Y เมื่อหมอดูที่ทายไม่เคยแม่นอย่างผม ดันเบิกเนตรเห็นคดีฆาตกรรมกลางไลฟ์สด! - ตอนที่ 6 มีเกณฑ์ตาสว่างพบลางมรณะ
- Home
- Y เมื่อหมอดูที่ทายไม่เคยแม่นอย่างผม ดันเบิกเนตรเห็นคดีฆาตกรรมกลางไลฟ์สด!
- ตอนที่ 6 มีเกณฑ์ตาสว่างพบลางมรณะ
กู้ซื่อเหิงพบว่าช่วงนี้ห้องไลฟ์สดของเขามีบางอย่างไม่ปกติ
จะพูดให้ชัดเจนก็คือ ตั้งแต่เสิ่นฟานหมิงย้ายเข้ามาอยู่ จำนวนผู้เข้าชมในห้องไลฟ์ของเขาก็เริ่มขยับสูงขึ้นอย่างช้า ๆ จากเดิมที่อยู่แค่เลขหลักเดียว ก็ค่อย ๆ เพิ่มเป็นสิบกว่าคน ยี่สิบกว่าคน และคืนนี้ถึงขั้นทะลุหลักสามสิบคนไปแล้ว
ข้อความในหน้าจอไลฟ์ก็ดูคึกคักกว่าแต่ก่อนมาก
[ได้ยินว่าที่นี่มีหมอดูที่ทายไม่แม่นเหรอ? แวะมาดูให้เห็นกับตาสักหน่อย]
[กู้ครึ่งเซียน ได้ยินว่าคุณทายอะไรก็ไม่เป็นจริงเลยใช่ไหม? งั้นช่วยดูให้ผมหน่อยสิว่าเมื่อไรผมจะรวย?]
[คนข้างบนอย่าเพิ่งไป มารอดูกันว่าวันนี้เขาจะทายไม่แม่นยังไง]
กู้ซื่อเหิงมองข้อความเหล่านี้ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
เขาทำไลฟ์สดมาสามปี ไม่เคยดังเลยสักครั้ง อยู่ดี ๆ ตอนนี้กลับเริ่มมีกระแสขึ้นมาบ้าง และเหตุผลดันมาจากป้ายกำกับที่ว่า ไม่แม่น นี่มันเรียกว่าอะไรนะ? ดังเพราะจุดอ่อนงั้นเหรอ?
“เพื่อน ๆ ครับ” เขากระแอมพลางพยายามกอบกู้ศักดิ์ศรีคืนมาบ้าง “ไลฟ์ของผมเนี่ย เน้นเรื่องพรหมลิขิตครับ การดูดวงเป็นเรื่องของความลับสวรรค์ที่ไม่อาจรั่วไหล บางครั้งที่ทายไม่แม่น มันก็มีสาเหตุของมันอยู่”
[สาเหตุอะไรเหรอ?]
[อ่อนก็คืออ่อน อย่ามาหาข้ออ้างเลย]
[ขำชะมัด กู้ครึ่งเซียนเริ่มหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองแล้ว]
[หมอดูลวงโลกคนอื่นยังพอที่เดาแล้วมีเรื่องที่แม่นอยู่บ้าง แต่กับกู้ครึ่งเซียนแล้ว ไม่มีทางหลอกคนดูแน่นอน เพราะว่าเขาแสดงให้เห็นว่าไม่แม่นจริง ๆ ใครคิดจะดูดวงกับเขาก็ดูเอาแค่สนุกก็พอ]
[เอางี้นะ ถ้ากู้ครึ่งเซียนทำนายอะไรออกมา ให้ลูกดวงเอามาแปลเป็นตรงข้ามเลย จะสละโสดเร็ว ๆ นี้ เท่ากับ โสดตลอดไป จะมีโชคภาค เท่ากับ โชคร้ายมาเสิร์ฟแล้วจ้า]
กู้ซื่อเหิงตัดสินใจเมินพวกเขาและเริ่มทำนายดวงประจำสัปดาห์ตามปกติ
“เอาละครับ มาดูชาวราศีเมษกัน สัปดาห์หน้าดวงอาทิตย์จะเคลื่อนเข้าสู่เรือนที่เจ็ด [1] ของพวกคุณ เรือนนี้แสดงถึงความสัมพันธ์ในการร่วมมือและการแต่งงาน ดังนั้นเพื่อน ๆ ชาวราศีเมษ พวกคุณอาจจะได้พบกับหุ้นส่วนที่สำคัญ หรือความสัมพันธ์กับคู่ครองจะมีความคืบหน้าใหม่ ๆ”
ขณะที่เขากำลังพูดอยู่นั้น จู่ ๆ เขาก็ชะงักไป
มีภาพหนึ่งแวบเข้ามาในดวงตา
มันพร่ามัวเหมือนภาพบนหน้าจอโทรทัศน์ที่สัญญาณไม่ดี มีจุดสีขาวพร่าพรายวับแวม แล้วค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น
ผู้หญิงคนหนึ่ง สวมชุดเดรสสีแดง ผมยาว ยืนอยู่ในที่ที่มืดมาก รอบ ๆ ดูเหมือนจะมีเสียงน้ำไหล จากนั้นภาพก็ตัดไป ผู้หญิงคนนั้นล้มลง ชุดสีแดงแผ่อยู่บนพื้นราวกับดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน
มือของกู้ซื่อเหิงสั่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่
“…เพื่อน ๆ ชาวราศีกรกฎโปรดระวังครับ”
เสียงของเขาเปลี่ยนไป มันดูทุ้มต่ำและดูไม่เหมือนตัวเขาเอง ผู้คนในห้องไลฟ์ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ข้อความที่ไหลอยู่เริ่มช้าลง
“คืนนี้ ผู้หญิงวัยกลางคนผมยาวที่สวมชุดเดรสสีแดง จะอยู่ในสถานที่ที่มีน้ำเยอะ ๆ และจะได้รับอันตราย”
เขาชะงักไป ริมฝีปากแห้งผาก แต่ก็ยังฝืนพูดต่อไป
“ใช่ครับ อันตรายถึงชีวิต”
ห้องไลฟ์ระเบิดทันที
[???]
[กู้ครึ่งเซียน คุณพูดเรื่องอะไรน่ะ?]
[เชี่ย นี่มันคือคำสาปแช่งใช่ไหม?]
[กดรีพอร์ตเลยครับ สตรีมเมอร์คนนี้อัปมงคลเกินไปแล้ว!]
[นี่มันแช่งกันชัด ๆ เลยนี่!]
[เปลี่ยนแนวการไลฟ์เหรอ? ทำเป็นเล่นละครสร้างกระแสแน่ ๆ]
กู้ซื่อเหิงสะดุ้งได้สติคืนมา เหงื่อเย็น ๆ ผุดขึ้นที่หน้าผาก เขาก้มมองมือตัวเองที่ยังคงสั่นเทาน้อย ๆ
เมื่อกี้มันคืออะไรกัน?
เขาไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อนเลยตลอดสามปีที่ทำไลฟ์สด ทุกครั้งเขาจะพูดจาเรื่อยเปื่อย นึกอะไรได้ก็พูดอย่างนั้น แต่เมื่อครู่ คำพูดเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากจะพูด แต่มันผุดขึ้นมาในสมองโดยตรง ราวกับมีใครบางคนกดปุ่มเล่นวิดีโอ ทั้งภาพและเสียงจึงพรั่งพรูออกมาพร้อมกัน
“คือว่า…” เขาพยายามจะแก้ไขสถานการณ์ แต่กลับพบว่าเสียงของตัวเองยังสั่นไม่หาย “เมื่อกี้ผมแค่ล้อเล่นน่ะครับ ทุกคนอย่าถือเป็นจริงเป็นจังนะ เรามาดูดวงกันต่อดีกว่า”
แต่คนดูไม่ยอมหลงกลอีกต่อไป
[ล้อเล่นอะไรกัน น้ำเสียงเมื่อกี้ทำเอาขนลุกซู่เลยนะ]
[กู้ครึ่งเซียน คุณโดนผีเข้าหรือเปล่า?]
[รีบปิดไลฟ์เถอะ น่าสยดสยองเกินไปแล้ว]
จำนวนคนดูลดลงจากสามสิบกว่าคนเหลือสิบกว่าคน และลดลงจนเหลือเลขหลักเดียว กู้ซื่อเหิงมองตัวเลขที่ลดลงอย่างรวดเร็วเหล่านั้น แต่ในใจกลับรู้สึกโล่งอกขึ้นมาแทน
เขาพยายามปั้นยิ้มออกมา “เอาละครับเพื่อน ๆ วันนี้ขอจบเพียงเท่านี้ เจอกันใหม่พรุ่งนี้ครับ”
ปิดไลฟ์
เขาถอดหน้ากากออกแล้วทรุดตัวพิงเก้าอี้ แผ่นหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ
ตอนที่เสิ่นฟานหมิงเดินถือแก้วน้ำเข้ามา เขาก็เห็นภาพกู้ซื่อเหิงสภาพเหมือนปลาที่ขาดน้ำ นอนแผ่อยู่บนเก้าอี้ ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาจ้องมองเพดานเขม็ง
“เป็นอะไรไปครับ?” เสิ่นฟานหมิงวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ
กู้ซื่อเหิงค่อย ๆ หันหน้าไปมองเขา แววตาดูว่างเปล่า
“เมื่อกี้ผม…” เขาอ้าปากอยากจะพูด แต่ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี
เสิ่นฟานหมิงนั่งลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ รอให้เขาพูดต่อ
“เมื่อกี้ดูเหมือนผมจะเห็นอะไรบางอย่างครับ” ในที่สุดกู้ซื่อเหิงก็เรียบเรียงคำพูดได้ “ผู้หญิงใส่ชุดสีแดง ผมยาว อยู่ในที่ที่มีน้ำ… แล้วเธอก็ตาย”
เสิ่นฟานหมิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เรื่องที่คุณพูดในไลฟ์น่ะเหรอครับ?”
“คุณดูด้วยเหรอครับ?” กู้ซื่อเหิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“พอดีเดินผ่านน่ะครับ” เสิ่นฟานหมิงบอก “เสียงของคุณเปลี่ยนไปกะทันหันเลยแวะมาดูหน่อย”
กู้ซื่อเหิงพยักหน้าพลางนวดขมับ “ผมเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น อยู่ดี ๆ ก็เห็นขึ้นมาเอง ไม่ใช่สิ่งที่ผมจินตนาการไปเอง แต่มันปรากฏขึ้นมาในหัวโดยตรง ชัดเจนมาก ชุดของเธอเป็นสีแดงสด ผมยาวสลวยและหยิก มองหน้าไม่ชัด แต่สัมผัสได้ว่าเธอกำลังหวาดกลัว”
พูดไปพูดมา เขาก็เริ่มสั่นขึ้นมาอีกครั้ง
เสิ่นฟานหมิงมองเขา แววตาดูเหมือนจะแฝงความรู้สึกบางอย่างเพิ่มขึ้น
“คุณเคยเป็นแบบนี้มาก่อนไหมครับ?”
“ไม่เคยเลยครับ” กู้ซื่อเหิงส่ายหน้า “อาการแบบนี้เหมือนที่แม่ผมตอนมองเห็นอนาคตได้เลย ตามที่แม่ผมเล่าให้ฟังอะนะ แต่ผมไม่เคยเห็นเลย ผมมองไม่เห็นอะไรมาตลอด ได้แต่แต่งเรื่องมั่ว ๆ ไป”
เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเสริมว่า “เพราะอย่างนั้นเมื่อกี้ผมถึงได้กลัวมาก ผมไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งผมจะมองเห็นสิ่งเหล่านี้ได้จริง ๆ”
เสิ่นฟานหมิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามว่า “คุณคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงไหมครับ?”
“หมายความว่ายังไงครับ?”
“ภาพที่คุณเห็นน่ะครับ” เสิ่นฟานหมิงพูด “คุณคิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริงไหม?”
กู้ซื่อเหิงอึ้งไปครู่หนึ่งแล้วค่อย ๆ ส่ายหน้า
“ผมไม่รู้ครับ ไม่รู้จริง ๆ บางทีอาจจะเป็นสิ่งที่ผมจินตนาการไปเองก็ได้? เพราะก่อนไลฟ์วันนี้ผมเพิ่งดูซีรีส์แนวสืบสวนไป ในเรื่องก็มีผู้หญิงสวมชุดสีแดงเหมือนกัน”
เขายังพูดไม่ทันจบ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นกะทันหัน
เป็นข้อความวีแชทที่แม่ของเขาส่งมา
[ลูกรัก วันนี้ไลฟ์เป็นยังไงบ้าง?]
กู้ซื่อเหิงเหลือบมองดูแต่ไม่มีอารมณ์จะตอบ จึงคว่ำโทรศัพท์ลงกับโต๊ะ
เสิ่นฟานหมิงลุกขึ้นยืนพลางตบไหล่เขาเบา ๆ
“อย่าคิดมากเลยครับ บางทีอาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ” เขาพูด “นอนพักผ่อนเถอะครับ”
กู้ซื่อเหิงพยักหน้าพลางมองตามแผ่นหลังของเขาที่หายลับไปในโถงทางเดิน
เขาหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะขึ้นมาจิบ น้ำนั้นยังอุ่นอยู่ เสิ่นฟานหมิงตั้งใจผสมน้ำอุ่นมาให้ ผู้ชายคนนี้พูดน้อย แต่การกระทำมักจะละเอียดรอบคอบเสมอ
โทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แม่โทรมาเองเลย
กู้ซื่อเหิงถอนหายใจแล้วกดรับสาย
“แม่ครับ ดึกขนาดนี้แล้วยังไม่นอนอีกเหรอ?”
“ลูกไม่ตอบข้อความแม่จะนอนหลับได้ยังไง?” เสียงของแม่กู้แฝงความกังวล “เมื่อกี้แม่ดูไลฟ์ลูกอยู่นะ คำทำนายของลูกเมื่อกี้มันคืออะไรกันแน่?”
กู้ซื่อเหิงเงียบไป เขารู้ว่าปิดบังแม่ไม่ได้หรอก แม่ทำอาชีพนี้มาหลายสิบปี เรื่องอะไรบ้างที่ท่านจะไม่เคยเจอ
“ผมก็ไม่รู้ครับ” เขาตอบตามตรง “อยู่ดี ๆ ก็เห็นขึ้นมาเอง”
ปลายสายเงียบไปหลายวินาที
“ลูกรัก” น้ำเสียงของแม่กู้เริ่มจริงจังขึ้นมา “แม่คิดว่าตาที่สามของลูกถูกเปิดแล้วละ”
กู้ซื่อเหิงอึ้งไป
“อะไรนะครับ?”
“แม่บอกว่าลูกตาที่สามของลูกเปิดแล้ว” แม่กู้ย้ำ “แม่เคยบอกลูกแล้วไงว่าดวงลูกมีดาวหัวก้ายติดมาด้วย สักวันหนึ่งลูกจะต้องตาสว่างมองเห็นอะไรชัดเจนมากขึ้น และวันนั้นก็คือวันนี้”
กู้ซื่อเหิงอ้าปากค้าง ไม่รู้จะพูดอะไรดี
“แม่ครับ อย่าขู่ผมสิ ที่ผมเห็นเมื่อกี้อาจจะเป็นภาพหลอนก็ได้”
“ไม่ใช่ภาพหลอนหรอก” แม่กู้ขัดจังหวะ “แววตาแบบนั้นน่ะ แม่คุ้นเคยที่สุด ทุกครั้งที่แม่เห็นอะไรบางอย่าง แววตาก็จะเป็นแบบนั้นแหละ เชื่อแม่เถอะ นี่คือเรื่องจริง”
มือของกู้ซื่อเหิงเริ่มสั่นอีกรอบ
“แล้ว… แล้วผู้หญิงคนนั้นที่ผมเห็นล่ะครับ? เธอจะ…”
“แม่ไม่รู้หรอก” แม่กู้บอก “แม่เห็นได้เฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวแม่เอง เห็นสิ่งที่เกี่ยวกับตัวลูกไม่ได้ แต่ในเมื่อลูกเห็นแล้ว ก็จงจำไว้ให้ดี ถ้าพรุ่งนี้มีข่าวขึ้นมา ลูกก็จะรู้เองว่าสิ่งที่ลูกเห็นมันแม่นหรือไม่แม่น”
แม่ชะงักไปครู่หนึ่งแล้วเสริมว่า “ถ้ามันเกิดขึ้นจริง ลูกไม่ต้องกลัวนะ มาหาแม่ เดี๋ยวแม่จะสอนการควบคุมให้”
สายถูกตัดไปแล้ว
กู้ซื่อเหิงกำโทรศัพท์ไว้นิ่ง ๆ เขานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่มืดสลัว จ้องมองราตรีภายนอกหน้าต่างด้วยความรู้สึกที่ว้าวุ่นจนนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน
เชิงอรรถ
^เรือนที่เจ็ด: ในวิชาโหราศาสตร์สากล คือเรือนปัตนิ (Seven House) เกี่ยวข้องกับคู่ครอง หุ้นส่วน คู่สัญญา และความสัมพันธ์ในเชิงลึกระหว่างบุคคลสองคน