War of Ancient Emperor - ตอนที่ 22 เดิมพัน
“ศิษย์พี่ ท่านมาหาข้า..มีเรื่องอะไรให้ช่วยงั้นรึ?”
หลงจินเหอกล่าวถามเพื่อให้นางลืมเรื่องเสียงเมื่อครู่
“อ่อ...จริงสิ ข้าเกือบลืมไปแล้ว เจ้ารับนี่ไป ท่านเจ้านิกายบอกให้เอามาให้เจ้า”
ศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยจึงหยิบจดหมายออกมาก่อนจะยื่นให้หลงจินเหอ
“จดหมายนี่คือ?”หลงจินเหอมองของภายในมือและเงยหน้ามองไปที่ศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ย
“เจ้าลองเปิดดูเอา เจ้าก็เดี๋ยวก็จะรู้เอง”
ศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยกล่าว
เมื่อหลงจินเหอเปิดซองจดหมายออกและเริ่มอ่านเนื้อหาภายใน เขาก็ทราบได้ทันที
“การประลองจัดอันดับ?”หลงจินเหอบ่นพึมพัม
“ถูกต้อง นี่คือการประลองจัดอันดับของศิษย์หลักภายในนิกาย งานประลองนี้จะถูกจัดขึ้นทุกหนึ่งปี”
ดูเหมือนนางจะได้ยินคำพูดของหลงจินเหอจึงรีบกล่าวเพื่ออธิบาย
“งั้นก็หมายความว่า ศิษย์หลักทั้งหมดภายในนิกายต้องมารวมกันทั้งหมดเลย?”
หลงจินเหอถามด้วยความสงสัย
“ถูกต้อง ต่อให้เป็นศิษย์ที่ออกไปทำภารกิจข้างนอกก็ต้องรีบกลับมาให้ทันงาน งานประลองจัดอันดับก็เหมือนกับงานตอนรับศิษย์หลักรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้ามาของปีนี้ หนึ่งคนจะสามารถเลือกคู่ต่อสู้ได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น ฉนั้นเจ้าควรจะเตรียมตัวให้พร้อม ถ้าหากเจ้าถูกท้าประลองก็จะไม่สามารถปฏิเสธได้มีแต่ต้องสู้เพียงอย่างเดียว”ศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยกล่าวต่อ
“ข้าเข้าใจแล้ว เรื่องแค่นี้ไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับข้าอยู่แล้ว”หลงจินเหอพยักหน้าเล็กน้อย
“จินเหอ เจ้าไม่ควรจะประมาทและดูถูกคู่ต่อสู้ทั้งที่เจ้ายังไม่รู้จักจะดีกว่านะ”เมื่อได้ยินคำกล่าวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยจึงกล่าวเตือน
“ศิษย์พี่ ท่านหมายความว่าไง?”
หลงจินเหอเอียงคอเล็กน้อยก่อนจะกล่าว
“แม้ว่าจะมีสถาณะเป็นศิษย์หลักเหมือนกัน เจ้าอาจจะคิดว่าระดับพลังลมปราณของคนอื่นก็คงไม่ต่างจากเจ้ามาก ข้าจะบอกว่าเจ้าคิดผิดถนัดเลย ข้าเคยเจอศิษย์หลักรุ่นเก่าอยู่หลายคน ถ้าหากข้าจำไม่ผิดระดับพลังลมปราณของพวกนั้นควรจะอยู่ชั้นปราณปฐพี แต่ดูระดับพลังลมปราณของเจ้าในตอนนี้สิ ระดับปราณก่อตั้งขั้นที่สี่ เจ้ายังคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับเจ้าอีกต่อไปไหม?”ศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“อะไรนะ! ระดับปราณปฐพี ศิษย์พี่..ท่านกำลังจะบอกว่าศิษย์หลักทั้งหมดอยู่ระดับปราณปฐพีกันหมดแล้ว?”
เมื่อได้ยินคำพูดของนาง หลงจินเหอก็รู้สึกตกใจอย่างมาก
เนื่องจากมันผิดกับสิ่งที่หลงจินเหอคาดคิดเอาไว้มาก แม้ว่าหลงจินเหอจะเคยสู้กับหัวหน้าโจรป่าที่อยู่ระดับปราณจิตขั้นที่หนึ่งมาแล้ว แม้ว่าจะชนะมาอย่างไม่ยากลำบากอะไร แต่ก็สูญเสียพลังลมปราณไปเยอะอยู่พอสมควร
แต่ว่าคราวนี้ไม่ได้เป็นระดับปราณจิต แต่เป็นถึงระดับปราณปฐพีที่มากกว่าระดับปราณจิตถึงหนึ่งช่วงชั้นใหญ่
“เฮ้อ ดูเหมือนเจ้าจะเข้าใจความหมายของข้าผิดสินะ ศิษย์หลักที่อยู่ระดับปราณปฐพีนั้นมีอยู่ส่วนน้อย ส่วนมากจะอยู่ในระดับปราณแท้จริงกับระดับปราณจิตมากกว่า ข้าคิดว่าแค่เจ้าเจอกับระดับปราณแท้จริงก็น่าจะตึงมือสำหรับเจ้าแล้ว แต่ถึงแม้เจ้าจะแพ้ไปก็ไม่จำเป็นต้องเสียใจไปหรอกนะ เพราะเจ้ายังเด็กกว่าพวกนั้นอยู่มาก”
ศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยถอนหายใจก่อนจะกล่าวพร้อมกับเดินมาลูบหัวของหลงจินเหออย่างเบามือ
“เฮ้!ศิษย์พี่..ดูเหมือนท่านจะดูถูกข้าเกินไปแล้วนะ ถึงท่านจะเห็นข้าเป็นแบบนี้ แต่ข้าก็แข็งแกร่งกว่าที่ตาท่านเห็นอีกนะ”
หลงจินเหอจับข้อมืออันขาวเนียนราวกับหิมะของศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยออกมาจากหัวก่อนจะกล่าว
“หื้มม! ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีความมั่นใจในตัวเอง เอางี้เป็นอย่างไร เรามาพนันกันสักหน่อยไหม”
ศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยเผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ขึ้นมา
“พนัน? ท่านต้องการพนันเรื่องอะไรงั้นรึ?”
หลงจินเหอชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะถามกลับ
“ถ้าหากว่าเจ้าพ้ายแพ้ในการประลองจัดอันดับ เจ้าต้องมาเป็นคนรับใช้ของข้าเป็นเวลาสิบวันเป็นไง”นางทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะกล่าว
“แน่นอนไม่มีปัญหา เรื่องเล็กน้อยแค่สิบวัน”
หลงจินเหอพยักหน้าตอบทันทีทันใด เพราะเขาคิดว่าคงไม่มีทางแพ้อย่างแน่นอน ต่อให้พ่ายแพ้ก็แค่ยอมติดตามศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยเป็นเวลาสิบวัน คงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
“ถ้าหากว่าข้าชนะล่ะศิษย์พี่ ท่านจะให้อะไรแกข้า?”หลงจินเหอถามกลับอีกรอบ
“จะให้ข้าทำสิ่งใดก็ได้ ขอเป็นเพียงสิ่งที่ข้าสามารถทำได้”ศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
เมื่อได้ยินคำพูดของฮัวเหม่ย หลงจินเหอก็เผยรอยยิ้มที่แสนชั่วร้ายที่มุมปากทันที
“ข้อเสนอของข้าเป็นเรื่องที่ง่ายมาก ถ้าหากข้าชนะ ศิษย์พี่..ท่านจะต้องจูบข้า”
หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนกับมันเป็นแค่เรื่องธรรมดา มีสาวงามมายื่นข้อเสนอให้ขนาดนี้ ถ้าหากไม่เลือกแบบนี้ก็คงเสียดายแย่
แม้ว่าตัวเขาในตอนนี้อาจจะยังไม่รู้จักความรักก็ตาม แต่เขาเคยอ่านเจอในตำรามานับไม่ถ้วน
ความงามถึงขนาดสามารถล่มเมือง หลงจินเหอคิดว่าศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยก็คงเป็นหนึ่งในนั่น
ความงามที่ทำให้บุรุษกล้านับไม่ถ้วนต่างยอมเสียสละอย่างมากมาย
เพียงเพื่อจะทำให้นางนั่นพึงพอใจ
“จินเหอเจ้าลามก นี่เจ้า”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาหงส์ของศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที
“ข้าทำไมงั้นรึศิษย์พี่? ท่านเป็นคนพูดเองไม่ใช่ว่าจะให้ทำสิ่งใดก็ได้ ท่านกำลังจะกลับคำของตนเอง?”หลงจินเหอกล่าวต่อ
“กะ-ก็ได้ ข้าตกลง”ศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยชะงักไปเล็กน้อย สุดท้ายนางจึงถอยหายใจละยอมตกลงไป ไม่มีทางเลือก
เนื่องจากนางไม่คิดว่าหลงจินเหอจะชนะอยู่แล้ว
“ดี! เมื่อเวลานั้นมาถึงท่านห้ามผิดคนพูดเด็ดขาด”หลงจินเหอกล่าวย้ำเตือนนางอีกรอบ
“เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนผิดคำพูดหรือไง?”
ศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยใช้นิ้วมาชี้ที่หน้าตัวเอง พร้อมกับกระพริบตาอยู่หลายครั้ง
“ศิษย์พี่ เหลือเวลาอีกกี่วันกว่าการประลองจะเริ่มขึ้น”หลงจินเหอกล่าวต่อ
“เหลือเวลาอีกสามเดือน หลังจากนี้เจ้าต้องตั้งใจฝึกเข้านะ ข้าก็ต้องไปฝึกกับท่านพี่เช่นกัน”ศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยกล่าว
“ข้าทราบแล้ว โชคดีนะศิษย์พี่ อีกตั้งสามเดือนกว่าจะได้พบกันอีกครั้ง”หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าลงเล็กน้อย
“ปล่อยได้แล้ว เจ้าไม่ปล่อยข้าจะไปได้อย่างไร”เมื่อนึกขึ้นได้นางจึงหน้าแดงเล็กน้อย
“ปล่อยอะไรงั้นหรือศิษย์พี่?”หลงจินเหอแกล้งทำเป็นไม่รู้
“มือของเจ้าไง จะจับไปอีกนานถึงไหน”
ศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยชูมือขึ้นมาก็พบว่ามือของหลงจินเหอยังจับมือของนางไว้ไม่ปล่อย
หลงจินเหอจับมือของนางตั้งแต่ที่นางใช้มือมาลูบหัวของหลงจินเหอ
“ขอโทษที…พอดีข้าลืมตัว”
หลงจินเหอยิ้มเล็กน้อยก่อนจะปล่อยมือของนาง
“หื้มม!! คนฉวยโอกาส”
ศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยกระทืบเท้าเล็กน้อยก่อนจะรีบเดินจากไป
“เฮ้อ ดูเหมือนว่าจะหมดเวลาเล่นสนุกแล้วสินะ”หลังจากที่ศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยเดินจากไปแล้ว สีหน้าของหลงจินเหอก็พลันเปลื่ยนมาเป็นจริงจังทันที
“มันแทบจะเป็นไม่ได้เลย ในช่วงเวลาสามเดือนที่ข้าจะสามารถต่อสู้กับระดับปราณปฐพีได้”หลงจินเหอบ่นพึมพัม
‘แต่เดี๋ยวก่อน ข้าเป็นศิษย์หลักรุ่นใหม่ โอกาสที่ศิษย์หลักรุ่นเก่าจะเลือกศิษย์หลักรุ่นใหม่นั้นมีน้อยมาก เนื่องจากพวกมันรู้อยู่แล้วว่ายังไงสู้ไปก็ชนะหรือนอกเสียจากจะมีความบาดหมางต่อกัน ต่อให้ชนะไปพวกมันก็ไม่ได้รับชื่นชมอยู่ดี ยังไงก็เป็นถึงการประลองจัดอันดับของศิษย์หลัก ส่วนมากพวกมันจะต้องเลือกที่จะสู้กันเองเสียมากกว่า ยังไงซะอันดับของพวกมันก็ต้องมีค่ามากกว่าอยู่แล้ว เพราะว่ากฏคือสามารถเลือกคู่ต่อสู้ได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น’
หลงจินเหอได้แต่คิดในใจ
“ข้าจะประมาทไม่ได้ หากพวกมันเลือกข้าขึ้นมาจริง ข้าคงจะต้องหาวิธีรับมือ ไม่งั้นต้องพ้ายแพ้อย่างน่าอับอายแน่”
หลงจินเหอกลับมานอนอยู่บนเตียงของเขาพร้อมกับบ่นพึมพัมอยู่คนเดียว
“จะว่าไปมันก็มีอยู่ทางหนึ่ง วิธีที่จะสามารถต่อสู้กับระดับปราณปฐพีได้”
จู่ๆหลงจินเหอก็เหมือนจะนึกบางอย่างออกก็ลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่หลงจินเหอนึกออกเมื่อครู่ก็คือ’เคล็ดวิชาลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่างกาย’ตอนนี้หลงจินเหอสามารถบรรลุแค่ขั้นที่หนึ่งเท่านั้น
ถ้าหากหลงจินเหอสามารถบรรลุขั้นที่สองของ’เคล็ดวิชาลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่างกาย’ความแข็งแกร่งของร่างกายก็จะเพิ่มขึ้นเป็นห้าสิบเท่า
เมื่อถึงตอนนั้นอย่าว่าแต่ระดับปราณปฐพีขั้นต้นเลย ต่อให้เป็นระดับปราณปฐพีขั้นกลาง หลงจินเหอก็คิดว่าสามารถรับมือได้อย่างแน่นอน
“เสี่ยวหง!ออกมาได้แล้ว เสี่ยวหงเจ้าหายไปไหนแล้ว”
หลงจินเหอพยายามเรียก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ
_________________________________________________________________________________________________________