The Intimate Companion คู่หูต่างขั้ว! - บทที่ 36 : บทส่งท้าย
เสียงซุบซิบจอแจดังในภัตตาคารขึ้นชื่อแห่งแดนพราย เพราะดารายอดนิยมอันดับหนึ่งกำลังรับประทานอาหารกับชายผู้หนึ่งซึ่งดูเด๋อด๋าไม่เข้ากัน จะบอกว่ามาถ่ายงานก็ไม่ใช่ จะคุยงานก็ไม่มีทางใช่ ออกเดตยิ่งแล้วใหญ่ เพราะต่อให้เป็นมิตรสหายยังดูไม่เหมาะสม
คนหนึ่งมีใบหน้าพราวเสน่ห์ ล่อลวงได้ทั้งชายและหญิง เส้นผมสีขาวเหลือบประกายดุจแสงจันทร์เสยเปิดหน้าผากมน ดวงตาเฉี่ยวเรียวคม องคาพยพไม่ว่าจะคิ้ว ตา จมูก ปาก ล้วนรับกันอย่างเหมาะเจาะพอดี ชุดที่สวมอยู่เองก็เป็นยี่ห้อขึ้นชื่อราคาหกหลัก
ส่วนอีกคนนั้นแสนจะธรรมดาค่อนไปทางอ๊องอึนอยู่นิดๆ ดวงตากลมโตชอบเบิกกว้างเป็นระยะราวหนูขี้ตื่น เส้นผมสีดำแซมเงินก็กระเซอะกระเซิงไม่เรียบร้อย คล้ายถูกขยี้จนยุ่งเหยิงเป็นประจำจนขี้เกียจจะหวี การแต่งกายแสนธรรมดาดูยาจกสิ้นดี กินไปคุยไปจนแก้มป่องตลอดเวลาราวหิวโหยมาก ไร้มารยาทสุดๆ
“การผจญภัยของเจ้าน่าสนุกจัง ถ้าเลือกได้ข้าก็อยากเป็นผู้ส่งสารแห่งสามภพบ้าง”
“อาเอยๆ (อย่าเลยๆ)” ข้ารีบโบกมือปัดๆ โดยเคี้ยวกุ้งมังกรไม่หยุดปาก เพราะมีเสือตัวหนึ่งพร้อมเปลี่ยนเจ้านายแน่หากเว็กซ์เลอร์เสนอตัว
‘สมาพันธ์เลี้ยงเจ้าไม่ดีหรือไงถึงได้ทำตัวอดอยากขนาดนี้ ช่างน่าอับอายขายขี้หน้าจริงๆ’
เจ้าไม่มีสิทธิ์มาพูด!
ถึงอาหารที่สมาพันธ์จะสู้ภัตตาคารห้าดาว ณ แดนพรายไม่ได้ แต่การมีของกินตลอดวันย่อมทำให้ข้าอิ่มท้องอิ่มใจเสมอ เสียอย่างเดียว เจ้าเสือโผล่หน้าก่อกวนตลอด ไม่มันแย่งของข้าวข้าก็ข้าแย่งขนมมัน พวกเราตีกันทุกวัน ทะเลาะจนพี่เพลกับพี่ซัฟเฟอร์ซึ่งเป็นขาประจำห้องอาหารชินตาสุดๆ
“งานผู้ส่งสารน่าสนุกแต่ก็ลำบากสุดๆ ต้องหาลูกค้า แล้วยังเสี่ยงกับการโดนพวกไม่หวังดีจ้างวานหลอกๆ ไปฆ่าด้วย พลังของพยัคฆ์เมฆาน่ะน่าอิจฉามากใช่ไหมล่ะ เจ้านายอย่างข้าเลยเสี่ยงตายอยู่ทุกวัน” ข้าพูดหลังเคี้ยวจนหมด เลยมีช่วงพักแก้มเพื่อแกะเปลือกกุ้งมังกรตัวต่อไป “เอ้าเอ็นอาอาอ็อีแอ้ว อ่างๆ อ็อ่งโอสเออร์อ้อมอายเอ็นไอ้อะ อ้าออบ ( เจ้าเป็นดาราก็ดีแล้ว ว่างๆ ก็ส่งโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นได้นะ ข้าชอบ )”
‘ชักอยากเปลี่ยนเจ้านายจริงๆ แล้วสิ’
อย่าฝัน!
ข้าทะเลาะกับเจ้าเสือในใจขณะเคี้ยวกุ้งตัวใหม่งุบงับมีความสุข เว็กซ์เลอร์ใจป้ำมาก เขาอยากเป็นเพื่อนกับข้าจนยอมจ่ายไม่อั้นเพื่อฟังเรื่องราวภารกิจต่างๆ เพราะถ้าไม่นับพยัคฆ์เมฆา ผู้ส่งสารแห่งสามภพมีเพียงเจ็ดคนเท่านั้น แถมแต่ละคนมีนิสัยเป็นเอกลักษณ์สุดๆ
คนหนึ่งตัวติดกับเสือขี้เซา เรียกยาหยีไม่ขาดปาก อีกคนก็ทำตัวเหมือนเด็กให้พยัคฆ์เมฆาปรนนิบัติรับใช้ คนหนึ่งออกจากสมาพันธ์ไม่ได้ อีกคนก็เป็นหัวหน้าที่โดนกองเอกสารทับถม ส่วนพี่เพลที่ดูใจดีมีเมตตาและเข้าหาง่ายที่สุดนั้นก็คอยสะสางเรื่องวุ่นๆ จนไม่ค่อยรับงาน มีเพียงข้าเท่านั้นที่แค่บอกว่าจะเลี้ยงอาหารก็ปรี่มาถึงแดนพรายทันที
ไม่สิ ไม่ใช่ข้าคนเดียวหรอกที่ใจง่าย เจ้าเสือเองก็อยากเจอน้องชายของอดีตเจ้านายเหมือนกัน
ทำไมเขาถามเหมือนไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับผู้ส่งสารเลยละ
‘เพราะตอนเวลโรนซ์ทำสัญญากับข้า เขายังเล็กมาก ถูกฝากเลี้ยงกับญาติ จึงไม่รู้ว่าพี่สาวทำงานเป็นผู้ส่งสารแห่งสามภพ’
ข้าร้องอ๋อในใจแล้วแกะกุ้งมังกรแพงหูฉี่ตัวต่อไป เพราะจนถึงตอนนี้…เงินในบัญชีข้ายังไม่กระเตื้องจาก 100 G เนื่องจากผู้จ้างวานคือสายขององค์กรลับ ต่อให้ส่งมอบของสำเร็จ (และแอบจิ๊กมาพร้อมใบยินยอมจากโพดีเซิร์ก ) แต่ไม่ยอมจ่ายเงิน พวกเราเลยไม่ได้รับค่าจ้าง ซวยซ้ำซวยซ้อนมาก
‘จริงๆ จะบอกว่าไม่จ่ายเงินก็ไม่ถูก เพราะผู้จ้างต้องจ่ายมัดจำก่อน ซึ่งเงินก้อนนั้นเป็นส่วนของหัวหน้า…ไม่ใช่ของเจ้า”
คิดแล้วก็เศร้า กินปลาหมึกยักษ์ต่อดีกว่า
‘เฮ้อ’
เจ้าเสือถอนหายใจกับการคิดไวคิดเร็วคิดไปเรื่อยแต่ไม่จดจ่อนานๆ ราวคนสมาธิสั้นของข้า จะว่าไปแดนทะเลทรายเป็นอย่างไรบ้างนะ ต่อให้โพดีเซิร์กจะโดนฮาเวสเตอร์หลอกในตอนท้ายจนหักหลังข้า แต่ตอนนี้คงรู้ตัวแล้วมั้งว่าโดนท่านผู้นั้นปั่นหัวยังไง ความช่วยเหลือที่เคยได้ไม่มีอีกต่อไป เผ่าแมงป่องกับเผ่าอูฐเองก็คงตกในสถานการณ์ย่ำแย่ไม่ต่างกัน
‘ห่วงคนอื่นทำไม ห่วงหนวดปลาหมึกติดคอตัวเองเถอะ’
“แค่กๆๆ”
สมพรปากเสือสุดๆ ข้าไอค่อกแค่กจนเจ้าเสือปรากฏตัวมาลูบหลัง…ไม่สิ ทุบหลังดังแอ่กหนึ่งวินาทีแล้วหายกลับเข้าไปในตราพันธสัญญา เว็กซ์เลอร์ที่กำลังจะทักทายเลยได้แต่โบกมือเก้ออย่างแสนเสียดาย พยัคฆ์เมฆาที่ทั้งเก่งกาจและมีเวทข้ามมิติโคตรสุดยอดย่อมเป็นที่ชมชอบมากกว่าครึ่งเทพกินปลาหมึกติดคออย่างข้าอยู่แล้ว
‘รู้ตัวก็ดี’
นี่ก็ไม่คิดจะปลอบใจเจ้านายเลย
ข้าไอค่อกแค่กจนเว็กซ์รีบรินน้ำให้ดื่มเพราะต่อให้หนวดปลาหมึกลงคอไปแล้วแต่ยังสำลักน้ำลายอยู่นิดหน่อย ลืมบอกไป ข้าเล่าให้เว็กซ์ฟังเฉพาะภารกิจแดนทะเลทรายเท่านั้นว่าซับซ้อนซ่อนเงื่อนอย่างไรและถูกเจ้าเสือช่วยออกมายังไง โดยไม่ได้เจาะลึกมากกว่านี้ว่าเกี่ยวข้องกับสมาพันธ์และองค์กรลับอย่างไร
เขาจึงไม่รู้จักฮาเวสเตอร์ ไม่รู้ว่าพวกเราบู๊แหลกขนาดไหน และท่านราพิตต์เองก็หายตัวไปหลังจากศึกนั้น ร่อนเร่พเนจรในฐานะผู้ส่งสารแผนกประจำนอกสถานที่ ปล่อยให้หัวหน้ากลาเซียสโวยวายอยากได้คนช่วยตรวจเอกสารจนคาร์ทกับเฟนเซลบอกว่าเริ่มจากจัดเอกสารให้ไม่รกก่อนเถอะ
พูดถึงฮาเวสเตอร์…ภาพดวงตาสีอเมทิสต์คล้ายมีมนต์สะกดให้ตัวชาก็ปรากฏวาบ ไม่รู้ว่าป่านนี้เขาจะเป็นยังไงบ้าง ถูกยิงจนหายไปครึ่งร่างขนาดนั้นคงต้องเก็บตัวรักษาอยู่นาน
“ยินดีต้อนรับ”
เสียงกล่าวของพนักงานต้อนรับทำให้ข้าเงยหน้าจากจานปลา เพราะภัตตาคารนี้แพงมาก มีแต่พวกเศรษฐีแดนพรายและชาวต่างแดนโคตรรวยเท่านั้นที่ใช้บริการ เลยอยากดูหน้าหน่อยตามประสาครึ่งเทพจนกรอบ พลันข้ามุดตัวไปอยู่ใต้โต๊ะ ทำเอาเว็กซ์กะพริบตาปริบๆ ว่าผีตัวไหนเข้าสิงกันล่ะเนี่ย
“เซอเซส?”
“ชู่” ข้าจุปากส่งสัญญาณให้เว็กซ์ เพราะผู้มาเยือนคือชายสวมชุดสูทสุภาพ ผมสีดำปัดพาดมาด้านหน้า ดวงตาคมปลาบโคตรน่ากลัวชวนให้ผู้คนศิโรราบ
ใช่แล้ว…หมอนั่นคือฮาเวสเตอร์!
โบราณว่ากันว่าเกลียดสิ่งใดมักเจอสิ่งนั้น ท่าจะจริง
“ข้าปวดท้อง สงสัยจะกินเยอะเกินไป ขอตัวกลับก่อนนะเว็กซ์ ไว้เจอกัน”
โฟรเซนใช้เวทข้ามมิติพาข้าวาร์ปกลับสมาพันธ์ เพราะข้าในตอนนี้ยังยิงปืนไม่คล่อง จะเอาอะไรไปสู้กับฮาเวสเตอร์ที่ถึกเหมือนแมลงสาบ ไม่สิ…ยิ่งกว่าแมลงสาบ!
ส่วนเจ้าเสือหนักกว่า เมื่อไม่มีวงเวทของท่านราพิตต์ก็ออกจากตราพันธะนานๆ ไม่ได้ แล้วจะปะทะกับลูกชายหัวหน้าองค์กรลับที่มีพลังลึกลับมากมายได้ยังไง
“ซวยชะมัด ทำไมข้าถึงซวยแบบนี้นะ”
“ต่อให้เจ้าจะซวย…”
เจ้าเสือโผล่มาหัวเราะขำข้าที่กุมหัวร้องโอดโอยเพราะเสียดายอาหารแดนพราย แปลกชะมัด มันควรหงุดหงิดสิที่เห็นฮาเวสเตอร์สุขสบาย
“แต่การที่เจ้าได้ผูกพันธะกับข้าคือโชคดีที่สุดแล้ว ภูมิใจซะเถอะ”
นานครั้งมันจะพูดจาน่าฟัง ข้าเม้มปาก พยายามกลั้นยิ้ม ก่อนจะดึงแขนเสื้อมันไปห้องอาหารของสมาพันธ์ อดกินของหรูไม่เป็นไร แย่งขนมกับโฟรเซนก็ได้ สนุกดีเหมือนกัน!
(ติดตามต่อในภาคถัดไป)