The first order สู่รุ่งอรุณเเห่งมวลมนุษย์ - ตอนที่ 481 ภารกิจระดับ A
ชายวัยกลางคนและเด็กหนุ่มคู่หนึ่งกำลังขี่รถจักรยานยนต์มุ่ง
ไปทางป้อมปราการ 63 ที่อยู่ห่างจากป้อมปราการ 61 สามร้อยกว่า
กิโลเมตร
ทั้ง
สองคนต่างมีฝุ่นดินคลุมตัวราวกินนอนในแดนรกร้าง
มาหลายต่อหลายวัน แต่กระนั้นดวงตาของชายวัยกลางคนก็ยังฉาย
ประกายแรงกล้า ดูแล้วพลังงานล้นเหลือมาก
ทางตะวันออกของป้อมปราการ 61 สีเหลืองของเทือกเขา
กว้างใหญ่ไม่ค่อยปรากฎให้เห็นอีก ภูมิทัศน์เริ่มอุดมไปด้วยสีเขียว
ทั้ง
เห็นสายแม่น้ำอยู่ไม่น้อย เป็นภาพแดนรกร้างที่ใครเห็นก็รู้สึกกระ
ชุ่มกระชวย
ว่ากันว่าที่นี่ในยุคก่อนภัยพิบัตินั้น มันเคยเป็นแห่งเขตป่าสงวน
สำ หรับพวกนกมาก่อน สภาพแวดล้อมทางนิเวศวิทยาดีเยี่ยมสมเป็น
อุทยานแห่งหนึ่งยามนั้นเหล่านกต้องการให้มนุษย์ปกป้อง แต่เมื่อมนุษย์ต้อง
เจอเหล่านกในยามนี้ พวกเขาเองนั่นแหละที่ต้องการการปกป้อง
ถึงพวกนกจะไม่ค่อยโจมตีมนุษย์ก่อน แต่ว่าก็เจ้าคิดเจ้าแค้น
เมื่อก่อนมักชอบมีคนไปขโมยไข่นกในแดนรกร้างกิน ผลคือคนผู้นั้น
ถูกฝูงนกไล่ล่ากว่าร้อยกิโลเมตร สุดท้ายทั้งตัวมีแต่แผลถูกนกจิกกับ
มูลนกเต็มไปหมด
มูลนกแปะทั่วตัวเขาจนมนุษย์กลายเป็นดั่งรูปปั้นหนึ่งไปแล้ว
พวกเขาจอดรถจักรยานยนต์ในแดนรกร้าง จากนั้นก็พรางด้วย
ผ้าใบสีเขียว หลังจากนี้พวกเขาต้องเดินทางด้วยเท้าแล้ว เพราะ
ถ้าขับรถต่อจะสะดุดตาผู้คนเกินไป
หลังจากชื่นชมภาพขุนเขา ชายวัยกลางคนก็พูดทอดถอนใจว่า
“ภาพเขาเขียวช่างตราตรึง หวังว่าเขาเขียวคนึงเราเช่นนั้นด้วย!”
เด็กหนุ่มที่อยู่ข้างเขาอ้าปากเหมือนจะพูดว่าอาจารย์ร่ายกลอน
ผิดบริบทไปหน่อยแล้ว แต่ว่าสุดท้ายก็ไม่กล้าพูด
ชายวัยกลางคนยังพูดต่อ “ศิษย์เอ้ย รู้หรือเปล่าว่าทำไมรอบนี้
อาจารย์ถึงซื้อมือถือเครื่องใหม่ให้เธอแทนที่จะเป็นศิษย์น้องน่ะ รู้ไว้ว่ามือถือนี้มีเป็นสมบัติล้ำค่าจริงๆ ถ้าไม่มีมัน ก็ไม่รู้จะเป็นมือสังหาร
ไปทำไม ถ้าวันหนึ่งเธอได้เข้าอารามอันจิง วันนั้นจึงจะถือว่า
ประสบความสำ เร็จอย่างแท้จริง!”
“ไม่รู้เลยครับ” เด็กหนุ่มส่ายหน้า ตอบไปตามจริง
“เป็นเพราะว่าเธอไม่พูดอะไรไร้สาระยังไงล่ะ” ชายวัยกลางคน
ชื่นชม “ศิษย์น้องเธอดีแต่เถียงอาจารย์ อาจารย์จะส่งเขาไปไซต์
ก่อสร้างดัดสันดานเสียให้เข็ด”
“อาจารย์ พวกเราออกมาทำภารกิจกันเหรอ” เด็กหนุ่มถาม
“ใช่แล้วล่ะ” ชายวัยกลางคนพูดอย่างภาคภูมิใจ “หลักๆ คือให้
เธอออกมาเห็นโลกกับเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้วย เราเป็นศิษย์
อาจารย์มาตั้งหลายปีแล้ว เรียนวิธีฆ่าคนเรียบร้อย สุดท้ายก็ต้อง
ออกไปทำภารกิจของตัวเอง ตอนนี้อาจารย์จะพาเธอไปทำภารกิจ
ระดับ D สักหน่อย ตอนอยู่กับอาจารย์ก็ตั้งใจเรียนรู้ล่ะ!”
“อาจารย์” เด็กหนุ่มพูดเสียงค่อย “ภารกิจจะยากไปไหม”
“ยาก?” ชายวัยกลางคนหัวเราะ มือลูบหนวดเลขแปด (八)
ของตัวเอง “มือสังหารระดับ C อย่างอาจารย์มาทำภารกิจระดับ Dมันจะยากได้ยังไง รู้หรือเปล่าว่ามือสังหารบางคนอยู่ระดับ D ชั่วชีวิต
ทำอย่างไรก็ไม่อาจเลื่อนเป็นระดับ C ได้”
เด็กหนุ่มได้ยินเช่นนั้นก็ตาทอประกาย “งั้นเมื่อไรอาจารย์
จะเลื่อนเป็นระดับ B เหรอครับ”
ชายวัยกลางคนชะงัก มองลูกศิษย์ตัวเอง “…ไม่นานๆ”
“อาจารย์ แค่นี้ท่านก็เก่งกาจมากแล้ว แล้วยอดฝีมือระดับ A
จะเก่งกาจขนาดไหนกัน” เด็กหนุ่มถาม เขาสงสัยเรื่องนี้อยู่ตลอด
ชายวัยกลางคนพลันถอนลมหายใจ “มือสังหารระดับ A
ไม่เป็นผู้มีพลังพิเศษก็เป็นคนที่อันตรายมาก อาจารย์เทียบไม่ติด
จริงๆ อาจารย์เคยเห็นมือสังหารระดับ A ฆ่าคนครั้งหนึ่ง อาจารย์
ไม่เข้าใจด้วยซ้ำ ว่าคนผู้นั้นลงมืออย่างไร ทว่าแม้แต่ในมือสังหาร
ระดับ A เอง ก็มีผู้มีพลังพิเศษอยู่แค่หยิบมือ”
ระหว่างที่คุยกันไป พวกเขามาถึงนอกเมืองน้อยป้อมปราการ
63 แล้ว ชายวัยกลางคนเหลือบไปมองมือถือตัวเอง “พวกเราเพิ่งได้
ภารกิจใหม่ เป้าหมายอยู่โรงงานใกล้ๆ! ไปกัน พวกเราต้อง
ออกเดินทางเดี๋ยวนี้เลย มันต้องมีคนคอยแย่งภารกิจระดับ D แน่!”พวกเขาพุ่งตรงไปยังโรงงานใกล้เคียงๆ เด็กหนุ่มวิตกอยู่บ้าง
“อาจารย์ เป้าหมายอยู่ในโรงงานนะ พวกเราค่อยเข้าไปตอนมืด
ไม่ดีกว่าเหรอ เข้าไปแบบนี้คนก็เห็นหมดสิ”
“จะกลัวอะไรเล่า อาจารย์สอนแล้วว่าไง ไม่ต้องห่วง ถ้ายอด
ฝีมือระดับ C อย่างอาจารย์ทำภารกิจระดับ D ไม่สำ เร็จก็ตลกแล้ว!”
ชายวัยกลางคนแค่นเสียง สีหน้าลำพองใจ
แต่ก่อนที่พวกเขาจะทันได้เข้าโรงงานไป จู่ๆ ก็มีคนร้องเรียก
พวกเขา “นี่…พวกนายมาทำภารกิจเหรอ”
ชายวัยกลางคนหันกลับไปยิงปืนพกเก็บเสียงใส่ทันที แต่เพียง
พริบตา เด็กหนุ่มสวมหน้ากากผู้พูดก่อนหน้าก็หายวับ กระสุนพลาด
เป้าไป!
“ดูเหมือนว่านายจะมาทำภารกิจจริงๆ ด้วย” เสียงหัวเราะของ
เด็กหนุ่มดังมาจากข้างหลังพวกเขา “พักสักหน่อยเถอะ ฉันขอยึด
มือถือพวกนายนะ ต่อไปจะไปไม่มาแย่งภารกิจฉันอีก”
หลังจากนั้นลมก็โหมมาจากข้างหลังชายวัยกลางคน เขารู้ใน
พลันว่าเด็กหนุ่มหลบไปหลังพวกตนแล้ว ทั้งพร้อมจะโจมตีตนให้สลบด้วย
แต่รู้ก็ส่วนรู้ ร่างกายไม่อาจตามทัน!
ศัตรูเป็นผู้มีพลังพิเศษ! ความเร็วเหนือกว่าขีดจำ กัดที่มนุษย์
ธรรมดาจะตอบโต้ทัน!
ชายวัยกลางคนที่ฝึกฝนร่างกายมาหลายต่อหลายปี กลับไม่สา
มารถตอบโต้อะไรไปได้ เด็กหนุ่มผู้นี้เร็วเกินไป
แต่ว่าชายวัยกลางคนถือเป็นผู้มากประสบการณ์ ปกคอเสื้อ
เขาสอดแผ่นเหล็กกล้าบางมาด้วย อันดับแรกคือกันคนใช้มีดเฉือน
คอ อย่างที่สองคือกันคนฟาดคอจนสลบ!
เริ่นเสี่ยวซู่ไม่ได้ต้องการฆ่าพวกเขา จึงยั้งมือไว้อยู่ แต่เขาก็พบ
ว่าชายวัยกลางคนที่ถูกสับคอนั้นเพียงร้องอย่างเจ็บปวด ไม่ได้สลบ
ลงไป!
ส่วนลูกศิษย์เขานั้นสลบไปแล้ว ชายวัยกลางคนหันตัววิ่งหนี
ขณะที่เริ่นเสี่ยวซู่กำลังแปลกใจนั้น ชายวัยกลางคนอยาก
จะสบถออกมาแล้ว นี่แม่*นับเป็นภารกิจระดับ D ได้ด้วยเหรอ พับผ่า
สิ!ไหนว่าอารามอันจิงจะยืนยันตัวมือสังหารก่อนจะส่งมอบมือถือ
ไง พวกเขาบ้าไปแล้วเหรอถึงเอามือถือระดับ D ให้ผู้มีพลังพิเศษน่ะ
อารามอันจิงเป็นบ้าไปแล้ว!
อีกอย่างผู้มีพลังพิเศษจะมาทำภารกิจระดับ D ทำไมว่ะ หน้า
ไม่อายฉิบหาย เงินแค่นี้ยังจะมาแย่งคนอื่นอีก!
แต่ว่าศัตรูเขาดูไม่คิดจะตั้งใจสังหารคน ไม่อย่างนั้นพวกตนคง
ไม่ใช่แค่สลบแต่ตายไปแล้ว ชายวัยกลางคนรู้ดีว่าศัตรูยั้งมือไว้อยู่
คิดแล้วชายวัยกลางคนก็ไม่ต่อต้านอะไรอีก รีบตะโกนออกมา
“ฉันมีเงินๆ ฉันให้เงินได้!”
แต่พูดจบ ภาพเขาก็มืดไป
เริ่นเสี่ยวซู่นั่งยองๆ ค้นตัวพวกเขา แล้วก็ต้องแปลกใจที่พบ
มือถือตั้งสองเครื่อง เก็บเกี่ยวได้ชุดใหญ่แล้ว
เริ่นเสี่ยวซู่เก็บมือถือทั้งสองเครื่องลงช่องเก็บของอย่างมุ่งมาด
จากนั้นก็รอ ‘เหยื่อ’ คนต่อๆ ไป
พอชายกลางคนได้สติ ก็พบว่ามีสี่ห้าคนนอนอยู่ข้างตัว เขา
เรียกตบปลุกเรียกสติลูกศิษย์ จากนั้นก็สำ รวจตัวเองดูว่าศัตรูเหลืออะไรไว้ให้บ้าง
ชายวัยกลางคนเห็นว่าเงินตนยังอยู่ครบก็ยิ้มยินดี หรือว่าผู้
มีพลังพิเศษผู้นั้นไม่ได้ต้องการเงิน?
แต่พริบตาต่อมา เขาก็ต้องนิ่งงัน มือถือสองเครื่องเขาหายไป
แล้ว
ทันใดนั้นชายวัยกลางคนก็บรรลุว่า ผู้มีพลังพิเศษผู้นั้นเฝ้าหน้า
ภารกิจ เพราะคิดจะยึดมือถือของทุกคน!
จบแล้ว! พวกเขาจบสิ้นแล้ว!
พอนึกว่าเขาโม้กับลูกศิษย์ไว้ตั้งเยอะว่าภารกิจมันจิ๊บๆ แต่
สุดท้ายพวกเขายังไม่ทันเห็นเป้าหมายด้วยซ้ำ ผู้มีพลังพิเศษคนไหน
แม่*มาแกล้งพวกเขาว่ะ!
ตอนนั้นเอง เริ่นเสี่ยวซู่ก็เห็นว่ามีข้อความเข้ามือถือตัวเอง
[เป้าหมายอยู่ที่ป้อมปราการ 63 มาจากกองกำลังก่อนอรุณแห่ง
บริษัทหัวจ่ง ปัจจุบันพักอยู่ที่อาคารตรงถนนเสียนหยาง 476 รางวัล
คือเงินห้าแสนหยวน ภารกิจนี้จับกลุ่มเต็มที่ได้สามคน และทุกคนจะได้รับสิทธิ์เข้าใช้ที่หลบภัย ทางอารามอันจิงจะปกป้องจากการ
ตามล่าของศัตรู]