War of Ancient Emperor - ตอนที่ 80 ชายชายลึกลับปรากฏกาย
“เจ้าจะต้องตกอยู่ในโลกแห่งความมืดมิดไปตลอดกาล”
กู่เหยี่ยนจ้องมองไปยังซูหมิงเอ๋อ ก่อนจะรีบเร่งโคจรพลังลมปราณอย่างรวดเร็ว
ซูหมิงเอ๋อ ยังคงลอยอยู่ที่เดิม หญิงสาวไม่ได้ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาคู่งามทั้งสองของนาง ยังคงจ้องมองไปยังกู่เหยี่ยนก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย
“แสดงให้ข้าดู สายเลือดจักรพรรดิของเจ้าจะแข็งแกร่งไปถึงขั้นไหน”
กู่เหยี่ยนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
เมื่อสิ้นเสียงคำกล่าวของกู่เหยี่ยน กลุ่มเมฆหมอกสีดำของมันก็ไหลออกมาจากร่างกายของมันอีกครั้ง
แต่ว่าในครั้งนี้แตกต่างกันออกไป เพราะว่ากลุ่มเมฆหมอกสีดำที่มันปล่อยออกมามีเยอะกว่าครั้งก่อนเป็นสิบเท่า
ราวกับว่ากลุ่มเมฆหมอกสีดำ กำลังกลืนกินโลกใบนี้ให้หายไป
“กลิ่นอายและความรู้สึกอันน่าขยะแขยงนี่!?”
“มันคือทักษะของเผ่าปีศาจ!”
ซูหมิงเอ๋อ พึมพัมออกมาอย่างแผ่วเบา นางรีบเคลื่อนตัวมายืนข้างร่างกายของหลงจินเหออย่างรวดเร็ว
เปลวเพลิงสีม่วงที่ปกคลุมทั่วร่างกายของซูหมิงเอ๋อ ก็แผ่ขยายเป็นวงกว้างออกไป
อีกทั้งยังห่อหุ้มร่างกายของหลงจินเหอที่ลอยอยู่ด้านข้างเอาไว้อีกด้วย
การที่จะหนีจากการไล่ล่าของกู่เหยี่ยนเป็นอะไรที่ค่อนข้างยาก
นางไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเตรียมป้องกันอย่างเดียว
แม้ว่าซูหมิงเอ๋อ จะได้รับพลังที่เพิ่มขึ้นมาจากสายเลือดจักรพรรดิแล้ว
มันก็ยังคงไม่เพียงพอที่จะเอาชนะกู่เหยี่ยนได้เลย
กลุ่มเมฆหมอกสีดำที่กู่เหยี่ยนปล่อยออกมามันไม่ได้พุ่งตรงมายังตำแหน่งของซูหมิงเอ๋อ และหลงจินเหอ
แต่ว่ามันกระจายออกไปรอบทิศทางและค่อยหดตัวกลับเข้ามา
จนบีบให้ทั้งซูหมิงเอ๋อ และหลงจินเหอเข้ามาอยู่ภายในของมัน
หลังจากเวลาผ่านไปเพียงไม่นานทั้งซูหมิงเอ๋อ และหลงจินเหอก็ได้ถูกกลุ่มเมฆหมอกสีดำกลืนกินเข้าไป
“ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า! หายไปซะ!?..”
กู่เหยี่ยนก็หัวเราะออกมาด้วยความบ้าคลั่ง
มันทำเพียงแค่รอให้กลุ่มเมฆหมอกสีดำของมันกัดกินร่างกายของซูหมิงเอ๋อ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
เพียงแค่นี้ก็จะไม่มีใครมาขัดขว้างมันตอนที่จะทำการเปลื่ยนร่างกายใหม่ได้อีกแล้ว
“เกิดอะไรขึ้น!?….”
ทว่าขณะที่กู่เหยี่ยนกำลังหัวเราะอยู่ มันก็ชะงักหยุดลงไปทันที
มันรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นภายในกลุ่มเมฆหมอกสีดำของมัน
ตูม!
ในตอนนั้นเอง กลุ่มเมฆหมอกสีดำที่กลืนกินร่างกายของซูหมิงเอ๋อ และหลงจินเหอเข้าไป
มันก็เกิดระเบิดขึ้นมาอย่างรุนแรง เปลวเพลิงสีม่วงมากมายได้ทะลักและไหลออกมาจากกลุ่มเมฆหมอกสีดำของกู่เหยี่ยน
แต่มันไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น กลุ่มเมฆหมอกสีดำของกู่เหยี่ยนนั้น
กลับโดนเปลวเพลิงสีม่วงของซูหมิงเอ๋อ เผาไหม้ไปจนหมด
ร่างกายของหลงจินเหอยังคงอยู่ในสภาพเดิมโดยที่ไม่โดนผลกระทบอะไร มีเพียงแต่ซูหมิงเอ๋อ ที่ยังคงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง
บนใบหน้าของนางปรากฏเม็ดเหงื่อออกมาเล็กน้อย กว่านางจะทำลายกลุ่มเมฆหมอกสีดำของกู่เหยี่ยนได้นั้น
มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินสายเลือดจักรพรรดิของเจ้าต่ำเกินไป”
“ดูท่าว่าข้าจะต้องลงมือด้วยตนเองแล้ว”
กู่เหยี่ยนจ้องมองไปยังเศษซากของกลุ่มเมฆหมอกสีดำของมันที่ถูกเปลวเพลิงสีม่วงของซูหมิงเอ๋อ เผาไหม้จนแทบไม่เหลือ
เมื่ิอสิ้นเสียงคำกล่าว เปลวเพลิงสีดำก็ลุกโชนขึ้นมาปกคลุมทั่วร่างกายของกู่เหยี่ยน
เสียงกรีดร้องและโหยหวนของเหล่าผู้คนที่ถูกฆ่าก็ได้กลับมาอีกครั้ง
‘ดูเหมือนว่ามันจะเอาจริงแล้ว!?…’
เมื่อเห็นเช่นนี้ ซูหมิงเอ๋อ ก็ไม่รอช้า หญิงสาวรีบใช้ฝ่ามือแตะไปที่แหวนมิิติทันที
เพียงพริบตาเดียว พลันปรากฏแสงสว่างสีเขียวมรกตอยู่ตรงหน้า
ผ่านไปเพียงไม่นาน เมื่อแสงสีเขียวมรกตค่อยจางหายไป
พลันปรากฏคันธนูสีเขียวอันใหญ่อยู่ตรงหน้า เป็นคันธนูสีเขียวมรกตเกือบทั้งคัน แต่ยังมีลวดลายสีทองที่สลักเอาไว้อย่างสวยงามเพียงเล็กน้อย
ซูหมิงเอ๋อ ยื่นฝ่ามือไปคว้าคันธนูสีเขียวที่ลอยตรงหน้า เพียงแค่ปลายนิ้วของนางสัมผัสเข้ากับคันธนู ราวกับว่าทั้งสองสิ่งได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียวกันมาตั้งแต่ต้น
พลันเกิดเสียงกรีดร้องของสายลมมากมายดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ราวกับว่าคันธนูที่หญิงสาวถือเอาไว้มันมีชีวิตอยู่จริง (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
มีสายลมจำนวนมากมายได้หมุนวนอยู่รอบตัวของซูหมิงเอ๋อ และหลงจินเหอเอาไว้
“เป็น..ยุทธภัณฑ์ระดับราชันย์ปฐพี!?”
เมื่อได้เห็นคันธนูสีเขียวที่ซูหมิงเอ๋อ ถืออยู่ คิ้วของกู่เหยี่ยนก็ขมวดเข้าหากันทันที มันได้เจอกับศัตรูที่จัดการยากเข้าให้แล้ว
ดูเหมือนว่ากู่เหยี่ยนยังคงประเมินซูหมิงเอ๋อ ต่ำเกินไปจริง ทุกครั้งที่มันคิดจะจัดการกำจัดหญิงสาว นางจะก็งัดสิ่งที่ซ่อนเอาไว้ออกมาตลอด
กู่เหยี่ยนคิดว่าซูหมิงเอ๋อ ยังคงมีหลายสิ่งซ่อนเอาไว้อีกเป็นจำนวนมาก
“ไม่ยอมแพ้งั้นหรือ?”
“ดีเช่นนั้นข้าก็จะเล่นกับเจ้าสักหน่อยก็แล้วกัน”
กู่เหยี่ยนกล่าวออกมาพร้อมกับหยิบบางสิ่งออกมาจากแหวนมิติของมัน เป็นดาบสีดำเล่มยาวดูเก่าแก่อย่างมาก
ตามลำตัวของดาบมีรอยขรุขระเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก นี่เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าดาบเล่มนี้ได้ผ่านการใช้งานมามากเพียงใด
อีกทั้งดาบเล่มนี้ยังคงปลดปล่อยควันสีดำอันน่าขนลุกขนพองออกมาตลอดเวลา
“ข้าจะไม่ยอมจนกว่าข้าจะฆ่าเจ้าได้…”
ซูหมิงเอ๋อ กล่าวออกมาด้วยความเกลียดชัง ภายในดวงตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยจิตสังหารจำนวนมาก
“ข้าต้องดูว่าเจ้าจะเก่งเหมือนอย่างที่ปากว่าหรือไม่?”
กู่เหยี่ยนกระชับดาบสีดำภายในมือแน่น ก่อนจะเคลื่อนตัวไปหาซูหมิงเอ๋อ
เมื่อเห็นว่ากู่เหยี่ยนเลือกที่จะเป็นฝ่ายบุกเข้ามา ซูหมิงเอ๋อ ก็ไม่ได้แสดงท่าทีตกใจอะไร
หญิงสาวเผยฝ่ามืออีกข้างอย่างเชื่องช้า พลันปรากฏแสงสีเขียวขึ้นบนฝ่ามือของนางอีกครั้ง
สิ่งที่ปรากฏออกมา คือลูกธนูที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติถึงสามเท่า
ซูหมิงเอ๋อ ใช้หนึ่งมือจับตั้งคันธนูตรง อีกมือง้างสายธนูออก เพื่อเตรียมพร้อมที่จะปล่อยลูกธนูออกไป
หญิงสาวเพียงแค่รอเวลาให้กู่เหยี่ยนเข้ามาถึงในระยะการยิง
เมฆสีดำที่ปกคลุมทั่วท้องนภาจนไม่อาจมองเห็นแสงตะวันได้ อีกทั้งยังเกิดฝนฟ้าคะนองอย่างบ้าคลั่ง
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังเข้าปะทะกัน
ทว่าขณะนั้นเอง ใจกลางทางระหว่างทั้งสองคนพลันเกิดพื้นที่ห้วงมิติบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง
จนทำให้ซูหมิงเอ๋อ และกู่เหยี่ยนต่างก็หยุดชะงักไปกลางคัน
‘เป็นใครกัน!?คนมาเสริมจากพระราชวังมารงั้นหรือ?’
ซูหมิงเอ๋อ จ้องมองไปยังห้วงมิติที่กำลังจะเปิดออกเบื้องหน้า
ปรากฏเป็นชายชราสวมชุดสีขาวเก่าแก่ กำลังเดินออกมาพร้อมกับถือไม้เท้าอีกหนึ่งอัน
ชายชราชุดขาวที่ปรากฏตัวออกมาได้หันหน้าไปจ้องมองทางกู่เหยี่ยนสักพัก ก่อนจะหันไปจ้องมองทางซูหมิงเอ๋อ และหลงจินเหออีกที
ถ้าหากว่าหลงจินเหอยังพอมีสติและมองเห็นอยู่บ้างละก็ ชายหนุ่มจะต้องตกใจอย่างแน่นอน
เพราะว่าชายชราชุดขาวที่ปรากฏออกมา คือชายชราคนเดียวกับที่หลงจินเหอเคยพบเจอภายในเมืองตอนที่ไปพักอาศัยตระกูลโม่
“เฮ้อ!? ดูเหมือนข้าจะยังมาทัน”
ชายชราชุดขาวถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา
“ท่านเป็นใครกัน!?…”
ซูหมิงเอ๋อ จ้องมองไปยังชายชราชุดขาว ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยท่าทีหวาดระแวง มือของหญิงสาวยังคงกำลูกธนูกับคันธนูเอาไว้แน่น
“สาวน้อย ใจเย็นก่อน ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อสู้”
ชายชรากล่าวออกมาอย่างอ่อนโยน
“คือเจ้า! ฉินชุนเฟิง!”
กู่เหยี่ยนจ้องมองไปยังชายชราชุดขาว ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“กู่เหยี่ยน! หยุดมือของเจ้า แล้วรีบไสหัวกลับไปยังสถานที่ของเจ้าซะ”
ชายชราชุดขาวหันหน้าไปทางกู่เหยี่ยน ก่อนจะกล่าวเสียงแข็ง
“นี่เป็นเรื่องของข้า!”
“ฉินชุนเฟิง เจ้าอย่าได้สอดมือเข้ามายุ่ง”
กู่เหยี่ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“เรื่องของเจ้า? แล้วอย่างไรละ?”
“ข้าคิดว่าเจ้าจะคงยังไม่ลืม สิ่งที่ท่านจักรพรรดิสงครามพูดทิ้งไว้ในอดีต?”
ชายชราชุดขาวตวาดกลับไปด้วยท่าทางไม่แยแส
อึก!
เมื่อได้ยินคำว่า’จักรพรรดิสงคราม’สีหน้าของกู่เหยี่ยนก็ซีดราวกับไร้ชีวิตทันที
______________________________________________________________________________________________________