War of Ancient Emperor - ตอนที่ 9 กับดัก
ชายทั้งสามใช้เวลาอยู่นานถึงสามชั่วโมงเต็มในการแก้ตราประทับ
คลืนน~~ คลืนนน~~
อักขระที่ปรากฏอยู่บนประตูทางเข้าสุสานอมตะก็ค่อยๆจางหายไป ประตูสุสานอมตะก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงก่อนจะเปิดออกอย่างช้า
“ตราประทับหายไปแล้ว…มันกำลังจะเปิด”
“ปะ…เปิดออกแล้ว”
“เป็นครั้งแรกเลยที่เคยเห็นสุสานขนาดใหญ่แบบนี้”
เหล่าผู้คนที่เฝ้ารอกันอยู่ เมื่อได้เห็นประตูสุสานอมตะกำลังจะเปิดก็ต่างพากันดีใจกันยกใหญ่
หลังจากที่แก้ตราประทับได้แล้วผู้อาวุโสใหญ่หลี่หยิงก็หันไปหาชายอีกสองคนก่อนจะพยักและเข้าไปภายในสุสานอย่างรวดเร็ว
หลงจินเหอที่อยู่อีกด้านหนึ่งของฝูงผู้คนที่เห็นว่าชายทั้งสามเข้าไปแล้ว ก็ตามเข้าไปติดๆโดยจะมีฝูงคนจากด้านหลังตามมาด้วย
หลังจากที่เข้าประตูมาภายในของสุสาน ตลอดเส้นทางเดินจะเป็นทางยาวมากจนไม่สามารถมองเห็นจุดสิ้นสุด ระหว่างข้างทางเดินก็จะมีประตูบานไม่ใหญ่มากปรากฏอยู่ตลอดทาง หลงจินเหอคิดว่ามันอาจจะเป็นห้องที่ไว้เก็บสิ่งของต่างๆหรือไม่ก็อาจจะเป็นกับดัก
หลงจินเหอรอให้คนโลภสมบัติเข้าไปสำรวจสักหนึ่งห้อง เมื่อเห็นว่าไม่มีกับดักตัวเองก็จะตามเข้าไปที่หลัง
หลังจากที่เลือกสักหนึ่งประตูก่อนจะเข้ามา ภายด้านในเป็นห้องโถงใหญ่มีสมบัติอยู่ไม่น้อย ในห้องนี่มีคนประมาณห้าสิบคน โดยผู้คนที่เข้ามาก่อนแล้วก็จะกอบโกยสิ่งมีค่าใส่แหวนมิติกันอย่างรวดเร็ว
หลงจินเหอพยายามมองไปรอบๆห้องโถงเพื่อพาบางสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง จนไปสะดุดเข้ากับหอกสีดำแดงที่ตั้งอยู่ด้านในสุดของห้อง
“หอกนั่นต้องเป็นของข้า”หลงจินเหอกล่าวจบก็รีบพุ่งทะยานเข้าทันที
ดูเหมือนว่าจะมีคนที่สนใจหอกสีดำแดงอันนั้นเหมือนกับหลงจินเหออยู่ เป็นชายหนุ่มวัย 20 ปี ที่เข้ามาพร้อมกับหลงจินเหอ
ชายหนุ่มที่เห็นว่าหลงจินเหอตามหลังมาติดๆก็รีบเร่งความเร็วขึ้น โดยที่ทั้งสองห่างกันจากหอกสีดำแดงเพียงไม่ถึงสิบก้าว
ชายหนุ่มที่คิดว่าตัวเองจะต้องได้รับหอกอันนั้นก่อนหลงจินเหอแน่นอน
“มันจะต้องเป็นยุทธภัณฑ์ระดับสูงอย่างแน่นอน”ชายหนุ่มมาหยุดอยู่ตรงหน้าของหอกก็กล่าวก่อนจะยื่นมือไปหยิบขึ้นมา
ทางด้านของหลงจินเหอที่เห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้ากำลังจะหยิบของที่ตัวเองเล็งเอาไว้ไป เขาก็กำหมัดแน่นและเร่งความเร็วขึ้นอีก โดยเป้าหมายตอนนี้ของหลงจินเหอไม่ใช่หอกแต่ต้องกำจัดชายหนุ่มตรงหน้าไปก่อน ไม่งั้นก็ไม่มีโอกาสที่จะได้ครอบครองหอกสีดำแดงตรงหน้า
“นี่เจ้า….”ทว่าขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะหยิบหอกตรงที่ตั้งอยู่ตรงหน้าก็สังเกตุเห็นว่าหลงจินเหอกำลังเข้ามาหาทางตัวเอง
“เจ้าไม่คู่ควรกับหอกอันนั้น…มันต้องเป็นของข้า”หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับง้างหมัดและต่อยเข้าไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าทันที
ชายหนุ่มที่เห็นหลงจินเหอพุ่งเข้ามาแบบนั้นก็แสดงสีหน้าดูถูก ก่อนจะใช้พลังปราณห่อหุ้มร่างเอาไว้และต่อยสวนไปทางหลงจินเหอ
“เจ้ามันโง่…”หลงจินเหอคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะหยิบหอกขึ้นมาและโจมตีตัวเอง แต่ก็ไม่คิดว่าจะหันกลับมาแลกหมัดกับตัวเองตรงๆ ตัวของหลงจินเหอที่บรรลุ’เคล็ดวิชาลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่างกาย’ขั้นที่หนึ่งแล้ว
ต่อให้เจอกับศัตรูที่ระดับเทียบเท่ากับตัวเองหรือมากกว่าตัวไม่มากนัก หลงจินเหอมั่นใจว่าสามารถเอาชนะได้อย่างไม่ยาก
ปัง !!
กร๊อบ ~~
อ๊าก ~~~~~~~~ !!
หมัดของชายหนุ่มที่ปะทะกับหมัดของหลงจินเหออย่างแรงจนเกิดเป็นเสียงกระดูกหัก แขนของชายหนุ่มในยามนี้ล้วนบิดงอไปด้านหลัง แต่ไม่เพียงเท่านั้นตัวของชายหนุ่มปลิวลอยไปไกลก่อนจะร่วงหล่นสู่พื้นและหมดสติลงไปทันที
ผู้คนที่กำลังกอบโกยสมบัติล้ำค่ากันอยู่ แต่ด้วยเสียงของการปะทะกันทำให้ต้องหันกันมามองทางหลงจินเหอกับชายหนุ่มและก็ไม่ได้สนใจก่อนจะเก็บสิ่งของมีค่ากันต่อเพราะคิดว่าเรื่องการต่อสู้ภายในสุสานมันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่จะต้องต่อสู้กันเพื่อสมบัติ
“เมื่อครู่…เจ้านั่นบอกว่าเป็นยุทธภัณฑ์ระดับสูงสินะ”หลงจินเหอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหอกสีดำแดงก่อนจะหยิบใส่แหวนมิติและรีบมุ่งหน้าออกจากห้องนี้ทันที เพราะยังมีห้องสมบัติอีกมามายภายในสุสาน
หลังจากที่ได้รับหอกมาแล้วทำให้หลงจินเหอมีความสุขเป็นอย่างมาก คราวนี้หลงจินเหอไม่ได้แวะเข้าไปห้องสมบัติระหว่างทางอีกแล้ว แต่คิดที่จะตรงเข้าไปด้านในลึกสุดของสุสาน คิดว่าบางทีอาจจะมีสมบัติที่ล้ำค่าดีๆอีกมากมาย
ใช้เวลาวิ่งนานกว่า หนึ่งส่วนสามของครึ่งชั่วยาม จนในที่สุดหลงจินเหอคิดว่านี่จะเป็นจุดที่ลึกสุดแล้ว เป็นประตูสามบานแยกออกเป็นสามเส้นทางซ้าย กลาง ขวา
หลงจินเหอตัดสินใจเลือกประตูตรงกลางและเดินเข้าไปทันที ทว่าขณะที่กำลังยื่นฝ่ามือไปผลักประตู ประตูทางด้านขวาก็เปิดออกพร้อมกับมีชายสามคนเดินออกมา เป็นเจ้านิกายสิงโตพิโรธ เจ้านิกายจิตวิาญญาณและผู้อาวุโสใหญ่หลี่หยิง
“เจ้า…อย่าไปแตะต้องประตูบานนั่้น จริงๆแล้วมันเป็นกับดัก”เจ้านิกายจิตวิญญาณที่เห็นว่าหลงจินเหอกำลังจะยื่นมือไปสัมผัสกับประตูก็รีบตะโกนทันที
เมื่อได้ยินคำพูดของเจ้านิกายจิตวิญญาณ ตัวของหลงจินเหอก็หยุดไม่ทันแล้วทั้งยังได้สัมผัสเข้ากับประตูบานนั้นไปเรียบร้อยแล้ว
ทันทีที่หลงจินเหอสัมผัสเข้ากับประตู ตรงด้านหน้าของประตู พื้นที่รอบๆก็เริ่มบิดเบี้ยวก่อนจะกลายเป็นมิติและดูดตัวของหลงจินเหอเข้าไปอย่างรวดเร็ว โดยที่ชายทั้งสามยืนดูอยู่และยังไม่ทันได้ขยับตัวหลงจินเหอก็หายไปแล้ว เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเร็วมากเพียงไม่ถึงหนึ่งวินาที
“เฮ้อ….นี่ข้าบอกช้าไปหรอเนี่ย ถ้าหากข้าออกมาเร็วกว่านี้เขาคงจะไม่ตาย”เจ้านิกายที่เห็นหลงจินเหอหายไปแล้วก็ถอนหายใจก่อนจะกล่าว
“มันไม่ใช่ความผิดของท่านหรอก...อย่าไปคิดมาก”เจ้านิกายสิงโตพิโรธกล่าว
“ข่าวที่ว่าที่นี่เป็นสุสานอมตะ…คงจะเป็นข่าวปลอม ข้ายังไม่เห็นมีสมบัติใดที่มีค่าเหมาะกับระดับสวรรค์อมตะแม้แต่น้อย”ผู้อาวุโสใหญ่หลี่หยิงกล่าวด้วยน้ำเสียงผิดหวัง
ชายทั้งสามได้สำรวจประตูด้านในลึกสุดของสุสานไปกันหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่พบว่าจะมีสมบัติล้ำค่าดีๆเลย แม้แต่ยุทธภัณฑ์ระดับที่สูงๆก็ยังไม่เจอะเจอสักอัน
เหลือเพียงหนึ่งประตูที่หลงจินเหอถูกดูดเข้าไป ประตูบานนั้นแม้แต่ทั้งสามคนที่พยายามจะตรวจสอบแต่ก็ไม่สามารถเปิดมันออกได้ แถมอักขระที่อยู่บนประตูนั้นคือกับดัก
“เฮ้อ…อาจจะเป็นข่าวปลอมจริงๆ งั้นก็ไปเก็บสิ่งที่มีค่าที่เหลือกันเถอะ”เจ้านิกายสิงโตพิโรธกล่าว
เจ้านิกายจิตวิญญาณกับผู้อาวุโสใหญ่หลี่หยิงก็เพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินย้อนกลับไปทางเข้าสุสาน
ทางด้านของหลงจินเหอที่ถูกดูดเข้ามา ที่กำลังนอนหมดสติอยู่ก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ด้วยสายตาที่พร่ามัวทำให้มองไม่ค่อยชัด
“ที่นี่มันที่ไหนกัน…ข้าตายไปแล้วอย่างงั้นหรือ”หลงจินเหอก็พยายามสำรวจร่างกายแต่ก็ไม่พบบาดแผลใดๆ แต่สิ่งที่แปลกคือเขามาอยู่ภายในโลกสีขาว ตรงหน้าของหลงจินเหอมีประตูอยู่สองบาน ประตูสีดำมีเขียนว่า’ประตูแห่งความตาย’ ประตูสีขาวมีเขียนว่า’ประตูแห่งชีวิต’
“ข้ากำลังฝันอยู่? จำได้ว่าก่อนจะหมดสติไปข้าได้สัมผัสเข้ากับประตูภายในสุสานอมตะ”หลงจินเหอพยายามเรียบเรียงข้อมูลใหม่
หลงจินเหอจึงลองยกแขนตัวเองขึ้นมาก่อนจจะกัดไปเต็มแรง
โอ๊ยยยย ~~
“เจ็บชะมัด…นี่มันไม่ใช่ความฝัน”หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับใช้มือลูบแขนที่ปรากฏรอยกัดเมื่อสักครู่
“นี่ข้าต้องเลือกประตู หนึ่งในสอง อันนี้อย่างงั้นหรือ”หลงจินเหอเดินมาหยุดอยู่ด้านหน้าของประตูทั้งสอง
ถ้าหากใช้วิธีคิดแบบทั่วไปย่อมต้องเลือกประตูแห่งชีวิตอย่างแน่นอน หลงจินเหอเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูแห่งชีวิต ทว่าขณะที่กำลังจะยื่นมือไปผลัก แต่ก็หยุดมือไว้กลางอากาศ
“เดี๋ยวก่อน.…บางทีมันอาจจะเป็นบททดสอบ”จู่ๆหลงจินเหอคิดว่าประตูแห่งชีวิตอาจจะเป็นกับดักก็ได้และประตูแห่งความตายอาจจะเป็นเส้นทางที่ถูกต้อง
“เป็นไงเป็นกัน…ต้องขึ้นอยู่กับโชคชะตาของข้าแล้ว”หลงจินเหอสูดหายใจลึกๆก่อนจะเดินไปผลักประตูแห่งความตายและเดินเข้าไปภายในประตูทันที
_______________________________________________________________________________________________________