War of Ancient Emperor - ตอนที่ 44 เปิดเผยดัชนีสวรรค์
หลังจากได้ยินคำพูดของเจ้าเมืองหญิง หลงจินเหอจึงไม่ได้กล่าวขอบคุณแต่อย่างใด
เด็กหนุ่มเพียงแค่หันไปมองทางจุดที่เจ้าเมืองหญิงอยู่ ก่อนจะหันกลับไปมองที่ฮันหลางเหมือนเดิม
“เกิดอะไรขึ้น?”
“เพลิงนั่นมันคือ?”
“นึกว่าจะเป็นแค่ข่าวลือซะอีก”
“ดูเหมือนว่าข่าวที่ฮันหลางได้รับจิตวิญญาณเปลวเพลิงจะเป็นเรื่องจริงสินะ!”
“จิตวิญญาณเปลวเพลิง!”
“อีกทั้งยังเป็นเพลิงสีส้มอีกด้วย!”
ภายใต้สายตาของกลุ่มผู้คนมากมายที่จับจ้องมา หลังจากที่ได้เห็นจิตวิญญาณเปลวเพลิงของฮันหลาง พวกเขาก็เริ่มรู้สึกอิจฉาขึ้นมาทันที
จิตวิญญาณเปลวเพลิง คือเปลวเพลิงที่ทรงพลังและรุนแรงกว่าเพลิงปกติมาก
เนื่องจากดินแดนแห่งนี้ เป็นดินแดนด้านล่างการที่จะสามารถครอบครองจิตวิญญาณเป็นเรื่องที่ยากมาก
จิตวิญญาณเพลิงจะเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ภายในระยะเวลาสิบปีจนถึงหนึ่งร้อยปี จะเกิดเพียงแค่หนึ่งครั้งเท่านั้น นี่จึงเป็นสาเหตุที่ผู้คนมากมายอยากจะได้จิตวิญญาณเปลวเพลิง
เรื่องของจิตวิญญาณ เปลวเพลิง
หลงจินเหอก็เคยอ่านเจอมาจากหนังสือมาบ้างและก็เพิ่งจะมาเห็นเป็นครั้งแรก
จิตวิญญาณเปลวเพลิง แต่ละสีจะบ่งบอกถึงความแตกต่างและความแข็งแกร่ง
ไล่ตั้งแต่จิตวิญญาณเปลวเพลิงระดับต่ำสุดไปจนถึงระดับสูง
ก็จะมีดังนี้ แดง ส้ม เหลือง เขียว ฟ้า น้ำเงิน ม่วง
“ต้องใช้สิ่งนั้นอีกแล้วหรอเนี่ย”
หลงจินเหอบ่มพึมพัม ก่อนจะกระโดดถอยหลังไปตั้งหลัก อยู่ไกลจากฮันหลางมาก
“ตาย!ตาย! เจ้าจะต้องตาย!”
ฮันหลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเบามาก แต่ทุกคำพูดล้วนเต็มไปด้วยความเกลียดชังสุดขีด
ชั่วชีวิตนี้คงไม่มีวันญาติดีกันได้อีกต่อไปแล้ว
ความอับอาย ความโกรธ มีเพียงต้องชนะถึงจะลบล้างความอัปยศในคนั้งนี้ได้
หลังจากที่ฮันหลางกล่าวจบ ชายหนุ่มจึงหยิบบางสิ่งออกมาจากแหวนมิติ มันเป็นโอสถสีดำสนิทสองเม็ด
จากนั้นชายหนุ่มก็กลืนมันลงไปอย่างรวดเร็ว
“สิ่งเมื่อครู่มันคือ?”
“โอสถต้องห้าม!”
“โอสถต้องห้ามอย่างงั้นหรือ?”
“ฮันหลาง เจ้าบ้านั่นมันต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่”
“แถมมันยังกลืนไปตั้งสองเม็ด!”
“เจ้าฮันหลาง มันคิดจะฆ่าตัวตายหรือยังไงกัน?”
ทว่าขณะที่กลุ่มของผู้คน เห็นโอสถสีดำที่ฮันหลางหยิบออกมจากแหวนมิติ
สีหน้าของพวกเขาพลันเปลื่ยนเป็นตึงเคลียดทันที เพราะว่าทุกคนต่างก็รู้เกี่ยวกับโอสถต้องห้ามเป็นอย่างดี
หลังจากที่กลืนกินโอสถต้องห้ามลงไป ถึงแม้ว่าจะทำให้ได้รับความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดในเวลาอันสั้นก็จริง
แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด ก็คือหลังจากผลของโอสถต้องห้ามหมดลงต่างหาก ผู้คนที่กลืนกินมันลงไปจะต้องได้รับความทุกข์ทรมานไม่ต่างอะไรกับตายทั้งเป็น
อีกทั้งยังต้องอยู่ในสภาพเช่นนั้น ไปถึงหนึ่งวันเต็ม
“กระหายชัยชนะจนหน้ามืดตามัว”
“จนถึงขั้นต้องใช้ของแบบนี้ น่าผิดหวังจริงทั้งที่คิดว่าในอนาคต อาจจะได้เป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกันอยู่บ้าง”ซานอวิ้นพึมพัมออกมา ก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อยด้วยความผิดหวัง
ตูม!
หลังจากที่กลืนกินโอสถต้องห้ามลงไป
ฮันหลางพลันระเบิดพลังลมปราณออกมาอย่างมากมาย
ระดับพลังลมปราณของชายหนุ่มในตอนนี้ ไม่ใช่ระดับปราณปฐพีขั้นที่สองอีกต่อไปแล้ว
แต่เป็นระดับปราณปฐพีขั้นที่หก
สภาพร่างกายของฮันหลางตอนนี้ แทบจะไม่ต่างอะไรกับสัตว์ป่า เนื้อหนังทั่วร่างกายทั้งตัวล้วนกลายเป็นสีแดง ตามร่างกายก็มีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมามากมาย
“ตาย ตาย ตาย”
ฮันหลางพึมพัมออกมา ชายหนุ่มพลันเร่งโคจรพลังลมปราณภายในร่างกายอย่างรวดเร็ว
“ย่อมได้ จะวัดกันด้วยหนึ่งกระบวนท่าสินะ”
หลงจินเหอที่สังเกตุฮันหลางอยู่ตลอด
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกำลังเร่งโคจรพลังลมปราณ เด็กหนุ่มก็ทราบได้ทันที ว่าชายหนุ่มคิดกำลังจะทำสิ่งใด
ตูม!
หลงจินเหอพลันเร่งโคจรพลังลมปราณอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปลดปล่อยมันออกมาเป็นจำนวนมากราวกับภูเขาไฟระเบิด
ถึงแม้ว่ากลิ่นอายของหลงจินเหอปลดปล่อยออกมาจะเป็นเพียงแค่ระดับปราณก่อตั้งขั้นที่เก้า
แต่ว่าระดับความหนาแน่นของพลังลมปราณเรียกได้ว่าเกินระดับปราณก่อตั้งไปไกลแล้ว
“ดูเหมือนว่าจะเป็นช่วงตัดสินแล้ว”
มู่ชิงเหลียนหันไปหาซานอวิ้น ก่อนจะเปิดปากกล่าวออกมา
“ไม่ผิด”
ซานอวิ้นพยักหน้าเล็กน้อย
เปลวเพลิงสีส้มที่ตอนแรกยังอยู่บนฝ่ามือของฮันหลาง แต่ตอนนี้เปลวเพลิงได้ขยายใหญ่ขึ้นและปกคลุมทั่วร่างกายของฮันหลาง
“จงกลายเป็นเถ้าถ่านไปซะ…”เมื่อกล่าวจบ ฮันหลางก็พุ่งตรงเข้าไปหลงจินเหอทันที
เปลวเพลิงสีส้มที่กำลังลุกโชกอยู่ทั่วร่างกายของฮันหลางก็ขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้ง
ก่อนจะเปลื่ยนรูปร่างเป็นหัวของมังกรพร้อมกับอ้าปากกว้างจนสามารถมองเห็นเขี้ยวกันแหลมคมมากมายที่อยู่ภายใน
“ฮึ่ม! ข้าจะทำลายความมั่นใจของท่านเอง”
เมื่อได้เห็นว่าฮันหลางกำลังวิ่งเข้ามาพร้อมกับหัวมังกรเพลิงอันใหญ่โต หลงจินเหอก็พ่นลมหายใจก่อนจะกล่าวด้วยเสียงเย็นชา
หลงจินเหอยกแขนขึ้นมาหนึ่งข้าง ก่อนจะใช้นิ้วชี้เล็งไปทางฮันหลาง พลังลมปราณที่เด็กหนุ่มปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่ ก็เคลื่อนไปรวมอยู่ที่บริเวณปลายนิ้วชี้อย่างรวดเร็ว
“เจ้าหนู หลบเร็วเข้า”
“อยากตายหรือไงกัน ทำไมถึงยังไม่หลบอีก?”
“เจ้าไม่รู้สึกถึงความผิดปกติหริอไงกัน?”
“เหตุใด ทำไมพลังลมปราณมากมายถึงได้ไปรวมอยู่ที่จุดเดียวกัน?”
“เจ้าหนูนั่น กำลังคิดที่จะทำสิ่งใด?”
หลังจากที่ฮันหลางเป็นฝ่ายจู่โจมเข้าไปก่อนด้วยเพลิงรูปมังกรอันใหญ่โตที่ราวกับมันกำลังมีชีวิตจริง
ทำให้ผู้คนบางส่วนพยายามเรียกให้หลงจินเหอถอยกลับแล้วยอมแพ้ ด้วยพรสวรรค์อันน่าตกตะลึงของเด็กหนุ่ม ถ้าหากรีบตายไปคงจะเสียดายแย่ และคนอีกบางส่วนที่กำลังงงงวยกับการกระทำของเด็กหนุ่มอยู่
“ผู้อาวุโส ท่านเป็นอะไรไป?”
เจ้าเมืองหญิงหันหลังกลับไปถามชายชราทั้งสองคนที่เงียบมาสักพักแล้ว แต่ก็ยังสังเกตุได้จากสีหน้าที่เปลื่ยนไป
“ทักษะนั่นมัน! ซานเทียน เจ้ายังจำได้ไหมเมื่อหนึ่งพันปีก่อน”
ชายชราชุดขาวไม่ได้ตอบเจ้าเมืองหญิง แต่หันไปกล่าวกับชายชราชุดดำ
“เหมือนกับเมื่อตอนนั้นเลย มันคือ’ดัชนีสวรรค์’ไม่ผิดอย่างแน่นอน”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ชายชราชุดดำก็หันไปจ้องมองที่หลงจินเหออีกครั้ง ราวกับจะนึกบางอย่างออก
“ทักษะดัชนีสวรรค์ รุนแรง? ผู้อาวุโสท่านเคยเห็นมาก่อนงั้นหรือ?”
เจ้าเมืองหญิงกล่าวถามอีกครั้ง
“เราเคยเห็นแน่นอน ทักษะดัชนีสวรรค์ทรงพลังอย่างมาก”
“และผู้ที่จะสามารถฝึกฝนมันได้เพียงแค่หยิบมือเท่านั้น”
“ข้ากับซานเหว่ยตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นหนุ่ม เคยไปดูการประลองของเหล่าศิษย์จากหลายนิกายที่มารวมตัวกัน”
“และทักษะดัชนีสวรรค์ก็เป็นของนิกายมังกรฟ้า เราทั้งสองเคยเห็นศิษย์ของนิกายมังกรฟ้าใช้มาก่อนแล้วครั้งหนึ่ง”
ชายชราชุดดำกล่าวพร้อมกับหันไปหาชายชราชุดขาว
“งั้นก็หมายความว่า เด็กหนุ่มคนนี้มาจากนิกายมังกรฟ้าอย่างงั้นหรือ?”
เจ้าเมืองหญิงกล่าวแผ่วเบา
“ข้าก็สรุปไม่ได้เช่นกัน”
ชายชราชุดดำส่ายหน้าเล็กน้อย
เจ้าเมืองหญิงยังคงพูดคุยกับชายชราทั้งสองคนต่อ
กลับมาทางด้านของหลงจินเหอที่ตอนนี้กำลังรวบรวมพลังลมปราณเอาไว้มากมาย เพื่อเตรียมพร้อมที่จะโจมตีใส่ฮันหลางที่กำลังวิ่งเข้ามา
พลังลมปราณที่หลงจินเหอรวบรวมเอาไว้เอาตอนนี้หนาแน่นอย่างมาก
จนขนาดที่สามารถทำให้พื้นที่ด้านข้างแขนของเด็กหนุ่มถึงกับเริ่มเกิดการบิดเบี้ยวของมิติ
“แท่นเสาสวรรค์ที่ห้า ข้าขอรับเอาไว้แล้วกัน”
หลงจินเหอมองไปที่ฮันหลางเบื้องหน้าก่อนจะเปิดปากกล่าว
“ดัชนีสวรรค์!”
หลงจินเหอเปิดปากกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบา
เมื่อสิ้นเสียงของเด็กหนุ่ม พลังลมปราณที่ถูกรวมรวบเอาไว้บริเวณปลายนิ้วของเด็กหนุ่มพลันกลายเป็นคลื่นแสงสีฟ้า และพุ่งทะยานตรงออกไปอย่างรวดเร็ว
ทางด้านฮันหลางที่กำลังวิ่งเข้ามาด้วยเช่นกัน คลื่นสีฟ้าที่เคลื่อนตัวไปด้วยความเร็วแสง จนเกิดเป็นเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ
ทำให้เหล่าผู้คนทั้งหลายต่างก็เอามือมาปิดหูเอาไว้ มีเพียงแต่ผู้ที่มีระดับพลังลมปราณสูงที่สามารถสร้างเกราะพลังลมปราณมาห่อหุ่มร่างกายเอาไว้จึงไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
_______________________________________________________________________________________________________