War of Ancient Emperor - ตอนที่ 2 แยกจาก
หลังจากนั้นทั้งสามพี่น้องเดินคุยกันมาเรื่อยๆจนในที่สุดก็มาถึงที่พัก ซึ่งเป็นบ้านไม้หลังไม่ใหญ่มาก แต่ก็เพียงพอที่จะให้ 4 คน อาศัยอยู่ร่วมกันได้อย่างไม่มีปัญหา
“ท่านปู่อู๋หย่า พวกเรากลับมากันแล้ว”เมื่อหลงไป๋เฉินเดินเข้ามาภายในบ้าน จึงตะโกนเรียกออกไปแต่ทว่ากลับไม่มีเสียงตอบกลับ
“พี่ใหญ่ บ้านมืดขนาดนี้สงสัยท่านปู่อู๋หย่าคงไม่อยู่ละมั้ง”หลงเฮยหยุนที่เดินตามเข้ามาติดๆก็เอ่ยขึ้นมา
“พี่ใหญ่ พี่รอง มาดูนี้เร็วเข้า”หลังจากนั้นหลงจินเหอได้เปิดไฟภายในบ้าน แล้วก็พบว่ามีจดหมายถูกวางอยู่บนโต๊ะอาหารของพวกเขา
“จดหมายนี่มัน…ลายมือของคุณปู่อู๋หย่า”หลงไป๋เฉินเดินไปหยิบจดหมายขึ้นมาดูก่อนจะกล่าว
‘ไป๋เฉิน เฮยหยุน จินเหอ ถ้าพวกเจ้าทั้งสามได้อ่านจดหมายอันนี้แล้วก็แสดงว่าข้านั้นเดินทางไปไกลแล้ว พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับข้า ข้ามีเรื่องสำคัญที่ต้องไปทำให้เสร็จสิ้น ถ้าหากพวกเจ้ายังคงเลือกที่จะเดินบนเส้นทางของผู้ฝึกตน สักวันหนึ่งเมื่อพวกเจ้าแข็งแกร่งขึ้น พวกเจ้าก็จะได้พบกับข้าอีกครั้ง พวกเจ้าจงเก็บข้าวของให้เรียบร้อย ยามรุ่งเช้าจะมีคนมารอรับพวกเจ้าทั้งสาม ข้าได้เลือกสถานที่และผู้คนที่เหมาะจะดูแลพวกเจ้าแต่ละคนเอาไว้ให้แล้ว ถึงเวลาที่พวกเจ้าจะเลือกเดินเส้นทางของตัวเองแล้ว’หลังจากทั้งสามคนได้อ่านเนื้อในจดหมายต่างก็นิ่งเงียบอยู่เป็นเวลานาน
“พี่ใหญ่ เรื่องนี้มัน…”หลงจินเหอหันไปมองหลงไป๋เฉิน
“เฮ้อ…ข้าคิดไว้อยู่แล้วว่าเรื่องแบบนี้สักวันก็ต้องเกิด แต่ก็ไม่คิดว่าจะเร็วถึงเพียงนี้”หลงไป๋เฉินถอนหายใจก่อนจะกล่าว
“ถ้าเป็นอย่างที่คุณปู่อู๋หย่าเขียนไว้จริงๆพวกเราก็ควรจะเตรียมตัวกันเถอะ”หลงเฮยหยุนก็กล่าวแทรกขึ้นมา
ขณะที่ทั้งสามคนจัดการเก็บข้าวของเสร็จแล้วก็ทานอาหารก่อนจะไปแช่บ่อน้ำร้อนหลังบ้านด้วยกัน
“พี่ใหญ่ พี่รอง ข้าขอถามอะไรหน่อยสิ”หลงจินเหอที่แช่น้ำร้อนอยู่หันไปทางหลงไป๋เฉินกับหลงเฮยหยุน
“มีอะไรงั้นหรอ น้องเล็ก”หลงไป๋เฉินไม่ได้กล่าวแต่เป็นหลงเฮยหยุน
“ช่วงหลังๆมานี่ร่างกายของพวกท่านมีสิ่งใดแปลกไปบ้างหรือเปล่า”หลงจินเหอกล่าวถาม
“แปลกแบบใด?งั้นหรอ”หลงไป๋เฉินก็กล่าวแทรกขึ้นมาอีกครา
“ก็แบบว่า…ช่วงหลังๆมานี้ ข้ารู้สึกว่าร่างกายมันกำลังมีการเปลื่ยนแปลง ข้าหมายถึงภายในร่างกายนะไม่ใช่ภายนอก แล้วก็อีกเรื่องคือเมื่อข้าอายุครบ 12 ปี ตั้งแต่หลายเดือนก่อน ทุกๆครั้งที่ข้านอนหลับ ข้าจะไม่เคยได้นอนหลับลึกเลยเพราะข้าจะฝันเห็นสิ่งเดิมซ้ำๆ”หลงจินเหอก็เริ่มเล่า
“ฝัน..เจ้าฝันเห็นอะไรน้องเล็ก”จู่ๆหลงเฮยหยุนที่นั่งแช่น้ำอยู่ก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที
“มันเป็นความฝันที่มืดมากๆ ตัวข้าอยู่ภายในโลกที่มืดมิดราวกับไม่มีที่สิ้นสุดและภายในความมืดมิดนั่นมีดวงตาสีทองขนาดใหญ่กำลังจ้องมองมาที่ข้าตลอดเวลา มันจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่ข้านอนและฝันเห็น”แม้หลงจินเหอจะรู้สึกตกใจที่จู่ๆหลงเฮยหยุนลุกขึ้นมาแต่ก็ยังคงเล่าต่อ
“น้องเล็ก…มันก็เป็นเพียงความฝันเท่านั้น เจ้ากังวลมากไปแล้ว ข้าคิดว่าอีกไม่นานเดี๋ยวเจ้าก็จะลืมมันไปเอง”หลงไป๋เฉินกล่าวอย่างช้าๆไม่ได้วิตกกังวลอะไร
“ข้าก็หวังว่ามันจะเป็นเช่นนั้น เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน แช่นานไปมันจะไม่ดีต่อร่างกาย พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านก็ควรจะขึ้นมาได้แล้ว”เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลงจินเหอก็เพียงแค่พยักหน้าก่อนจะหันไปกล่าวกับอีกสองคนที่แช่อยู่ก่อนจะเดินกลับเข้าไปภายในบ้าน
“ขอแช่อีกสักประเดี๋ยว พวกเราจะตาม”หลงเฮยหยุนและหลงไป๋เฉินกล่าวขึ้นมาพร้อมกัน หลังจากเป็นหลงจินเหอออกไปแล้ว สีหน้าทั้งสองก็พลันเปลื่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที
“พี่ใหญ่ ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีแค่เราสองคนที่ฝันเห็นดวงตาแปลกๆนั้น แม้แต่น้องเล็กก็เห็นเหมือนกับเรา”หลงเฮยหยุนหันไปหาหลงไป๋เฉินก่อนจะกล่าวถาม
“อื้ม..ดูเหมือนร่างกายของเราจะมีบางสิ่งอาศัยอยู่ก็เป็นไปได้”หลงไป๋เฉินกล่าวช้าๆ
“ทำไมพี่ใหญ่จึงคิดเช่นนั้นละ?”หลงเฮยหยุนหันไปถามอีกครา
“ช่วงแรกๆที่ข้าฝันเห็นแบบนั้น มันทำให้ข้ารู้สึกกลัวมาก แต่ช่วงหลังๆทุกครั้งที่ฝันเห็นดวงตานั่น ข้าพยายามที่จะไม่กลัวเมื่ออยู่ต่อหน้ามัน ข้าพยายามที่จะสื่อสารและพูดคุยกับมัน ดูเหมือนมันจะไม่ได้ยินคำพูดของข้าเลย”หลงไป๋เฉินกล่าวพลางถอนหายใจไปด้วย
“แท้จริงแล้วเจ้าสิ่งที่อยู่ภายในความฝันของเรามันคืออะไรกันแน่ พี่ใหญ่เห็นดวงตาสีขาว ข้าเห็นดวงตาสีดำ ส่วนน้องเล็กเห็นดวงตาสีทอง”หลงเฮยหยุนกล่าวพร้อมกับทำสีหน้างงงวย
“เอาน่าน้องรอง…เจ้าอย่าไปคิดมากเลย อย่างน้อยที่ข้ารู้อยู่อย่างหนึ่งคือดวงตาในความฝันนั้นมันไม่ได้คิดจะทำร้ายพวกเรา อีกอย่างข้าคิดว่าสักวันพวกเราก็จะรู้เอง ว่าสิ่งนั้นแท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่”หลงไป๋เฉินกล่าวจบก็ลุกขึ้นจากบ่อน้ำร้อนและกลับเข้าไปในบ้าน หลงเฮยหยุนก็เดินตามหลังมาติดๆ
หลังจากเช็ดเนื้อตัวเปลื่ยนเสื้อผ้าเสร็จสับแล้วทั้งสามคนเข้านอนทันที ทั้งสามนอนในห้องเดียวกันแต่แยกเตียงนอน
“พี่รอง…ท่านปู่อู๋หย่าบอกว่าจะหาคนที่เหมาะจะดูแลพวกเราให้ ท่านคิดว่าจะเป็นคนแบบไหนหรอ”หลงจินเหอที่นอนอยู่จู่ๆก็เอ่ยถามขึ้นมา
“ข้าก็ไม่รู้ ตั้งแต่ท่านปู่เลี้ยงดูเรามา ข้าก็ไม่เคยเห็นท่านปู่ออกไปจากหุบเขาแห่งนี้เลยสักครั้ง แต่ก็ยังคงหาตำราความรู้มาให้พวกเราเรียนรู้อยู่ตลอด แม้ว่าท่านปู่จะทำตัวลึกลับไปบ้าง แต่ข้าคิดว่าคนที่ท่านปู่เลือกมาให้เหมาะกับเราทั้งสามก็ต้องเป็นคนดีแน่นอน”หลงเฮยหยุนที่นอนหลับตาอยู่ก็กล่าวอย่างช้าๆ
่่าน”พี่ใหญ่แล้วท่านละคิดว่ายังไง”หลงจินเหอเอ่ยถามหลงไป๋เฉิน
“สำหรับข้าจะเป็นใครก็ได้ ขอแค่ทำให้พวกเราแข็งแกร่งขึ้นได้โดยเร็วก็เพียงพอแล้ว”หลงไป๋เฉินลุกขึ้นมานั่งก่อนจะหันออกไปทางหน้าต่าง
“ความแข็งแกร่ง…ข้ารู้ว่าพวกเราต้องตามหาท่านพ่อกับท่านแม่ แต่เหตุใดพี่ใหญ่ต้องรีบขนาดนั้นด้วยเล่า?”หลงจินเหอลุกมาขึ้นนั่งหัวเตียงก่อนจะหันไปถาม
“น้องเล็ก…เจ้าอย่าลืมสิว่าท่านปู่อู๋หย่าไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว แสดงว่าครอบครัวเรามีกันอยู่แค่สามคนเท่านั้น หากข้าที่เป็นพี่ใหญ่ไม่แข็งแกร่ง แล้วจะปกป้องพวกเจ้าได้อย่างไร”หลงไป๋เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ใครเป็นคนบอกกันว่าจะให้พี่ใหญ่มาปกป้อง ข้าต่างหากที่จะปกป้องพี่ใหญ่กับน้องเล็กเอง”หลงเฮยหยุนที่นอนหลับตาอยู่ก็พลันลืมตาขึ้นมาทันที
“เฮ้ เฮ้ เฮ้ เป็นข้าต่างหากที่จะปกป้องพี่ใหญ่กับพี่รองเอง ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นและแซงพวกท่านให้ได้”หลงจินเหอก็กล่าวแทรกขึ้นมา
“ผิดแล้วน้องเล็กเป็นข้าต่างหาก ดูเหมือนเจ้าจะมั่นใจเหลือเกินนะน้องเล็ก เช่นนั้นข้าต้องดูว่าเจ้ามีสามารถอย่างที่ว่าหรือไม่”หลงเฮยหยุนกล่าวจบก็หยิบหมอนขึ้นมาจากหัวเตียงก่อนจะใส่แรงและกว้างใส่หลงจินเหอ หลงจินเหอที่เห็นเช่นนั้นก็หยิบหมอนของตัวเองและทำการปากลับคืนทันที
หลังจากทั้งสองคนเล่นสงครามหมอนก็กลายเป็นสามคนทันที เพราะหลงไป๋เฉินก็ร่วมวงด้วย ทั้งสามคนล้วนเต้มไปด้วยความสุขหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน จนผ่านสักระยะเวลาหนึ่งในที่สุดก็จบลงก่อนจะแยกย้ายกันเข้านอน
ยามรุ่งเช้า
บนยอดเขาสูง มีเด็กหนุ่มทั้งสามคนสวมชุดสีขาวกำลังยืนอยู่แม้ทั้งสามจะอายุไล่เลี่ยกัน 12 13 และ 14 ปี แต่ใบหน้าของทั้งสามคนล้วนหล่อเหลาราวเทพบุตรลงมาจุติ
“พี่ใหญ่ ท่านแน่ใจว่าใช่ตำแหน่งนี้ที่จะมีคนมารับเรา”หลงเฮยหยุนหันไปถาม
“ไม่ผิดแน่…ข้าว่าเราคงจะมาเร็วเกินไปละมั้ง”หลงไป๋เฉินกล่าวอย่างช้าๆ
“พี่ใหญ่ พี่รอง ใช่คนพวกนั้นหรือเปล่า”หลงจินเหอชี้ไปบนท้องฟ้าอันกว้างไกล ซึ่งเห็นเงาของคน สามคนกำลังเหาะมาอย่างรวดเร็ว
ทั้งสามคนที่มาใหม่เป็นผู้ชายทั้งหมด คนแรกเป็นชายผอมร่างเล็กวัย 30 ปี สวมชุดยาวสีเขียว คนที่สองเป็นชายผอมแต่ตัวสูง วัย 40 ปี สวมชุดธรรมดาสีขาว ส่วนคนที่สามเป็นชายหนุ่มวัย 20 ปีกว่า สวมชุดยาวสีฟ้า จากนั้นชายผู้มาใหม่ทั้งสามคนลอยมาหยุดอยู่บนท้องฟ้าเหนือของเด็กหนุ่มแซ่หลงทั้งสามคน
‘นี่นะหรือคือคนที่ท่านผู้นั้นฝากดูแล…ยังเป็นเด็กกันอยู่เลย’หลังจากชายผู้มาใหม่ทั้งสามจ้องมองเด็กหนุ่มแซ่หลงทั้งสามก็คิดเป็นสิ่งเดียวกันหมด
______________________________________________________________________________