยนชุดและหยิบคีย์การ์ดของเขามาด้วย ก่อน
จะปีนออกจากท่อระบายน้ำ จากนั้นก็เดินไปยังตึกเล็กด้วยท่าทาง
ปกติทหารลาดตระเวนกลุ่มที่พักกันอยู่รีบรวมพลที่ค่ายพัก ตั้งกลุ่ม
ทหารค้นหาท่าทางขึงขังพร้อมบรรจุกระสุนจริงอย่างรวดเร็ว
ยามทหารเจอหน้าคนอื่น ก็จะถ่ายทอดคำสั่งว่า “มีคนหายตัว
ไป ค้นทั่วทุกมุมของฐานทัพเดี๋ยวนี้!”
“ตรวจสอบแบบปูพรม รายงานทุกเบาะแส!”
“ศัตรูอาจจะแทรกซึมเข้ามาในฐานเราก็ได้!”
เริ่นเสี่ยวซู่รู้สึกว่าทหารสมาคมตระกูลจงพวกนี้ระแวดระวัง
ไม่น้อย แต่ว่านั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอกเพราะเขาเข้ามาในตึกที่
สังเกตเห็นก่อนหน้าแล้ว
ในตึกมีไฟหลอดไส้สีขาวให้แสงสว่าง ขณะที่เริ่นเสี่ยว
ซู่กำลังจะแสกนคีย์การ์ดนั้นผ่านประตูนิรภัย ยามที่อยู่ด้านนอกรู้สึก
ว่าไม่ค่อยคุ้นหน้าคนผู้นี้ “ท่านครับ รบกวนแสดงบัตรด้วย”
เริ่นเสี่ยวซู่พยายามแสดงละคร เขามองไปที่ยามและพูดเสียง
นิ่ง “นายไม่รู้จักฉันงั้นเหรอ นายกล้าพูดไหมว่ารู้จักทหารทุกคนใน
ฐานทัพนี้”ยามพูดออกมาอย่างสัตย์จริง “ท่านครับ ถึงผมจะจับทหารทุก
นายในกองพลน้อยเราไม่ได้ก็จริงแต่ว่าก็ยังจำ ผู้บัญชาการกรมได้
เพราะมีไม่กี่คนเอง”
เริ่นเสี่ยวซู่ผงะไปเล็กน้อย เขาเพิ่งฆ่าผู้บัญชาการกรมไปคน
หนึ่งหรอกเหรอเนี่ย! เขาไม่เคยผ่านค่ายอบรมด้วยซ้ำ จะไปรู้ได้
อย่างไรว่าทหารสมาคมตระกูลจงคนไหนยศอะไร แถมผู้บัญชาการ
กรมที่เขาเพิ่งฆ่าไปก็ใส่เครื่องแบบทหารมาตรฐานเหมือนกับทหาร
คนอื่นๆ ที่ต่างออกไปนิดหนึ่งก็คือสัญลักษณ์ตรงปกเสื้อเท่านั้น เขา
นึกว่าคนผู้นี้เป็นนายทหารธรรมดาอย่างพวกหัวหน้าหน่วยหรือ
นายทหารชั้นประทวนเสียอีก ใครจะไปคิดว่าจะเป็นผู้บัญชาการกรม
คนหนึ่ง
พริบตาต่อมา เริ่นเสี่ยวซู่ก็ลอบถอนหายใจ สถานที่คุ้มกัน
แน่นหนาเช่นนี้ ดูจะลอบแทรกการรักษาความปลอดภัยไปไม่ได้เลย
ไม่ใช่ว่าแผนการเขามันใช้การไม่ได้ แต่ว่าศัตรูป้องกันแน่นหนา
เกินไป
ไหนๆ ก็ลอบเข้าไม่ได้แล้ว ก็ฆ่าทะลวงฟันไปเลยแล้วกัน!เริ่นเสี่ยวซู่เคลื่อนไหวในพลัน ตัวยามไม่ทันตั้งตัว เริ่นเสี่ยวซู่
สับมือใส่คอของศัตรูแล้ว ฝ่ามือตัดลมจนเกิดเป็นเสียงดัง
ตัวยามล้มลงสิ้นชีพ เริ่นเสี่ยวซู่เงยหน้ามองกล้องวงจรปิดและ
ก็รู้ว่านับแต่นี้ไป ทหารทั่วทั้งฐานทัพจะตามล่าเขาสุดตัว
แต่ก่อนจะเป็นเช่นนั้น เริ่นเสี่ยวซู่จะจัดการระบบบัญชาการ
กลางในตึกนี้เสียก่อน
เขายอมสู้รบในฐานทัพไร้การป้องกันมากกว่าจะออกไป
ป้อมปราการแล้วเผชิญกับทหารค้นหากลุ่มใหญ่ ตอนนี้ได้แต่หวัง
ว่าการมาเยือนของเขาจะทำให้ป้อมปราการ 146 ตกอยู่ในความ
สับสนอลหม่าน
มีแต่กลางความสับสนอลหม่าน เขาจึงจะเห็นประกายแสงแห่ง
ชัยชนะ