War of Ancient Emperor - ตอนที่ 43
“เจ้าหนู อย่าได้ใจให้มากนัก คิดว่าข้าจะเป็นเช่นเดียวกับน้องชายของข้างั้นหรือ?”
ฮันหลางกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“อีกเดี๋ยว พี่ชาวก็จะทราบเอง ว่าท่านจะเป็นแบบเดียวกันกับน้องชายของท่านหรือไม่”
“เชิญ เข้ามาได้!”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมตั้งท่ายืนรับ ก่อนจะควักมือเรียกฮันเหลาง
“ฮึ่ม! อวดดี!”
เมื่อเห็นเช่นนี้ ฮันหลางจึึฃพ่นลมหายใจอย่างเยือกเย็นออกมา
เพียงแค่ถูกหลงจินเหอยั่วยุนิดหน่อยก็สามารถทำให้ฮันหลางโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันที เพราะว่าไม่เคยหยามมัันเช่นนี้มาก่อน
ยิ่งเป็นเด็กที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้ายิ่งทำให้ฮันหลางโกรธจนแทบอกระเบิิก
“อะ-อ้าว! ท่านเป็นอะไรไป? โกรธแล้วงั้นหรือ?”
หลงจินเหอกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าหนู ถ้าหากวันนี้ ข้าไม่ได้ทุบตีเจ้าจนมีสภาพน่าสมเพชกว่าน้องชายของข้าละก็ ข้าจะขอไม่ใช่คนอีกต่อไป”
ฮันหลางกล่าวออกมาด้วยท่าทางมั่นใจและเต็มไปด้วยความเยอหยิ่ง
“ท่านเป็นคนพูดเองนะ มารอดูกันดีกว่าใครกันแน่ จะถูกตีจนน่าสมเพช”
หลงจินเหอพยักหน้าเล็กน้อย
ฮันหลางไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีกต่อไป ชายหนุ่มพุ่งทะยานเข้ามาหาหลงจินเหอที่ยืนอยู่เบื้องหน้าทันที
พร้อมกับเหยียดยืดแขนออกไปข้างหน้าและเปลื่ยนสภาพฝ่าให้เป็นกลายกรงเล็บ
หวังจะตรงเข้าไปที่คอของเด็กหนุ่ม ตรงหน้าทันที
“คิดไม่ถึงว่า มันจะเลือกที่จะเข้ามาโจมตีแบบซึ่งหน้าเช่นนี้”
หลงจินเหอพึมพัม ก่อนจะปรากฏรอยยิ้มที่มุมปาก
ฮันหลางยังคงพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็ว
ระดับปราณปฐพีขั้นที่สอง แม้ว่าชายหนุ่มคิดว่าตัวหลงจินเหออาจจะมีดีแค่พละกำลังที่มากมายกว่าระดับปกติ
แต่อาจจะเสียเปรียบด้านความเร็ว ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะเป็นฝ่ายจู่โจมเข้าไปก่อน และยังคิดอีกว่าด้วยระดับปราณก่อตั้งขั้นที่เก้าของหลงจินเหอ ไม่น่าจะตามความเร็วของเขาทันแน่นอน
เมื่อฮันหลางเข้ามาใกล้ตัวหลงจินเหอ ซึ่งห่างกันไม่ถึงสิบก้าว ชายหนุ่มก็ฉีกยิ้มกว้างทันที เพราะคิดว่าหลงจินเหอ อาจจะตามความเร็วของตนเองไม่ทัน
“เสร็จข้าล่ะ! เจ้าหนู”
ฮันหลางเปิดปากกล่าวพร้อมกับใช้พลังลมปราณห่อหุ่มไปที่กรงเล็บของตนเองให้คมกริบยิ่งกว่าเดิม
ทว่าขณะที่กรงเล็บของฮันหลางสัมผัสเข้าไปที่คอของหลงจินเหอ รอยยิ้มของชายหนุ่มพลันหุบลงทันที
เพราะว่าสิ่งที่ชายหนุ่มสัมผัสโดน ไม่ใช่คอของเด็กหนุ่ม แต่เป็นเพียงอากาศธาตุที่เหลือเพียงแค่ภาพติดตาของเด็กหนุ่ม
ถ้าหากว่าหลงจินเหอไม่มีทักษะก้าวอัสนี
การที่จะหลบหนีความเร็วจากระดับปราณปฐพีขั้นที่สองเป็นเรื่องค่อนข้างยาก
แต่ไม่ใช่สำหรับตอนนี้อีกต่อไป ทันทีที่กรงเล็บของฮันหลางเข้ามาในระยะหนึ่ง
หลงจินเหอเพียงแค่เบี่ยงตัวหักหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็วเท่านั้น
ก่อนจะกำหมัดแน่นและโจมตีสวนกลับไปที่บริเวณแขนของฮันหลางที่ยื่นเข้ามาหา
ซึ่งดูเหมือนว่าฮันหลางยังพอที่จะมีไหวพริบอยู่บ้าง
ขณะที่กรงเล็บของชายหนุ่มโจมตีโดนเพียงแค่ภาพติดตาของหลงจินเหอ ชายหนุ่มจึงใช้มืออีกข้างมาตั้งป้องกันหมัดของเด็กหนุ่มที่โจมตีมาจากด้านข้างและรับเอาไว้ได้ทันเวลา
ปัง!
หมัดของหลงจินเหอที่ชกออกไป ได้ปะทะเข้าไปที่แขนของฮันหลางอย่างเหมาะเจาะ
ทำให้ร่างกายของชายหนุ่มถูกส่งลอยถอยหลังไปไกลกว่าสามสิบก้าว
“บ้าน่า!”
“เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!”
“เจ้าหนูนั่น ไม่เพียงแค่หลบการโจมตีของฮันหลางได้ แต่ยังสามารถสวนกลับได้อีก?”
“เจ้ากำลังจะบอกว่าความเร็วของเจ้าหนูนั่นเร็วกว่าฮันหลางงั้นหรือ?”
“เรื่องแบบนี้ มันจะเป็นไปได้อย่างไร”
“เจ้าหนูนั่น อาจจะใช้ทักษะบางอย่างก็เป็นได้”
ภายใต้สายตาของผู้คนมากมายที่มองดูได้แต่ตกตะลึงไปตามกัน
ในความคิดของพวกเขาทั้งหลาย อาจจะคิดว่าหลงจินเหอมีเพียงแค่ด้านพละกำลังที่มากกว่าปกติเท่านั้น เพราะได้เห็นจากที่การหลงจินเหอสามารถทำให้ฮันเทียนพ่ายแพ้เพียงแค่หนึ่งกระบวนท่า
ถ้าเทียบกันในด้านความเร็ว หลงจินเหออาจจะสู้ฮันหลางไม่ได้ด้วยซ้ำ เมื่อได้เห็นเช่นนี้ ก็ยิ่งทำให้ความคิดของพวกเขากระเจิงหายไปทันที
‘เป็นไปได้ยังไงกัน! ความสามารถของข้าด้อยกว่ามัน? ข้ากำลังจะพ่ายแพ้อย่างงั้นหรอ?’
ฮันหลางได้แต่คิดในใจ พลางใช้มืออีกข้างประคองแขนอีกข้างที่กำลังสั่นไม่หยุด
แม้ว่าฮันหลางจะสามารถรับการโจมตีของหลงจินเหอเมื่อครู่เอาไว้ได้ แขนที่เอามาตั้งป้องกันแม้ว่ากระดูกจะไม่ได้หัก
แต่ฮันหลางสามารถรับรู้ได้ทันที ว่ากระดูกแขนของมันถึงขั้นร้าว
“เป็นอะไรไป? นี่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น พี่ชายจะยอมแพ้ตอนนี้ก็ยังทันน่ะ”
เมื่อได้เห็นสีหน้าวิตกกังวลของฮันหลางที่แสดงออกมาได้อย่างชัดเจน หลงจินเหอจึงเปิดปากกล่าวอีกครั้ง
“คนอย่างข้าเนี่ยนะจะยอมแพ้? ฆ่าข้าให้ตายซะยังดีกว่า”
ฮันหลางกล่าวพลางจ้องมองเด็กหนุ่มด้วยสายตาแดงก่ำ
“ย่อมได้! ข้าจะจัดให้ตามคำขอ”
หลงจินเหอพยักหน้าเล็กน้อย
เด็กหนุ่มพลันเร่งโคจรพลังลมปราณภายในร่างกายทันที ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อย และใช้เท้ายันพื้นดินเอาไว้
ทันทีที่สายฟ้าสีเขียวมรกตปรากฏออกมาบริเวณเท้าของเขา
ร่างกายของเด็กหนุ่มพลันเลือนหายไปจากจุดยืนตรงนั้นอย่างรวดเร็ว
หลงจินเหอพุ่งทะยานเข้าไปหาฮันหลางด้วยความเร็วอย่างมาก อาจจะเป็นความเร็วสูงสุดที่เด็กหนุ่มเคยใช้มา
เมื่อเด็กหนุ่มเคลื่อนตัวไปด้านหน้า จึงจะมีเสียงของลมที่เสียดสีกันจนแสบแก้วหูและเกิดลมกระโชกขึ้นเพียงชั่วระยะเวลาอันสั่น
“หายไปแล้ว!”
ดวงตาของฮันหลางเบิกกว้างทันที ชายหนุ่มเพียงแค่กระพริบตาหนึ่งครั้ง ยังใช้เวลาไม่ถึงเสี้ยววินาทีด้วยซ้ำ
ร่างกายของเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้าพลันเลือนหายไปจากจุดยืนทันที
ฮันหลางหันหน้าพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบทิศทาง แต่ชายหนุ่มกลับหาร่างกายของเด็กหนุ่มไม่เจอ
ทว่าขณะนั้นเอง ชายหนุ่มก็รู้สึกเจ็บปวดที่บริเวณแขนอย่างรุนแรง
เมื่อชายหนุ่มหันกลับไปมองที่แขนของตนเอง มันก็พบว่าแขนของมันบิดเบี้ยวจนน่ากลัว และไม่ได้อยู่ในรูปแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว
เนื่องจากกระดูกแขนของมันหักไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ
“อ๊ากก!!”
ฮันหลางพลันกรีดร้องโหยหวนออกมาด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดอย่างที่สุด
“ควรจะจบกันสักที”
ในตอนนั้นเอง ร่างกายของหลงจินเหอก็มาปรากฏด้านข้างของฮันหลางอีกครั้ง ก่อนจะเปิดปากกล่าวพร้อมกับยกเท้าและซัดลูกเตะอีกหนึ่งที เข้าไปบริเวณด้านข้างของฮันหลาง
ปัง!
เพราะว่าชายหนุ่มยังคงรู้สึกเจ็บปวดจากแขนที่หักไปเมื่อครู่ และไม่ได้ตั้งท่าป้องกันแต่อย่างใด
ทำให้ร่างกายของชายหนุ่มถูกส่งลอยไปไกลหลายเมตร ก่อนจะตกลงพื้นดินกลิ้งไปอีกหลายตลบ
“ผู้อาวุโส พวกท่านเห็นหรือเปล่า?”
เจ้าเมืองหญิงหันหลังกลับไปถามชายชราทั้งสอง
“นี่มันเป็นเรื่องแปลกที่สุดในชีวิตของข้าเท่าที่เคยพบเจอมาเลย”
ชายชราชุดดำกล่าวพร้อมกับเผยสีหน้าไม่เข้าใจและสับสนเป็นที่สุด
“ในตอนแรกข้าคิดว่าจุดแข็งของเด็กหนุ่มคนนั้นจะเป็นด้านพละกำลัง”
“แต่ดูเหมือนว่าข้าจะคิดผิดไปมาก ถึงแม้ว่าข้าจะดูไม่ออกก็เถอะว่าทักษะที่เด็กหนุ่มนั่นใช้จะเป็นทักษะอะไร”
“แต่ว่าด้านความเร็วของเขาอาจจะเทียบได้กับระดับปราณปฐพีขั้นสูงสุดหรือไม่ก็ระดับปราณนภาขั้นต้นเลยก็ได้”
ชายชราชุดขาวกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ไม่! ข้าจะต้องไม่พ่ายแพ้เด็ดขาด”
ในตอนนั้นเอง ฮันหลางก็ลุกขึ้นยืนมาอีกครั้งด้วยสภาพสะบักสะบอม ทั่วร่างเปียกโชกไปด้วยหยาดเหงื่อ อาการสั่นสะท้านยิ่งทวีคูณ
“อึดเป็นบ้า! โดนไปขนาดนั้นแล้ว นี่มันคิดอยากจะตายจริงหรือไงกัน”
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลงจินเหอก็บ่นพึมพัมออกมา
ฟู่ม!
ทว่าในตอนนั้นเอง สองฝ่ามือของฮันหลางพลันปรากฏเพลิงสีส้มลุกโชติช่วงขึ้นมาอย่างร้อนแรง
“ในที่สุดมันก็ใช้ออกมาแล้ว”
ซานอวิ้นพึมพัมออกมา หลังจากที่เขายืนดูอย่างเงียบเชียบมานาน
เมื่อได้เห็นเพลิงสีส้มที่ลุกโชนขึ้นมาจากสองฝ่ามือของฮันหลาง
หลงจินเหอจึงขมวดคิ้วเข้าหากันทันที แม้ว่าจะอยู่ห่างไกลกันก็ตาม แต่เขาก็ยังสามารถรู้สึกได้ถึงความผิดปกติของเพลิงสีส้มอันนั้น
“ระมัดระวังตัวให้ดี สิ่งนั้นถูกเรียกว่า จิตวิญญาณเปลวเพลิง!”
“เป็นเปลวเพลิงชนิดพิเศษที่มีคุณสมบัติเหนือกว่าเปลวเพลิงทั่วไปในทุกด้าน”
หลงจินเหอที่กำลังสงสัยอยู่ ในตอนนั้นเองก็มีเสียงของผู้หญิงดังเข้ามาภายในหัวของเขา
หลงจินเหอจำเสียงนั้นได้ดี นางคือเจ้าเมืองหญิง ถึงแม้ว่าหลงจินเหอจะไม่ทราบก็ตามว่านางใช้วิธีอะไรถึงสามารถสื่อสารกััััับเขาได้
_______________________________________________________________________________________________________