Y เมื่อหมอดูที่ทายไม่เคยแม่นอย่างผม ดันเบิกเนตรเห็นคดีฆาตกรรมกลางไลฟ์สด! - บทที่ 19 มีเกณฑ์ตกหลุมพราง...ในกงล้อตรรกะ
- Home
- Y เมื่อหมอดูที่ทายไม่เคยแม่นอย่างผม ดันเบิกเนตรเห็นคดีฆาตกรรมกลางไลฟ์สด!
- บทที่ 19 มีเกณฑ์ตกหลุมพราง...ในกงล้อตรรกะ
การเสียชีวิตของหลินเฉินได้สร้างคลื่นยักษ์ซัดสาดไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ต
คำทำนายของกู้ซื่อเหิงเปลี่ยนจาก “เรื่องบังเอิญ” กลายเป็น “ปรากฏการณ์” หัวข้อข่าวในทุกแพลตฟอร์มล้วนถูกเขาจับจอง พื้นที่สื่อทุกแขนงต่างขุดคุ้ยภูมิหลังของเขา และการคาดเดาต่าง ๆ นานาก็แพร่กระจายไปทั่ว
บางคนบอกว่าเขาคือพระลามะ [1] กลับชาติมาเกิด บางคนบอกว่าเขาถูกปีศาจเข้าสิง บางคนบอกว่าเขาคือฆาตกรที่พรางตัวมา และบางคนก็บอกว่าเขาคือทูตที่สวรรค์ส่งมา
กู้ซื่อเหิงมองดูข้ออ้างสารพัดเหล่านั้นแล้วก็ได้แต่หัวเราะเยาะในใจ
เขาคือใครน่ะเหรอ? เขาก็แค่หนุ่มติดบ้านอายุยี่สิบห้าปีที่ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยด้วยการพูดจาเลอะเทอะมาตลอดสามปี ความสามารถพิเศษเพียงอย่างเดียวคือการพยากรณ์ดวงชะตากลุ่มดาวได้คล่องแคล่วกว่าคนอื่น และข้อดีเพียงอย่างเดียวคือเป็นคนอารมณ์ดี ต่อให้โดนด่าก็ไม่โกรธ
ทว่าตอนนี้ เขากลับกลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งประเทศไปเสียแล้ว
โทรศัพท์ถูกเขาปรับเข้าสู่โหมดเครื่องบิน ทั้งวีแชท เวยป๋อ โต่วอิน และการแจ้งเตือนจากซอฟต์แวร์โซเชียลทั้งหมดถูกปิดทิ้ง เขาไม่กล้าอ่านความคิดเห็น ไม่กล้าอ่านข้อความส่วนตัว และไม่กล้าอ่านข่าวสารใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวเองเลย
เขากลัว
ไม่ใช่กลัวโดนด่า แต่เขากลัวที่จะเห็นข้อความจากเหล่า “แฟนคลับ” ต่างหาก
[กู้ครึ่งเซียน คุณมองเห็นไหมครับว่าในอนาคตสามีของผมจะเป็นใคร?]
[กู้ครึ่งเซียน ช่วงนี้ฉันฝันร้ายตลอดเลย จะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นหรือเปล่าคะ?]
[กู้ครึ่งเซียน แม่ของฉันป่วยหนัก คุณช่วยตรวจดวงให้หน่อยได้ไหมคะว่าท่านจะหายดีหรือเปล่า?]
เขาไม่รู้จะตอบอย่างไร เขาไม่รู้ว่าคำทำนายของตัวเองแม่นยำจริง ๆ หรือไม่ ไม่รู้ว่าครั้งหน้าจะมองเห็นอะไร และไม่รู้ว่าสิ่งที่เห็นเหล่านั้นจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่
เขาเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น
ไม่สิ ตอนนี้แม้แต่คนธรรมดาเขาก็ไม่ได้เป็นแล้ว
ช่วงหลายวันมานี้เสิ่นฟานหมิงยิ่งยุ่งหนักกว่าเดิม
คดีของหลินเฉินเกี่ยวพันกับผู้คนในวงกว้าง ทางกองสืบสวนจึงจัดตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมา และเขาในฐานะหนึ่งในพนักงานสืบสวนหลัก จึงต้องออกไปทำงานตั้งแต่เช้ามืดและกลับมามืดค่ำ บางครั้งถึงขั้นโต้รุ่งไม่ได้กลับมานอนที่บ้านเลย
กู้ซื่อเหิงอยู่บ้านคนเดียว กลางวันนอนพักผ่อน กลางคืนไลฟ์สด ใช้ชีวิตไม่ต่างจากสัตว์ที่ออกหากินในเวลากลางคืน
ทว่าเขารู้ดีว่า ถึงแม้เสิ่นฟานหมิงจะยุ่งมากเพียงใด แต่อีกฝ่ายก็ไม่เคยลืมเขาเลย ทุกเช้าที่เขาตื่นขึ้นมา บนโต๊ะอาหารจะต้องมีอาหารเช้าที่ทำเสร็จแล้ววางเตรียมไว้ให้ พร้อมกับกระดาษโน้ตที่วางทับไว้เขียนว่า [อุ่นทานด้วยนะ] ทุกคืนหลังจากที่เขาจบไลฟ์ ในมือถือจะต้องมีข้อความจากเสิ่นฟานหมิงส่งมาเสมอ บางครั้งก็เป็น [รีบนอนนะ] บางครั้งก็เป็น [อย่าคิดมาก] และบางครั้งก็เป็นเพียงคำว่า [ฝันดี] สั้น ๆ เท่านั้น
ความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ เป็นดั่งโคมไฟดวงเล็กที่คอยส่องแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิด
วันนี้เป็นวันที่ห้าหลังจากการเสียชีวิตของหลินเฉิน
เวลาสามทุ่มห้าสิบนาที กู้ซื่อเหิงนั่งประจำที่หน้าคอมพิวเตอร์เพื่อเตรียมไลฟ์สดตามปกติ
เขาสวมหน้ากากสุนัขจิ้งจอกให้เข้าที่ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วกดปุ่มเริ่มไลฟ์
จำนวนคนดูในห้องไลฟ์พุ่งกระฉูดในพริบตาเดียว… หนึ่งแสน สองแสน ไปจนถึงห้าแสนคน ข้อความในหน้าจอหลั่งไหลเร็วยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ เร็วเสียจนคอมพิวเตอร์ของเขาเริ่มมีอาการกระตุก
[กู้ครึ่งเซียนมาแล้ว!]
[วันนี้จะพยากรณ์อะไรครับ?]
[คดีของหลินเฉินมีความคืบหน้าไหม?]
[คุณมองเห็นภาพอนาคตจริง ๆ หรือเปล่าคะ?]
กู้ซื่อเหิงกระแอมเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยปาก
“สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทุกคน”
ข้อความในหน้าจอสงบลงเล็กน้อย
“วันนี้พวกเราจะไม่คุยเรื่องคดี และไม่คุยเรื่องคำทำนายนะครับ เราจะมาคุยเรื่องดวงชะตากลุ่มดาวกัน” เขาพูด “ตามระเบียบเดิม เริ่มจากราศีเมษครับ”
เริ่มอธิบายเรื่องดวงดาวไปตามขั้นตอน เหมือนที่เขาเคยทำมาตลอดสามปี เพียงแต่ตอนนี้ ทุกคำพูดจะถูกนำไปขยายผลอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และทุกตัวอักษรจะถูกนำไปตีความ
“เพื่อน ๆ ชาวราศีสิงห์ สัปดาห์หน้าดาวศุกร์จะเคลื่อนเข้าสู่เรือนที่ห้า [2] ซึ่งเป็นเรือนที่แสดงถึงความรักและการสร้างสรรค์ พวกคุณอาจจะได้พบกับความรักครั้งใหม่ หรือได้รับแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการทำงาน”
ขณะที่กำลังพูดอยู่นั้น ข้อความแถวหนึ่งก็พุ่งเข้ามาในสายตาของเขา
มันคือข้อความที่ใส่เอฟเฟกต์พิเศษ เป็นตัวอักษรสีทองที่เด่นชัดสะดุดตาอย่างมาก
[444killer: คุณคิดว่าตัวเองเป็นนักพยากรณ์จริง ๆ เหรอ? ดูนี่สิ]
ตามด้วยลิงก์ URL ชุดหนึ่ง
กู้ซื่อเหิงอึ้งไปครู่หนึ่ง มือขยับเร็วกว่าสมอง เขาเผลอกดเข้าไปในลิงก์นั้นทันที
หน้าจอเด้งไปยังหน้าเพจฟอรัมแห่งหนึ่ง ชื่อผู้โพสต์คือ [444killer] หัวข้อกระทู้เป็นตัวอักษรสีแดงเข้มเน้นหนา
[วิเคราะห์เจาะลึก! สี่ข้อสงสัยในเหตุการณ์พยากรณ์ของกู้ครึ่งเซียน ทุกข้อล้วนชี้ไปที่บทสรุปเดียวกัน]
มือของกู้ซื่อเหิงเริ่มสั่นเทา
เขาควรจะปิดหน้าเพจนั้นทิ้ง ควรจะไลฟ์สดต่อไป และควรจะแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นอะไรเลย ทว่าดวงตาของเขากลับมองไล่ลงไปข้างล่างอย่างควบคุมไม่ได้
ช่วงเริ่มต้นของกระทู้เขียนไว้ดังนี้
[ช่วงนี้เหตุการณ์พยากรณ์ของกู้ครึ่งเซียนกำลังเป็นที่ถกเถียงกันไปทั่วโลกโซเชียล บางคนยกย่องเขาเป็นเทพ บางคนก็ด่าทอว่าเขาเป็นปีศาจ ในฐานะผู้สังเกตการณ์ที่มีเหตุผลคนหนึ่ง ผมจึงอยากจะขอวิเคราะห์เรื่องนี้อย่างเจาะลึกโดยยึดหลักตรรกะและข้อเท็จจริง หลังจากอ่านจบแล้ว คุณจะเข้าใจเองว่า สิ่งที่เรียกว่าคำทำนายนั้น แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงแผนต้มตุ๋นที่ถูกวางไว้อย่างแยบยลเท่านั้น]
หัวใจของกู้ซื่อเหิงเต้นรัวเร็วขึ้น
เขาอ่านลงไปข้างล่าง ส่วนที่สองคือหัวข้อย่อย [ข้อสงสัยที่ 1: ทำไมคำทำนายของกู้ครึ่งเซียนถึงมักจะ “คลุมเครือแต่แม่นยำ” อยู่เสมอ?]
[หากลองวิเคราะห์คำทำนายทั้งสองครั้งของกู้ครึ่งเซียนดูให้ดี คุณจะพบรูปแบบที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง นั่นคือคำทำนายของเขาจะบรรยายเฉพาะลักษณะภายนอกที่ผิวเผินที่สุดเท่านั้น เช่น ชุดแดง ผมยาว ริมน้ำ นามสกุลหลิน มีส่วนประกอบของคำว่าไม้ ซึ่งลักษณะเหล่านี้พบเห็นได้ทั่วไปอย่างมาก มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นการเดาสุ่มจนถูก แต่ข้อมูลที่เป็นหัวใจสำคัญจริง ๆ เช่น ตัวตนของฆาตกร วิธีการลงมือที่ชัดเจน หรือเวลาที่เกิดเหตุ เขากลับไม่พูดถึงเลยแม้แต่คำเดียว เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะว่าเขาไม่รู้เลยน่ะสิ]
นิ้วมือของกู้ซื่อเหิงกำเม้าส์ไว้แน่น
[ข้อสงสัยที่ 2: ทำไมคำทำนายของกู้ครึ่งเซียนถึงมักจะ “ทำนายล่วงหน้าเพียงหนึ่งวัน” เสมอ?]
[คำทำนายครั้งแรก ล่วงหน้าหนึ่งวัน ครั้งที่สอง ล่วงหน้าหนึ่งวัน ก็ยังคงล่วงหน้าหนึ่งวัน ช่วงห่างของเวลา “หนึ่งวัน” นี้ ช่างพอเหมาะพอเจาะกับเวลาที่เขาลงมือฆ่าแล้วกลับมาที่ห้องไลฟ์สดเพื่อแสร้งทำเป็นนักพยากรณ์เสียจริง ถ้าเขาเป็นนักพยากรณ์ตัวจริง ทำไมเขาถึงทำนายล่วงหน้าสามวันหรือหนึ่งสัปดาห์ไม่ได้ล่ะ? ก็เพราะว่าถ้าล่วงหน้านานเกินไป เขาจะไม่สามารถควบคุมเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้น่ะสิ]
[ข้อสงสัยที่ 3: ทำไมที่พักของกู้ครึ่งเซียนถึงตั้งอยู่ระหว่างสถานที่เกิดเหตุทั้งสองคดีพอดี?]
[เรื่องนี้ผมเคยวิเคราะห์ไว้ในกระทู้ก่อนหน้านี้แล้ว สวนสาธารณะลวี่อี่และพื้นที่ชุ่มน้ำทางใต้ ตั้งอยู่คนละฝั่งของบ้านกู้ครึ่งเซียนพอดี เขามีเวลาและเงื่อนไขในการลงมือฆ่าอย่างเหลือเฟือ ทำไมตำรวจถึงยังไม่จับเขาล่ะ? ก็เพราะเขาเป็น “บุคคลที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ” ของพนักงานสืบสวนคนหนึ่งน่ะสิ ส่วนพนักงานสืบสวนคนนั้นจะเป็นใคร ผมไม่สะดวกที่จะพูดตรงนี้ แต่คนในวงการเขาก็รู้กันดีทั้งนั้น]
ลมหายใจของกู้ซื่อเหิงเริ่มหอบถี่
“บุคคลที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ” ของพนักงานสืบสวนคนหนึ่งงั้นเหรอ? นี่มันหมายถึงเสิ่นฟานหมิงชัด ๆ!
เจ้าของบัญชี [444killer] คนนี้รู้ได้อย่างไรว่าเสิ่นฟานหมิงกำลังปกป้องเขาอยู่?
[ข้อสงสัยที่ 4: ทำไม “พลังพยากรณ์” ของกู้ครึ่งเซียนถึงประจวบเหมาะปรากฏขึ้นในช่วงเวลานี้พอดี?]
[คนที่ติดตามกู้ครึ่งเซียนมาตลอดจะทราบดีว่า เขาทำไลฟ์สดมาสามปีและเป็นตัวตลกมาโดยตลอด แต่ทำไมจู่ ๆ ในช่วงเวลานี้เขากลับมีพลังพยากรณ์ขึ้นมาเสียล่ะ? เหตุผลนั้นแสนง่ายดาย เพราะหลินเฉินกำลังจะตาย และมีคนต้องการใครสักคนมาเป็นแพะรับบาป คำทำนายของกู้ครึ่งเซียนก็คือม่านควันที่คนคนนั้นจงใจสร้างขึ้นมาอย่างประณีตเพื่อตบตา ฆาตกรได้ฆ่าคน กู้ครึ่งเซียนก็ได้ชื่อเสียงเพิ่ม]
ย่อหน้าสุดท้ายถูกเน้นให้เป็นตัวหนาและขยายใหญ่
[บทสรุป: กู้ครึ่งเซียนไม่ใช่พยากรณ์เทพอะไรทั้งนั้น เขาไม่เป็นฆาตกรเอง ก็ต้องเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด สิ่งที่เขาเรียกว่าคำทำนายนั้น เป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้ปกปิดความจริงเท่านั้น ฆาตกรตัวจริงกำลังจ้องมองละครฉากนี้อยู่ และคงกำลังหัวเราะเยาะจนตัวงอ]
กู้ซื่อเหิงจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความรู้สึกหนาวเยือกไปทั้งตัว
เขาไม่รู้ตัวเลยว่าปิดไลฟ์สดไปตอนไหน รู้เพียงว่าเมื่อเขาได้สติคืนมา หน้าจอคอมพิวเตอร์ก็มืดสนิทไปแล้ว ภายในห้องเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นโครมคราม
โทรศัพท์สั่นขึ้นมา
เสิ่นฟานหมิงโทรมานั่นเอง
“ผมเห็นกระทู้นั้นแล้วครับ” เสียงของเสิ่นฟานหมิงดังมาจากปลายสาย ฟังดูเหมือนอยู่ไกล ๆ คล้ายกับว่าเขากำลังอยู่กลางแจ้ง “คุณไม่ต้องคิดมาก พวกชาวเน็ตก็วิเคราะห์ไปเรื่อยแบบนี้เป็นปกติ”
กู้ซื่อเหิงอ้าปากค้างพลางตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “แต่เขารู้เยอะขนาดนี้ได้ยังไงครับ? เขารู้ได้ยังไงว่าคุณกำลังปกป้องผมอยู่?”
เสิ่นฟานหมิงนิ่งเงียบไปสองวินาที
“ผมจะสืบให้ชัดเจนเองครับ”
“เสิ่นฟานหมิงครับ” น้ำเสียงของกู้ซื่อเหิงเริ่มสั่นเครือ “เขาบอกว่าผมเป็นฆาตกร เขาบอกว่าผมเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด เขาบอกว่าคำทำนายของผมเป็นเรื่องโกหกที่ใช้ปกปิดความจริง ข้อสงสัยที่เขาเขียนมาเหล่านั้น ผม… ผมไม่รู้จะโต้แย้งอย่างไรเลยครับ”
“ไม่จำเป็นต้องโต้แย้งหรอกครับ” เสิ่นฟานหมิงบอก “ความจริงเป็นอย่างไร พวกเรารู้กันเองก็เพียงพอแล้วครับ”
“แต่ว่า—”
“ไม่มีแต่ครับ” เสิ่นฟานหมิงขัดจังหวะ “ตอนนี้ผมอยู่ที่กองสืบสวนเพื่อตรวจสอบ IP [3] ของกระทู้นั้นอยู่ รอผมกลับไปนะครับ”
สายถูกตัดไปแล้ว
กู้ซื่อเหิงกำโทรศัพท์ไว้นิ่ง ๆ พลางนั่งเหม่อลอยอยู่ในความมืด
เขานึกถึงความฝันนั้นขึ้นมา… ประโยคที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนกระจกว่า [รายต่อไป… คือแก]
คนคนนี้ จะมาฆ่าเขาจริง ๆ งั้นเหรอ?
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พลางลุกขึ้นยืนเดินไปที่หน้าต่าง แง้มผ้าม่านออกดูด้านนอกเล็กน้อย
ด้านล่างตึกเงียบเชียบว่างเปล่า มีเพียงโคมไฟริมทางที่ส่องแสงสีส้มสลัวอยู่ ไม่มีคนน่าสงสัย ไม่มีนักข่าวที่คอยดักซุ่ม ไม่มีอะไรเลย
ทว่าเขากลับรู้สึกอยู่ตลอดว่า ในความมืดมิดนั้น มีดวงตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมาที่เขา
เชิงอรรถ
^พระลามะ: พระสงฆ์ในนิกายพุทธแบบทิเบต ผู้ได้รับความเคารพในฐานะอาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชาธรรมและศาสตร์แห่งการพยากรณ์ มักมีบทบาทสำคัญในพิธีกรรมทางศาสนาและความเชื่อเรื่องการแก้ดวงชะตา
^เรือนที่ห้า: ในวิชาโหราศาสตร์สากลคือเรือนปุตตะ (Fifth House) เกี่ยวข้องกับความรัก ความคิดสร้างสรรค์ ความบันเทิง บุตรหลาน และการเสี่ยงโชค การที่ดาวศุกร์เคลื่อนเข้าสู่เรือนนี้มักจะนำมาซึ่งความโรแมนติกหรือแรงบันดาลใจใหม่ ๆ
^ที่อยู่ IP: เป็นเลขที่ระบุตัวตนของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ใช้ในการระบุตำแหน่งที่ตั้งคร่าว ๆ ของอุปกรณ์นั้น ๆ ผ่านทางเครือข่าย