War of Ancient Emperor - ตอนที่ 41 หนึ่งหมัด
“คิดไม่ถึงว่าจะเจอกันที่นี่ พี่ชายซานอวิ้น”
หลงจินเหอเงยหน้าพร้อมกับมองขึ้นไปบนแท่นเสาสวรรค์ที่ซานอวิ้นกำลังยืนอยู่
“ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า! ข้านึกว่าเจ้าจะไม่มาเสียแล้ว”
ซานอวิ้นกระโดดลงจากแท่นเสาสวรรค์ เขามาหยุดอยู่ตรงหน้าของหลงจินเหอ
“ดูเหมือนว่าข้าจะยังมาทัน”
หลงจินเหอพึมพัมออกมาอย่างแผ่วเบา
“การต่อสู้ของแท่นเสาสวรรค์ที่สี่เพิ่งจะจบไป ถ้าหากเจ้ามาช้ากว่านี้ อาจจะไม่ทันแน่”
ซานอวิ้นพยักหน้าพร้อมกล่าวต่อ
ปัง!
อ๊ากกก!
ทว่าขณะที่หลงจินเหอกำลังพูดคุยอยู่กับซานอวิ้น อยู่นั้นก็มีร่างของชายหนุ่มลอยมาตกอยู่ด้านหน้าของทั้งสองคน ก่อนร่างนั้นจะหมดสติลงไป
“ใครยังต้องการจะครอบครองแท่นเสาสวรรค์ที่ห้าอีก เชิญขึ้นมาได้เลย”
หลังจากที่ชายหนุ่มด้านหน้าของหลงจินเหอหมดสติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พลันมีเสียงของผู้ชายดังขึ้นมาอีก
เมื่อหลงจินเหอหันไปมองทางต้นเสียง เขาก็พบว่าเป็นชายหนุ่มอีกคน ซึ่งกำลังยืนอยู่ด้านล่างของแท่นเสาสวรรค์ที่ห้า
“ดูเหมือนว่าจะเริ่มแล้ว”
ซานอวิ้นหันมากล่าวกับหลงจินเหอ
“น้องชายเจ้าอะเอายังไงต่อ”
ซานอวิ้นกล่าวต่อ
“ถามมาได้พี่ชาย มาขนาดนี้แล้ว ข้าคงไม่กลับไปมือเปล่าแน่”
หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า! พูดได้ดี”
“แม้ว่าคู่ต่อสู้จะระดับสูงกว่า แต่เจ้าก็ยังคงไม่เกรงกลัว เพราะแบบนั้น ข้าถึงคิดว่าเจ้าดูน่าสนใจ”
ซานอวิ้นหัวเราะขึ้นมา พร้อมกับตบไหล่ของหลงจินเหออย่างเบามือ
“เจ้านั่นชื่อ ฮันเทียน อยู่ระดับปราณจิตขั้นที่สิบ”
“ข้ารู้ว่าสำหรับเจ้าคงไม่น่าจะเป็นเรื่องยากที่จะจัดการ”
“แต่คนที่เจ้าควรจะระมัดระวัง ไม่ใช่ฮันเทียน แต่เป็นฮันหลางพี่ชายของมันมากกว่า”
ซานอวิ้นกล่าวเตือนหลงจินเหอ
“ข้าทราบแล้ว ขอบใจมากพี่ชายซานอวิ้น”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลงจินเหอจึงพยักหน้าเล็กน้อย
“ดี อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ”
เมื่อกล่าวจบ ซานอวิ้นจึงกระโดดกลับขึ้นไปบนแท่นเสาสวรรค์เช่นเคย
“คุณชายซานอวิ้น คนรู้จักของท่านงั้นหรือ?”
มู่ชิงเหลียนที่เฝ้ามองอยู่ด้านบน กระพริบตาปริบๆ ก่อนจะหันไปถามซานอวิ้นด้วยความสงสัย
เพราะนางสังเกตุเห็นว่า ซานอวิ้นดูจะสนิทสนมกับหลงจินเหอ
“เหตุใดแม่นางมู่ถึงได้ถามเช่นนั้นล่ะ?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซานอวิ้นก็ไม่ได้ตอบ เพียงแค่หันมายิ้มให้มู่ชิงเหลียน ก่อนจะถามกลับ
“ข้ารู้จักกับคุณชายซานอวิ้นมานาน ไม่เคยเห็นท่านคุยกับผู้อื่นอย่างสนิทสนมมาก่อนก็เท่านั้น”
มู่ชิงเหลียนกล่าวพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย
“ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า! คิดไม่ถึงว่าคนที่ไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับผู้อื่นอย่างแม่นางมู่ จะสังเกตุข้าอยู่ตลอดเวลา”
ซานอวิ้นหัวเราะออกมาอีกครั้ง
“ยังมีใครที่ต้องการจะขึ้นมาอีกหรือไม่”
“หากไม่มี เช่นนั้นแท่นเสาสวรรค์ที่ห้าจะต้องตกเป็นของข้า”
ฮันเทียนพลันกล่าวขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ดังก้องกังวาลไปทั่ว
ฟุบ!
หลังจากที่ฮันเทียนกล่าวจบได้ไม่นาน หลงจินเหอจึงกระโดดจากจุดที่ยืน มาหยุดอยู่ด้านหน้าของฮันเทียน
“อะไรกัน!”
“เด็กงั้นหรือ?”
“นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน!”
“เห้ยเจ้าหนู ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นนะ”
“รีบลงมาซะ!”
แม้ว่าจะมีเสียงของคนที่ไม่พอใจมากมายตะโกนขึ้นมา แต่หลงจินเหอก็ไม่ได้สนใจกับเสียงคัดค้านพวกนี้แต่น้อย
“เจ้าหนู รู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังทำสิ่งใดอยู่”
ฮันเทียนจ้องมองหลงจินเหอตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะเปิดปากกล่าว
“แน่นอนข้ารู้สิ่งที่กำลังทำอยู่ คงต้องขอคำชี้แนะจากพี่ชายเสียหน่อย”
หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“เจ้ากำลังจะท้าทายข้า!?แน่ใจแล้วสินะ?”
ฮันเทียนถามอีกครั้ง
“ข้าแค่อัดพี่ชายให้เละ และขึ้นไปยืนบนแท่นเสาสวรรค์สุดท้าย เรื่องมันก็แค่นั้น”
หลงจินเหอกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า! อย่างเจ้าเนี่ยนะ จะอัดข้า?”
ได้ยินคำเช่นนี้จากเด็กตรงหน้า จึงทำให้ฮันเทียนระเบิดเสียงหัวเราะ พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงดูถูก
“ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า!…”
“เจ้าหนูนี่กำลังจะแสดงเรื่องตลกอันใดกัน?”
“ถ้าไม่โง่เง่าก็คงจะบ้าอย่างแน่นอน!”
ไม่ได้มีเพียงแค่ฮันเทียนที่หัวเราะและเยาะเย้ย แม้แต่ผู้คนรอชมการต่อสู้
เมื่อได้ยินคำพูดของหลงจินเหอก็ยังต้องหัวเราะออกมา
“หัวเราะพอหรือยัง? รีบเริ่มสักที ข้าไม่อยากเสียเวลา”
หลงจินเหอหรี่สายตาลงต่ำพร้อมกล่าวอย่างเย็นชา
“เห็นแก่เจ้า ข้าจะปล่อยให้เจ้า โจมตีเข้ามาห้ากระบ่วนท่า”
“โดยที่ข้าจะไม่ป้องกันแต่อย่างใด ถ้าหากข้าเป็นฝ่ายเริ่มก่อน กลัวว่าเจ้าจะไม่มีโอกาสได้โจมตี”
ฮันเทียนยืนตัวตรง แสดงท่าทางสงาผ่าเผยออกมา สองมือไขว้หลังพร้อม กับตะโกนเสียงดัง เพื่อให้ผู้คนที่รอชมได้ยิน
“ฮึ่ม!”
หลงจินเหอพ่นลมหายใจด้วยความไม่พอใจ คิดไม่ถึงว่าตนจะถูก ดูถูกเหยียดหยามเช่นนี้
เขาไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีกต่อไป ร่างกายของเด็กหนุ่มพุ่งทะยานไปยังเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว
ก่อนที่ฝ่ามือจะกำแน่นเปลื่ยนเป็นหมัด
“ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า! เจ้าหนู เจ้าไม่มีทักษะอะไรเลยงั้นหรือ?ถึงได้โจมตีด้วยหมัดธรรมดาเช่นนั้น ช่างน่าสงสารยิ่งนัก”
เสียงหัวเราะของฮันเทียนยิ่งเพิ่มความเยาะเย้ยขึ้นมา
การต่อสู้กับฮันเทียน หลงจินเหอคิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้พลังลมปราณหรือทักษะใดเลยด้วยซ้ำ
ฮันเทียนประมามหลงจินเหอเกินไป และมันก็ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะทำให้หลงจินเหอเอาจริง
ใช้เพียงแค่พละกำลังอย่างเดียวก็สามารถจัดการฮันเทียนได้
หลงจินเหอไม่ทราบว่าเหตุใดฮันเทียน ถึงไม่เป็นฝ่ายโจมตีเข้ามาก่อน และเลือกที่จะยืนรับการโจมตีของเขาแทน
บางทีอาจจะเป็นความเย่อหยิ่งและมั่นใจในตนเองเกินไป หรืออาจจะพยายามชื่อเสียงให้กับตน
การมาทำแบบนี้ ต่อหน้าของหลงจินเหอก็ไม่ต่างอะไรกับขุดหลุมฝั่งตัวเอง
“ท่านเจ้าเมือง ไม่คิดจะไปห้ามจริงงั้นหรือขอรับ
“ชายชราชุดขาวที่ยืนอยู่เบื้องหลังของเจ้าเมืองหญิงพลันกล่าวขึ้นมา
“ระดับของทั้งสองแตกต่างกันเกินไป ต่อให้โจมตีครบห้ากระบวนท่า”
“ก็ยังไม่แน่ใจว่าเจ้าหนูนั่น จะสามารถสร้างบาดแผลให้กับฮันเทียนได้หรือไม่”
ชายชราขุดดำที่ยืนด้านข้างของชายชราขุดขาวจึงกล่าวต่อ
“ผู้อาวุโส ถ้าหากเป็นเด็กปกติ ข้าย่อมต้องเข้าไปห้ามอยู่แล้ว”
“แต่เด็กคนนี้พิเศษกว่าคนอื่นมาก ข้าอยากจะรู้ว่า เขาจะทำอย่างไรต่อสถานการณ์เช่นนี้”
เจ้าเมืองหญิงหันหลังกลับไปและกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ข้าก็หวังอย่างที่ท่านเจ้าเมืองคิดเอาไว้ แม้ว่าจะเป็นเพียงการประลอง”
“แต่ฮันเทียนขึ้นชื่อเรื่องการกระทำที่ไร้ความปราณี”
ชายชราขุดขาวกล่าวย้ำเตือน ในอดีตที่ผ่านมาคู่ต่อสู้ของฮันเทียนล้วนมีสภาพน่าอนาถทุกคน
เมื่อฮันเทียนเห็นร่างกายของหลงจินเหอพุ่งทะยานเข้ามา
มันก็เร่งโคจรพลังลมปราณบางส่วน ก่อนจะสร้างเป็นเกราะลมปราณคลุมเอาไว้จนทั่วร่างกาย
“เข้ามาเลย เจ้าหนู!”
ฮันเทียนกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มดูถูกที่มุมปาก
หลงจินเหอกวัดแกว่งหมัดที่รวดเร็วเข้าไปกระแทกเข้ากับหน้าอกของฮันเทียนอย่างจัง
หมัดที่หลงจินเหอได้ปล่อยออกไป อาจจะเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของพละกำลังทั้งหมด
ภายในของสายตาของผู้คนจับจ้องมาระหว่างหลงจินเหอกับฮันเทียน
ผลลัพธ์ออกมาอย่างที่หลายคนคิดเอาไว้
ร่างกายของฮันเทียนที่โดนหมัดของหลงจินเหอเข้าไปกับไม่ได้ถดถอยแม้แต่ก้าวเดียว
แม้แต่ร่างกายก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนเลยสักนิด
“คุณชายซานอวิ้น ท่านกำลังยิ้มอะไรงั้นหรือ?”
มู่ชิงเหลียนที่สังเกตุเห็นว่าซานอวิ้นไม่ได้วิตกกังวลกับสหายของเขาเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกันซานอวิ้นยังคงยิ้มอยู่
“การต่อสู้ได้จบลงแล้ว”
ซานอวิ้นเปิดปากกล่าว
“คุณชายซานอวิ้น ท่านหมายความว่าไง?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ คิ้วทั้งสองข้างของมู่ชิงเหลียนจึงขมวดเข้าหากันทันที
“แม่นางมู่ ท่านควรจะหันไปดูแล้วจะรู้เอง”
ซานอวิ้นชี้ไปที่ตำแหน่งของหลงจินเหอยืนอยู่
“พักผ่อนให้สบาย เดี๋ยวแท่นเสาสวรรค์ที่ห้าข้าจะรับต่อเอง”
หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงเบามาก มีเพียงแค่ฮันเทียนเท่านั้นที่ได้ยิน
หลังจากที่กล่าวจบ หลงจินเหอจึงกระโดดถอยหลังออกมาสิบก้าว เพื่อตั้งหลัก
สายตาของผู้คนที่จับจ้องมามากมาย เมื่อเห็นว่าฮันเทียนยังคงไม่ขยับเขยื้อนร่างกายแม้แต่ก้าวเดียว
พวกเขาก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น
เหตุใดฮันเทียนยังคนนิ่งเฉย?
อ๊อก!
ภายใต้ความเงียบสงบ ทว่าขณะนั้นเองฮันเทียนจึงถอยหลังออกมาสองก้าว
มันกระอักเลือดออกมาคำโต ก่อนจะล้มลงไปนอนขดตัวเหมือนกุ้งอยู่ที่พื้น
แค่ก! แค่ก!
ฮันเทียนที่นอนขดตัวเหมือนกับกุ้งอยู่ที่พื้นดิน ก็ไอออกมาเป็นเลือดไม่หยุด
สีหน้าของมันล้วนขาวซีดราวกับไร้ชีวิต ปรากฏเม็ดเหงื่อมากมายผุดขึ้นมาตามตัวของมัน
_______________________________________________________________________________________________________