War of Ancient Emperor - ตอนที่ 5 ทะลวงระดับปราณก่อตั้ง
หลังจากที่หงเยว่จากไปแล้ว หลงจินเหอก็จัดการขนย้ายข้าวของเข้าไปภายในบ้านพัก
เวลาผ่านไปประมานครึ่งชั่วยาม ชุนจื้อโหยวก็มาหาหลงจินเหอถึงที่บ้านพัก
“มีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่…ท่านเจ้านิกาย”หลงจินเหอกล่าว
“เปล่าหรอก...ข้าแค่เอาของมาให้”ชุนจื้อโหยวกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับยื่นแหวนประหลาดไปให้หลงจินเหอ
“สิ่งนี่คือ…แหวนมิติ?”หลงจินเหอจ้องมองแหวนที่อยู่ภายในมืออยู่นาน ก่อนที่เขาจะส่งเสียงร้องออกมาด้วยประหลาดใจ
หน้าตาของแหวนตรงหน้า เหมือนกับในตำราที่เขาเคยอ่านมาไม่มีผิด
“ถูกต้อง…ข้าได้ใส่สิ่งของหลายอย่างไว้ภายในนั้น โอสถที่จะช่วยให้ระดับของเจ้าเลื่อนเร็วขึ้นก็มีอยู่”ชุนจื้อโหยวก็เริ่มอธิบายสิ่งของที่ือยู่ภายในแหวนให้หลงจินเหอฟังอย่างยาวเหยียด
“นี่มัน..เป็นโอสถระดับสูงเลยไม่ใช่รึขอรับท่านเจ้านิกาย”หลงจินเหอก็ลองหยิบเม็ดยาออกมาจากภายในแหวนวางไว้บนมือก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่หนาแน่นได้อย่างชัดเจน
“โอสถนั้นข้าได้เตรียมไว้ให้เจ้าอย่างพิเศษเลย เพียงแค่เจ้าดูดซับพลังปราณภายในโอสถนั้นไป ข้าคิดว่าอย่างน้อยเจ้าต้องเลื่อนไปถึงระดับปราณก่อตั้งได้แน่”ชุนจื้อโหยวกล่าว
“ข้าเคยอ่านเจอในตำรา…และได้ยินมาว่าโอสถระดับสูง มันมีราคาที่แพงอย่างมากไม่ใช่รึขอรับท่านเจ้านิกาย”หลงจินเหอจ้องมองชุนจื้อโหยวก่อนจะกล่าว
“เรื่องเล็กน้อยนะ…จินเหอเจ้าไม่จำเป็นต้องเก็บไปคิดให้ความ”ชุนจื้อโหยวกล่าว
“ข้าไม่เข้าใจและยังมีข้อสงสัย…ทั้งที่ข้าเพิ่งจะมาเป็นศิษย์นิกายของท่าน แต่ท่านเจ้านิกายกลับให้ของมามากมาย นี่มันเกินกว่าศิษย์หลักจะได้รับแล้วด้วยซ้ำ ท่านต้องการอะไรจากตัวข้ากันแน่”หลงจินเหอถามด้วยความสงสัย
“ข้าก็บอกไปแล้วเจ้านะคิดมาก...เจ้าเป็นศิษย์ภายในนิกายของข้า ตัวข้าย่อมต้องช่วยเหลือเจ้าเป็นธรรมดา อีกอย่างเจ้าเป็นคนที่มีพรสวรรค์หายาก ข้าคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะลองเสี่ยงดู ตัวเจ้าในอนาคตอาจจะก้าวข้ามข้าไป ย่อมต้องเป็นสิ่งที่ดีกับนิกายของข้าแน่นอน”ชุนจื้อโหยวเดินมาตบไหล่หลงจินเหอเบาๆก่อนจะยิ้มให้เล็กน้อย
“ดี…ถ้าท่านเจ้านิกายหวังกับตัวข้าไว้มาก ข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวังแน่นอน”เมื่อได้ยินคำพูดของชุนจื้อโหยว หลงจินเหอก็เบาใจได้เยอะก่อนจะตอบกลับ
“เช่นนั้นก็ดี…ข้าขอตัวก่อน ส่วนเจ้าก็รีบดูดซับโอสถนั้นซะ พรุ่งนี้ข้าจะบอกให้หงเยว่พาเจ้าไปที่หอสวรรค์ ที่นั้นมีเคล็ดวิชามากมายที่นิกายของเราเก็บสะสมเอาไว้ เผื่อจะมีเคล็ดวิชาที่เจ้าอาจจะถูกใจ”ชุนจื้อโหยวกล่าวพลางตบไหล่ของหลงจินเหออีกทีก่อนจะเดินจากไป
หลงจินเหอที่เห็นชุนจื้อโหยวเดินจากไปแล้วก็กลับเข้าไปภายในบ้านพักทันที เพราะต้องรีบดูดซับพลังปราณจากโอสถที่ได้รับมาโดยเร็ว
หลงจินเหอขึ้นไปนั่งอยู่บนเตียง ก่อนจะเริ่มกลืนโอสถลงไปและหลับตาลง โอสถที่อยู่ภายในท้องถูกหลอมละลายและเริ่มแตกออก พลังปราณที่อยู่ภายในโอสถก็ไหลทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก หลงจินเหอที่สัมผัมได้ว่าพลังปราณของโอสถกำลังจะไหลออกไปจากร่างกาย เขาจึงรีบเริ่มโคจรพลังปราณภายในร่างกายและเริ่มดูดซับมันทันที ระดับพลังของหลงจินเหอพุ่งทะยานและเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็ว จากปราณเริ่มต้นขั้นที่เจ็ด เลื่อนไปขั้นที่แปด เก้า และสิบ
ปัง
พลันเกิดเสียงระเบิดดังออกมาจากภายในร่างกาย หลงจินเหอก็รับรู้ได้ทันที ว่าตนเลื่อนมาถึงระดับปราณก่อตั้งแล้ว แต่ทว่าพลังของโอสถยังไม่หมดเท่านัั้ั้น มันสามารถทำให้หลงจินเหอเลื่อนมาหยุดอยู่ที่ระดับปราณก่อตั้งขั้นที่สาม
เปลือกตาของหลงจินเหอสั่นไหวเล็กน้อย และลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า พร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยความปิติยินดีอย่างมาก เพราะพลังปราณของเขาเลื่อนแบบก้าวกระโดดอย่างไม่คาดคิด
“เฮ้อ…คุ้มค่าที่เป็นโอสถระดับสูง”เมื่อนึกถึงราคาของโอสถ หลงจินเหอก็ได้แต่ถอนหายใจไปเฮือกใหญ่
ทว่าขณะที่หลงจินกำลังลุกขึ้นจากเตียง เขาก็สังเกตุเห็นแสงสีเขียวอ่อนอยู่บริเวณหางตา เมื่อเขาหันไปมอง ก็พบว่ากำไลหยกที่ได้รับติดตัวมาตั้งแต่เด็กมันกำลังส่องแสง
“เกิดอะไรขึ้นกัน…เหตุใดมันได้ถึงส่องแสง มันเป็นเพียงกำไลธรรมดาไม่ใช่งั้นรึ!?”หลงจินเหอก้มมองไปที่ข้อมือของตัวเองก่อนจะบ่นพึมพัมออกมา
“หรือว่าจะเป็นเพราะระดับพลังปราณของข้าเลื่อนขั้นมันถึงมีปฏิกิริยาเช่นนี้”ตอนนี้ภายในหัวของหลงจินเหอมีแต่ความสงสัยมากมาย
แสงสว่างก็เริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆราวกับมันกำลังเรียกร้องหาบางสิ่ง หลงจินเหอจึงนำมืออีกข้างไปวางไว้บนกำไลหยก ก่อนจะหลับตาลงและส่งจิตของเขาเข้าไปสำรวจตรวจสอบดูภายในของกำไล
“นั้นมันคือสิ่งใดกัน?”หลงจินเหอที่กำลังสำรวจอยู่ภายในกำไลหยก ภายในเป็นที่ที่มืดจนไม่สามารถที่จะมองเห็นสิ่งใดเลย แต่หลงจินเหอยังสามารถมองเห็นบางอย่างกำลังส่องแสงอยู่ เป็นม้วนคัมภีร์สีทองที่ดูเก่าแก่อย่างยิ่ง ราวกับว่าเพียงสัมผัสแม้ปลายนิ้วมันอาจจะขาดสลายหายไปได้เลย
“เจ้าสิ่งนี้มันหรือที่กำลังเรียกร้องหาข้า”หลงจินเหอมาหยุดอยู่ตรงหน้าของคัมภัร์สีทองที่กำลังลอยอยู่เบื้องหน้า ด้วยความสงสัยหลงจินเหอจึงนำมือไปสัมผัสมันดู
วิ๊ง! วิ๊ง!
เมื่อมือของหลงจินเหอสัมผัสเข้ากับคัมภีร์สีทอง มันก็หดลงจนเหลือขนาดเท่ากับเม็ดถั่วก่อนจะกลายเป็นคลื่นแสงสีทองและพุ่งตรงเข้าไปที่กลางหน้าผากของหลงจินเหอทันที
คัมภีร์สีทองที่จู่ๆก็พุ่งเข้ามาภายในหัว ทำให้หลงจินเหอตกใจอย่างมากจนต้องรีบถอนจิตออกมาจากกำไลหยกอย่างรวดเร็ว
“นี่มันคืออะไรกัน”หลงจินเหอรู้สึกปวดหัวเล็กน้อยเพราะว่าภายในหัวจู่ๆก็ได้รับข้อมูลบางอย่างมา
“เคล็ดวิชาลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่างกาย”แม้หลงจินเหอจะรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างกับสิ่งที่ได้รับมา แต่ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวิชาอะไรก็ชั่ง ขอแค่ทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นได้ นั่นก็ถือว่าเพียงพอแล้ว
หลังนั้นหลงจินเหอก็เริ่มอ่านเนื้อหาภายในด้านในทันที
เคล็ดวิชาลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่างกาย มีอยู่ทั้งหมด เก้าขั้น
ขั้นที่หนึ่ง ความแข็งแกร่งของร่างกายเพิ่มขึ้น 10 เท่า
ขั้นที่สอง ความแข็งแกร่งของร่างกายเพิ่มขึ้น 50 เท่า
ขั้นที่สาม ความแข็งแกร่งของร่างกายเพิ่มขึ้น 150 เท่า
ขั้นที่สี่ กายทองคำ
ขั้นที่ห้า กายหยก
ขั้นที่หก กายเพชร
ขั้นที่เจ็ด กายอมตะ ระดับทองคำ
ขั้นที่แปด กายอมตะ ระดับหยก
ขั้นที่เก้า กายอมตะ ระดับเพชร
“นี่มัน…จะน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว ไม่คิดว่าจะมีเคล็ดวิชาแบบนี้อยู่บนโลกนี้ด้วย ขั้นที่สามความแข็งแกร่งของร่างกายเพิ่มถึง 150 เท่า แล้วขั้นที่สี่ไปจนถึงขั้นที่เก้าล่ะ พลังทำลายจะขนาดไหน?”เมื่อหลงจินเหอได้อ่านเนื้อหาภายในทั้งหมดก็รู้สึกช็อคและดีใจอย่างมาก เพราะเป็นสิ่งที่ตัวเองกำลังจะฝึกต่อจากนี้
“เป็นใครกันที่นำสิ่งนี้มาใส่ไว้ภายในกำไลหยกนี่ คือท่านพ่อกับท่านแม่งั้นหรอ?”หลงจินเหอเริ่มตะหนักถึงครอบครัวของตัวเองได้แล้ว ว่าไม่ใช่ครอบครัวธรรมดาอย่างแน่นอน ถึงสามารถหาเคล็ดวิชาแบบนี้มาให้แก่ตนเองได้
“จะเป็นใครก็ชั่งเถอะ แต่ตอนนี้ควรจะเริ่มฝึกก่อน…อย่างน้อยขอแค่บรรลุขั้นที่หนึ่งได้ ก็จะสามารถทำให้ข้าสู้กับพวกที่ระดับสูงกว่าข้าได้อย่างสู้สีแน่นอน”หลงจินส่ายหัวไล่ความคิดเรื่องเจ้าของคัมภีร์สีทองทิ้งไปก่อนจะนั่งลงและหลับตาทันที
หลงจินเหอจึงพยายามเร่งโคจรพลังปราณภายในร่างกายให้อยู่ในสภาพที่เหมาะจะฝึกเคล็ดวิชาลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่างกาย หลังจากที่หลงจินเหอได้ลองพยายามอยู่นาน แต่ก็ไม่สำเร็จ ล้มเหลวอยู่หลายสิบรอบ
“อ่า….ให้ตายสิ ไม่คิดว่าจะยากเย็นขนาดนี้สงสัยข้าคงประเมินเคล็ดวิชานี้ต่ำเกินไป”หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับหงายหลังลงไปนอนที่เตียงทันที
ยามเช้ามืด
หลงจินเหอก็ตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อมาฝึกฝนร่างกายอยู่ทุกวัน โดยจะเป็นการเตะและต่อยอยู่กับลมทำซ้ำๆอยู่คนเดียว เพราะไม่มีหลงไป๋เฉินกับหลงเฮยหยุนเป็นคู่ซ้อมฝึกตอนเช้าอีกต่อไปแล้ว ทุกครั้งที่หลงจินเหอปล่อยหมัดออกไปก็จะเกิดเป็นคลื่นลมกระแทกออกไปข้างหน้า แม้จะมีขนาดเล็กมากก็ตาม
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม หลังจากหลงจินเหอฝึกซ้อมเสร็จแล้ว ก็กำลังจะกลับเข้าไปอาบน้ำภายในที่พักแต่ก็สังเกตุไปเห็น ศิษย์พี่หญิงหงเยว่ นางกำลังเดินมาทางที่พักของหลงจินเหอพอดี
“ศิษย์พี่หญิง…ท่านมาทำอะไรที่นี่ตั้งแต่เช้า”หลงจินเหอหันไปมองหงเยว่ก่อนจะกล่าว
“ท่านเจ้านิกายสั่งว่าวันนี้ให้ข้าพาเจ้าไปหอสวรรค์”ศิษย์พี่หญิงหงเยว่ยิ้มให้หลงจินเหอเล็กน้อยก่อนจะกล่าว
“เป็นเช่นนี้เอง ศิษย์พี่หญิงโปรดสักครู่ ข้าขอตัวไปชำระล้างร่างกายก่อน”เมื่อเห็นสภาพของชุดของตนเองที่เต็มไปด้วยเหงื่อและมายืนอยู่หน้าสาวงาม ทำให้หลงจินเหอรู้สึกอายนิดหน่อย
_________________________________________________________________________________________________________