Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 789 แลกเปลี่ยนกับผู้สูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์!
- Home
- Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์
- บทที่ 789 แลกเปลี่ยนกับผู้สูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์!
เผ่าพันธุ์มนุษย์มีกองกำลังสูงสุดเก้าแห่ง รวมถึงพระราชวังสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ สมุนไพรจิตวิญญาณเพียงสิบห้าชนิดย่อมไม่เพียงพอ
เย่เทียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ทุกท่าน ฉันได้รับสมุนไพรจิตวิญญาณที่สามารถพัฒนาพรสวรรค์ในการบ่มเพาะให้กลายเป็นระดับผสมมาเพียง 15 ชนิดเท่านั้น หอสวรรค์ของฉันเองก็ต้องการมันด้วยเช่นกัน ดังนั้นฉันจึงสามารถแบ่งให้พวกท่านได้เพียง 13 ต้นเท่านั้น อีกอย่างฉันวางแผนที่จะขายสมุนไพรจิตวิญญาณ 2 ต้น ให้แก่พระราชวังสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ และอีก 2 ต้นให้แก่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ฮั่วหยวน พันธมิตรดาบศักดิ์สิทธิ์อีก 2 ต้น ส่วนกองกำลังอื่นๆ ฉันวางแผนที่จะขายให้พวกท่านกองกำลังละ 1 ต้น”
ฝ่ายที่สามารถซื้อสมุนไพรจิตวิญญาณได้เพียงต้นเดียวนั้นย่อมรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง อย่างไรก็ตามสมุนไพรจิตวิญญาณเหล่านี้ก็เป็นของเย่เทียน และเย่เทียนย่อมสามารถขายให้กับใครก็ได้ที่เขาต้องการ
กองกำลังต่างๆ ใช้เพียงทรัพยากรทั่วไป คัมภีร์ และเทคนิคลับบางอย่างเป็นหลักเพื่อซื้อสมุนไพรจิตวิญญาณเหล่านี้จากเย่เทียน ซึ่งนี่เป็นข้อตกลงที่คุ้มค่าอย่างมากสำหรับกองกำลังทั้งหมด
หากพวกเขาซื้อสมุนไพรจิตวิญญาณเหล่านี้จากคนนอก พวกเขาจะต้องจ่ายอย่างน้อยร้อยเท่าของราคาที่เย่เทียนเสนอ หรือแม้กระทั่งไม่มีโอกาสที่จะได้ซื้อมันเลยด้วยซ้ำ
เนื่องจากเย่เทียนเป็นสมาชิกของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ดังนั้นกองกำลังสูงสุดทั้งหมดจึงได้ประโยชน์จากสิ่งนี้
หลังจากผ่านไปครึ่งวัน
เย่เทียนก็เสร็จสิ้นการทำธุรกรรมกับเหล่ากองกำลังสูงสุด และสมบัติทรัพยากรที่เขาได้รับจากการแลกเปลี่ยนสมุนไพรจิตวิญญาณทั้ง 13 ชนิดเหล่านี้ เพียงพอที่จะสนับสนุนการพัฒนาของหอสวรรค์อีกเป็นเวลานาน
“ทุกท่าน ฉันยังมีสมุนไพรจิตวิญญาณที่สามารถช่วยขัดเกลาร่างกายและจิตวิญญาณของพวกท่านได้ หากพวกท่านต้องการซื้อมันในครั้งนี้ ท่านจำเป็นจะต้องเสนอสมบัติสูงสุดบางอย่าง เช่น สมบัติสูงสุดทรงพลัง หรือสมบัติหายากบางอย่าง” เย่เทียนกล่าว
ในปัจจุบัน เหล่าผู้สูงสุดหลายคนได้ฝึกฝนจนถึงขีดจำกัดแล้ว เป็นเรื่องยากมากที่พวกเขาจะพัฒนาความแข็งแกร่งต่อไปได้ ดังนั้นย่อมเป็นธรรมดาที่พวกเขาต้องการสมุนไพรที่สามารถขัดเกลาร่างกายและจิตวิญญาณของพวกเขาได้โดยไม่กลัวว่าจะต้องจ่ายแพงแค่ไหน สิ่งที่พวกเขากลัวเพียงอย่างเดียวก็คือไม่มีใครคิดขายมัน
สมุนไพรจิตวิญญาณที่เย่เทียนนำออกมาแลกเปลี่ยน โดยพื้นฐานแล้วไม่มีประโยชน์กับเขามากนัก เขาจะไม่มีทางนำทรัพยากรที่มีประโยชน์ต่อเขาออกมาแลกเปลี่ยนอย่างแน่นอน
“ปราชญ์เทพหมื่นสวรรค์ ฉันได้แร่นี้มาโดยบังเอิญจากดินแดนลับแห่งหนึ่งในจักรวาล มันหายากมาก ฉันเคยขอให้ปรมาจารย์หลอมสร้างของเผ่าพันธุ์มนุษย์หลายคนลองปรับแต่งมัน แต่พวกเขาทั้งหมดล้วนล้มเหลว แร่ลึกลับนี้มีความทนทานอย่างน่าเหลือเชื่อ ไม่มีทางใดที่จะสามารถหลอมละลายมันได้เลย สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นถึงมูลค่าของมันแล้ว ดังนั้นถ้าคิดว่ามันน่าจะเพียงพอที่จะแลกเปลี่ยนกับสมุนไพรจิตวิญญาณของคุณได้สักสองสามต้น คุณคิดว่าอย่างไร?”
ผู้สูงสุดฮั่วหยวนหยิบแร่ชิ้นหนึ่งออกมาก่อนจะอธิบาย
“ตกลง!”
เย่เทียนพยักหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจของเขาเต็มไปด้วยความสุข
แม้ว่าผู้สูงสุดฮั่วหยวนจะไม่รู้จักแร่นี้ แต่เย่เทียนนั้นรู้ดี!
เขาได้รับความทรงจำของฮาร์มอน และได้ซึมซับความทรงจำเหล่านั้นทั้งหมดแล้ว เขาได้รับข้อมูลมากมายจากองค์กรเทพเร้นลับ ดังนั้นเขาจึงมีความรู้บางอย่างเกี่ยวกับวัสดุพิเศษและหายากทั้งในความโกลาหลและในจักรวาล
แร่ที่ผู้สูงสุดฮั่วหยวนนำออกมาเรียกว่าทองคำคุณพิภพ ซึ่งมีคุณสมบัติที่ไม่สามารถทำลายได้ มันเป็นวัตถุบรรพกาลต้นกำเนิดที่หายากมาก เนื่องจากความคงทนของมันทำให้มันสามารถปิดกั้นสัมผัสศักดิ์สิทธิ์และสัมผัสวิญญาณทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์ แม้แต่ผู้สูงสุดก็ไม่อาจตรวจสอบกลิ่นอายต้นกำเนิดบรรพกาลภายในของมันได้ และคิดว่ามันเป็นเพียงแร่ชนิดหนึ่งที่แข็งมากเท่านั้น
“ไม่รู้ว่าเมื่อเทียบกับต้นกำเนิดแสงบรรพกาลแล้ว ทองคำคุณพิภพนี้มีค่ามากกว่ากี่เท่า น่าเสียดายที่เราไม่มีทักษะศักดิ์สิทธิ์ที่สอดคล้องกับทองคำคุณพิภพ มิฉะนั้นเราก็อาจจะสามารถฝึกฝนพลังศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งได้อีกอย่าง และทักษะศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ทองคำคุณพิภพเป็นข้อกำหนดนั้นจะต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่าพลังศักดิ์สิทธิ์แสงนิรันดร์อย่างแน่นอน!” เย่เทียนคิดในใจ
อาจกล่าวได้ว่าทองคำคุณพิภพชิ้นนี้เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะซื้อสมุนไพรจิตวิญญาณทั้งหมดที่เขามีอยู่ได้แล้ว ต่อให้ใช้สมุนไพรทั้งหมดก็ไม่อาจเทียบมูลค่าของมันได้
อย่างไรก็ตาม เย่เทียนย่อมไม่บอกความจริงข้อนี้ มิฉะนั้นผู้สูงสุดฮั่วหยวนอาจเสียดายไม่ยอมขายทองคำคุณพิภพนี้ให้เขาก็เป็นได้
แน่นอน เย่เทียนยังประเมินมูลค่าของทองคำคุณพิภพชิ้นนี้ให้สูงขึ้นอีกเล็กน้อย ซึ่งทำให้ผู้สูงสุดฮั่วหยวนมีความสุขมาก ด้วยวิธีนี้การแลกเปลี่ยนจึงเป็นไปอย่างยุติธรรม
ในเวลาต่อมา ผู้สูงสุดคนอื่นๆ ต่างก็ทยอยนำสมบัติและทรัพยากรล้ำค่าของพวกเขาออกมา แม้ว่ามันจะไม่ล้ำค่าเท่าทองคำคุณพิภพ แต่ก็ล้วนเป็นของที่มีมูลค่าสูง และเย่เทียนเองก็ได้รับกำไรมามากมายจากการแลกเปลี่ยนครั้งนี้
ก่อนที่การประชุมจะจบลง เย่เทียนก็เอ่ยเตือนว่า “ทุกท่าน อย่าประเมินพื้นที่หมอกต่ำไปเพียงเพราะว่าฉันได้รับสมบัติมากมายมาจากในพื้นที่หมอก เหตุผลที่ฉันได้รับสมบัติมากมายครั้งนี้ก็เพราะระดับชนชั้นสิ่งมีชีวิตของฉันได้มาถึงระดับ 7 แล้ว ฉันจึงมีความสามารถพิเศษบางอย่าง หากพวกท่านยังไม่ได้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตระดับ 7 อย่าได้พยายามเข้าไปในพื้นที่หมอก แม้แต่ในพื้นที่ชั้นในก็ยังมีสัตว์อสูรหมอกที่แข็งแกร่งพอๆ กับผู้สูงสุด 2 ดาราอยู่ ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้นก็คือพื้นที่แกนหลักเต็มไปด้วยสัตว์อสูรหมอกมากมายที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่าผู้สูงสุด 2 ดารา และมีแม้กระทั่งสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้สูงสุด 1 ดาราอยู่ด้วยซ้ำ อาจกล่าวได้ว่าต่อให้ผู้สูงสุดจาก 12 ยุคจักรวาลเหล่านั้นเข้าสู่พื้นที่หมอก หากพวกเขาไม่มีความเร็วที่มากพอ พวกเขาจะต้องตายกันหมดอย่างแน่นอน!”
ได้ยินดังนั้น ผู้สูงสุดคุนหวู่ก็กล่าวขึ้น “ปราชญ์เทพหมื่นสวรรค์ ไม่ต้องกังวลไป พวกเราจะไม่เข้าไปในพื้นที่หมอก!”
ผู้สูงสุดคนอื่นๆ เองก็พยักหน้าเช่นกัน แม้ว่าจะมีผู้สูงสุดบางคนที่อยากเข้าไปลองสำรวจภายในพื้นที่หมอก แต่หลังจากได้ยินสิ่งที่เย่เทียนพูด พวกเขาก็ล้มเลิกความคิดนั้นไป
มีแม้กระทั่งตัวตนที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้สูงสุด 1 ดาราอยู่ในพื้นที่หมอก เช่นนั้นแล้วพวกเขาจะไม่ถูกมันสังหารเพียงแค่ชายตามองหรอกหรือ?
หลังจากนั้นเหล่าผู้สูงสุดก็แยกย้ายจากไป เย่เทียนเองก็กลับไปเก็บตัวฝึกฝนเช่นกัน
หอสวรรค์
เย่เทียนนำทรัพยากรที่เขาแลกเปลี่ยนมาใส่เข้าไปในคลังสมบัติของหอสวรรค์ จากนั้นก็มอบทรัพยากรในการฝึกฝนให้แก่เย่หยูและเยว่เอ๋อร์ ก่อนที่จะเข้าสู่การเก็บตัวฝึกฝน
ในการเก็บตัวฝึกฝนครั้งนี้ เขาวางแผนที่จะยกระดับคัมภีร์ทองคำโกลาหลระดับ 8 ให้ไปถึงขั้นสมบูรณ์แบบ
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ และแล้ว 3,000 ปีก็ผ่านไป
ภายในห้องฝึกฝน
สมุนไพรจิตวิญญาณลอยอยู่รอบๆ ร่างของเย่เทียน ทุกครั้งที่เขาหายใจ สมุนไพรจิตวิญญาณเหล่านี้ก็จะสูญเสียพลังและแหลกสลายกลายเป็นฝุ่นผงทันที
ในเวลาเดียวกัน ร่างกายของเย่เทียนก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และขีดจำกัดทางร่างกายของเขาก็เพิ่มขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าจนไปถึงระดับที่น่าเหลือเชื่อ
ตูม!!!
เย่เทียนได้เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ในเวลานี้เขาได้ฝึกฝนคัมภีร์ทองคำโกลาหลระดับ 8 ถึงขั้นสมบูรณ์แบบแล้ว ความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาได้ถูกผลักดันจนถึงขีดสุด ไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้อีก
“อาศัยร่างกายเพียงอย่างเดียว เราก็สามารถกวาดล้างทั่วทั้งจักรวาลได้!”
เย่เทียนพึมพำ
ตอนนี้ ความแข็งแกร่งของเขาก็พัฒนาขึ้นมากเช่นกัน ในเวลานี้ พลังต่อสู้ของเขาอาจจะไปถึงจุดสูงสุดของผู้สูงสุด 4 ดาราแล้ว อีกเพียงก้าวเดียวก็จะมีพลังต่อสู้ที่เทียบได้กับผู้สูงสุด 3 ดารา
หากเขาเลือกที่จะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตราชาสวรรค์ในตอนนี้ เขาจะก้าวเข้าสู่ระดับผู้สูงสุดโดยตรง แต่เขาไม่แน่ใจว่าจะแข็งแกร่งถึงขั้นใด
การทะลวงจากขอบเขตปราชญ์เทพไปสู่ขอบเขตราชาสวรรค์นั้นเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ ยิ่งเขาสะสมรากฐานได้มากเท่าไหร่ ความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นหลังจากทะลวงผ่านระดับก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
หากเป็นเมื่อก่อน เย่เทียนคงเลือกที่จะทะลวงระดับตอนนี้เลย แต่หลังจากได้รับความทรงจำของฮาร์มอนและมรดกขององค์กรเทพเร้นลับมา เย่เทียนจึงมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างผู้สูงสุดในจักรวาลและเจ้าพิภพในความโกลาหล
ในความโกลาหลนั้น เจ้าพิภพที่ทรงพลังบางคนนั้นมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าเจ้าพิภพคนอื่นๆ มาก พวกเขากระทั่งสามารถต่อกรกับผู้ที่อยู่ในขอบเขตลิขิตสวรรค์ได้ด้วยซ้ำ แม้ว่าพวกเขาจะพึ่งพาการสั่งสมรากฐานมาอย่างยาวนาน พลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดมากมาย แต่พวกเขาก็ยังมีข้อได้เปรียบที่เจ้าพิภพคนอื่นๆ ไม่มี นั่นก็คือร่างกายสิ่งมีชีวิตกึ่งโกลาหล!
ขอบเขตลิขิตสวรรค์ล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งความโกลาหล อย่างไรก็ตามหากเจ้าพิภพเลือกที่จะทะลวงระดับในสถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความโกลาหลและร่องรอยต้นกำเนิดความโกลาหลบรรพกาล มันก็มีความเป็นไปได้สูงที่คนเหล่านั้นจะสามารถควบแน่นร่างกายสิ่งมีชีวิตกึ่งโกลาหลขึ้นมาได้ หากทำได้สำเร็จจริง ร่างกายของพวกเขาก็จะได้รับความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างน่าสะพรึงกลัว
เย่เทียนไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน แต่ตอนนี้ในเมื่อเขาได้รู้ความลับนี้แล้ว เขาจึงวางแผนพยายามที่จะควบแน่นกายสิ่งมีชีวิตกึ่งโกลาหลให้ได้ในตอนที่เขาทะลวงเข้าสู่ขอบเขตราชาสวรรค์
“ภายในจักรวาลไม่เหมือนกับในความโกลาหล สถานที่ดังกล่าวมีอยู่มากมายในความโกลาหล แต่ภายในจักรวาลนั้นไม่รู้ว่ามีที่ไหนบ้าง” เย่เทียนพึมพำ
แม้ว่ามันจะหาสถานที่เช่นนั้นยาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี เพราะจักรวาลเองก็เป็นส่วนหนึ่งของความโกลาหลเช่นกัน ตามทฤษฎีแล้วจะต้องมีสถานที่นั้นอยู่
จากนั้น เย่เทียนก็เริ่มรวบรวมข้อมูล โดยส่วนใหญ่เขาจะพยายามรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความโกลาหล ต่อให้เขาไปสำรวจแล้วสถานที่นั้นไม่ใช่สถานที่ที่เขาต้องการก็ไม่เป็นไร อย่างเลวร้ายที่สุดมันก็เป็นการเดินทางที่เปล่าประโยชน์เท่านั้น
หนึ่งร้อยปีต่อมา
เย่เทียนพบสถานที่ 3 แห่งที่สอดคล้องกับสิ่งที่เขาต้องการ แต่เขาจำเป็นต้องยืนยันเรื่องนี้ด้วยตนเองว่าสถานที่เหล่านั้นมีพลังต้นกำเนิดความโกลาหลบรรพกาลอยู่จริงหรือไม่?
ในวันนี้
เย่เทียนจึงเดินทางออกจากเผ่ามนุษย์ไป!