Y เมื่อหมอดูที่ทายไม่เคยแม่นอย่างผม ดันเบิกเนตรเห็นคดีฆาตกรรมกลางไลฟ์สด! - บทที่ 20 มีเกณฑ์ถูกจองจำ (ด้วยความหวังดี)
- Home
- Y เมื่อหมอดูที่ทายไม่เคยแม่นอย่างผม ดันเบิกเนตรเห็นคดีฆาตกรรมกลางไลฟ์สด!
- บทที่ 20 มีเกณฑ์ถูกจองจำ (ด้วยความหวังดี)
ตอนที่เสิ่นฟานหมิงกลับมา ก็เป็นเวลาตีสองแล้ว
กู้ซื่อเหิงนั่งอยู่บนโซฟาโดยไม่ได้เปิดไฟ ในมือประคองแก้วน้ำชาที่เย็นชืดไปนานแล้วพลางจ้องมองเข้าไปในความมืดด้วยอาการใจลอย
เสิ่นฟานหมิงเปิดไฟ เมื่อเห็นเขาในสภาพนั้นคิ้วก็ขมวดเข้าหากันทันที
“ทำไมยังไม่นอนครับ?”
“นอนไม่หลับครับ” กู้ซื่อเหิงบอก
เสิ่นฟานหมิงเดินเข้าไปนั่งลงข้าง ๆ เขา
“กระทู้นั้นผมตรวจสอบแล้วครับ” เขาบอก “IP มาจากต่างประเทศ และมีการใช้ตัวแทน [1] หลายชั้นทำให้ไม่สามารถตรวจสอบตำแหน่งที่แท้จริงได้ครับ”
กู้ซื่อเหิงยิ้มขื่น “สรุปคือตรวจสอบไม่ได้ว่าเขาเป็นใครสินะครับ?”
“ชั่วคราวครับ” เสิ่นฟานหมิงบอก “แต่ในบทวิเคราะห์ของเขามีบางจุดที่ทำให้ผมรู้สึกว่ามันไม่ปกติ”
“ไม่ปกติอย่างไรครับ?”
เสิ่นฟานหมิงมองเขา แววตาล้ำลึกมาก
“เขารู้รายละเอียดมากเกินไปครับ เช่น ความสัมพันธ์ของตำแหน่งที่ตั้งบ้านของคุณกับที่เกิดเหตุทั้งสองคดี หรือเรื่องที่คุณกับผมรู้จักกัน ไปจนถึงเวลาไลฟ์สดของคุณ ข้อมูลเหล่านี้บางส่วนอาจจะหาได้จากในเน็ต แต่บางส่วนหาไม่ได้ครับ”
กู้ซื่อเหิงอึ้งไปครู่หนึ่ง
“ข้อมูลที่หาไม่ได้คือเรื่องอะไรบ้างครับ?”
“เรื่องที่ผมกับคุณรู้จักกันครับ” เสิ่นฟานหมิงบอก “เรื่องนี้ไม่เคยมีการเปิดเผยต่อสาธารณะ นอกจากอาสะใภ้ของคุณและแม่ของคุณแล้ว ก็ไม่มีใครรู้ว่าพวกเราพักอยู่ด้วยกันครับ”
กู้ซื่อเหิงรู้สึกหนาวเยือกไปตามกระดูกสันหลัง
“งั้นเขาก็…”
“เขาอาจจะเป็นคนรู้จักใกล้ชิดของคุณครับ” เสิ่นฟานหมิงบอก “หรือไม่อย่างนั้น เขาก็แอบจับตาดูคุณอยู่ครับ”
มือของกู้ซื่อเหิงเริ่มสั่นขึ้นมาอีกครั้ง
เสิ่นฟานหมิงกุมมือเขาไว้
“ไม่ต้องกลัวนะครับ”
กู้ซื่อเหิงมองเขา ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อย
“เสิ่นฟานหมิงครับ ผมไม่ควรพักอยู่ที่นี่ต่อหรือเปล่าครับ? ถ้าผมย้ายออกไป บางทีเขาอาจจะไม่—”
“ไม่ได้ครับ” เสิ่นฟานหมิงขัดจังหวะ “คุณไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นครับ”
กู้ซื่อเหิงอึ้งไปเลย
เสิ่นฟานหมิงจ้องมองดวงตาของเขาพลางพูดทีละคำว่า “ตอนนี้คือช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดของคุณครับ เป้าหมายของคนคนนั้นคือคุณ ถ้าคุณออกไปคนเดียว ก็ไม่ต่างอะไรจากการรนหาที่ตายครับ”
“แต่ว่า—”
“ไม่มีแต่ครับ” เสิ่นฟานหมิงยัน “คุณอยู่ที่นี่ มีผมอยู่ด้วย ผมเคยสัญญากับคุณไว้แล้วว่าจะปกป้องคุณครับ”
กู้ซื่อเหิงมองเขา จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าบางอย่างในใจกำลังค่อย ๆ หลอมละลายลง
“เสิ่นฟานหมิงครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ทำไมคุณถึงดีกับผมขนาดนี้ล่ะครับ?”
เสิ่นฟานหมิงนิ่งเงียบไปหลายวินาทีก่อนจะตอบว่า “คุณถามคำนี้กับผมบ่อยมากเลยนะครับ รู้ตัวไหม?”
“รู้ครับ และผมก็รู้ด้วยว่าคุณจะตอบอะไร แต่เหตุของมัน ผมไม่รู้จริง ๆ”
“เหตุผลของผมคือไม่มีเหตุผมครับ”
ทว่ากู้ซื่อเหิงทราบดีว่า บางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องมีคำตอบหรอก
คืนนั้น เสิ่นฟานหมิงไม่ได้กลับเข้าห้องพักของตัวเอง
เขานั่งอยู่บนโซฟา คอยเฝ้าดูแลกู้ซื่อเหิงจนกระทั่งขอบฟ้าเริ่มมีแสงรำไร
กู้ซื่อเหิงเอนตัวพิงโซฟาอีกฝั่งหนึ่ง ห่มผ้าห่มผืนหนึ่งพลางเผลอหลับไปบ้างด้วยความอ่อนเพลีย ระหว่างนั้นเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาหลายครั้ง และทุกครั้งที่ลืมตาขึ้น ก็จะเห็นแผ่นหลังของเสิ่นฟานหมิงเสมอ เขานั่งอยู่ริมหน้าต่าง แง้มผ้าม่านดูด้านนอก คอยระแวดระวังภัยให้อย่างเข้มงวด
จนกระทั่งเช้าตรู่ กู้ซื่อเหิงจึงได้หลับสนิทไปในที่สุด
ในฝันไม่มีอะไรเลย ไม่มีผู้หญิงชุดแดง ไม่มีห้องแต่งตัว ไม่มีตัวอักษรเลือดบนกระจก มีเพียงความมืดมิดที่แสนนุ่มนวล และเงาร่างลาง ๆ ของคนคนหนึ่งที่คอยเฝ้าดูแลอยู่เคียงข้างเขาเท่านั้น
กู้ซื่อเหิงถูกปลุกด้วยกลิ่นหอมของอาหาร
เขาลืมตาขึ้นพบว่ามีผ้าห่มผืนใหม่คลุมกายไว้ และมีหมอนใบหนึ่งวางอยู่บนโซฟา แสงแดดลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านเข้ามา ทอดเงาสีทองลงบนพื้น
ในห้องครัวมีเสียงผัดอาหารดังขึ้น
เขาลุกขึ้นเดินโซซัดโซเซเข้าไปหา
เสิ่นฟานหมิงยืนอยู่หน้าเตา สวมผ้ากันเปื้อน กำลังพลิกไข่ดาวในกระทะ แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา ทำให้ใบหน้าด้านข้างของเขาดูนุ่มนวลขึ้นในสายตาของกู้ซื่อเหิง
กู้ซื่อเหิงพิงกรอบประตูมองดูภาพตรงหน้า ในใจบังเกิดความรู้สึกแปลก ๆ บางอย่างขึ้นมา
ผู้ชายคนนี้ ความจริงเขาจะไม่ยุ่งเรื่องของตนก็ได้ จะส่งตนให้ตำรวจจัดการไปตามยถากรรมก็ได้ หรือจะอยู่ให้ห่าง ๆ ตนเพื่อไม่ให้เดือดร้อนไปด้วยก็ได้
ทว่าเขาไม่ทำอย่างนั้น
เขาเลือกที่จะอยู่ตรงนี้ คอยเฝ้าดูแล คอยปกป้องตน
“ตื่นแล้วเหรอครับ?” เสิ่นฟานหมิงถามโดยไม่หันมามอง
“ครับ”
“ทานข้าวครับ”
กู้ซื่อเหิงเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะอาหาร เสิ่นฟานหมิงยกไข่ดาวและขนมปังปิ้งมาเสิร์ฟ พร้อมรินนมอุ่น ๆ วางไว้ตรงหน้าเขาด้วย
กู้ซื่อเหิงก้มหน้าทานอาหารโดยไม่ได้พูดอะไร
เสิ่นฟานหมิงนั่งลงฝั่งตรงข้าม และไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน
ทั้งคู่นั่งทานอาหารมื้อนั้นด้วยความเงียบเชียบจนจบมื้อ
จากนั้นเสิ่นฟานหมิงจึงเอ่ยปากพูดขึ้นมา
“วันนี้ผมจะไปสืบหาเบาะแสเรื่องเจ้าของบัญชี [444killer] ครับ”
กู้ซื่อเหิงเงยหน้ามองเขา
“ผมพอจะช่วยอะไรได้บ้างไหมครับ?”
เสิ่นฟานหมิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง
“คุณไลฟ์สดต่อไปครับ”
กู้ซื่อเหิงอึ้งไป “ยังจะให้ไลฟ์อีกเหรอครับ? ในสภาพที่เป็นอยู่ตอนนี้เนี่ยนะ?”
“ยิ่งเป็นแบบนี้ ยิ่งต้องไลฟ์ครับ” เสิ่นฟานหมิงบอก “คนคนนั้นต้องการให้คุณหวาดกลัว ต้องการให้คุณถอยหนี ยิ่งคุณไม่กลัวและทำต่อไป เขาก็จะยิ่งร้อนใจ และพอร้อนใจเขาก็จะเริ่มทำผิดพลาดครับ”
กู้ซื่อเหิงครุ่นคิดตามดูเหมือนเขาจะพูดถูก
“ตกลงครับ เชื่อคุณ”
เสิ่นฟานหมิงพยักหน้ารับคำ ลุกขึ้นยืนหยิบเสื้อนอกมาสวม
เมื่อเดินถึงประตู เขาก็หันกลับมามองกู้ซื่อเหิงอีกครั้ง
“อย่าออกจากบ้านนะครับ ใครมาเคาะประตูก็อย่าเปิดเด็ดขาด”
กู้ซื่อเหิงพยักหน้า
เสิ่นฟานหมิงเปิดประตูและเดินออกไป
ในวินาทีที่ประตูปิดลง กู้ซื่อเหิงก็โพล่งตะโกนเรียก “เสิ่นฟานหมิง!”
ประตูเปิดออกอีกครั้ง เสิ่นฟานหมิงชะโงกตัวเข้ามาครึ่งหนึ่ง
“มีอะไรเหรอครับ?”
กู้ซื่อเหิงมองเขาพลางพูดอย่างจริงจังว่า “ระวังตัวด้วยนะครับ”
เสิ่นฟานหมิงอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะโค้งขึ้นเล็กน้อย
“รับคำสั่งครับ”
ประตูปิดลงแล้ว
กู้ซื่อเหิงนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร จ้องมองประตูที่ปิดสนิทบานนั้น ในใจบังเกิดความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา
ผู้ชายคนนี้ ดูเหมือนจะทวีความสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ เสียแล้วสิ
คืนนั้น กู้ซื่อเหิงไลฟ์สดตามปกติ
เขาสวมหน้ากากสุนัขจิ้งจอก นั่งหน้าคอมพิวเตอร์พลางพูดเรื่องดวงชะตากลุ่มดาวด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบที่สุด ในข้อความหน้าจอไลฟ์มีคนถามเรื่องคดีของหลินเฉิน มีคนถามเรื่องกระทู้ของ [444killer] มีคนทั้งด่าและชม แต่เขาแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นทั้งหมด
หลังจากพูดจบราศีสุดท้าย เขาก็หันไปพูดกับกล้องประโยคหนึ่ง
“ผมรู้ว่ามีคนกำลังจ้องมองผมอยู่ และต้องการให้ผมหุบปาก แต่ผมจะไม่หุบปากครับ ผมจะไลฟ์สดต่อไป จะพูดเรื่องกลุ่มดาวของผมต่อไป และใช้ชีวิตของผมต่อไป ถ้าคุณต้องการจะมาหาผม ผมจะรอครับ”
พูดจบเขาก็กดปิดไลฟ์สดทันที
หน้าจอมืดลง
เขาพิงหลังลงกับพนักเก้าอี้พลางระบายลมหายใจยาวออกมา
โทรศัพท์สั่นขึ้นมาทีหนึ่ง เป็นข้อความวีแชทจากเสิ่นฟานหมิง [พูดได้ดีมากครับ]
กู้ซื่อเหิงมองตัวหนังสือสี่คำนั้นแล้วยิ้มออกมา
ภายนอกหน้าต่างราตรีมืดมิด ภายในห้องแสงไฟอบอุ่น
เขารู้ดีว่า พายุที่แท้จริงยังรออยู่ข้างหน้า
ทว่าเขาก็ทราบดีว่า จะมีใครบางคนคอยอยู่เคียงข้าง และก้าวเดินไปด้วยกัน
เชิงอรรถ
^ตัวแทน (Proxy) : เทคโนโลยีเครือข่ายที่ผู้ใช้ใช้ผ่านเซิร์ฟเวอร์กลางเพื่อเข้าถึงอินเทอร์เน็ต สามารถใช้ในการปกปิดที่อยู่ IP ที่แท้จริงได้ การใช้ตัวแทนหลายชั้นจะทำให้การติดตามหาตำแหน่งที่ตั้งจริงทำได้ยากยิ่งขึ้น