War of Ancient Emperor - ตอนที่ 7 ศิษย์พี่หญิงฝาแฝด?
หลังจากหลงจินเหอได้รับทักษะทั้งสองมาแล้ว ก็ขอแยกทางกับศิษย์พี่หญิงหงเยว่ เพื่อที่จะรีบกลับไปฝึกทักษะที่ได้มาใหม่ทั้งสองโดยเร็ว
หลงจินเหอคิดว่าวันนี้เขาจะต้องฝึก’เคล็ดวิชาลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่างกาย’สำเร็จให้ได้ ตราบใดที่หลงจินเหอสำเร็จขั้นที่หนึ่งได้ ต่อให้เจอกับผู้ที่มีระดับสูงกว่าตัวเองช่องว่างความแตกต่างระหว่างทั้งสองก็จะเล็กลง ถ้าเจอกับผู้ที่อยู่ระดับเทียบเท่ากับตัวเอง หลงจินเหอมั่นใจว่าจะไม่พ่ายแพ้อย่างแน่นอน
ในที่สุดก็เดินกลับมาถึงที่พัก หลงจินไม่รอช้ารีบกระโดดขึ้นไปนั่งสมาธิลงบนเตียง ก่อนจะปิดประสาทสัมผัสทั้งหกและหลับตาลงอย่างเชื่องช้า เริ่มโคจรพลังปราณภายในร่างกาย คราวนี้จะเร่งให้หมุนวนไวกว่าเดิม หลงจินเหอลองปลดปล่อยพลังปราณออกไปด้วย หลงจินเหอได้ลองผิดลองถูกในการฝึก’เคล็ดวิชาลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่างกาย’อยู่หลายอย่าง จนในที่สุดก็มีีความรู้สึกว่ามันกำลังจะสำเร็จ
“คราวนี้สำเร็จแน่…”หลงจินเหอที่นั่งหลับอยู่ก่อนจะบ่นพึมพัมออกมา
หลงจินเหอรู้สึกร้อนรุ่มไปทั่วร่างกายราวกับเลือดกำลังเดือดและคิดว่าร่างกายของตัวเองกำลังเกิดการเปลื่ยนแปลง เหงื่อจำนวนมากมายที่ออกมาจากร่างกาย จนทำเสื้อผ้าของหลงจินเหอเปรียกไปหมด รอบตัวของหลงจินเหอก็มีพลังปราณที่เริ่มเกาะกลุ่มกัน ก่อนจะเกิดเป็นพายุขนาดเล็กหมุนวนอยู่
ภายด้านในร่างกายของหลงจินเหอกำลังเปลื่ยนแปลงอย่างมาก หลงจินเหอรู้สึกว่ากระดูกและร่างกายของเขากำลังแข็งแกร่งขึ้นและทนทานมากขึ้น แตกต่างมากกว่าก่อนที่จะฝึกเมื่อสักครู่ลิบลับ ใช้เวลานานถึงครึ่งชั่วยาม จนในที่สุดการเปลื่ยนแปลงทุกอย่างก็หยุดลง
หลงจินเหอก็เริ่มตาขึ้นมา ก่อนจะยกสองมือของตัวเองขึ้นมาดู
“นี่มันกลิ่นอะไรเหม็ดชะมัด…”เมื่อหลงจินเหอได้เปิดประสาททั้งหกก็พบว่ามีกลิ่นเหม็นอย่างแรงกระแทกใส่จมูกของเขา
“กลิ่นนี้มาจากร่างกายของข้า”หลงจินเหอที่ลองยกแขนตัวเองขึ้นมาดม
“ดูเหมือนว่าระหว่างที่ร่างกายกำลังเกิดการเปลื่ยนแปลง ยังคงขับสิ่งสกปรกออกมาด้วยสินะ”หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำ
หลังจากที่ชำระล้างร่างกายและเปลื่ยนชุดใหม่แล้ว หลงจินเหอมายืนอยู่ตรงหน้าของต้นไม้ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของที่พักเป็นต้นไม้ใหญ่ขนาดห้าคนโอบยังไม่รอบทั้งต้น หลงจินเหอต้องการจะทดสอบพละกำลังของตัวเองในยามนี้
“เอาละ…ขอดูหน่อยเถอะว่าร่างกายข้าเปลื่ยนแปลงไปมากขนาดไหน”หลงจินเหอสูดหายใจลึกๆก่อนจะกำหมัดและต่อยออกไปข้างหน้า
หมัดที่หลงจินเหอต่อยออกไปเป็นเพียงหมัดธรรมดาที่ใช้เพียงพละกำลังอย่างเดียว
ปัง !!
ตูมมม !!
ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่โดนหมัดของหลงจินเหอเข้าไปไม่เพียงแค่หักทั้งต้น แต่ยังปลิวลอยไปไกลก่อนจะชนกับต้นอื่นๆไปด้วย
เมื่อได้เห็นผลลัพธ์ที่ออกมาเช่นนี้ ทำให้หลงจินเหอรู้สึกตกใจเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าลงไปมองมือของตัวเอง ความรู้สึกของหลงจินเหอตอนที่ต่อยโดนต้นไม้ราวกับว่าตัวเองกำลังต่อยเต้าหู้ยังไงยังงั้น
หลังจากที่หลงจินเหอได้ทดลองกับต้นไม้อีกห้าหกต้นผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนเดิม
หลงจินเหอก็จะกลับเข้าที่พักเหมือนเดิมเพื่อที่จะฝึกอีกสองทักษะที่ได้รับมาวันนี้ แต่ทว่าขณะที่กำลังจะเดินกลับก็เห็นศิษย์พี่หญิงหงเยว่เดินมาหาตนเอง
แต่หลงจินเหอสังเกตุได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างแปลกไปจากเดิม รู้สึกว่าศิษย์พี่หญิงหงเยว่ตัวเตี้ยลงแถมหน้าอกยังใหญ่ขึ้นกว่าเมื่อตอนที่แยกกันตอนที่ออกมาจากหอสวรรค์
“ศิษย์พี่หญิงมีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่…ไหนท่านบอกข้าว่าจะกลับไปฝึกไม่ใช่หรือไง”หลงจินเหอถามนาง
แต่นางก็ไม่ได้ตอบ กลับกันนางจ้องมองหลงจินเหออยู่นานตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ศิษย์พี่หญิง…ตัวข้ามีอะไรผิดแปลกอย่างงั้นหรอ ท่านจ้องนานเกินไปแล้ว”หลงจินเหอที่ถูกจ้องอยู่นานก็รู้สึกเขินอายขึ้นมา
“เจ้าคือหลงจินเหอสินะ…”นางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานที่หลงจินเหอไม่เคยได้ยินมาก่อน
“ก็คือข้านะสิ…ท่านดูแปลกไปนะ เมื่อครู่ยังคุยกันอยู่เลย”หลงจินเหอถามด้วยน้ำเสียงหวาดระแวง เพราะคิดว่าอาจจะเป็นตัวปลอม
เมื่อได้ยินคำตอบของหลงจินเหอ นางก็เดินเข้ามาใกล้หลงจินเหอก่อนจะดึงตัวเข้ามากอดอย่างแนบแน่น
“เฮ้….นี่มันอะไรกัน ศิษย์พี่หญิงท่านเป็นอะไรไป”หลงจินเหอรู้สึกตกใจอย่างมากและไม่คิดว่าจู่ๆนางจะทำอะไรเช่นนี้
“ตัวเล็กน่ารักจัง ขอข้ากอดหน่อย”นางกล่าวพร้อมกับกอดหลงจินเหอแน่นกว่าเดิม หลงจินเหอก็ยืนอึ้งอยู่นานโดยไม่ได้ขัดขืนปล่อยให้นางกอดต่อไป
“ฮัวเหม่ย….เจ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่ หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ”หลังจากที่หลงจินเหอกับหงเยว่ที่กำลังกอดกันอยู่นาน จู่ๆก็มีเสียงผู้หญิงที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง
หลงจินเหอก็หันหัวกลับไปมองก็พบว่าเป็นศิษย์พี่หญิงหงเยว่คนเดิมที่แยกกันตอนออกจากหอสวรรค์
แล้วคนที่กำลังกอดตัวเขาอยู่เป็นใครกัน?
“พี่สาว…ไม่คิดว่าจะมาเร็วขนาดนี้”นางกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยหลงจินเหอออกจากอ้อมกอด
“นี่มันเรื่องอะไรกัน…เหตุใดถึงมีศิษย์พี่หญิงหงเยว่สองคน”หลงจินเหอหันไปจ้องมองสาวงามทั้งสองตรงหน้าก่อนจะถาม
“นางเป็นน้องสาวของข้า”ศิษย์พี่หญิงหงเยว่กล่าวพร้อมกับมองไปที่สาวงามอีกคนที่ยืนอยู่ด้านข้าง
“น้องสาว?”หลงจินเหอหันหน้าไปมองสาวงามที่กอดตนเมื่อสักครู่
“ข้าเรียกว่า หมิงฮวา ฮัวเหม่ย เป็นอย่างที่ท่านพี่กล่าวนั้นแหละ”ฮัวเหม่ยกล่าว
“ฮะ..ฮัวเหม่ย มะ…เมื่อครู่เจ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่”ศิษย์พี่หญิงหงเยว่ถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“ท่านพี่จะตกใจไปทำไมกัน…ข้าก็แค่กอดศิษย์น้องจินเท่านั้นเอง”ศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยกล่าวพร้อมยักไหล่ให้หงเยว่
“เจ้าเพิ่งจะเจอกับศิษย์น้องจินเป็นครั้งแรก เข้าไปกอดแบบนั้นมันเสียมารยาทนะ”ศิษย์พี่หญิงหงเยว่กล่าวพร้อมขมวดคิ้วของนาง
“ไม่ใช่ว่าท่านพี่อยากจะแอบเก็บศิษย์น้องจินเอาไว้คนเดียวหรือไง ถึงไม่แนะนำให้ข้ารู้จักเลย”
“ศิษย์น้องจินออกจะน่ารัก ข้าไม่คิดเลยว่านิกายของเราจะมีคนที่อายุน้องขนาดนี้”ศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“เจ้ากำลังจะบอกอะไรกันแน่”ศิษย์พี่หญิงหงเยว่กล่าว
“ข้าสังเกตุเห็นว่าพักหลังมานี้….ท่านพี่ชอบทำตัวแปลกไปจากเมื่อก่อน ถ้าหากข้าไม่ไปถามอาจารย์ ข้าก็จะไม่ได้รู้จักศิษย์น้องจินอย่างแน่นอน”ศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยกล่าว
“ฮัวเหม่ย…เจ้าอย่าได้พูดจาไร้สาระ ข้าเพียงทำตามคำสั่งของท่านเจ้านิกายให้ดูแลศิษย์น้องจิน”เมื่อยินคำพูดของน้องสาว สีหน้าของนางจึงขึ้นสีนิดหน่อย
ทางด้านของหลงจินเหอก็ยืนฟังพี่น้องสองสาวทะเลาะอย่างเงียบๆราวกับไม่มีตัวตนอยู่ตรงนี้
“ศิษย์น้องจิน พวกนี้เป็นฝีมือของเจ้างั้นหรอ”ศิษย์พี่หญิงหงเยว่กล่าวถามพร้อมกับชี้นิ้วไปทางที่ต้นไม้มากมายที่หักล้มกันเป็นระเนระนาด
“ข้าแค่ทดลองอะไรนิดหน่อยเท่านั่นเอง”หลงจินเหอก็พยักหน้าเล็กน้อย
“ดูเหมือนเจ้ากำลังฝึกอยู่สินะ…งั้นข้าไม่รบกวนเจ้าแล้ว”ศิษย์พี่หญิงหงเยว่กล่าวกับจับมือของน้องสาวเดินออกไป
“ศิษย์น้องจิน แล้วเจอกันใหม่นะ”ศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยโบกมือให้หลงจินเหอ ก่อนจะเดินตามพี่สาวออกไป
หลงจินเหอที่เห็นสองสาวเดินออกไปแล้วก็ถอนหายไปเฮือกใหญ่ แม้ทั้งสองรูปร่างหน้าตาจะเหมือนกัน แต่นิสัยต่างกันสุดขั้ว ศิษย์พี่หญิงหงเยว่จะเป็นคนที่ไม่ค่อยจะแสดงออก เป็นคนที่นิ่งเงียบอยู่ตลอดผิดกับศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยลิบลับที่เป็นคนที่สดใส่ร่าเริงอยู่ตลอดเวลา
สิ่งที่หลงจินเหอต้องการจะทำต่อจากนี้ก็คือฝึกทักษะ’ก้าวอัสนี’เพราะตอนนี้หลงจินเหอได้บรรลุ’เคล็ดวิชาลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่างกาย’แล้ว
หลังจากที่ได้อ่านเนื้อหาภายในทำให้หลงจินเหอไม่เข้าใจในหลายๆอย่าง จึงต้องเดินไปที่บ้านพักอาศัยของเจ้านิกายเพื่อสอบถาม
“ท่านเจ้านิกาย เงื่อนไขในการฝึกทักษะอันนี้ คืออะไรกันแน่ ข้าพยายามอ่านอยู่หลายครั้งก็ยังไม่เข้าใจ”หลงจินเหอยื่นคัมภีร์ไปให้ชุนจื้อโหยวก่อนจะกล่าวถาม
“อื้มม..ทักษะนี้ ข้าไม่เคยเห็นศิษย์คนไหนฝึกมันสำเร็จมานานแล้วเลย”ชุนจื้อโหยวกล่าว
“เพราะเหตุใดกันถึงมีแต่คนฝึกมันไม่สำเร็จ?”หลงจินเหอถามไปด้วยความสงสัย
“เจ้ารูู้หรือไม่?ว่าแท้จริงแล้วเงื่อนไขที่จะฝึกมันได้คืออะไรกัน”ชุนจื้อโหยวถามหลงจินเหอ
“ข้าก็ไม่ทราบเช่นกัน”หลงจินเหอส่ายหน้า
“ก่อนที่เจ้าจะฝึกใช้’ก้าวอัสนี’ขั้นแรกร่างกายของเจ้าต้องรองรับและปรับสภาพให้เข้ากับสายฟ้าได้เสียก่อน แค่ขั้นแรกก็มีศิษย์มากมายล้มเลิกที่จะฝึกฝนมันแล้ว หากร่างกายไม่สามารถทนสายฟ้าได้ก็อาจจะถึงตาย”ชุนจื้อโหยวอธิบาย
“ร่างกายของคนเราจะปรับสภาพเพื่อรองรับสายฟ้าได้นั่นแทบจะเป็นไปไม่ได้ ข้าคิดว่า….ถ้าหากเจ้าอยากจะฝึกมันจริงๆอย่างต่ำตัวเจ้าต้องแบกรับสายฟ้าที่ผ่าลงมานับหมื่นครั้งหรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้”ชุนจื้อโหยวกล่าวอย่างช้าๆ
________________________________________________________________________________________________________