The Intimate Companion คู่หูต่างขั้ว! - บทที่ 35 บทสรุป
บทที่ 35
บทสรุป
“อื้อ…”
ลืมตาอีกครั้งไม่ยักพบโฟรเซนอย่างที่คิด ข้าขมวดคิ้วสับสน เพราะรู้สึกว่าคนตรงหน้าคุ้นตาชอบกล ไม่ว่าจะเส้นผมสีดำแซมเงินคล้ายข้า แต่ยาวไปถึงกลางหลัง ใบหน้าติดหวานทว่าคมคายในที ดูเย่อหยิ่งแต่กระนั้นก็แฝงความหมองเศร้า คนคนนั้นมีดวงตาสีแดงเลือดแฝงความปรารถนามากมาย และดวงตานั้น…ก็กำลังเบนมาทางข้า
ทันทีที่เราสองสบสายตา ร่างข้าพลันสะท้านเฮือกราวถูกกระชากขึ้นจากเหนือน้ำ
ชัดเลย คนนี้คือคนเดียวกับที่ข้าเห็นในผืนน้ำแห่งอนาคต!!
“เซอเซส!!!”
“ว้ากกก!” ข้าสะดุ้งพรวดขึ้นนั่งพร้อมกับหอบหายใจแรงๆ อย่างตกใจ ดวงตาเบิกโพลงก่อนจะสงบสติอารมณ์เมื่อพบว่ากำลังอยู่ในห้องนอนที่สมาพันธ์ เมื่อครู่เป็นเพียงความฝัน และคนที่อยู่ข้างกายตอนนี้ก็คือโฟรเซน เจ้าเสือของข้า
“เจ้าละเมอบ่อยหรือ” โฟรเซนถาม โน้มตัวยื่นหน้ามาจนข้าเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในแววตาของมัน เอ๊ะ…ครึ่งเทพหน้าเอ๋อที่ซูบผอมแถมหัวยุ่งไม่เป็นทรงคือข้าหรือ
ไม่จริงน่า ข้าออกจะหน้าตาดี จะโทรมขนาดนี้ได้ยังไง
“ยังจะโกหกตัวเองอีก!” เจ้าเสือขยี้หัวให้กระเซอะกระเซิงกว่าเดิม ข้าปัดมือพัลวัน เมื่อสู้ไม่ได้ก็เอาผ้าห่มคลุมหัวไม่ให้โดนรังแก
“ข้าละเมอ? ละเมออะไรหรือ”
“ละเมอหาชายอื่นน่ะสิ คนนั้นหล่อสู้ข้าได้หรือ เก่งกว่าข้าหรือไม่”
“หาว่าข้าโกหกตัวเอง แต่เจ้าเองก็หลงตัวเองเหมือนกันแหละน่า นี่หรือคือการแสดงความเป็นห่วงหลังจากเจ้านายฟื้น เจ้าเสือบ้า!”
“แล้วจะให้ข้าห่วงคนนอนหลับสบายอย่างเจ้าทำไมล่ะ เจ้าทึ่ม” เจ้าเสือจิ้มหน้าผากข้าจนหน้าหงาย ทำเอาข้าอุบอิบว่าใครหลับสบายกัน ข้าสลบเหมือดเพราะปกป้องมันแท้ๆ คนอะไรไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ
“เจ้าหลับเพราะร่างกายถูกสูบพลังเวทจำนวนมาก ถ้าให้เปรียบเปรยก็เหมือนตอนตกไปในผืนน้ำแห่งอนาคตนั่นแหละ แค่นอนพักเพียงพอก็แข็งแรงดีโดยไม่ต้องใช้เวทรักษาอะไร ฉะนั้นเลิกสำออยและลุกขึ้นมาได้แล้ว”
เจ้าเสือมันช้อนใต้รักแร้ข้าแล้วจับลากออกจากเตียง นี่ก็ไม่เคยทะนุถนอมเจ้านายเลย ทำเหมือนข้าเป็นผ้าขี้ริ้วเน่าๆ ที่จะหิ้วไปไหนมาไหนก็ได้ สงสัยต้องขยันกินอาหารฟรีในสมาพันธ์บ่อยๆ พยายามขุนตัวเองให้อ้วนฉุจนมันอุ้มไม่ขึ้น
“ผอมกะหร่องอย่างเจ้าจะอ้วนได้สักแค่ไหน กินให้ตายก็เหมือนหนูแฮมสเตอร์โง่ๆ”
ปากด่า แต่มันพาข้าไปนั่งโต๊ะข้างๆ บนนั้นมีอาหารเตรียมไว้อยู่แล้ว ข้ามองมันอย่างซาบซึ้ง เจ้าเสือซึนเดเระถึงจะชอบแกล้งเจ้านายแต่ก็ดูแลข้าเป็นอย่างดี คงดีกว่านี้ถ้าบนนั้นไม่เป็นเต็มไปด้วยผักใบเขียว
โฟรเซน…เจ้าเห็นข้าเป็นสัตว์กินพืชหรือ ถ้าอยากขุนต้องสั่งเนื้อมาเยอะๆ สิ!
“ตอนยังไม่ฟื้นคาร์ทมาตรวจร่างกาย บอกว่านอนหลับสักตื่นก็หายดี แต่ร่างกายขาดสารอาหารมาก ต้องกินให้ครบห้าหมู่”
“เมื่อก่อนข้าเลือกกินไม่ได้นี่…บางวันไม่ได้กินอะไรด้วยซ้ำไป” ข้าพึมพำขณะกินสลัดผักตรงหน้าก่อน แล้วค่อยจัดการซุปบล็อกโคลี่เป็นลำดับถัดไป “ว่าแต่ข้าถูกสูบพลังได้ยังไง ข้าไม่ได้ใช้เวทสักหน่อย”
เจ้าเสือวางปืนบนโต๊ะเป็นคำตอบ
ด้ามสีดำดุจนิล ตัดกับปากกระบอกสีเงินอย่างแสนเท่ ข้าวางช้อนแล้วหยิบสิ่งนี้มาลูบๆ คลำๆ
“อย่าเผลอลั่นไกเชียวนะ เดี๋ยวหน้ามืดอีกข้าไม่พาเจ้านอนเตียงจริงๆ ด้วย” โฟรเซนรีบเตือนกึ่งขู่ แสดงว่าก่อนหน้านี้มันเป็นคนพาข้ากลับห้องสินะ แหงสิเนอะ จะเป็นใครไปได้ล่ะ “ปืนกระบอกนี้ใช้พลังเวทแทนกระสุน ฉะนั้นตอนที่เจ้ายิงฮาเวสเตอร์ พลังเวททั้งหมดจึงถูกสูบมารวมอยู่ในนี้แล้วกลั่นเป็นลูกกระสุนพุ่งออกไป”
“ยอดเลย แบบนี้ข้าก็ยิงได้ไม่อั้นเลยน่ะสิ”
“ยอดอะไรล่ะ แค่นัดเดียวก็นอนไปสองวัน เจ้ายิงร้อยนัดก็นอนอืดสองร้อยวัน อยากลองไหม”
ข้าวางปืนแล้วหยิบช้อนตักซุปแทนด้วยใจร้องกระซิก โธ่ อาวุธของข้า เราคงไม่มีวาสนาต่อกัน
“สำออยอีกแล้ว เฮ้อ ข้ายังอธิบายไม่ครบ ถ้าเจ้ากะพลังเวทดีๆ ก็ยิงได้หลายนัดอยู่หรอก แต่อานุภาพทำลายล้างจะลดลง ซึ่งอิงจากตัวเจ้าที่ไม่ค่อยมีอะไรดี ถ้าอยากยิงได้หลายๆ นัด กระสุนที่ออกมาคงไม่ต่างกับยิงกระสุนยาง”
“เจ้าจะหาเรื่องข้าให้ได้ใช่ไหม” ข้าตบโต๊ะ ลุกยืนทั้งที่คาบช้อนคาปาก
“ข้าพูดความจริง” เจ้าเสือยืนบ้าง ด้วยส่วนสูงที่มากกว่าเลยค้ำหัวแบบข่มขวัญสุดๆ
“เจ้า…”
“ขอบคุณ”
ข้าที่กำลังจะด่ามันชะงักค้าง อ้าปากจนช้อนร่วง
“ไม่ต้องซึ้ง ข้าเป็นพยัคฆ์เมฆามีมารยาท ในเมื่อเจ้าช่วยข้า ข้าก็ต้องขอบคุณ แม้ว่าจริงๆ แล้วข้าวาร์ปหนีก่อนฮาเวสเตอร์จะลงดาบได้สบายๆ ก็เถอะ”
“เจ้าช่วยพูดให้จริงใจกว่านี้ไม่ได้หรือไง” ข้าถลึงตาใส่มันหนึ่งทีแล้วทิ้งตัวนั่งกินข้าวต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะเจ้าแมวตัวโตปากไม่ตรงกับใจยอมพูดขอบคุณก็นับว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ชวนดีต่อใจจนเจริญอาหาร
“แล้วฮาเวสเตอร์…”
ข้าอึกอัก ไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรกับความเป็นตายของคนโฉดชั่วผู้นี้ แต่ที่แน่ๆ คือข้าไม่อยากเป็นฆาตกร
แดนเทพให้ความสำคัญกับการพรากชีวิตมาก ครึ่งเทพอย่างข้าย่อมไม่ต่างกัน
“เจ้านั่นน่ะหรือ” เจ้าเสือก้มหน้า น้ำเสียงแผ่วเบาจนน่าใจหาย
“อย่าบอกนะว่า…”
“รอดไปได้ฉิวเฉียดเลยละ”
ข้าแทบเอาหน้าจุ่มซุปด้วยความลุ้นระทึก เจ้าเสือบ้า! บอกมาคำเดียวว่ารอดไม่ได้รึไง อิดออดเพื่อใครฮะ
“เพื่อแกล้งเจ้าไงล่ะ” เจ้าเสือยิ้มจนเห็นเขี้ยว “ถึงจะน่าเสียดาย แต่กับมือสมัครเล่นหัดยิงปืนอย่างเจ้า ต่อให้เล็งระยะใกล้ขนาดไหนก็พลาดเป็นเรื่องธรรมดา จากที่ควรโดนจังๆ กลายเป็นโดนครึ่งซีกขวา อ้อ ครึ่งนั้นโดนเป่ากระจุยเชียวนะ อย่างกับโดนปืนใหญ่ยิงเชียวละ”
คาดไม่ถึงว่าพลังเวทของข้าจะส่งผลขนาดนี้
“ถึงขนาดนั้นแล้วเขายังรอดอีกเหรอ”
“หมอนี่ถึกอย่างกับแมลงสาบ แต่ถ้าโดนครึ่งซีกซ้ายก็ไม่แน่”
เพราะหัวใจอยู่ฝั่งซ้ายสินะ ข้าพยักหน้าเข้าใจ แม้จะติดใจอยู่นิดหน่อย
“แล้วหัวหน้าองค์กรลับว่าไง ไหนสัญญาดิบดีว่าจะจัดการลูกชายตัวเองหากทำร้ายคนของสมาพันธ์ไง”
“ฮาเวสเตอร์ยังไม่ทันได้ทำร้ายก็โดนเจ้ายิงจนแทบเดี้ยงขนาดนั้น เฮสเวลเลยถือว่าไม่ผิดสัญญา เพราะข้าปลอดภัย ส่วนเจ้าก็ทำตัวเอง น่ารังเกียจทั้งพ่อทั้งลูก”
ข้าพยักหน้าอีกรอบอย่างเห็นด้วยสุดๆ แต่ถ้าหัวหน้าองค์กรลับทำตัวดีมีศีลธรรมคงจะน่าแปลกใจมากกว่า แค่เขายอมเจรจากับท่านราพิตต์ก็เหลือเชื่อมากแล้ว ความสัมพันธ์สมัยท่านราพิตต์ทำพันธสัญญากับชาเร็ตเป็นยังไงกันนะ อยากรู้จัง
“ลดความสอดรู้สอดเห็นของเจ้าหน่อย”
“ข้ากำลังฝึกพัฒนาสมองด้วยการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของผู้ชายสองคนต่างหาก เอ๊ะ หรือสามคน”
โฟรเซนทำท่าคล้ายจะดีดหน้าผาก ข้าเลยรีบก้มหน้าก้มตากินต่อเลิกคิดฟุ้งซ่าน
เฮ้อ เจ้าเสือของข้านี่นะ ไม่มีอารมณ์สุนทรีย์เลย
“ใครว่าข้าไม่มีอารมณ์สุนทรีย์ ข้าน่ะสนุกสุดๆ กับการรังแกเจ้า”
ว่าจบมันก็ดีดกลางกบาลข้าดังโป๊ก
“อ๊าก เจ้าเสือบ้า ถ้าข้าโง่กว่านี้ต้องโทษเจ้าคนเดียวเลย!”