War of Ancient Emperor - ตอนที่ 79 ปรากฏสายเลือดแห่งจักรพรรดิ
“เปลวเพลิงนี่มัน!?….”
เมื่อกู่เหยี่ยนเคลื่อนตัวเข้ามาถึงระยะทางระหว่างมันกับชูหมิงเอ๋อแล้ว มันก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ
จึงรีบใช้แขนทั้งสองข้างมาตั้งป้องกันไว้ทันที เพราะว่ามันรับไม่ทันแล้ว
‘เปลวเพลิงสวรรค์อีกแล้ว!?’
‘นี่มันบ้าอะไรกัน! เหตุใดถึงมีเปลวเพลิงสวรรค์ปรากฏขึ้นอีก!’
กู่เหยี่ยนรู้สึกแปลกใจอย่างมาก แค่หลงจินเหอครอบครองเปลวเพลิงสวรรค์มันก็แปลกใจแล้ว
เมื่อเห็นชูหมิงเอ๋อ ที่มีเปลวเพลิงสวรรค์อีกอันมันก็อดสงสัยไม่ได้ เปลวเพลิงสวรรค์มันหากันง่ายขนาดนั้นเลยหรือไงกัน?
มันใช้เวลานานกว่าหมื่นปี ถึงจะมีเปลวเพลิงสวรรค์มาครอบครอง
ตูม!
อสรพิษเปลวเพลิงสีม่วงของชูหมิงเอ๋อปะทะเข้ากับกู่เหยี่ยน จนเกิดเสียงระเบิดขึ้นอย่างดัง
คลื่นกระแทกอันรุนแรงได้ซัดผ่านและกวาดทุกสิ่งทุกอย่างในรอบข้าง ปลิวลอยหายไปจนเหลือแต่พื้นดินอันแห้งแล้ง
เปลวเพลิงของชูหมิงเอ๋อ ได้กลืนกินท้องนภาไปจนหมด และยังลุกลามไปไกลกว่าสิบลี้
จนเปลื่ยนพื้นที่ทั้งหมดให้กลายเป็นทะเลแห่งเปลวเพลิงขึ้นมาทันที
ทะเลแห่งเปลวเพลิงที่ชูหมิงเอ๋อ สร้างขึ้นมานั้นมีอาณาเขตกว้างขวางอย่างมาก
แม้แต่อาณาเขตที่เสี่ยวหงสร้างขึ้นมานั้นยังเทียบไม่ติด
“มันไม่เป็นอะไรเลยงั้นหรือ!?”
ดวงตาคู่งามของชูหมิงเอ๋อ กำลังจ้องมองไปที่กู่เหยี่ยน หลังจากที่มันรับเปลวเพลิงอสรพิษเก้าหัวของนางเข้าไป ทำได้เพียงแค่แขนของมันไหม้เกรี้ยมเท่านั้น
“สาวน้อย! เจ้าทำให้ข้าประหลาดใจจริง”
“คิดไม่ถึงว่าแท้จริงแล้ว เจ้าจะผนึกพลังลมปราณของตนเองเอาไว้”
กู่เหยี่ยนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแปลกใจ
“จินเหอ... ข้าขอโทษ…”
ชูหมิงเอ๋อ ยืนอยู่ด้านข้างร่างกายของหลงจินเหอ ก่อนจะยื่นฝ่ามือไปลูบใบหน้าของชายหนุ่มอย่างเชื่องช้า
เมื่อเห็นสภาพของชายหนุ่มที่ดูย่ำแย่อย่างมาก นางยิ่งรู้สึกปวดใจอย่างมาก ราวกับกำลังโดนมีดนับล้านกรีดแทง
ชูหมิงเอ๋อ ได้แต่โทษตัวเอง ถ้าหากว่านางเข้ามาช่วยหลงจินเหอได้ไว มันก็คงจะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้
ตั้งแต่ที่ชูหมิงเอ๋อ ถูกหลงจินเหอเหวี่ยงตัวออกมา
นางจึงรีบหาทุกวิถีทางที่จะปลดผนึกพลังลมปราณที่พ่อของนางสร้างขึ้นมาให้
“สาวน้อย แม้ว่าเจ้าจะแสดงระดับพลังลมปราณที่แท้จริงออกมา”
“แต่ว่า! เจ้าก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าอยู่ดี”
กู่เหยี่ยนจ้องมองมาที่ชูหมิงเอ๋อ
ชูหมิงเอ๋อ ไม่ได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับคำพูดของกู่เหยี่ยน หญิงสาวใช้สองแขนอุ้มร่างกายของหลงจินเหอขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
‘ใคร! นั่นใครกัน!? หมิงเอ๋องั้นหรือ?’
แม้ว่าหลงจินเหอจะอยู่ในสภาพเหม่อลอย แต่เขาก็ยังสามารถรับรู้ได้ว่ากำลังถูกใครบางคนอุ้มไว้อยู่
‘ต้องรีบไปจากที่นี่’
‘ข้าไม่สามารถรับมือกับมันได้’
ชูหมิงเอ๋อ จ้องมองไปที่กู่เหยี่ยน หญิงสาวรู้ดีว่านางไม่ใช่คู่ต่อสู้ของกู่เหยี่ยน แม้ว่านางจะปลดผนึกพลังลมปราณมาแล้วก็ตาม
“เจ้าคิดจะพาภาชนะร่างกายของข้าหนีงั้นหรือ?”
เมื่อเห็นการกระทำของชูหมิงเอ๋อ กู่เหยี่ยนรู้สึกเดือดดาลขึ้นมาทันที
ไม่เพียงแค่หญิงสาวจะมาขัดจังหวะตอนที่มันจะครอบครองร่างกายของหลงจินเหอแค่นั้น
แต่นางยังจะมานำร่างกายของชายหนุ่ม ซึ่งเป็นสิ่งที่มันกำลังรอคอยมานานไปอีก
ต่อให้ชูหมิงเอ๋อ หนีไปไกลแค่ไหน กู่เหยี่ยนก็จะต้องตามมาอย่างไม่หยุดแน่
หญิงสาวใช้มือสัมผัสร่างกายของชายหนุ่มและทำให้ร่างกายของเขาลอยค้างอยู่กลางอากาศ
เปลวเพลิงสีม่วงพลันลุกโชนไปทั่วร่างกายของชูหมิงเอ๋อ อีกครั้ง
แต่ครั้งนี้เปลวเพลิงทะยานขึ้นสูงและร้อนแรงกว่าครั้งก่อนมากหลายเท่า นั้นหมายความว่านางคิดจะทุ่มอย่างสุด ตัวเพื่อที่จะหยุดกู่เหยี่ยนให้ได้
“ฮึ่ม! คิดว่าการกระทำเหมือนครั้งก่อน จะใช้ได้ผลกับข้าอีกงั้นหรือ?”
กู่เหยี่ยนพ่นลมหายใจออกมาและกล่าวอย่างเย้ยหยัน
“เจ้าก็ลองดูสิ…”
ชูหมิงเอ๋อ กล่าวออกมา พร้อมกับเริ่มร่ายรำอยู่บนท้องนภาอีกครั้ง
เปลวเพลิงสีม่วงของชูหมิงเอ๋อ ก็เปลื่ยนแปลงกลายเป็นอสรพิษอีกครั้ง และครั้งนี้ไม่ใช่อสรพิษเก้าหัว แต่เป็นถึงอสรพิษสิบแปดหัว
“ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า! ทักษชั้นต่ำ”
“ไม่ว่าจะมีจำนวนมากแค่ไหน ข้าก็จะทำลายมันให้สิ้นซากอยู่ดี”
กู่เหยี่ยนพุ่งเข้ามาพร้อมกับหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“จงหายไปซะ…”
กู่เหยี่ยนคำรามออกมา มันโบกสะบัดแขนเสื้อทั้งสองข้างทั้งหมดสิบแปดทีอย่างรวดเร็ว
ก่อนจะเกิดเป็นคลื่นพลังสีดำลักษณะคล้ายกับเสี้ยวจันทรา พุ่งทะยานไปยังเปลวเพลิงอสรพิษทั้งสิบแปดหัวของชูหมิงเอ๋อ
ตูม!
ตูม! ตูม! ตูม! (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เสียงทะปะกันระหว่างเปลวเพลิงอสรพิษสิบแปดหัวและคลื่นพลังเสี้ยวจันทราดังก้องไปทั่วทุกพื้นที่ราวกับโลกจะแตกสลาย
เสียงระเบิดยังคงดังอย่างต่อเนื่อง จนครบสิบแปดครั้งและก็เงียบลงไป
ผ่านไปไม่นานหลังจากนั้น ท้องนภาที่มืดมิดและปรากฏเมฆดำของกู่เหยี่ยนอยู่แล้วก่อนหน้านี้
พลันปรากฏฟ้าร้องฟ้าผ่าและเริ่มมีฝนตกลงมาอย่างรุนแรง
ท่ามกลางทะเลเปลวเพลิงของซูหมิงเอ๋อ
“ไม่มีสิ่งใดที่จะแสดงอีกแล้วงั้นหรือ?”
กู่เหยี่ยนเผยรอยยิ้มที่แสนชั่วร้ายออกมา ขณะที่จ้องมองไปยังชูหมิงเอ๋อ
“ไม่มีทางเลือก ข้าจะต้องใช้สิ่งนั้นแล้ว”
ชูหมิงเอ๋อ บ่นพึมพัมออกมา ขณะที่นางยังคงจ้องมองไปยังร่างกายของหลงจินเหอที่อยู่ด้านข้าง
สภาพของชายหนุ่มเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ
หากไม่รีบรักษาเกรงว่าจะต้องตายจริงๆ
“จินเหอ ข้าขอโทษนะ”
“ถ้าหากว่าข้าใช้มันออกมา ข้าก็จะไม่มีโอกาสที่จะได้มีชีวิตร่วมกับเจ้าได้อีก”
“แต่ถ้าหากข้าไม่ทำ เจ้าก็จะต้องตาย”
ชูหมิงเอ๋อ ใช้ฝ่ามือขาวหิมะลูบไปตามแก้มของหลงจินเหออย่างเบามือ
“สาวน้อย! ระดับจอมราชันย์ขั้นสูง”
“เจ้าทำได้แค่นี้งั้นหรือ?”
กู่เหยี่ยนกล่าวขึ้นมา
“ไม่จำเป็นต้องกังวลไปหรอก”
“หลังจากที่เจ้าตายไปแล้ว ร่างกายยอดรักของเจ้า”
“ข้าจะดูแลให้อย่างดีเลย”
กู่เหยี่ยนกล่าวขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเลียริมฝีปากด้วยความชอบใจ
“เจ้าสารเลว! เจ้าจะไม่มีโอกาสได้แตะต้องเขาอีกครั้ง”
“เพราะว่าข้าจะฆ่าเจ้า…”
ชูหมิงเอ๋อ กล่าวออกมาอย่างเยือกเย็น
“ฆ่าข้า? เจ้าพูดมาเป็นครั้งที่สองแล้ว”
“ข้ากำลังจะระ-รอ...”
กู่เหยี่ยนกล่าวยังไม่ทันจบคำ คิ้วทั้งสองของมันพลันขมวดเข้าหากันทันที
ชั้นบรรยากาศด้านข้างร่างกายของชูหมิงเอ๋อ พลันเปลื่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
มันกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับโลกกำลังพังทลายลง กลิ่นอายที่ออกมาจากร่างกายของนางพลันเปลื่ยนแปลงตามไปด้วย
“เจ้าเป็นใครกันแน่!”
กู่เหยี่ยนจ้องมองไปที่ใบหน้าของชูหมิงเอ๋อ หลังจากนั้นดวงตาทั้งคู่ของมันพลันเบิกกว้างขึ้นมาทันที
“สารเลวเช่นเจ้าไม่คู่ควรที่จะรู้”
ชูหมิงเอ๋อ กล่าวออกมาอย่างสงบนิ่ง แต่ทว่าเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชนอยู่รอบตัวของนางกลับกำลังคลุ้มคลั่งแทน
‘ผู้ครอบครองสายเลือดแห่งจักรพรรดิ!’
‘เจ้าเป็นลูกหลานของจักรพรรดิคนไหนกัน!’
กู่เหยี่ยนรู้สึกตกตะลึงอยู่นาน หลังจากที่จ้องมองไปที่ใบหน้าของชูหมิงเอ๋อ
เหนือคิ้วข้างซ้ายของนางมีตัวอักษรที่ถูกจุดขึ้นมาด้วยเปลวเพลิงสีทอง
โดยมีคำที่สลักเอาไว้ว่า’จักรพรรดิ’
ส่วนบนศีรษะของนาง พลันปรากฏมงกุฏอันเล็กสีทองบางเบาขึ้นมา
แม้ว่ากู่เหยี่ยนจะสวมผ้าคลุมหน้าเอาไว้ แต่ก็สามารถเห็นเม็ดเหงื่อปรากฏออกมาได้อย่างชัดเจน
แม้ว่ามันเกือบจะเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนด้านบน
แต่ว่าถ้าหากให้ไปต่อสู้กับพวกที่มีสายเลือดแห่งจักรพรรดิ คืออีกเรื่องเลย
เหตุผลที่มันต้องเก็บตัวอยู่แต่ในพระราชวังมารเป็นเวลากว่าหมื่นปี
เพราะว่าในอดีตที่ผ่านมา มันเคยพ่ายแพ้ให้กับคนที่มีสายเลือดแห่งจักรพรรดิมาก่อนแล้ว มันจึงยังจำความรู้สึกนั้นได้เป็นอย่างดี
“กลัวงั้นหรือ?”
เมื่อเห็นท่าทีของกู่เหยียนเปลื่ยนไป ชูหมิงเอ๋อจึง กล่าวออกมา
“สาวน้อย อย่าได้ใจไปนัก!”
“แม้ว่าเจ้าจะมีสายเลือดแห่งจักรพรรดิ”
“แต่ว่าระดับของเจ้าก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าอยู่ดี”
กู่เหยี่ยนกล่าวออกมาอย่างไม่เกรงกลัว การที่จะต้องไปมีเรื่องขัดแย่งกับพวกที่มีสายเลือดแห่งจักรพรรดิ คือสิ่งที่กู่เหยี่ยนไม่ชอบเป็นที่สุด
กู่เหยี่ยนไม่อาจถอนตัวได้ทันแล้ว มีเพียงแต่ต้องฆ่าชูหมิงเอ๋อ ทิ้งเพียงอย่างเดียว
ไม่เช่นนั้น มันก็ไม่มีโอกาสที่จะได้ครอบครองร่างกายของหลงจินเหออีก
______________________________________________________________________________________________________