The Intimate Companion คู่หูต่างขั้ว! - บทที่ 1 จุดเริ่มต้นความซวย
บทที่ 1
จุดเริ่มต้นความซวย
กึก กึก กึก
เสียงเกวียนทำให้ข้าหงุดหงิดพอๆ กับก้นที่กระแทกพื้นเกวียนเป็นจังหวะจะโคนอย่างพอเหมาะ แต่ทำอย่างไรได้ ข้าทำได้เพียงกัดฟันทน เพราะในเกวียนมีทั้งเด็กตัวเล็กๆ ยันคนแก่ ซึ่งคนเหล่านั้นไม่มีใครบ่นสักคำ
แล้วข้า…ที่ยังหนุ่มแน่นวัยสิบแปดจะบ่นได้ยังไง!!!
ใช่สิ ข้ามันตัวซวย ที่นั่งตรงอื่นดีไปหมด ที่นั่งตรงนี้ดันแข็งโป๊กแถมมีรอยแตกทิ่มก้น นั่งไประบมไป แต่เมื่อเทียบกับความซวยต่างๆ แล้วเรื่องนี้ช่างเล็กจ้อยสิ้นดี
ข้าจับหมวกฮู้ดคลุมเส้นผมสีดำแซมเงินบ่งบอกเชื้อสายครึ่งเทพให้มิดชิดเมื่อรู้สึกถึงการจ้องเขม็งจากชายวัยกลางคนข้างๆ กัน เพราะเทพส่วนใหญ่ไม่ค่อยออกจากดินแดนเท่าไรเว้นแต่มีเหตุจำเป็นจริงๆ
ยิ่งครึ่งเทพแบบข้า…ยิ่งหายากเข้าไปใหญ่
ใช่สิ ข้ามันตัวซวยนี่นา ย้ำทุกวันนึกว่าความซวยจะลดลงบ้าง แต่ทำไมทวีคูณตามอายุกันล่ะ!
พานนึกไปถึงเมื่อวานที่ยิ่งกว่าฝัน ต้นเหตุที่ทำให้ข้าต้องทนนั่งปวดก้น
เอาล่ะ ข้าจะเล่าให้ฟัง
ย้อนกลับไปเมื่อวาน
เพล้ง!
เสียงจานแตกดังสนั่น เรียกเสียงตะโกนอย่างหัวเสียดังจากนอกร้านขายอาหาร ผู้จัดการหน้าดุเดินดุ่มๆ เข้ามาแผนกครัว ไม่ทันอ้าปากถามเสียงหนึ่งพลันดังแทรก
‘เซอเซสทำ!’
เฮ้ย!
ข้าอุทานในใจ ให้ตายเหอะ! สาบานเลยว่าเมื่อครู่ข้าไม่ได้แตะต้องจานเลยสักใบ แถมยืนห่างออกมาไกลกว่าหนึ่งเมตร แล้วข้าจะยื่นมือไปปัดจานตกแตกเหมือนเจ้าได้ยังไง
‘เซอเซส! เจ้าอีกแล้วเรอะ!’
‘ไม่ใช่นะขอรับ ข้าไม่ได้ทำสักหน่อย’ ข้าปฏิเสธเสียงหลง เพราะรู้ว่าคงเชื่อยาก ในเมื่อก่อนหน้านั้นตัวข้าได้ทำจานแตกไปถึงเก้าสิบเก้าใบจากการโดนชนบ้าง โดนลูกค้าขว้างใส่บ้าง และเมื่อโดนโยนความผิดในเรื่องเดียวกันจากผู้ที่ไม่มีประวัติมาก่อน ใครจะไปเชื่อล่ะ
บอกแล้วว่าข้าน่ะ…มันตัวซวย
ซวยที่ตัวเองทุกที!
‘ยังจะแก้ตัวอีก ข้าไล่เจ้าออก ไสหัวไปจากร้านข้าได้แล้ว!’
ปัง!
อ่า…สถิติของข้า…โดนประตูปิดใส่หน้าสามร้อยเก้าสิบแปดครั้ง ตามด้วยชีวิตที่ต้องระเห็จหางานต่อไปอย่างน่าสงสาร แน่นอนว่าสาเหตุนั้นไม่ใช่ฝีมือข้าเลยสักครั้ง ล้วนมาจาก…ความซวยที่คลอดมาพร้อมกับข้าแต่กำเนิดแท้ๆ!
ข้า…เซอเซเรซิสเซทัล เด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีผู้เกิดมาพร้อมดวงต่ำเรี่ยติดดิน โดนทิ้งอยู่ใต้ต้นไม้อะไรสักอย่างที่เถาวัลย์บิดเกลียวอย่างงดงามเป็นคำว่า ‘ซวย’
เกิดพร้อมความซวยไหมล่ะ…ฮือๆ
และด้วยเส้นผมสีดำแซมเงินผิดวิสัยเชื้อสายเทพปกติเลยทำให้โดนเขม่นเป็นประจำ เนื่องจากผู้ที่แต่งงานกับต่างเผ่าล้วนหนีออกจากแดนเทพทั้งนั้นเพราะถูกรังเกียจเมื่อเชื้อสายศักดิ์สิทธิ์แปดเปื้อน มีเพียงข้าผู้เดียวที่หน้าด้านหน้าทนของานทำที่ดินแดนแห่งนี้ในสภาพลูกครึ่งกับเผ่าอะไรก็ไม่รู้
นอกเรื่องมานานแล้ว กลับสู่ต้นเหตุความซวยอภิมหาซวยกันดีกว่า
หลังโดนไล่ออกจากร้านอาหาร ด้วยความสิ้นเนื้อประดาตัว…ข้าจึงตัดสินใจไปที่หน้าผา อ้อ ไม่ใช่ไปฆ่าตัวตายหรอกนะ แค่เหม่อมองทิวทัศน์เพื่อรักษาจิตใจเท่านั้น
เฟี้ยวๆๆ
โครม!
เสียงคล้ายกับคนบางคนกำลังฝึกวิชาลับ หรืออาจเป็นการต่อสู้กันดังมาจากหน้าผาร้างอันเป็นสถานที่ประจำสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ข้าแอบลังเลว่าควรจะส่องหน่อยดีหรือไม่ ไปแล้วจะโดนลูกหลงไหม แต่เพราะแดนเทพค่อนข้างสงบไร้อาชญากรรมใด ข้าจึงอดย่องไปดูไม่ได้ด้วยความสงสัยเผื่อเกิดเหตุร้ายจะได้รีบแจ้งหน่วยรักษาความปลอดภัยตามประสาพลเมืองดี
คิดแล้วขาทั้งสองก็เดินตรงไปยังหน้าผาด้วยท่าทีลับๆ ล่อๆ แบบระวังตัว แต่ดูเหมือนว่าจะไม่จำเป็นเท่าไรนัก เมื่อบุคคลสองคนเบื้องหน้าข้านั้นไม่มีท่าทีสนใจสิ่งรอบข้างแม้แต่น้อย
‘ข้าไม่ยอมให้เจ้าส่งสารหรอก ผู้ส่งสารแห่งสามภพ!’ ชายหนุ่มชุดดำกล่าวด้วยน้ำเสียงกร้าวฟังดูน่ากลัว เขาอยู่ในตำแหน่งได้เปรียบเพราะกำลังไล่ต้อนชายอีกคนที่ใกล้ตกผา
เดี๋ยวนะ ‘ผู้ส่งสารแห่งสามภพ’ หรือ!?
ผู้ส่งสารแห่งสามภพ…ว่ากันว่าเป็นอาชีพลึกลับสุดบรรยาย สามารถข้ามไปแดนนู้นแดนนี้อย่างอิสระโดยไม่จำเป็นต้องผ่านแดนเชื่อมต่อแม้แต่น้อย เงินดี งานมา รับส่งของทุกอย่างทั้งมีชีวิตและไร้ซึ่งชีวิต อย่างอุปกรณ์เวทหรือ…วิญญาณ
แดนเชื่อมต่อคือเขตแดนที่กั้นระหว่างดินแดนเพื่อแยกพื้นที่ออกเป็นส่วนๆ ตามแต่ละเผ่าพันธุ์ ลักษณะของแดนเชื่อมต่อจะแตกต่างกันไปตามสภาพของดินแดนนั้นๆ หรืออาจจะตรงข้ามกับรูปลักษณ์ของดินแดนนั้นๆ โดยสิ้นเชิง
เนื่องจากเวทวาร์ปอย่างการเปิดประตูมิตินั้นมีกในการใช้ นั่นคือหากต้องการเคลื่อนย้ายไปที่ใดต้องเคยไปที่แห่งนั้น หรือก็คือหากไม่เคยย่างก้าวเข้าไปก่อน การจะไปแต่ละดินแดนต้องผ่านแดนเชื่อมต่อทั้งสิ้น ซึ่งนั่นเป็นข้อยกเว้นสำหรับผู้ส่งสารแห่งสามภพ
ไม่น่าเชื่อ อย่างที่บอกเมื่อครู่ว่าเป็นอาชีพลึกลับสุดจะบรรยาย สถานที่ตั้งสมาพันธ์เองก็เป็นความลับเฉพาะบุคคลวงในเท่านั้น จะว่าเป็นโชคดีของข้าหรือไม่กันนะที่จู่ๆ ก็ได้เจอตัวเป็นๆ
‘งานข้าคือประกาศิตเหนือชีวิต ต่อให้ชีพนี้มลาย สารก็ต้องถูกส่งถึงที่หมายโดยปลอดภัย’
ชายหนุ่มที่ (น่าจะ) เป็นผู้ส่งสารแห่งสามภพกล่าว ในมือถือจดหมายสีขาว…ต้นเหตุของการต่อสู้ครั้งนี้ ข้างกายเป็นเสือเขี้ยวดาบสีทองที่ปรากฏตัวตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่อาจทราบได้ มันอ้าปากรับสารจากชายคนนั้นพลางเหาะขึ้นฟ้าหายไปทันที
‘ไม่!’ ชายชุดคลุมสีดำตะโกนลั่น เขาทำท่าจะตามเสือสีทอง แต่กลับโดนขวางด้วยเจ้านายของเสือตัวนั้น ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าเป็นปริศนาเพราะความมืดบดบังถือดาบเล่มยาวเตรียมสู้รบ
‘แล้วเจ้าจะเสียใจที่ต้องตายที่นี่’ ชายชุดดำเอ่ยเสียงเหี้ยม
‘ไม่’ ชายหนุ่มปฏิเสธคำพูดนั้น น้ำเสียงมีความภาคภูมิใจไม่น้อย ‘เพราะข้าทำภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว สารถูกส่งถึงเป้าหมายอย่างปลอดภัย’
‘เจ้า! ตายซะเถอะ!!!’
ตูมมม!!
ระเบิดดังสนั่นเสียจนข้าต้องอุดหูและก้มตัวหลบเศษหินที่กระจายไปทั่วอย่างน่าหวาดเสียว และเมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ร่างของผู้ส่งสารแห่งสามภพก็นอนแน่นิ่งไปแล้วพร้อมเสื้อผ้าที่ไหม้เกรียม คาดว่าร่างนั้นคงไร้ลมหายใจ…
ฉิบหาย ข้าหลงมาเป็นพยานในสถานการณ์น่ากลัวอะไรกันเนี่ย!!
‘ผู้ส่งสารเมื่อไร้สัตว์ประจำกายก็ไร้น้ำยา เฮอะ!’
ชายชุดดำยกเท้าหมายเตะร่างนั้นให้ตกผา แต่ไม่ทันได้แตะต้อง เสือเขี้ยวดาบสีทองก็ปรากฏกายขวางเสียก่อน ดวงตาสีเลือดน่ากลัววาวโรจน์อย่างโกรธแค้นและแฝงแววเศร้าสร้อย ชายตามองร่างของนายมันก่อนจะส่งเสียงขู่เป็นเชิงไม่ให้เข้าใกล้
ในปากของมันไร้สารต้นเหตุ…บ่งบอกว่าภารกิจเสร็จสิ้น แน่นอนว่าชายชุดดำเองก็คงจะรับรู้ได้เหมือนกัน
‘ช้าไปแล้วหมาน้อย…เจ้านายตาย เจ้าก็กลายเป็นแค่สัตว์ธรรมดา ไม่สามารถแปลงร่างใดๆ ได้’
แปลงร่าง…ข้าหูไม่ฝาดใช่ไหม เขาบอกว่าแปลงร่าง!
ข้าที่เตรียมจะย่องหลบไปแจ้งหน่วยรักษาความปลอดภัยแดนเทพชะงัก อยากเห็นว่าเสือตัวนั้นแปลงร่างได้จริงหรือไม่ ก่อนจะสำนึกได้ว่าไม่ควรตื่นเต้นเกินไป ในเมื่อตรงหน้าข้านั้นคือชายหนุ่มชุดดำที่เพิ่งฆ่าคนไปหยกๆ กับเสือเขี้ยวดาบสีทองที่ดูยังไงฝ่ายหลังก็แพ้แน่ๆ
ข้าต้องรีบเรียกคนมาช่วย!
เจ้านายของมันช่วยไม่ทันแล้ว แต่เจ้าเสือขนฟูน่าลูบอย่างชวนกระตุ้นต่อมรักสัตว์จะยอมให้ถูกฆ่าได้ยังไง ตัวข้านั้นสู้ใครไม่เป็นย่อมไม่คิดเอาตัวขวางให้ซวยหนัก แต่ไม่ทันจะลุกด้วยซ้ำ เสียงของเสือเขี้ยวดาบสีทองก็เรียกให้ข้าหันไปมองอีกจนได้
แฮ่!!!
เจ้าเสือขู่ด้วยเสียงคำรามน่ากลัว ดูท่าคงไม่ยอมทิ้งศพนายให้อืดอยู่ตรงนี้แน่ๆ ชายชุดดำถือดาบสีดำสนิทของนายเจ้าเสือนั่นไว้มั่น อย่าบอกนะว่ากะใช้ดาบของนายมันฆ่าเจ้าเสือ โหดร้ายไปแล้ว
ให้ตายเถอะ…
เคร้ง!
ข้าทนไม่ไหวแล้ว!!!