Y เมื่อหมอดูที่ทายไม่เคยแม่นอย่างผม ดันเบิกเนตรเห็นคดีฆาตกรรมกลางไลฟ์สด! - บทที่ 12 มีเกณฑ์ฝันร้ายกลายเป็นคําสาป
- Home
- Y เมื่อหมอดูที่ทายไม่เคยแม่นอย่างผม ดันเบิกเนตรเห็นคดีฆาตกรรมกลางไลฟ์สด!
- บทที่ 12 มีเกณฑ์ฝันร้ายกลายเป็นคําสาป
บทที่ 12 มีเกณฑ์ฝันร้ายกลายเป็นคําสาป
พอกลับถึงบ้าน กู้ชื่อเส็งก็ทิ้งตัวลงบนโชฟาทันที
วันนี้เป็นวันที่ยาวนานเหลือเกิน ตั้งแต่ถูกตํารวจคุมตัวไปตอนเช้า การสอบสวน การค้ําประกัน คดีที่สอง ไปจนถึงโทรศัพท์ของแม่ สมองของ เขาทํางานหนักจนเกินขีดจํากัด ตอนนี้เขาแค่อยากจะปล่อยวางทุกอย่าง
เนฟานหมิงยุ่งอยู่กับการจัดเตรียมบางอย่างในห้องครัว ไม่รู้ว่าทํา
อะไรอยู่ ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ถือแก้วนมอุ่น ๆ เดินมาวางไว้บนโต๊ะน้ําชา
มือเข้ามา
ครับ?”
“ติมสิครับ แล้วค่อยไปนอน”
ๆ
กู้ชื่อเง็งลุกขึ้นมานั่งประคองแก้วนมไว้ ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากฝ่า
“เส็นฟานหมิงครับ” จู่ ๆ เขาก็ถามขึ้น “คุณเชื่อเรื่องพรหมลิขิตไหม
เส็นฟานหมิงนั่งลงข้าง ๆ เขา
“ถ้าจะพูดกันตามตรง ผมไม่เชื่อครับ”
ทําไมล่ะครับ?”
“เพราะผมเห็นคดีมาเยอะเกินไปครับ” เสินพานหมิงบอก “คนดี ก
จะไม่ได้ดี คนชั่วมักจะอยู่ยงคงกระพัน ถ้ามีพรหมลิขิตจริง ๆ พรหมลิขิตนี้ก็ ดูจะไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
กู้ชื่อเห็งครุ่นคิดตาม แล้วรู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นมีเหตุผลมากทีเดียว
“แล้วคุณเชื่อเรื่องการรู้อนาคตไหมครับ?”
เส็นฟานหมิงมองเยา
“เมื่อก่อนไม่เชื่อครับ”
“แล้วตอนนี้ล่ะครับ?”
เนฟานหมิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
“ตอนนี้… ก็ยังไม่แน่ใจเท่าไหร่”
กู้ชื่อเหิงยิ้มออกมาเล็กน้อย
“งั้นก็แสดงว่ากึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อสินะครับ”
“ครับ ถึงแม้ว่าผมจะเชื่อในวิทยาศาสตร์มากกว่า แต่ผมก็ไม่ได้ดูถูก ความเชื่อของใคร ทุกคนมีแนวทางความเชื่อเป็นของตัวเอง ถ้ามันไม่ได้ทําให้ ใครเดือดร้อน อยากจะเชื่อก็เชื่อไปเถอะครับ”
ทั้งคู่นิ่งเงียบไป คนหนึ่งจีบนม อีกคนดูโทรศัพท์
ผ่านไปครู่หนึ่ง เลิ่นฟานหนึ่งก็เอ่ยปากขั้น
“ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ผมจะเริ่มสืบคดีนี้อย่างเป็นทางการครับ”
กู้ชื่อเหิงเงยหน้ามองเขา “ผมช่วยอะไรได้บ้างครับ?”
เส็นฟานหมิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง “คุณไลฟ์สดต่อไปครับ”
“เอ๋?”
“ไลฟ์สดต่อไปครับ” เส็นฟานหนึ่งย้ํา “ถ้าคุณรู้อนาคตได้จริง ๆ ครั้ง หน้าไม่ว่าคุณจะเห็นอะไรอีก คุณต้องรีบบอกผมเป็นคนแรกเลยเข้าใจไหม
ครับ?”
หัวใจของกู้ชื่อเหิงเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งที
“คุณคิดว่าผมจะยังเห็นอีกเหรอครับ?”
เส็นฟานหมิงมองเขา แววตาล้าลึกมาก “ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ ผมคิดว่ามันแปลกเกินไป ยอดคนดูไลฟ์ของคุณไม่ได้มากมายขนาดนั้น แต่
ทําไมพอเกิดเรื่องแล้วตํารวจถึงได้มาเคาะหน้าประตูบ้านได้เร็วถึงขนาดนี้ ผมคิดว่าคงมีใครสักคนในไลฟ์ของคุณที่เป็นแจ้งตํารวจพวกนั้นแน่นอน ผม ไม่แน่ใจว่าใครหมายหัวคุณอยู่รึเปล่า แต่ถ้ามีมันต้องลงมืออีกแน่ ๆ”
มือของกู้ชื่อเหิงที่ถือแก้วนมสั่นระริก
“คุณหมายความว่า มาตกรจะลงมืออีกเหรอครับ?”
“มีความเป็นไปได้สูงครับ” เส้นฟานหนึ่งบอก “ถ้าฆาตกรจงใจเล็งมาที่ คุณ เขาจะสร้างคดีที่เกี่ยวข้องกับคําทํานายของคุณต่อไป แต่ถ้าคุณแค่
บังเอิญเห็นอะไรบางอย่าง สองคดีนี้ก็อาจจะเป็นคดีสุดท้ายก็ได้”
กู้ชื่อเหึงนิ่งเงียบไปนานแสนนาน
“เส็นฟานหมิง” ในที่สุดเขาก็พูดออกมา “ผมกลัว”
เส็นฟานหมิงมองเขา แววตาดูนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย
“ผมรู้”
“ผมไม่ได้กลัวตายนะครับ” กู้ชื่อเหึงบอก “ผมกลัวสิ่งที่ผมมองเห็น ทุกภาพที่เห็นหมายถึงชีวิตคนหนึ่งคน ผมเห็นมันแต่ผมกลับหยุดยั้งมันไม่ ได้ ความรู้สึกนี้… มันทรมานเหลือเกินครับ”
เส็นฟานหมิงไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแต่ยื่นมือมาตบไหล่กู้ ชื่อเหิงเบา ๆ เท่านั้น เป็นการกระทําที่แสนเรียบง่าย แต่กู้ชื่อเพิ่งกลับรู้สึกว่า ความว่างเปล่าในใจของเขานั้นดูเหมือนจะถูกเติมเต็มขึ้นมาเล็กน้อย
คืนนั้น กู้ชื่อเหิงฝัน
ในฝันเขายืนอยู่ริมแม่น้ําสายหนึ่ง น้ําในแม่น้ําดํามืดจนมองไม่เห็นก้น บึ้ง ฝั่งตรงข้ามแม่น้ํามีคนยืนอยู่ เป็นผู้หญิงสวมชุดเดรสสีแดง ผมยาว มอง
หน้าไม่ชัด
เขาอยากจะเดินเข้าไปหา แต่เท้ากลับเหมือนถูกตะปูตอกไว้กับพื้น
ขยับเขยื้อนไม่ได้เลย
เงาร่างของผู้หญิงคนนั้นเริ่มจางลงเรื่อย ๆ จางลงเรื่อย ๆ จนในที่สุด
ก็หายลับไปในความมืด
จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงหนิ่งด้งขึ้น
มันทุ้มและ า ราวกับตังมาจากใต้นํ้า
“รายต่อไป… คือแก
กู้ชื่อเหิงสะดุ้งตื่นทันที
ฟ้าสว่างแล้ว แสงแดดลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านเข้ามา ทอดเงาสี
ทองลงบนพื้น เขานอนอยู่บนเตียง แผ่นหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น
เยียบ
เสียงของเส็นฟานหมีงด้งมาจากนอกประตู
“ตื่นแล้วใช่ใหมครับ? ทานข้าวกัน”
กู้ชื่อเหิงจ้องมองเพดานนิ่ง ๆ ผ่านไปพักใหญ่กว่าจะตั้งสติได้
มันเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น
เขาสูดลมหายใจลิกพลางพลิกตัวลุกจากเตียง
เมื่อเดินออกมาจากห้องนอน บนโต๊ะอาหารมีอาหารเช้าวางเตรียมไว้ เรียบร้อยแล้ว ทั้งไข่ดาว เบคอน ขนมปังปิ้ง และกาแฟอุ่น ๆ หนึ่งถ้วย
เส็นฟานหมิงนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร กําลังดูโทรศัพท์อยู่
“วันนี้มีแผนจะทําอะไรบ้างครับ?” กู้ชื่อเหึงนั่งลงพลางหยิบขนมปัง
งั้นมาแผ่นหนึ่ง
“ผมจะไปดูม้วนแฟ้มคดีที่กองสืบสวนก่อนครับ” เสิ่นฟานหมึงบอก “
จากนั้นจะไปดูที่เกิดเหตุต่อ”
“ผมขอไปด้วยคนได้ไหมครับ?”
เส็นฟานหมิงเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง
“คุณอยากไปเหรอครับ?”
“อยากครับ” กู้ชื่อเหิงบอก “ผมอยากจะเห็นสถานที่เหล่านั้นด้วยตา ตัวเอง บางทีอาจจะทําให้นึกอะไรออกบ้างก็ได้”
เส็นฟานหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า
“เอาแบบนั้นก็ได้ครับ ทานเสร็จแล้วก็ไปกัน
กู้ชื่อเหิงก้มหน้าทานอาหารเช้า ในใจบังเกิดความรู้สึกแปลก ๆ บาง
อย่างขี้นมา
เมื่อก่อนชีวิตของเขาในแต่ละวันมีเพียงการไลฟ์สด กินข้าว นอน
หลับ ปล่อยให้วันเวลาผ่านไปอย่างไร้จุดหมาย แต่ตอนนี้เขามีเรื่องที่ต้องทํา แล้ว เขาต้องสืบคดี ต้องหามาตกรให้พบ และต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของ
ตัวเอง
และที่สําคัญ มีใครบางคนอยู่เคียงข้างเขา ความรู้สึกแบบนี้ ดูเหมือน จะไม่เลวเลยแฮะ