Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 788 พื้นที่แกนกลางที่น่าหวาดหวั่น!
- Home
- Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์
- บทที่ 788 พื้นที่แกนกลางที่น่าหวาดหวั่น!
พื้นที่หมอก บริเวณพื้นที่ชั้นใน
เย่เทียนไม่คิดประมาท เขายังคงเปิดใช้งานเนตรสวรรค์แห่งชีวิตอยู่ตลอดเวลา พยายามที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งมีชีวิตที่มีกลิ่นอายแห่งชีวิตที่น่าสะพรึงกลัว
เนื่องจากภายใต้การตรวจสอบของเนตรสวรรค์แห่งชีวิต ยังมีสิ่งมีชีวิตบางส่วนในพื้นที่ชั้นในที่เขาไม่อาจที่จะต่อกรได้ในขณะนี้ ความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรเหล่านั้นจะต้องเทียบเท่ากับผู้สูงสุด 2 ดาราอย่างแน่นอน
แน่นอนว่า สัตว์อสูรหมอกดังกล่าวพบได้ยากมากในพื้นที่หมอก ไม่มีใครพบพวกมันหากไม่โชคร้ายจริงๆ
เย่เทียนรู้ตำแหน่งของพวกมันแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่คิดแส่หาความตาย
ท้ายที่สุดแล้ว ความเร็วของสัตว์อสูรหมอกระดับผู้สูงสุด 2 ดารานั้นก็รวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ มันแม้กระทั่งเร็วกว่าผู้ฝึกตนระดับผู้สูงสุด 1 ดาราเลยด้วยซ้ำ และความเร็วนั้นย่อมเหนือกว่าพลังศักดิ์สิทธิ์แสงนิรันดร์ของเย่เทียนอย่างแน่นอน
เย่เทียนยังคงมองหาสมุนไพรวิญญาณในพื้นที่ด้านในต่อไป และไม่ได้มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ส่วนแกนกลางทันที
หากเขาสามารถหาสมุนไพรวิญญาณที่เหมาะกับเขาในพื้นที่ชั้นในได้เพียงพอ เขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงในพื้นที่แกนกลางในขณะนี้
ท้ายที่สุด แม้แต่ลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับ 1 ของโปรตอสก็เกือบจะต้องเอาชีวิตไปทิ้งในบริเวณพื้นที่แกนกลาง ซึ่งสถานที่แห่งนั้นจะต้องเต็มไปด้วยอันตรายที่น่าสะพรึงกลัว
เวลาผ่านไปทีละน้อย เก้าปีผ่านไปในพริบตา
ในช่วงเก้าปีที่ผ่านมานี้ เย่เทียนได้เดินทางไปเยือนสถานที่หลายแห่งในพื้นที่ชั้นใน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่อาจสำรวจพื้นที่ทั้งหมดได้
ด้วยความสามารถของเนตรสวรรค์แห่งชีวิต เขาจึงแทบจะไม่พบกับอันตรายใดๆ เลย และยังได้พบกับดินแดนขุมทรัพย์อีกหลายแห่งที่คล้ายกับหุบเขาสมุนไพรจิตวิญญาณก่อนหน้านี้ เขาได้สังหารสัตว์อสูรหมอกระดับราชาสวรรค์มากกว่า 100 ตัว และระดับผู้สูงสุดจำนวนมากกว่า 10 ตัว
ผู้สูงสุดมากกว่า 10 และราชาสวรรค์อีกหลายร้อย ขุมพลังดังกล่าวยังเหนือกว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมดเสียอีก แต่เนื่องจากขาดสติปัญญา พวกมันจึงไม่ได้สร้างอารยธรรมขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่เย่เทียนสามารถกำจัดพวกมันทั้งหมดได้ด้วยตัวคนเดียว
อาจกล่าวได้ว่า ไม่ว่าสัตว์อสูรหมอกจะแข็งแกร่งเพียงใดแต่หากปราศจากรากฐานของอารยธรรม มันก็ยังคงเป็นเพียงแค่เศษทรายที่กระจัดกระจายภายในจักรวาล
หลังจากสำรวจพื้นที่ต่างๆ มา 9 ปี เย่เทียนก็ได้รวบรวมสมุนไพรจิตวิญญาณเพียงพอต่อความต้องการของเขาแล้ว มีสมุนไพรจิตวิญญาณมากกว่าหนึ่งโหลที่ให้ผลคล้ายคลึงกับหญ้าคริสตัลเก้าสีสามารถพัฒนาพรสวรรค์ในการบ่มเพาะ ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์มีผู้สูงสุดถือกำเนิดขึ้นมากกว่าหนึ่งโหลในคราวเดียว
“มีสมบัติมากมายในพื้นที่หมอกแห่งนี้ น่าเสียดายที่ผู้สูงสุดคนอื่นๆ ไม่มีความสามารถในการสำรวจพื้นที่ชั้นในได้เช่นเรา มิฉะนั้น หากพวกเขาพยายามค้นหาสมบัติต่างๆ ในพื้นที่หมอกชั้นในนี้ ด้วยความประมาทแล้วละก็ ต่อให้มีเป็นร้อยชีวิตก็ยังไม่พอ!”
เย่เทียนพึมพำ
เหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งปีก่อนที่พื้นที่หมอกจะหายไป และเขาเองก็ไม่กล้าเดิมพันกับการอยู่รอดในพื้นที่หมอก มีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะหายตัวไปอย่างลึกลับเหมือนกับคนอื่นๆ ก่อนหน้านี้
“เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว อย่างมากสุดก็ครึ่งปีเราต้องกลับออกไป!”
เย่เทียนตัดสินใจ
เขาจะไม่วางแผนที่จะค้นหาพื้นที่ชั้นในอีกต่อไป แต่กำลังเตรียมที่จะมุ่งหน้าไปยังพื้นที่แกนกลาง
เขามีเนตรสวรรค์แห่งชีวิต ซึ่งสามารถตรวจจับออร่าแห่งชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกประเภทได้ ดังนั้นหากเขาพบกับสัตว์อสูรที่น่าสะพรึงกลัว เขาก็ยังสามารถรีบหลบหนีออกมาได้ทันเวลา
“ลองดูก่อนแล้วกัน!”
เย่เทียนกล่าว
สวบ!
เขาบินไปยังพื้นที่แกนกลางของพื้นที่หมอก
ใช้เวลาเพียงไม่นานเขาก็เห็นม่านพลังสีฟ้าคราม และก็เป็นม่านพลังนี้เองที่ขัดขวางการตรวจสอบของเนตรสวรรค์แห่งชีวิต มิฉะนั้นด้วยขอบเขตการสำรวจของเย่เทียน การตรวจสอบพื้นที่แกนหลักทั้งหมดย่อมไม่ใช่เรื่องยาก
“ลองส่งร่างอวตารไปก่อนแล้วกัน!”
เย่เทียนคิด
วืด!
ร่างอวตารปรากฏขึ้นก่อนจะบินผ่านม่านพลังสีฟ้าครามเข้าสู่พื้นที่แกนกลาง
ไม่มีอันตราย!
เมื่อรู้เรื่องนี้ เย่เทียนก็เข้าสู่พื้นที่แกนกลางด้วยร่างจริงของเขา และทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในพื้นที่แกนกลาง เขาก็รีบกระตุ้นใช้งานเนตรสวรรค์แห่งชีวิตทันที
ตูม!!!!
กลิ่นอายแห่งชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวได้แทรกซึมอยู่ในอากาศโดยรอบ ซึ่งทำให้เย่เทียนประหลาดใจมาก
“พวกมันล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตระดับ 6 ผู้ที่อ่อนแอที่สุดคือระดับผู้สูงสุด!”
รูม่านตาของเย่เทียนหดแคบลงอย่างรวดเร็ว
สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เป็นสิ่งมีชีวิตระดับ 6 อย่างแท้จริง ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตกึ่งระดับ 6 เหมือนผู้ฝึกตนในจักรวาล ตัดสินจากกลิ่นอายของพวกมัน สัตว์อสูรหมอกที่อยู่รอบนอกของพื้นที่แกนกลางนี้ควรจะมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับผู้สูงสุด 2 ดารา ในขณะที่สัตว์อสูรที่อยู่ลึกเข้าไปในพื้นที่แกนกลางน่าจะเป็นสัตว์อสูรระดับผู้สูงสุด 1 ดารา
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือระยะที่ไกลที่สุดที่เนตรสวรรค์แห่งชีวิตตรวจจับได้นั้นมีสัตว์อสูร 2-3 ตัวที่มีกลิ่นอายแห่งชีวิตระดับ 7 แล้ว ระดับชนชั้นสิ่งมีชีวิตของพวกมันเหนือกว่าผู้สูงสุด 1 ดาราด้วยซ้ำ ต่อให้เป็นผู้สูงสุดปฐมกาลก็ไม่มีทางที่จะเอาชนะพวกมันได้
“ไม่คิดเลยว่าบริเวณแกนกลางจะน่ากลัวมากขนาดนี้!”
เย่เทียนตกตะลึง
ทันใดนั้น
คลื่นออร่าลึกลับบางอย่างพลันแหวกผ่านห้วงมิติมา ดูเหมือนมันจะพบตัวเย่เทียนแล้ว
“หนี!”
เย่เทียนพุ่งผ่านม่านพลัง กลับสู่พื้นที่ชั้นใน จากนั้นเขาก็กระตุ้นใช้งานพลังศักดิ์สิทธิ์แสงนิรันดร์อย่างต่อเนื่องบินออกไปยังทิศทางของพื้นที่รอบนอกด้วยความเร็วสูงสุด
ดูเหมือนว่าสัตว์อสูรหมอกที่น่ากลัวเหล่านั้นไม่สามารถออกมาได้ ดังนั้นพวกมันจึงไม่ได้ไล่ตามเย่เทียนออกมา
อย่างไรก็ตาม เย่เทียนไม่ได้วางแผนที่จะสำรวจความลับของพื้นที่แกนกลางอีกต่อไป เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาจะสามารถทำได้ในตอนนี้
ในขณะนี้ เย่เทียนตระหนักได้อย่างแท้จริงแล้วว่าภายในจักรวาลแห่งนี้มีความลับมากมายเพียงใด
“พื้นที่หมอก หุบเหวแห่งการทำลายล้าง และดินแดนต้นกำเนิด นี่เป็นเพียงแค่ 3 แห่งเท่านั้น และไม่มีสถานที่ใดในบรรดาสถานที่เหล่านี้ที่เผ่าพันธุ์นับไม่ถ้วนของพื้นที่หลักของจักรวาลจะสามารถต่อกรด้วยได้!”
เย่เทียนคิดกับตัวเอง
ในไม่ช้า เย่เทียนก็ออกมาจากพื้นที่หมอก
เมื่อมองย้อนกลับไปยังพื้นที่หมอก เขารู้สึกราวกับว่ามันเหมือนกับสัตว์ร้ายขนาดใหญ่ที่ตะกละตะกลามพยายามที่จะกลืนกินสิ่งมีชีวิตมากมายนับไม่ถ้วน
“ไว้ค่อยมาสำรวจมันอีกครั้งในอนาคตแล้วกัน!”
เย่เทียนพึมพำ
…
เผ่าพันธุ์มนุษย์ เมืองศักดิ์สิทธิ์
เย่เทียนกลับมาแล้ว
ทันทีที่เขากลับมาถึง เขาก็เรียกประชุมสภาผู้สูงสุดทันที
แม้ว่าตอนนี้เขาจะยังคงอยู่ในขอบเขตปราชญ์เทพขั้นสูงสุดเท่านั้น แต่เขาก็ได้รับการปฏิบัติในฐานะผู้สูงสุดคนใหม่โดยผู้สูงสุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์แล้ว ดังนั้นเขาจึงมีอำนาจพอที่จะเรียกประชุมสภาผู้สูงสุดได้
ผู้สูงสุดฮั่วหยวน ผู้สูงสุดคุนหวู่ ผู้สูงสุดดาบศักดิ์สิทธิ์ ผู้สูงสุดอู่จี๋…
ครั้งนี้มีผู้สูงสุดทั้งหมดสิบสามคนที่เข้าร่วมการประชุม บางคนอยู่ในช่วงปิดด่านฝึกฝน บางคนออกไปทำหน้าที่อื่นๆ ดังนั้นจึงมีผู้เข้าร่วมประชุมเพียงเท่านี้
“ปราชญ์เทพหมื่นสวรรค์ ไม่ทราบว่าเหตุใดคุณถึงเปิดการประชุมสภาผู้สูงสุด?”
ผู้สูงสุดดาบศักดิ์สิทธิ์เอ่ยถาม
“ทุกท่าน เมื่อไม่นานมานี้ฉันได้เข้าไปสำรวจพื้นที่หมอกมา!”
เย่เทียนกล่าว
“พื้นที่หมอก!”
เมื่อได้ยินชื่อนี้ สีหน้าของเหล่าผู้สูงสุดหลายคนก็เปลี่ยนไป เนื่องจากที่นั่นเป็นสถานที่ที่อันตรายอย่างยิ่ง!
ในหมู่พวกเขา มีผู้สูงสุดบางคนเกือบจะร่วงหล่นลง และจนถึงตอนนี้มีผู้สูงสุดเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่กล้าเข้าไปสำรวจภายในพื้นที่หมอก
เย่เทียนกล่าวต่อ “ในพื้นที่หมอก ฉันได้พบสมุนไพรจิตวิญญาณ 15 ชนิดที่สามารถยกระดับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับโกลาหลไปสู่พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับผสมได้ และยังมีสมุนไพรจิตวิญญาณอีกจำนวนมากที่สามารถยกระดับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจักรวาลเป็นระดับโกลาหลได้เช่นกัน แน่นอนว่ายังมีสมุนไพรจิตวิญญาณอีก 2-3 ชนิดที่มีผลช่วยให้ผู้สูงสุดขัดเกลาร่างกายและจิตวิญญาณให้แข็งแกร่งขึ้นได้ ไม่ทราบว่าพวกท่านมีใครสนใจหรือไม่?”
“นี่คุณกำลังพูดเรื่องจริงงั้นหรือ?”
แม้แต่สีหน้าของผู้สูงสุดฮั่วหยวนก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ในเวลานี้ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
“แน่นอนว่าทั้งหมดเป็นเรื่องจริง!”
เย่เทียนคว้าหยิบสมุนไพรจิตวิญญาณจำนวนหนึ่งออกมาส่งมันออกไปตรงหน้าผู้สูงสุดแต่ละคน
เขาไม่กลัวว่าจะถูกปล้นโดยผู้สูงสุดเหล่านี้ เพราะถึงอย่างไรพวกเขาทั้งหมดก็ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์ และที่นี่ก็ยังมีผู้สูงสุดคนอื่นๆ อีกหลายคน หากใครกล้าที่จะฉกฉวยสมุนไพรล้ำค่าเหล่านี้ไป มันก็ไม่ต่างอะไรกับการทำให้ผู้สูงสุดทั้งหมดขุ่นเคือง
“แค่กๆ นิกายดาบแห่งพันธสัญญาของฉันมีผู้อาวุโสปราชญ์เทพอยู่สามคนที่ติดอยู่ในขีดจำกัดของขอบเขตปราชญ์เทพมานานแล้ว และทันทีที่พวกเขาทะลวงขอบเขตราชาสวรรค์ ฉันสามารถรับประกันได้ว่าพวกเขาจะกลายเป็นผู้สูงสุดได้ในเวลาอันสั้น ถึงตอนนั้นเผ่าพันธุ์มนุษย์เราก็จะมีผู้สูงสุดเพิ่มขึ้นอีกสามคน ดังนั้นฉันจึงต้องการสมุนไพรจิตวิญญาณสามชนิดที่สามารถพัฒนาพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับโกลาหลให้ไปสู่ระดับผสมได้!” ผู้สูงสุดอู่จี๋กล่าว
“ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ฮั่วหยวนของฉันเองก็ต้องการสมุนไพรจิตวิญญาณที่สามารถพัฒนาพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับโกลาหลให้ไปสู่ระดับผสมเช่นกัน!”
ผู้สูงสุดฮั่วหยวนเอ่ยขึ้น
จากนั้นเหล่าผู้สูงสุดทุกคนต่างรีบเอ่ยขึ้นอย่างกระตือรือร้น พวกเขาต่างก็อยากที่จะได้สมุนไพรจิตวิญญาณชั้นยอดเหล่านี้มาครอบครอง