War of Ancient Emperor - ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง
ณ ที่แห่งหนึ่งภายในดินแดนสวรรค์
ได้ปรากฏพระราชวังหรูหราที่ถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูงนับพันอยู่ ภายในของโถงขนาดใหญ่มาก มีผู้คนนับล้านชีวิตกำลังคุกเข่าก้มหัวอยู่ ทางด้านหน้าของผู้คนที่กำลังคุกเข่าอยู่ ได้มีบัลลังก์สีทองที่เต็มไปด้วยลวดลายมังกรที่ปลดปล่อยกลิ่นอายที่สุดแสนจะลึกล้ำออกมา ซึ่งมีคนกำลังนั่งอยู่ เป็นบุรุษที่กำลังนั่งอยู่ที่บัลลังก์สีทอง หน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตร ผมสีดำยาวสยายลากยาวไปจนถึงช่วงบริเวณเอว เขาสวมผ้าคลุมสีดำ-ทอง ที่เต็มไปด้วยอักขระที่ไม่สามารถอ่านออกได้ ถ้าหากดูจากรูปลักษณ์ภายนอกอาจจะเห็นเป็นบุรุษหนุ่มที่มีอายุประมาน 20 ปีกว่าเท่านั้น
จู่ๆมิติด้านข้างตัวของบุรุษหนุ่มก็บิดเบี้ยวก่อนจะเปิดออก ก่อนจะปรากฏผู้มาใหม่ซึ่งเป็นสตรีทั้ง 3 คนที่กำลังก้าวเดินออกมาอย่างนุ่มนวล คนแรกเป็นหญิงสาวหน้าตางดงามราวกับเทพธิดา ผิวพรรณขาวราวกับหยกเนื้อดี สวมชุดลากยาวสีฟ้าอ่อน หญิงสาวเดินออกมาจากมิติอย่างช้าๆพร้อมกับสองแขนกำลังโอบอุ้มทารกน้อยวัยแรกเกิดที่กำลังหลับใกล้อยู่ ด้านหลังของหญิงสาวได้มีข้ารับใช้อีกสองคน แม้จะเป็นเพียงข้ารับใช้แต่ความงามของพวกนางสามารถเรียกได้ว่าเป็นสาวงามล้มเมืองเลยก็ว่าได้ พวกนางทั้งสองก็โอบอุ้มทารกน้อยวัย 1 ปี กับ 2 ปี เดินตามผู้เป็นนายมาอย่างใกล้ชิด
“ท่านจักรพรรดินี !!”บรรดาเหล่าผู้คนที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ เมื่อสังเกตุเห็นผู้ที่มาใหม่เป็นใครก็รีบก้มคารวะหัวติดพื้นทันที
“พวกเจ้า…ไม่จำเป็นต้องมากพิธีก็ได้ลุกขึ้นได้แล้ว”นางหันไปกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกับบรรดาเหล่าผู้ที่ก้มหัวติดพื้นอยู่
“ท่านพี่…เรื่องนี้ท่านตัดสินใจแน่แล้วใช่ไหม”หญิงสาวหันไปกล่าวกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนบัลลังก์อยู่
ชายหนุ่มก็ยังไม่ได้ตอบและยังคงนั่งหลับตาอยู่ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่
“ท่านจักรพรรดิสวรรค์…พวกข้าน้อยก็อยากทราบเช่นกัน ว่าท่านคิดจะส่งองค์ชายน้อยทั้ง 3 ลงไปที่นั้นจริงๆหรือขอรับ”ชายชราหัวหงอกที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่จึงได้เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับกล่าวถามออกไปด้วยท่าทางนอบน้อม ลมปราณรอบตัวของเขาหนาแน่นจนน่ากลัวราวกับสามารถบดขยี้กองทัพนับหลายล้านให้หายภายในพริบตาได้
“แน่นอนข้าตัดสินใจแล้ว ถ้าหากพวกเขาได้เติบโตขึ้นที่นี่ พวกเขาก็จะไม่มีวันได้รู้จักคำว่าทุกข์ยากลำบากและความอดทน และก็จะไม่มีประสบการณ์เสี่ยงๆในชีวิต ที่ข้าอยากจะส่งพวกเขาลงไปที่นั้น ก็เพื่อจะได้รับประสบการณ์มากมายในที่ที่แห่งนี้ไม่มี และที่สำคัญข้าอยากจะให้พวกเขาเติบโตและเรียนรู้ด้วยตัวเอง”ชายหนุ่มลืมตาขึ้นก่อนจะอธิบายอย่างช้าๆ
“ตะ..แต่เรื่องนี้มันจะไม่อันตรายไปหน่อยหรอขอรับ องค์ชายน้อยทั้งสามเพิ่งจะเกิดได้ไม่นาน ถ้าท่านจักรพรรดิสวรรค์ส่งองค์ชายน้อยไปที่นั้นจริงๆ ข้าน้อยกลัวมันจะอันตรายเกินไป”ชายชราหัวหงอกก็พลันเอ่ยถามขึ้นมาอีกครา
“เรื่องนั้นพวกเจ้าไม่จำเป็นต้องกังวล แม้ว่าที่นั้นจะอันตรายสำหรับพวกเขาก็จริง แต่พวกเจ้าก็อย่าลืมสิ กว่าข้าจะมาถึงจุดนี้ได้ ข้าก็มาเกิดมาจากที่แห่งนั้น ข้าเชื่อว่าลูกของข้าสามารถอยู่รอดในดินแดนด้านล่างได้สบายอยู่แล้ว”ชายหนุ่มกล่าวอย่างช้าๆ
บรรดาเหล่าผู้คนที่ได้ยินคำพูดของชายหนุ่มก็นั่งเงียบและไม่กล่าวอะไรขึ้นอีกเลย
“น้องหญิงนำลูกของเรามานี่”เมื่อได้ยินชายหนุ่มกล่าว หญิงสาวก็นำทารกน้อยวัยแรกเกิดไปวางข้างกายชายหนุ่ม ส่วนข้ารับใช้อีกสองคนก็นำทารกน้อยไปวางด้วยเช่นกันก่อนจะก้าวถอยออกมาห่างๆ
ชายหนุ่มก็หยิบกำไลออกมา 3 วงซึ่งได้ทำมาจากหยกชั้นดีเลิศจนไม่อาจประเมินค่าของมันได้ ก่อนที่เขาจะสวมใส่มันให้ลูกชายคนโต โดยกำไลหยกทั้ง 3 วงจะแกะสลักชื่อของลูกแต่ละคนเอาไว้ ลูกชายคนแรกมีชื่อว่า หลง ไป๋เฉิน อายุ 2 ปี ลูกชายคนที่สองมีชื่อว่า หลง เฮยหยุน อายุ 1 ปี และลูกชายคนเล็กมีชื่อว่า หลง จินเหอ อายุเพิ่งจะเกิดได้ไม่กี่วัน หญิงสาวที่มองดูอยู่ห่างๆก็เริ่มน้ำตาไหลช้าๆ
“น้องหญิง…เจ้าจะร้องไห้ไปทำไมกัน”ชายหนุ่มหันไปกล่าวถามหญิงสาว
“ข้า…ไม่คิดว่าท่านพี่จะส่งลูกของเราไปที่นั้นจริงๆนะสิ”หญิงสาวก็เริ่มร้องไห้
“เฮ้อ…เจ้าอยู่กับข้ามากี่หมื่นปีแล้วน้องหญิง ข้าแค่ส่งลูกของเราไปที่นั้นเพื่อที่พวกเขาทั้งสามจะได้หาประสบการณ์ใส่ตัวไว้บ้าง ข้าคิดว่าด้วยความสามารถของลูกเรา เพียงไม่กี่ร้อยปีก็คงสามารถกลับมาหาเราได้แน่นอน”ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะอธิบายให้หญิงสาวเข้าใจ
หลังจากชายหนุ่มปลอบโยนอยู่นานในที่สุดหญิงสาวก็หยุดร้องไห้ ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นจากบัลบังก์จะสะบัดข้อมือไปหนึ่งที่ก่อนจะมีห้วงมิติปรากฏอยู่เบื้องหน้า
“เอาละ…ตาเฒ่าอู๋หย่าข้าต้องรบกวนท่านแล้ว ส่วนตำแหน่งข้าได้ระบุไว้ให้แล้วมันเป็นสถานที่ที่ข้าเกิด”ชายหนุ่มหันไปกล่าวกับชายชราหัวหงอก
“ขอรับท่านจักรพรรดิสวรรค์…ให้เป็นหน้าที่ของตาเฒ่าผู้นี้ไปส่งองค์ชายน้อยทั้งสามเอง ตาเฒ่าผู้นี้ไม่ได้กลับไปดินแดนด้านล่างมาหลายหมื่นปีแล้ว”ชายชราก็พยักตอบ
“ท่านจักรพรรดินีไม่จำเป็นต้องกังวลหรอกขอรับ ให้เป็นหน้าที่ของตาเฒ่าผู้นี้ดูแลองค์ชายน้อยทั้งสามเอง จนกว่าองค์ชายน้อยจะเติบโต ตาเฒ่าผู้นี้จะคอยช่วยเหลือเอง”ชายชราหัวหงอกหันไปทางหญิงสาวก่อนจะก้มหัวและกล่าว
“พวกเจ้าทั้งหมดจงฟัง…ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามพวกเจ้ายื่นมือแทรกเข้าไปยุ่งเรื่องลูกของข้าเด็ดขาด”ชายหนุ่มหันไปกล่าวกับบรรดาเหล่าผู้คนกำลังนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า แม้จะเป็นเพียงการกล่าวธรรมดาแต่เสียงก็ดังก้องไปทั่ว
“รับทราบขอรับ…ท่านจักรพรรดิสวรรค์”บรรดาผู้คนที่กำลังนั่งคุกเข่าคุกอยู่ก็กล่าวออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ถ้าผู้เฒ่าอู๋หย่าพูดเช่น…ข้าก็เบาใจลงแล้ว ฝากดูแลลูกๆของข้าด้วย”หญิงสาวหันไปกล่าวกับชายชราหัวหงอกด้วยท่าทางขอบคุณ
เมื่อชายชราหัวหงอกได้ยินเช่นก็พยักหน้าช้าๆก่อนจะใช้พลังปราณห่อหุ้มร่างกายของทารกน้อยทั้งสามไว้และเดินเข้าไปในห้วงมิติที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทันที
–
–
–
–
12 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ภายในหุบเขาลึก ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองไกลมาก ได้มีเด็กหนุ่มทั้งสามกำลังฝึกซ้อนกันอย่างขะมักเขม้น โดยเด็กหนุ่มสองคนกำลังต่อสู้กันอยู่ ส่วนอีกคนกำลังนั่งบ่มเพาะพลังอยู่
ย๊าก~~~~~~~ !!
รอบตัวของเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งบ่มเพาะพลังอยู่ ฉับพลันพลังปราณก็ปะทุออกมาพร้อมกับเสียงคำรามของเด็กหนุ่ม จนทำให้เด็กหนุ่มอีกสองคนที่กำลังต่อสู้กันอยู่ก็หยุดชะงักลงก่อนจะเดินมาหาเขา
“น้องเล็ก…นี่เจ้า !!”หลงไป๋เฉินก็กล่าวด้วยน้ำเสียงตกใจเล็กน้อย
“น้องเล็ก…ความก้าวหน้าของเจ้ารวดเร็วมาก”หลงเฮยหยุนยิ้มก่อนจะเดินไปตบไหล่ของเด็กหนุ่มตรงหน้า
“พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านกล่าวชมข้าเกินไปแล้ว ข้าเพิ่งจะบรรลุปราณเริ่มต้นขั้นที่7″หลงจินเหอ กล่าวพลางใช้มือเกาหัวไปด้วยด้วยท่าทางเคอะเขิน
“แล้วท่านละพี่ใหญ่ ใกล้จะบรรลุปราณเริ่มต้นขั้นที่ 10 หรือยัง”หลงจินเหอหันไปกล่าวถามหลงไป๋เฉิน
“ยังเลย คงจะอีกนานข้าเพิ่งจะบรรลุขั้น 9 มาไม่นานเอง”หลงไป๋เฉินส่ายหน้าอย่างช้าๆ
“เอาละ พี่ใหญ่ น้องเล็ก พวกเราควรจะกลับกันได้แล้ว เดี๋ยวจะค่ำซะก่อน แถวนี้ช่วงดึกชอบมีสัตว์อสูรปรากฏออกมาบ่อยครั้งด้วย”หลงเฮยหยุนก็กล่าวแทรกขึ้นมา
“ก็ดีเหมือนกัน…เดี๋ยวท่านปู่อู๋หย่าจะเป็นห่วงเอาได้”หลงไป๋เฉินพยักอย่างช้าๆ
“พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านเคยสงสัยไหมว่าเหตุใดท่านพ่อกับท่านแม่ถึงทอดทิ้งเราเอาไว้ที่นี่”ระหว่างที่ทั้งสามกำลังเดินทางกลับที่พัก จู่ๆหลงจินเหอก็กล่าวขึ้นมา
“เอาอีกแล้วน้องเล็ก เจ้าถามคำถามนี้มาเป็นร้อยๆรอบแล้วนะ ข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่าจะเป็นเพราะเหตุใด บางที่พวกท่านอาจจะมีเหตุผลที่ต้องทำอย่างนี้แน่นอน ถ้าอยากรู้จริงๆพวกเราก็ควรจะรีบแข็งแกร่ง เพื่อที่จะได้ตามหาพวกท่านทั้งสองกัน”หลงไป๋เฉินใช้มือลูบคางพลางกล่าวไปด้วย
“เหตุใดพี่ใหญ่จึงคิดเช่นนั้นละ”หลงจินเหอหันไปถามหลงไป๋เฉิน
“ถ้าพวกท่านทั้งสองทอดทิ้งพวกเราจริงๆ แล้วจะให้กำไลหยกที่สลักชื่อของพวกเราไว้ทำไม นี่คือเหตุผลที่ข้าคิดว่าพวกท่านทอดทิ้งพวกเราเพราะอาจจะมีเหตุผลจำเป็นก็ได้”หลงไป๋เฉินอธิบายพลางชูแขนขึ้นจนมองเห็นกำไลหยกได้อย่างชัดเจน
“ข้าเคยพยายามกล่าวถามเรื่องนี้กับท่านปู่อู๋หย่าอยู่หลายครั้ง แต่ก็ต้องพบเจอแต่ความล้มเหลว”หลงเฮยอวิ๋นกล่าวพลางส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง
_______________________________________
อีก 3 เดือนกว่าจะปลดประจำการ
ช่วงมีเวลาว่างนิดหน่อย ผมเลยจัดการรีใหม่เสียเลย จะพยายามหาเวลามาแก้คำผิดต่างๆให้ครบไปจนถึงตอนปัจจุบัน อาจจะต้องใช้เวลานานหน่อย
ทิ้งท้ายอีกเรื่อง จะพยายามเขียนชื่อตอนไว้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีคนขอมา เวลาจะย้อนกลับมาอ่านแล้วจำชื่อตอนไม่ได้ เพราะไม่ได้เขียนเอาไว้