War of Ancient Emperor - ตอนที่ 4 นิกายมังกรฟ้า
หลังจากที่หลงจินเหอกับชุนจื้อโหยวคุยด้วยกันมาตลอดการเดินทางจนในที่สุดก็มาถึงนิกายมังกรฟ้า นิกายมังกรฟ้าตั้งอยู่ภายในหุบเขาลึก รอบทิศทางจะถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูงใหญ่นับสิบลูก
“นี่มัน…งดงามกว่าที่ข้าจินตนาการเอาไว้มาก”เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า หลงจินเหอก็ถึงกลับหลุดปากพูดออกมา
“แน่นอน...แม้ว่านิกายของเราจะตั้งอยู่ห่างไกลจากผู้คน แต่ที่แห่งนี้ล้วนเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่ผู้ฝึกตนแบบพวกเราอย่างมาก”ชุนจื้อโหยวพยักหน้าพร้อมกับกล่าวไปด้วย
“ศิษย์ในนิกายของเราเยอะหรือไม่ท่านเจ้านิกาย”หลงจินเหอหันไปถาม
“หื้มม…ก็ประมานห้าหมื่นกว่าคนได้ คงคิดว่าไม่ได้มากมาย เมื่อเทียบกับนิกายที่พี่ชายของเจ้าไปอยู่”ชุนจื้อโหยวทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะตอบกลับไปด้วยท่าทางไม่สนใจ
‘ไม่ได้มากมาย? ห้าหมื่นคน?’
หลงจินเหอตกตะลึงอย่างมากเมื่อได้ยินและคิดว่าสถานะของนิกายมังกรฟ้าในดินแดนกลางย่อมไม่เล็กอย่างแน่นอน ขนาดเหล่าลูกศิษย์ก็ปาไปครึ่งแสนคนแล้ว
ชุนจื้อโหยวพาหลงจินเหอเข้ามาเงียบเชียบโดยไม่ให้ใครทราบ แต่ก็ไม่สามารถหนีีพ้นสายตาของผู้อาวุโสของนิกายไปได้
หลังจากที่ทั้งสองมาถึงห้องโถงใหญ่กันแล้ว ดูเหมือนว่าจะมีคนรออยู่แล้วเป็นชายหนุ่มหนึ่งคนกับอีกสี่คนแก่ ทั้งห้าคนเป็นผู้อาวุโสที่มีสถานะสูงภายในนิกายมังกรฟ้าแห่งนี้
“จื้อโหยว..นี่เจ้าไปลักพาตัวเด็กหนุ่มคนนี้มาจากที่ใดกัน…”เมื่อเห็นชุนจื้อโหยวปรากฏกายตรงหน้า ชายหนุ่มสวมชุดสีม่วงจึงก้าวไปข้างหน้าพลางเอ่ยถาม
“หลี่หยิง…เด็กคนนี้ชื่อ หลง จินเหอ ต่อจากนี้ไปเขาจะอยู่ภายใต้การดูแลของข้า”ชุนจื้อโหยวจ้องมองชายหนุ่มชุดม่วงตรงหน้าก่อนจะกล่าวอย่างช้าๆ
“จินเหอ..นี้คือผู้อาวุโสสูงสุดหรือจะเรียกว่าผู้อาวุโสใหญ่ หลี่หยิง ส่วนคือนั่นผู้อาวุโสสอง และนั่นผู้อาวุโสสาม”ชุนจื้อโหยวชี้ไปที่คนเบื้องหน้าและก็แนะนำให้หลงจินเหอรู้จักที่ละคน
“ผู้เยาว์หลงจินเหอ คารวะผู้อาวุโสทั้งห้า”หลังจากกล่าวจบหลงจินเหอก็กล่าวออกมาด้วยท่าทางสุภาพและก้มศีรษะลงเล็กน้อยให้แก่ชายทั้งห้า
“จื้อโหยว…นี่มันไม่เร็วไปหน่อยหรือเขายังเด็กอยู่เลยนะ ไว้สัก 3 ปี ค่อยพามาเข้านิกายของเราใหม่ก็ได้นิ”ผู้อาวุโสหลี่หยิงหันไปมองชุนจื้อโหยว
“หลี่หยิง….เจ้าอย่าได้ถามข้ามากนัก เพราะแม้แต่ตัวข้าก็มีตัวเลือกไม่มากนัก อีกอย่างเจ้าไม่ได้สังเกตุถึงระดับพลังลมปราณของจินเหอเลยหรืออย่างไร? จินเหอเริ่มเดินเข้าสู่เส้นทางของผู้ฝึกตนเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี่”ชุนจื้อโหยวไม่ตอบกลับและยังเป็นฝ่ายถามกลับไปหาผู้อาวุโสใหญ่อีกด้วย
“แม้ว่าจะยังเด็กอยู่ แต่อีกไม่นานก็ใกล้จะบรรลุขั้นปราณก่อตั้งแล้ว เป็นอย่างที่ท่านเจ้านิกายบอกมาจริง อายุยังน้อยแต่สามารถฝึกฝนมาถึงขั้นนี้ได้ พรสวรรค์ของเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน”ผู้อาวุโสสองก็พลันเอ่ยขึ้นมา
“จื้อโหยว…ข้ามีเรื่องต้องคุยกับเจ้าอีกยาว”เมื่อได้ยินความคิดเห็นจากผู้อาวุโสท่านอื่น ผู้อาวุโสใหญ่ จึงหันไปมองชุนจื้อโหยวอีกรอบ
“หงเยว่ ออกมานี่”น้ำเสียงผู้อาวุโสใหญ่พลันดังขึ้นมาและดูเหมือนจะพยายามเรียกใครบางคนออกมา
หลังจากสิ้นเสียงของผู้อาวุโสใหญ่ ผ้าม่านที่อยู่เบื้องหลังของเขาก็ถูกเปิดออกก่อนจะปรากฏหญิงสาววัย 17 ปี ออกมา ซึ่งทำให้หลงจินเหอนิ่งอึ้งไปพักใหญ่ เพราะความงามนางเรียกได้ว่าราวกับเทพธิดาลงมาจุติในร่างมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา แขนขาเรียวเล็ก ผมสีดำยาวมาจนถึงเอวคอด หน้าอกคู่งามที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ล้วนเป็นร่างกายที่สมบูรณ์แบบ
นางเดินออกมาหลังม่านอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหันไปมองหลงจินเหอ แม้นางจะรู้สึกตกใจกับความหล่อราวเทพบุตรของหลงจินเหอ แต่นางก็ไม่ได้แสดงท่าทางออกมานัก เพียงส่งรอยยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะเดินไปหาผู้อาวุโสใหญ่
“อาจารย์”นางมาหยุดอยู่ด้านหน้าของผู้อาวุโสใหญ่ก่อนจะก้มคารวะ
“หงเยว่ เจ้าจงพาหลงจินเหอไปหาที่พัก ตั้งแต่วันนี้ไป หลงจินเหอจะกลายเป็นศิษย์หลักของนิกายของเราอีกคน”ผู้อาวุโสใหญ่หันไปกล่าวกับลูกศิษย์ของตัวเอง
“เจ้าค่ะ…อาจารย์”นางพยักหน้าเล็กน้อย
“ศิษย์น้องจินเหอ...ตามข้ามา”นางหันไปกล่าวกับหลงจินเหอด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม ก่อนที่จะเดินนำหน้าหลงจินเหอ ออกไปด้านนอก
“เรื่องที่พักนั่นไม่จำเป็น หงเยว่พาเขาไปส่งที่ภูเขาส่วนตัวของข้า ข้าบอกไปแล้วว่าจินเหอจะอยู่ภายใต้การดูแลของข้า”ชุนจื้อโหยวที่เห็นว่าทั้งสองกำลังจะออกไปก็กล่าวขึ้นมาอีกครา
“เจ้าค่ะ…ท่านเจ้านิกาย”เมื่อได้ยินเช่นนี้ นางก็รู้แปลกใจเล็กน้อย เพราะเจ้านิกายไม่เคยรับใครเป็นศิษย์มาก่อน นางหันหลังกลับมาก้มศีรษะแก่ให้ชุนจื้อโหยวก่อนจะเดินออกไปอีกครั้ง
หลังจากที่ลูกศิษย์ของตัวเองกับหลงจินเหอ ออกไปกันแล้วสีหน้าของผู้อาวุโสใหญ่ก็พลันเปลื่ยนไปทันที
“จื้อโหยว…เจ้าจะรับจินเหอเป็นลูกศิษย์จริงงั้นรึ? ถึงขั้นย้ายให้เขาไปอาศัยอยู่กับเจ้า”ผู้อาวุโสใหญ่ก็จ้องเขม็งมาที่ชุนจื้อโหยว
“รับเป็นลูกศิษย์อย่างงั้นรึ? หลี่หยิง เจ้าประเมินตัวข้าสูงเกินไปแล้ว”ชุนจื้อโหยวส่ายหน้าเล็กน้อย
“เจ้าหมายความเช่นไร?”ผู้อาวุโสทั้งห้าก็หันไปทางชุนจื้อโหยวทันที
“คนอย่างข้าไม่คู่ควรจะเป็นอาจารย์ของจินเหอหรอก ต่อให้มีข้าสิบคนรวมกันก็ไม่คู่ควรอยู่ดี”ชุนจื้อโหยวกล่าวพร้อมกับส่ายหน้าเล็กน้อย
“จื้อโหยว…นี่เจ้ากำลังจะบอกอะไรกันแน่”ผู้อาวุโสใหญ่ทำสีหน้างงงวยออกมาทันที เพราะว่าเขาไม่เคยเห็นสีหน้าเช่นนี้ของเพื่อนสนิทของเขามาก่อน
ตัวตนและความแข็งแกร่งของชุนจื้อโหยว
หลี่หยิงย่อมรู้ดีมากกว่าใคร เพราะว่าในดินแดนแห่งนี้ กลับมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะทำให้เพื่อนของเขาต้องพ่ายแพ้ ซึ่งต้องยอมจ่ายราคาที่หนักพอสมควรเพื่อที่จะเอาชนะชุนจื้อโหยว
“ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ข้าสามารถบอกเจ้าได้เลยว่าเบื้องหลังของหลงจินเหอไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ที่ข้ารับหลงจินเหอเข้านิกาย ก็เพราะเป็นคำสั่งของท่านผู้นั้นต่างหาก”ชุนจื้อโหยวก็เริ่มอธิบาย
“จื้อโหยว…ใครคือท่านผู้นั้น?”เมื่อได้ยินคำของชุนจื้อโหยว ผู้อาวุโสใหญ่จึงรีบถามต่อทันที
“ข้าก็ไม่รู้ว่าเขาคือใครกันแน่ แต่เขาเป็นคนน่ากลัวอย่างมาก ต่อให้ข้ามีนับหมื่นชีวิต ก็เป็นเพียงแค่มดในสายตาของเขาเท่านั้น”ชุนจื้อโหยวกล่าวต่อ
เมื่อได้ยินคำพูดของชุนจื้อโหยวผู้อาวุโสทั้งห้าก็เงียบทันที เพราะในดินแดนกลางคนมีไม่เกินสิบคนเท่านั้น ที่สามารถทำให้ชุนจื้อโหยวพ่ายแพ้ได้ ต่อให้มีชุนจื้อโหยวนับหมื่นคนก็เป็นเพียงแค่มด
แล้วคนผู้นั้นจะอยู่ระดับใด?
“จื้อโหยว…เจ้ากำลังจะบอกว่าท่านผู้นั้นอยู่ในระดับราชันสวรรค์งั้นหรอ?”ด้วยความอยากรู้อยากเห็นผู้อาวุโสใหญ่ก็ถามต่ออีกที
ชุนจื้อโหยวไม่ได้ตอบเพียงแค่พยักหน้า เพราะไม่แน่ใจเรื่องระดับชั้นที่แน่นอน
“ท่านเจ้านิกาย..งั้นก็หมายความว่า เขาไม่ใช่คนของดินแดนกลางนะสิ เพราะดินแดนกลางไม่เคยมีระดับราชันสวรรค์ปรากฏมาก่อน”ผู้อาวุโสสองก็พลันอีกขึ้นมา
“ผู้อาวุโสสอง อย่าว่าแต่ระดับราชันสวรรค์เลย ระดับราชันปฐพีก็ยังไม่ปรากฏให้เห็นในดินแดนกลางเลย ถ้าหากว่าท่านผู้นั้นที่จื้อโหยวกล่าวมาเป็นจริง เช่นนี้ข้าคิดว่าบางทีเบื้องหลังครอบครัวของหลงจินเหอ อาจะอยู่ที่่่่่่่่่่่่ดินแดนลึกลับก็ได้”ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวออกมาด้วยท่าทางหวาดกลัว
“นี่มัน!! ดินแดนลึกลับเป็นเพียงตำนานไม่ใช่หรอท่านผู้อาวุโสใหญ่”เมื่อได้ยินคำว่าดินแดนลึกลับ ผู้อาวุโสทั้งสี่ก็หันไปหาผู้อาวุโสใหญ่พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“ตำนานงั้นหรอ? ดินแดนลึกลับบนั้นมีอยู่จริง เพียงแต่ผู้ฝึกตนระดับต่ำอย่างพวกเราคงจะไม่มีโอกาสที่จะได้ไป”ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวพร้อมกับมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อดูท้องฟ้าด้านบนหัวตัวเอง
“จื้อโหยวแล้วเรื่องของหลงจินเหอ เจ้าจะเอายังไงต่อ”ผู้อาวุโสใหญ่หันไปกล่าวกับชุนจื้อโหยว
“คำสั่งของท่านผู้นั้นเพียงแค่ให้ข้าดูแลเขาไปก่อน”ชุนจื้อโหยวกล่าว
–
–
–
–
กลับมาทางด้านของหลงจินเหอที่กำลังเดินตามหญิงงามที่เป็นศิษย์พี่ของตัวเองอยู่ จนในที่สุดก็มาถึงภูเขาด้านหลังของนิกายเป็นพื้นที่หวงห้ามเข้าได้เฉพาะผู้อาวุโสหรือเจ้านิกายเท่านั้น
“นี่คือที่พักของเจ้า”นางก็ชี้ไปที่บ้านหรูหราหลังเล็กที่ตั้งอยู่ห่างจากที่พักของเจ้านิกายไม่ไกลมาก
“ขอบคุณมากศิษย์พี่หญิง”หลงจินเหอก็พยักหน้าเล็กน้อย
“ข้าชื่อ หมิงฮวา หงเยว่ มีเรื่องอะไรก็เรียกข้าได้ตลอด ส่วนชุดของศิษย์น้องจินเหอ ข้าจะเอามาให้ทีหลัง”นางยิ้มให้หลงจินเหอเล็กน้อย
ดูเหมือนว่าภายในนิกายจะบังคับให้ศิษย์ทั้งหมดใส่ชุดของนิกาย เพื่อที่จะได้แบ่งแยกสถานะ ชุดที่ใส่จะเป็นสีขาวกันจะเหมือนกันทั้งหมด จะต่างกันแค่สีของลายเส้นบนชุด สีแดงคือศิษย์สืบทอด สีน้ำเงินคือศิษย์หลัก สีเหลืองคือศิษย์ใน ส่วนสีเขียวจะเป็นศิษย์นอก
_________________________________________________________________________________________________________
ขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้มาลงเลย
ช่วงนี้ไม่มีเวลาว่างเลย + เป็นไข้ทำให้นอนซมไปหลายวัน