The first order สู่รุ่งอรุณเเห่งมวลมนุษย์ - ตอนที่ 456 ตีฝ่า!
เสียงหวอดเตือนในฐานทัพทหารรักษาการณ์ป้อมปราการ
146 มีแต่จะดังขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้ถึงขนาดได้ยินไปครึ่ง
ป้อมปราการแล้ว พอพวกชาวป้อมปราการหน้าต่างมองไปทาง
ฐานทัพ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าทหารวิ่งไปทั่ว พวกทหารที่ก่อนหน้ากำลัง
ค้นหาเริ่นเสี่ยวซู่อยู่ในป้อมปราการก็รีบกลับไปฐานทัพ
ชาวป้อมปราการมองเรื่องนี้ด้วยความประหลาดใจ ตอน
พวกเขาได้ยินว่าพวกทหารตามจับเด็กหนุ่มที่บุกเข้ามาใน
ป้อมปราการอย่างยากลำบากก็รู้สึกเหลือเชื่อไปรอบหนึ่งแล้ว
อย่างไรที่นี่ก็มีทหารสมาคมตระกูลจงเป็นกองทัพประจำ การอยู่ ส่วน
อีกฝ่ายเป็นคนเพียงผู้เดียวเท่านั้น
แต่ขนาดนั้นแล้วก็ยังตามจับไม่ได้เนี่ยนะ
ตอนนั้นคนที่เปิดประเด็นเรื่องนี้พูดว่า “พี่เขยฉันเป็น
ผู้บัญชาการกรมอยู่ในกองกำลังทหารรักษาการณ์ 146 เขาเป็นคนบอกฉันเอง”
แต่ว่าคนอื่นๆ ไม่เชื่อ คิดว่าเขาพูดโม้ไปอย่างนั้นเอง พูดว่า
พี่เขยตัวเองเป็นผู้บัญชาการกรมเนี่ยนะ แบบนั้นบิดาพวกเขาก็เป็น
ผู้บัญชาการกองพลน้อยแล้ว
อย่างไรสถานการณ์ก็วุ่นวายจนทำให้ทุกคนใจไม่ดีกันแล้ว
ดูเหมือนว่าสงครามจะส่งผลกระทบมาถึงผู้คนในป้อมปราการ 146
เพราะอย่างนั้นจึงไม่มีใครใคร่อยากจะเชื่อคำของชายผู้นี้
ใครเล่าจะเชื่อว่ากองพลน้อยหนึ่งจะไม่อาจจัดการศัตรูที่เข้ามา
ในป้อมปราการแบบโดดเดี่ยวได้
แต่ตอนนี้เอง หลังจากได้ยินเสียงเตือนบาดหูแล้วก็เริ่มเชื่อขึ้น
มาบ้างแล้ว
นอกจากเด็กหนุ่มนั่นจะหนีจากการตามล่าของกองกำลังทหาร
รักษาการณ์ในช่วงวันได้แล้ว เขายังใจกล้าขนาดไปโจมตีฐานทัพ
ทหารรักษาการณ์ของสมาคมตระกูลจงด้วย
หลังจากเริ่นเสี่ยวซู่ฆ่ายามตรงทางเข้าไปแล้ว เขาก็พุ่งขึ้นบัน
ได้ไปพร้อมกับดาบทมิฬ พอมีคนเห็นเริ่นเสี่ยวซู่ฆ่ายามผ่านกล้องวงจรปิดแล้ว พวกเขาก็รีบแล่นลงมา สัญญาณเตือนภัยใน
อาคารน้อยนี้ก็ดังขึ้นมาเช่นกัน ทันใดนั้นในตึกบังคับการก็เกิด
ความโกลาหลขึ้น
ทหารสองนายลงรีบลงบันไดมาด้วยความระแวดรังวัง
พวกเขาเห็นจากกล้องเต็มสองตาว่าศัตรูเก่งกาจมากเพียงไร ตอนที่
ศัตรูจัดการยามก่อนหน้านี้ เขาถึงกับบดทำลายกำแพงอิฐข้างหลัง
ไปด้วย
แต่พวกเขายังไม่ทันได้เจอหน้ากับเริ่นเสี่ยวซู่ ก็เห็นมือหนึ่งยืน
ออกมาจากเงามืดใต้ราวบันได จากนั้นมันก็หย่อนระเบิดลงที่ใต้เท้า
พวกเขา!
ในตึกมีเสียงระเบิดดังขึ้น เริ่นเสี่ยวซู่ไม่มีเวลาไปยุ่มย่ามกับ
ทหารสมาคมตระกูลจงที่พยายามยิงเขาจากเงามืด ถ้ากองกำลัง
ทหารศัตรูเข้ามาล้อมอาคารนี้ได้ต้องเป็นปัญหามาก
ทหารในตัวตึกวิ่งลงมากัน บ้างก็ตั้งแนวป้องกันเตรียมตาม
บันไดมุมตึกรอเริ่นเสี่ยวซู่โผล่ออกมาแต่ว่าวิธีการใช้ได้กับศัตรูธรรมดาเท่านั้น ถ้าเอามารับมือกับ
เริ่นเสี่ยวซู่ก็เป็นยุทธวิธีที่ใช้การไม่ได้เกินไป
เริ่นเสี่ยวซู่จัดการทหารศัตรูไปทีละคนสองคน ทหารในห้อง
ควบคุมที่ทำหน้าที่จับตาและรายงานการเคลื่อนไหวของเริ่นเสี่ยว
ซู่นั้นได้แต่มองเขาวิ่งผ่านทางเดินราวเป็นผีตนหนึ่ง ทั้งทุกการลงมือ
ดุดันราวสัตว์ร้าย
ระหว่างมองผ่านกล้องวงจรปิดนั้น เขาเห็นนายทหารคนหนึ่ง
วิ่งออกจากห้อมไปพร้อมกับปืนพก แต่ทันทีที่ก้าวขาออก ก็มีดาบ
ทมิฬปราดฟันเข้าที่ไหล่ จากนั้นแขนก็หลุดลงพื้นกับปืนในปืนนั้น
จากนั้นเด็กหนุ่มก็เตะเข้าที่ร่างนายทหารอย่างแรงจนร่างกาย
บิดเบี้ยวไป
เขาต้องมีแรงมากขนาดไหนถึงทำเช่นนั้น กระดูกในร่างกาย
มนุษย์มันแข็งมากนะ!
เสียงระเบิดมือทยอยดังขึ้น ทหารในห้องควบคุมมองผ่าน
จอภาพมืดสนิทไปทีละเครื่อง แต่เขาไม่อาจทำอะไรกับการคืบหน้า
ของเด็กหนุ่มผู้นี้ได้เลยทุกๆ สองสามวินาที จอภาพไม่ดำมืดไปก็กลายเป็นคลื่นสีเทา
ทหารในห้องควบคุมพลันรู้สึกว่าตัวเองกำลังดูหนังผีอยู่ ปกติ
ภาพแบบนี้มันจะเกิดก่อนผีจะโผล่มา ค่อยๆ บีบความกลัวในหัวใจ
เหยื่อจนโลหิตหลั่งไหล
ช่วงก่อนหน้าของวัน ทหารผู้นี้ได้ยินว่าเพื่อนทหารตัวเองใน
กลุ่มค้นหานั้นไม่อาจจับกุมอาชญากรต้องหมายได้เลย
ขณะที่ทุกคนกำลังกินข้าวอยู่ในโรงอาหารนั้น พวกเขาถึงกับ
พูดล้อเลียนด้วยซ้ำ ว่าเพื่อนที่อยู่ข้างนอกนี่อ่อนเกินไปแล้ว แค่
คนเดียวก็ยังจับไม่ได้
แต่พอได้มาเห็นความฉกาจฉกรรจ์ของศัตรูด้วยตัวเองแล้ว ก็
เข้าใจในพลันว่าเขาใช้จุดบอดตามอาคารบ้านเรือนสร้าง
ความฉิบหายขนาดไหนให้กับตัวป้อมปราการ
พอไม่มีห่ากระสุนคอยสะกดข่มเขาไว้ ทุกคนก็ไม่อาจทำอะไร
ได้เลย เด็กหนุ่มผู้นี้คือผู้ไร้เทียมทานในการศึกขนาดเล็ก ถ้าจะปราบ
เขามันต้องใช้กำลังมากกว่านี้เดี๋ยวก่อนนะ! ศัตรูเคลื่อนมายัง…ทหารในห้องควบคุมตัวสั่น
ขวัญผวา เขาหยิบปืนขึ้นและหันตัวขวับไปยังประตูปิดล็อคเพื่อ
จะเห็นว่ามันถูกดาบผ่าเปิดออกไปแล้ว
ดาบทมิฬสร้างรอยฟันน่าพรั่นพรึงบนประตู ทหารสบมอง
สายตาเย็นเยียบของเริ่นเสี่ยวซู่
เขามัวแต่ใจหวาดหวั่นมองแต่หน้าจอกล้องวงจรปิดจนลืมไป
ว่าศัตรูมาถึงประตูห้องควบคุมแล้ว ทหารเห็นหน้าเริ่นเสี่ยวซู่แค่
นิดเดียวผ่านรอยแยกก็ทำเอาขวัญหนีดีฝ่อไปแล้ว
หลังจากฟันประตูเหล็กกล้าไปแล้ว พอเห็นว่าข้างในมีคนผู้
หนึ่งอยู่ เริ่นเสี่ยวซู่ก็คร้านจะเข้าไปด้วยซ้ำ เพียงโยนระเบิดเข้าไปใน
รอยดาบ จากนั้นก็คืบหน้าต่อ
ก่อนหน้านี้เริ่นเสี่ยวซู่ใช้ระเบิดมือแบบประหยัดมากเพราะ
ตัวเองมีไม่มาก
แต่ตอนนี้พากองร้อยเจียนเตาไปถล่มโรงงานทหารสามแห่ง
เมื่อก่อนหน้านี้ เขาก็ยึดระเบิดมือมาได้มหาศาล ตอนนี้เขายังไม่รู้
ด้วยซ้ำ ว่าตัวเองมีระเบิดมือกี่ลูกกันแน่…คนในกองร้อยเจียนเตาเองก็ไม่คิดจะแย่งระเบิดมือกับเริ่น
เสี่ยวซู่ พวกเขาส่งมอบระเบิดมือทั้งหมดให้เริ่นเสี่ยวซู่ไปทั้งอย่างนั้น
เลย
ตอนนี้การรบที่เขาอู่ชวนเป็นประโยชน์กับเริ่นเสี่ยวซู่มาก
เพราะจำ นวนทหารในกองกำลังรักษาการณ์ 146 นั่นลดลงไปเยอะ
มากเพราะมีถูกส่งไปอยู่แนวหน้าด้วย
ปกติแล้วในฐานทัพทหารรักษาการณ์จะมีผู้มีพลังพิเศษ
ประจำ การอยู่ด้วยสองคน แต่ว่าตอนนี้เหลือเพียงผู้เดียวเท่านั้น และ
ผู้นั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นตัวจงเฉิงเอง แค่ว่าตอนนี้ไม่รู้ว่าเขาไป
อยู่ไหนแล้ว
เช่นนั้นเริ่นเสี่ยวซู่จึงฆ่าฟันขึ้นบันไดโดยไม่เจอการต่อต้านดีๆ
เลยสักรอบ อย่างไรเสียเขาก็สามารถโยนระเบิดมือได้ทั่วตึก ส่วน
ศัตรูได้แต่ต้องคอยระวัง
ที่นี่เก็บข้อมูลข่าวกรองจำ นวนมากไว้ และในตึกนี้ก็มี ‘คน
ตระกูลจง’ จำ นวนมาก พวกเขาจึงเฟ้อฝันว่าขอเพียงยิงใส่เริ่นเสี่ยว
ซู่ได้สักนัดทุกอย่างก็จบแล้วแต่เขายิงเริ่นเสี่ยวซู่ไม่โดนสักนัด ส่วนใหญ่ตายไปทั้งๆ ที่ยัง
ไม่เห็นเริ่นเสี่ยวซู่ด้วยซ้ำ
แถมคนครึ่งหนึ่งในตึกเป็นเพียงเจ้าหน้าที่พลเรือน ส่วนที่เหลือ
เป็นเป็นนายทหารที่มีเพียงปืนพกติดตัวบวกทหารรักษาการณ์
ธรรมดาอีกนิดหน่อย ทหารที่คอยคุ้มกันที่แห่งนี้ไม่ได้พกระเบิดมือไว้
ด้วยซ้ำ !
เลือดไหลนองลงมาจากบันได หยาดโลหิตหยดลงชั้นล่าง
หลังจากเริ่นเสี่ยวซู่พุ่งตัวมาถึงชั้นสามแล้ว ที่ชั้นสองก็มีคนผู้
หนึ่งลอบคลานออกมาจากตู้เก็บของในสำ นักงาน เขาไม่กล้าจะสู้กับ
เริ่นเสี่ยวซู่ด้วยซ้ำ ตอนนี้เขาเจอโอกาสให้หนีแล้ว เสียงระเบิดมัน
เลื่อนไปดังบนชั้นสามแล้ว!
หลังดิ้นรนอยู่พักหนึ่ง นายทหารร่างท้วมก็หลุดออกมาจากตู้
เก็บของได้ในที่สุด แต่พอเดินออกไปทางเดิน ก็พลันลื่นและล้มลงกับ
พื้นดังโครม
เพราะเลือดเหนอะหนะเจิงนองไปทั่วพื้น ทำให้เดินยากมาก
ถ้ารักษาสมดุลได้ไม่ดีก็จะลื่นล้มแน่นอนพอนายทหารล้มลงกับพื้นก็ร้องโอยออกมาเสียงดัง แต่ก็
หน้าซีดทันทีเพราะกลัวว่าศัตรูจะได้ยินขึ้นมา แต่ว่าศัตรูขึ้นบันไดไป
แล้ว เขาคงไปกลับลงมาฆ่าตนใช่ไหมนะ…
แต่เขายังไม่ทันหายกังวล ก็เห็นว่ามีโยนระเบิดมือออกมาจาก
เงาข้างตนเอง!