War of Ancient Emperor - ตอนที่ 77 ประมุขแห่งพระราชวังมาร
หลังจากที่หลงจินเหอและซูหมิงเอ๋อเดินทางออกมาจากพระราชวังมังกรแล้ว เป้าหมายต่อไปของทั้งสองคนก็คือประตูมิติข้ามดินแดน
หลงจินเหอเสียเวลามากมาพอแล้วสำหรับดินแดนด้านบน
เพื่อที่จะรีบกลับไปดินแดนด้านล่างให้ไวที่สุด ชายหนุ่มจึงต้องเร่งความเร็วให้เร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
แม้ว่ามันจะต้องสูญเสียพลังลมปราณอย่างไร้ประโยชน์ก็ตาม
“หากเรายังคงเดินทางด้วยความเร็วระดับ ข้าคิดว่าประมาณหนึ่งวันก็น่าจะไปถึงประตูมิติข้ามดินแดน”
ซูหมิงเอ๋อ จ้องมองไปที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของหลงจินเหอ ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
“เฮ้! หมิงเอ๋อที่หน้าของข้ามีอะไรติดอยู่งั้นหรือ?”
หลงจินเหออดที่จะถามไม่ได้ เพราะว่านางเอาแต่จ้องมองมาที่หน้าของตนเองตั้งแต่ออกมาจากพระราชวังมังกร
“ปะ-เปล่า ไม่มีสิ่งใด!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซูหมิงเอ๋อจึงหน้าแดงขึ้นมา นางจึงรีบ หันหน้าหนีไปทางอื่นทันที
“ข้าพูดอะไรผิดไป…”
หลงจินเหอได้แต่พึมพัม ชายหนุ่มไม่เข้าใจความรู้สึกของหญิงสาวเลยจริงๆ
“หมิงเอ๋อ เป็นอะไรไป!?เหตุใดถึงหยุด..”
ทว่าขณะที่หลงจินเหอยังคงอยู่ในอาการสับสนอยู่ ว่าเหตุใดซูหมิงเอ๋อถึงไม่ยอมคุยกับเขา
ในตอนนั้นเองชายหนุ่มก็เห็นว่าหญิงสาวได้หยุดเคลื่อนไหวอยู่กลางอากาศ
“นี่! ไม่ดีแน่!”
ดวงตาคู่งามของซูหมิงเอ๋อ จ้องมองไปยังเบื้องหน้าอยู่นาน ก่อนจะกล่าวออกมา
“อะไรไม่ดี! เกิดอะไรขึ้น หมิงเอ๋อบอกข้า!”
หลงจินเหอรีบถามด้วยความกังวล
“จินเหอ เจ้าไม่รู้สึกเลยงั้นหรือ?”
ซูหมิงเอ๋อ กล่าวออกมาขณะที่หญิงสาวยังคงจ้องมองไปยังเบื้องหน้า
“รู้สึก? ท่านกำลังพูดเรื่องอะไร”
หลงจินเหอไม่เข้าใจสิ่งที่ซูหมิงเอ๋อ บอกมา
“ไปเร็วเข้า! ไม่มีเวลาแล้ว! มันกำลังมา!…”
ซูหมิงเอ๋อกล่าวออกมาอย่างรีบร้อน หญิงสาวจับแขนของหลงจินเหอเอาไว้แน่น ก่อนจะรีบเดินทางย้อนกลับไปยังพระราชวังมังกร
“อะไรกำลังมา!”
หลงจินเหอไม่เข้าใจกับสิ่งที่ซูหมิงเอ๋อ กำลังทำอยู่ตอนนี้เลย
ขณะที่ชายหนุ่มยังคงเคลื่อนตัวกลับไปทางพระราชวังมังกร แต่ชายหนุ่มก็ยังคงจ้องมองไปยังเบื้องหลังอยู่ตลอด เพราะอยากจะรู้ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น
“นั่นมัน! บ้าอะไรกัน!”
หลังจากที่หลงจินเหอจ้องมองอยู่นานก็เริ่มสังเกตุเห็นสิ่งผิดปกติ
ปลายขอบฟ้าอันไกลโพ้นพลันปรากฏเมฆหมอกสีดำทมิฬจำนวนมหาศาลกำลังเคลื่อนตัวมาอย่างรวดเร็ว
และที่สำคัญคือทิศทางที่เมฆสีดำทมิฬกำลังตรงมา คือตำแหน่งเดียวกับหลงจินเหอและซูหมิงเอ๋อ
“ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า! ในที่สุดข้าก็เจอตัวจนได้”
ในตอนนั้นเองพลันปรากฏเสียงหัวเราะอันน่าขนลุกขนพองและเต็มไปด้วยความเย้ยหยันดังมาจากกลุ่มเมฆหมอกสีดำทมิฬ
“หมิงเอ๋อ เจ้ารู้จักงั้นหรือ? เจ้านั่นมันเป็นตัวอะไร?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ คิ้วของหลงจินเหอก็ขมวดเข้าหากัน
“ข้าก็ไม่แน่ใจว่ามันเป็นใคร!?”
“แต่มันไม่ได้มาดีแน่!”
ซูหมิงเอ๋อ กล่าวพร้อมกับกัดริมฝีปาก
ท่าทีของซูหมิงเอ๋อ ที่แสดงออกมาบ่งบอกถึงความกังวลได้อย่างชัดเจน หลงจินเหอไม่เคยเห็นท่าทีกังวลของหญิงสาวขนาดนี้มาก่อน
“พวกเจ้าทั้งสองหมดทางหนีแล้ว!”
ขณะนั้นเองหลงจินเหอและซูหมิงเอ๋อก็ได้หยุดและลอยตัวอยู่กลาวอากาศทันที
เพราะว่าเสียงที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังเมื่อครู่ มันไม่ได้ดังไล่มาจากด้านหลังอีกแล้ว แต่เป็นด้านหน้าต่างหาก
เหนือศีรษะของหลงจินเหอขึ้นไป พลันปรากฏเมฆหมอกสีดำปกคลุมทั่วท้องนภาจนมืดมิดไปหมดแล้ว
แม้แต่ตัวของชายหนุ่มเองก็ยังไม่รู้ว่าเมฆหมอกสีดำทมิฬพวกนี้ มันมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่
เบื้องหน้าของหลงจินเหอและซูหมิงเอ๋อ ห่างไกลออกไปประมาณครึ่งลี้
ปรากฏมิติบิดเบี้ยวอย่างรุนแรงและมันก็ค่อยเปิดออกอย่างรวดเร็ว
ร่างกายลักษณะคล้ายกับมนุษย์ก้าวเดินออกมาจากห้วงมิติอย่างเชื่องช้า
หลงจินเหอไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนกว่ามันเป็นมนุษย์หรือไม่ เนื่องจากสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของชายหนุ่ม มันเป็นมนุษย์ที่มีรูปร่างสูงกว่าสามเมตร
สวมชุดคลุมยาวสีดำสนิทไม่เห็นแม้กระทั่งหน้าตา อีกทั้งชุดที่สวมใส่ยังดูเก่าอย่างมาก
ชุดสีดำล้วนเต็มไปด้วยลอยขาดมากมายจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
“เจ้าเป็นใครกัน!?”
หลงจินเหอกล่าวออก ขณะที่จ้องมองเข้าไปในดวงตาสีแดงฉานภายใต้ชุดคลุมสีดำ แม้ว่าชายหนุ่มจะรู้สึกหวั่นเกรงอยู่บ้าง
แต่ก็พยายามแสดงท่าทีออกมาให้น้อยที่สุด
“เจ้าเป็นใครงั้นหรือ? ทั้งที่เจ้าฆ่าคนของข้าไปแล้ว ยังจะบอกว่าไม่รู้?”
ภายใต้ชุดคลุมสีดำ พลันปรากฏเสียงแหบแห้งของผู้ชายดังออกมา
“ฆ่าคนของเจ้า?” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลงจินเหอก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน ก่อนจะหันไปมองซูหมิงเอ๋อ ที่ยืนอยู่ด้านข้าง
“มันคือประมุขแห่งพระราชวังมาร กู่เหยี่ยน”
ซูหมิงเอ๋อ กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเกลียดชังอย่างมาก นางยังคงไม่ลืมเรื่องเกี่ยวกับชายทั้งสามคนของพระราชวังมารที่ทำกับนางเอาไว้
“จะเป็นไปได้อย่างไรกัน!?”
“หมิงเอ๋อ ท่านบอกว่าประมุขของพระราชวังมารไม่สามารถก้าวออกมาจากพระราชวังของมันได้”
หลงจินเหอกล่าวออกมาด้วยท่าทางไม่เข้าใจ
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้สถานะการณ์เปลื่ยนไปแล้ว”
ซูหมิงเอ๋อ จับมือของหลงจินเหอเอาไว้แน่น
“สาวน้อย! ดูเหมือนว่าเจ้าจะรู้หลายเรื่องเกี่ยวกับพระราชวังมารของข้า”
กู่เหยี่ยนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง มันได้รับรู้เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาจากความทรงจำของคนจากพระราชวังมารของมันที่ส่งมาก่อนตาย
“ถือเป็นเรื่องที่ดีที่พวกเจ้าทั้งสองอยู่ด้วยกัน”
“ข้าจะได้กำจัดทั้งหมดในคราวเดียว”
กู่เหยี่ยนโบกสะบัดแขนเสื้อหนึ่งที
“จงหายไปซะ!”
พลังลมปราณสีดำทมิฬมากมายไหลออกมาจากร่างกายของมัน ก่อนจะพลันเปลื่ยนเป็นกลุ่มเมฆหมอกสีดำและพุ่งเข้าไปหาหลงจินเหอและซูหมิงเอ๋อ อย่างรวดเร็ว
“นี่ไม่ดีแน่!”
หลงจินเหอรู้สึกว่ากลุ่มเมฆหมอกสีดำพวกนี้อันตรายอย่างมาก และไม่ควรเข้าไปใกล้เด็ดขาด
เนื่องจากเป้าหมายที่กลุ่มเมฆหมอกสีดำพุ่งเข้ามาไม่ได้เป็นซูหมิงเอ๋อ แต่เป็นหลงจินเหอ
เมื่อหลงจินเหอรู้สึกถึงความอันตราย
สัญชาตญาณของชายหนุ่มกำลังบอกให้เขารีบนำพาซูหมิงเอ๋อ ออกไปให้ไวที่สุด
ชายหนุ่มจึงไม่รอช้า รีบเหวี่ยงร่างกายของหญิงสาวออกไปให้ไกลจากตนเองมากที่สุด
เพื่อที่จะไม่ให้นางโดนผลกระทบจากกลุ่มเมฆหมอกสีดำที่พุ่งเข้ามา
“จินเหอ! เจ้ากำลังคิดจะทำอะไร!”
ซูหมิงเอ๋อ รู้สึกตกใจอย่างมาก นางไม่คิดว่าหลงจินเหอจะทำเช่นนี้
กว่านางจะตั้งหลักได้ ร่างกายของหลงจินเหอก็ถูกกลุ่มเมฆหมอกสีดำทมิฬกลืนกินไปแล้ว
“ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า! หายไปซะเจ้าหนู”
กู่เหยี่ยนส่งเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันออกมาอย่างดัง เมื่อได้เห็นการกระทำอันโง่เขลาของหลงจินเหอ
“ปราการทมิฬ!”
หลงจินเหอตะโกนออกมา รอบตัวของชายหนุ่มพลันปรากฏหมอกควันสีดำไหลออกมาจากร่างกายอย่างมหาศาล
นี่ถือเป็นครั้งแรก สำหรับหลงจินเหอที่ใช้ทักษะลับของเต่าทมิฟออกมา
หมอกควันสีดำที่อยู่รอบตัวของหลงจินเหอ
เปลื่ยนสภาพเป็นกระจกสีดำขนาดใหญ่ เพื่อปกคลุมร่างกายของชายหนุ่มเอาไว้
มันมีลักษณะคล้ายกับพีระมิด อีกทั้งยังทับซ้อนกันถึงสามชั้น
“ทักษะชั้นต่ำเช่นนี้ เจ้าคิดว่าจะหยุดข้าได้งั้นหรือ?”
“เป็นแค่ระดับเซียนขั้นกลาง ต่อให้เจ้ามีทักษะระดับสวรรค์ก็ไม่สามารถหยุดข้าได้!!”
กู่เหยี่ยนจ้องมองที่หลงจินเหอ ก่อนจะกล่าวออกมาอย่างเย็นชา
ตูม!
เพล้ง!!
หลังจากที่หลงจินเหอถูกกลุ่มเมฆหมอกสีดำทมิฬจากกู่เหยี่ยนกัดกินอยู่เพียงไม่นาน
จนในที่สุดปราการขั้นที่หนึ่งของชายหนุ่มก็แตกสลายหายไปอย่างรวดเร็ว
‘บ้าน่า! แม้แต่ปราการทมิฬยังไม่สามารถทนได้ถึงสามลมหายใจ!’
หลงจินเหอรู้สึกช็อคอย่างมาก
ประมุขแห่งพระราชวังมารแข็งแกร่งมากเกินกว่าที่หลงจินเหอคิดเอาไว้อีกมากมาย
เพล้ง!!
แก๊ก! แก๊ก!
หลังจากที่ปราการขั้นที่หนึ่งแตกได้เพียงไม่ถึงสองลมหายใจ ปราการขั้นที่สองก็แตกสลายในพริบตา
ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งลมหายใจปราการขั้นที่สามก็เกิดรอยร้าวขึ้นมาแล้ว
“ข้ากำลังพบเจอกับตัวตนชั้นใดกันแน่!”
หลงจินเหอได้แต่กัดฟันอดทน
ทักษะลับของเต่าทมิฬ ซึ่งเป็นทักษะทางด้านการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับชายหนุ่มแล้ว
แต่กลับถูกทำลายเพียงพริบตา
ความรุนแรงของกลุ่มเมฆหมอกสีดำทมิฬที่กำลังกัดกินปราการทมิฬของหลงจินเหออย่างรวดเร็ว
ถ้าหากว่าปราการทมิฬของชายหนุ่มแตกสลายจนหมดและกลุ่มเมฆหมอกสีดำทมิฬไหลเข้าร่างกาย
ชายหนุ่มคิดว่าโอกาสมีชีวิตรอดนั้นมีน้อยมาก เพราะว่ากลุ่มเมฆหมอกสีดำทมิฬของกู่เหยี่ยนมันน่ากลัวเกินไป
________________________________________________________________________________________________________