Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 790 บ่อน้ำโบราณแห่งความโกลาหลของเผ่าโปรตอส!
- Home
- Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์
- บทที่ 790 บ่อน้ำโบราณแห่งความโกลาหลของเผ่าโปรตอส!
ในจักรวาล มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ถูกเรียกว่าทะเลเมฆลึกลับ ซึ่งเป็นอาณาเขตของเผ่าซวนหยวน หนึ่งในเผ่าพันธุ์ใหญ่ของจักรวาล
อย่างไรก็ตาม เผ่าซวนหยวนเป็นเพียงเผ่าพันธุ์ใหญ่ทั่วไป ปัจจุบันมีผู้สูงสุดอยู่เพียงหกคน ราชาสวรรค์เพียงสิบสามคน ซึ่งน้อยกว่าของเผ่าพันธุ์มนุษย์มาก
แต่ชีวิตความเป็นอยู่ของเผ่าซวนหยวนนั้นค่อนข้างดี ต้องขอบคุณความเชี่ยวชาญในด้านค่ายกลของพวกเขา ซึ่งพวกเขาเกือบเปลี่ยนภูมิภาคดาราทั้งหมดในอาณาเขตของพวกเขาให้กลายเป็นดินแดนต้องห้าม แม้แต่ผู้สูงสุดจากเผ่าพันธุ์ใหญ่อื่นๆ ในจักรวาลก็ไม่กล้าที่จะเข้าสู่อาณาเขตของพวกเขา หากราชาสวรรค์เข้ามาและแสดงท่าทีเป็นศัตรู พวกเขาจะต้องตายอย่างแน่นอน
ด้วยเหตุนี้ เผ่าซวนหยวนจึงลึกลับมากสำหรับคนจากโลกภายนอก ไม่มีเผ่าพันธุ์ใดในจักรวาลที่กล้ามีปัญหากับเผ่าซวนหยวนหากไม่จำเป็น
วันนี้
ร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นนอกอาณาเขตของเผ่าซวนหยวน ซึ่งก็คือเย่เทียน
เป้าหมายการมาของเขาในครั้งนี้ก็คือทะเลเมฆลึกลับ
“ว่ากันว่าภายในทะเลเมฆลึกลับเต็มไปด้วยพลังแห่งความโกลาหลและยังเป็นพลังแห่งความโกลาหลที่บริสุทธิ์อย่างมาก และในประวัติศาสตร์ของเผ่าซวนหยวน มีอัจฉริยะบางคนที่เชี่ยวชาญในการฝึกฝนวิถีแห่งความโกลาหล แต่น่าเสียดายที่พวกเขาต่างก้าวหน้าช้ามาก ไม่มีใครไปถึงขอบเขตผู้สูงสุดได้เลย ทะเลเมฆลึกลับแห่งนี้มีความเป็นไปได้ที่จะตรงกับความต้องการของเราในการควบแน่นร่างกายกึ่งสิ่งมีชีวิตโกลาหล หากมันเป็นไปได้จริงๆ เราคงต้องเจรจาต่อรองขอยืมใช้ทะเลเมฆลึกลับจากเผ่าซวนหยวน!” เย่เทียนพึมพำ
ภายใต้สถานการณ์ปกติ คนนอกจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ของเผ่าซวนหยวน
อย่างไรก็ตาม หากเย่เทียนเพียงต้องการเยือนเผ่าซวนหยวน พวกเขาย่อมไม่ปฏิเสธ ท้ายที่สุดแล้ว เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็อยู่ห่างจากเผ่าซวนหยวนพอสมควร และทั้งสองฝ่ายก็ไม่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกัน
นอกจากนี้ ปัจจุบันเย่เทียนยังคงเป็นปราชญ์เทพเท่านั้น และเผ่าซวนหยวนไม่มีอะไรที่ต้องกลัวเย่เทียน
“ปราชญ์เทพหมื่นสวรรค์แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์มาที่นี่เพื่อเยี่ยมเยียนเผ่าซวนหยวน!”
เสียงของเย่เทียนถูกส่งไปยังค่ายกลป้องกันของเผ่าซวนหยวน และผู้สูงสุดที่ประจำการอยู่บริเวณแนวป้องกันย่อมได้ยินโดยธรรมชาติ
สวบ!
ทันใดนั้น ผู้สูงสุดแห่งเผ่าซวนหยวนก็ปรากฏตัวขึ้น
“ที่แท้ก็เป็นปราชญ์เทพหมื่นสวรรค์ ไม่ทราบว่าท่านมีธุระอะไรกับเผ่าซวนหยวนของฉันหรือไม่”
ผู้สูงสุดแห่งเผ่าซวนหยวนเอ่ยถาม
เย่เทียนรู้จักผู้สูงสุดคนนี้ เขาจึงกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม “ผู้สูงสุดซีซาน ฉันได้ออกเดินทางไปทั่วจักรวาล และที่นี่ก็เป็นทางผ่าน ได้ยินมาว่าทะเลเมฆลึกลับของเผ่าซวนหยวนเปรียบเสมือนดินแดนสมบัติแห่งความโกลาหล บังเอิญฉันเองก็ฝึกฝนวิถีแห่งความโกลาหลเช่นกัน ดังนั้นฉันจึงอยากขอเยี่ยมชมทะเลเมฆลึกลับเพื่อสัมผัสถึงพลังของมัน ไม่ทราบว่าเผ่าซวนหยวนสะดวกหรือไม่”
“นี่…”
ผู้สูงสุดซีซานขมวดคิ้วเล็กน้อย
หากเป็นคนทั่วไป ผู้สูงสุดซีซานคงจะปฏิเสธออกไปโดยตรง แต่เย่เทียนไม่ใช่คนทั่วไป เขาเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งในจักรวาล แม้ว่าในเวลานี้เขาจะยังคงอยู่ในขอบเขตปราชญ์เทพขั้นสูงสุดเท่านั้น แต่พลังต่อสู้ของเย่เทียนอาจเหนือกว่าผู้สูงสุดบางคนด้วยซ้ำ
หากเย่เทียนกลายเป็นผู้สูงสุดในอนาคต อย่างน้อยที่สุดเขาก็ควรจะมีความแข็งแกร่งพอๆ กันกับลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 แห่งเผ่าโปรตอส หรือแม้กระทั่งเหนือกว่าลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 และเทียบได้กับผู้สูงสุดปฐมกาลเลยด้วยซ้ำ
ดังนั้นผู้สูงสุดซีซานจึงไม่กล้าที่จะยั่วยุเย่เทียน
“ปราชญ์เทพหมื่นสวรรค์ เรื่องนี้ฉันจะต้องปรึกษากับผู้สูงสุดคนอื่นๆ ก่อน โปรดรอสักครู่”
ผู้สูงสุดซีซานกล่าว
“แน่นอน!”
เย่เทียนพยักหน้า
ในไม่ช้าผู้สูงสุดซีซานก็ได้รับคำตอบจากผู้สูงสุดคนอื่นๆ
“ปราชญ์เทพหมื่นสวรรค์ ผู้นำสูงสุดของเราอนุญาตให้ท่านเยี่ยมชมทะเลเมฆลึกลับได้ แต่ให้เวลามากสุดเพียงแค่ 10 วันเท่านั้น นอกจากนี้ฉันจะร่วมเดินทางไปกับท่านด้วย เผ่าซวนหยวนของเราเองก็มีกฎเช่นกัน หวังว่าท่านจะเข้าใจ!”
ผู้สูงสุดซีซานกล่าว
“ไม่มีปัญหา!”
เย่เทียนไม่ได้รู้สึกไม่พอใจเลย เขากลับรู้สึกประหลาดใจมากด้วยซ้ำที่เผ่าซวนหยวนอนุญาตให้เขาเข้าไปในสถานที่ที่สำคัญของพวกเขาเป็นเวลาถึงสิบวัน
นอกจากนี้ เขาไม่ต้องการเวลามากถึงสิบวัน แค่ไม่กี่ชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว
“ปราชญ์เทพหมื่นสวรรค์ โปรดเข้ามา!”
ผู้สูงสุดซีซานเปิดประตูค่ายกลก่อนจะกล่าวเชิญเย่เทียน
“ขอบคุณ!”
เย่เทียนติดตามผู้สูงสุดซีซานเข้าไปยังภูมิภาคดวงดาวของเผ่าซวนหยวนและมุ่งหน้าไปยังทะเลเมฆลึกลับทันที
ในไม่ช้า ทั้งสองก็มาถึงทะเลเมฆลึกลับ
ทะเลเมฆลึกลับเป็นเหมือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าซวนหยวน อัจฉริยะและยอดฝีมือจำนวนมากที่มีฐานการบ่มเพาะสูงกว่าเทพจักรวาลล้วนฝึกฝนอยู่ที่นี่
การมาถึงของเย่เทียนและผู้สูงสุดซีซานดึงดูดความสนใจของชาวซวนหยวนจำนวนมากทันที
“คนนอก!”
เหล่าผู้ฝึกตนมองไปทางเย่เทียน
หลายคนสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของเย่เทียน เนื่องจากในฐานะคนนอก แต่กลับสามารถที่จะเข้ามายังทะเลเมฆลึกลับได้
“ปราชญ์เทพหมื่นสวรรค์ นี่คือทะเลเมฆลึกลับของเผ่าซวนหยวนเรา!”
ผู้สูงสุดซีซานกล่าว
“มันน่าทึ่งจริงๆ!”
เย่เทียนมองออกไปและกล่าวขึ้น
ทันใดนั้น เขาก็ใช้เทคนิคลับเพื่อตรวจสอบความหนาแน่นของปราณโกลาหลในทะเลเมฆลึกลับ รวมไปถึงร่องรอยต้นกำเนิดความโกลาหลด้วยเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่เขาไม่พบสิ่งที่ต้องการ
“เฮ้อ ปราณโกลาหลที่นี่ยังมีความหนาแน่นไม่มากพอ แม้ว่ามันจะเป็นดินแดนสมบัติ แต่ก็ยังไม่เป็นไปตามความต้องการของเรา มันไม่สามารถช่วยให้เราควบแน่นร่างกึ่งสิ่งมีชีวิตแห่งความโกลาหลได้!”
เย่เทียนลอบถอนหายใจ
แน่นอน
แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะไม่มีประโยชน์กับเขา แต่เขาก็ไม่สามารถจากไปได้ในทันที มิฉะนั้นมันจะน่าสงสัยเกินไป
ดังนั้น เย่เทียนจึงใช้เวลาอยู่ที่นี่เป็นเวลาสิบวัน โดยส่วนใหญ่แล้วเขาทำเพียงเดินสำรวจรอบๆ เท่านั้น
และในไม่ช้า อัจฉริยะหลายคนในทะเลเมฆลึกลับก็ได้รู้ว่าคนนอกที่เข้ามาในทะเลเมฆลึกลับคืออัจฉริยะอันดับ 1 ของจักรวาล ดังนั้นพวกเขาแต่ละคนจึงต้องการที่จะท้าทายเย่เทียน อย่างไรก็ตามพวกเขาทั้งหมดต่างถูกตำหนิโดยผู้สูงสุดจากเผ่าซวนหยวน
หลังจากผ่านไปสิบวัน
เย่เทียนก็ออกจากเผ่าซวนหยวนไป
หลังจากที่เย่เทียนจากไป คนผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นข้างๆ ผู้สูงสุดซีซาน ซึ่งเขาก็เป็นหนึ่งในผู้สูงสุดของเผ่าซวนหยวน ผู้สูงสุดปันหยู!
“ผู้สูงสุดซีซาน ท่านคิดว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของปราชญ์เทพหมื่นสวรรค์คืออะไรกันแน่?”
ผู้สูงสุดปันหยูเอ่ยถาม
“เขาไม่ใช่เพียงแค่ต้องการเยือนทะเลเมฆลึกลับอย่างแน่นอน บางทีเขาอาจกำลังตามหาบางสิ่ง แต่ดูเหมือนว่าที่นี่จะไม่มีสิ่งที่เขาต้องการ!” ผู้สูงสุดซีซานคาดเดา
“ถูกต้อง ปราชญ์เทพหมื่นสวรรค์เป็นคนที่ลึกลับมาก อีกทั้งความเข้าใจในมหาวิถีแห่งความโกลาหลของเขายังอยู่ในระดับที่สูงมาก น่าเสียดายที่เขาไม่ใช่คนจากเผ่าซวนหยวนเรา!”
ผู้สูงสุดปันหยูถอนหายใจ
หลังจากออกจากเผ่าซวนหยวนแล้ว เย่เทียนก็มาถึงสถานที่ที่ 2 ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบสถานที่ต้องห้ามของจักรวาล โบราณสถานปีศาจโกลาหล
โบราณสถานปีศาจโกลาหลเต็มไปด้วยพลังแห่งความโกลาหลและกลิ่นอายปีศาจที่น่าสะพรึงกลัว ทำให้มันกลายเป็นสถานที่ที่อันตรายอย่างยิ่ง แม้แต่ผู้สูงสุดก็อาจได้รับอันตรายถึงชีวิต และสาเหตุที่เย่เทียนกล้าเข้าไปในสถานที่ต้องห้ามแห่งนี้ก็เพราะเขามีเนตรสวรรค์แห่งชีวิตอยู่
แต่ถึงกระนั้น เย่เทียนก็ยังต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการสำรวจโบราณสถานปีศาจโกลาหล จากนั้นเขาจึงได้รู้ว่าสถานที่แห่งนี้เองก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ
“เหลือที่สุดท้ายแล้ว หากไม่จำเป็น เราก็ไม่อยากไปที่นั่นจริงๆ!”
เย่เทียนพึมพำกับตัวเอง
สถานที่แห่งนั้นถูกเรียกว่าบ่อสวรรค์โกลาหล และมันยังเป็นบ่อน้ำโบราณแห่งความโกลาหลที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาลอีกด้วย
ในจักรวาลมีบ่อน้ำโบราณแห่งความโกลาหลถือกำเนิดขึ้นในหลากหลายสถานที่เช่นกัน และภายในบ่อน้ำโบราณแห่งความโกลาหลเหล่านั้นบรรจุไว้ด้วยพลังงานโกลาหลบรรพกาลจำนวนมหาศาล และมักมีสมบัติบางอย่างถือกำเนิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ทำให้พวกมันกลายเป็นดินแดนสมบัติอย่างแท้จริง
เมื่อใดก็ตามที่บ่อน้ำโบราณแห่งความโกลาหลระดับสูงปรากฏขึ้น มันจะทำให้เหล่าผู้สูงสุดจำนวนมากต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงมัน ตัวอย่างเช่น ผู้สูงสุดคุนหวู่และคนอื่นๆ ครั้งหนึ่งพวกเขาก็เคยต่อสู้เพื่อแย่งชิงบ่อน้ำโบราณแห่งความโกลาหลระดับสูงเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำโบราณแห่งความโกลาหลถือกำเนิดขึ้นบนโลกเช่นกัน ซึ่งตั้งอยู่ภายในเขตแดนพลังปราณ อย่างไรก็ตามเขตแดนพลังปราณแห่งนั้นถูกบังคับให้เปิดออก ดังนั้นจึงมีอายุการใช้งานที่จำกัด และมันได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิงหลังเปิดใช้งานเพียงครั้งเดียว
ในเวลานั้น เย่เทียนได้เห็นบ่อน้ำโบราณแห่งความโกลาหลเช่นกัน อย่างไรก็ตาม มันเป็นเพียงบ่อน้ำโบราณแห่งความโกลาหลระดับต่ำที่ไม่สมบูรณ์เท่านั้น แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังไม่กล้าที่จะเข้าไปในบ่อน้ำโบราณแห่งความโกลาหล เพราะการกระทำดังกล่าวจะทำให้เขาต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
เผ่าโปรตอสยึดครองดินแดนพลังปราณระดับสูง ครอบครองบ่อน้ำโบราณแห่งความโกลาหลที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาล ทำให้พวกเขาสามารถบ่มเพาะบุตรแห่งจักรวาลขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง
ในอดีต เพื่อเป็นเจ้าของดินแดนพลังปราณระดับสูงนี้ เผ่าโปรตอสได้ต่อสู้กับเผ่าพันธุ์อื่นๆ ในจักรวาล ส่งผลให้มีผู้สูงสุดที่แข็งแกร่งจำนวนมากต้องจบชีวิตลง แต่สุดท้ายพวกเขาก็สามารถยึดครองดินแดนพลังปราณระดับสูงนี้ได้สำเร็จ
ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะเข้าใกล้บ่อน้ำโบราณแห่งความโกลาหลดังกล่าว ไม่ต้องพูดถึงการเข้าไปด้านใน
“พลังโกลาหลบรรพกาลภายในบ่อน้ำโบราณแห่งความโกลาหลนั้นหนาแน่นอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ มันหนาแน่นยิ่งกว่าโลกภายนอกมาก เป็นสถานที่ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะตรงกับความต้องการของเรา น่าเสียดายที่มันถูกครอบครองโดยเผ่าโปรตอส หากต้องการเข้าไปด้านใน เราต้องได้รับความยินยอมจากเผ่าโปรตอสก่อน!”
เย่เทียนขมวดคิ้ว
เขากำลังใคร่ครวญว่าจะเจรจากับเผ่าโปรตอสเช่นไรดี ทำอย่างไรพวกเขาถึงจะยอมตกลงให้เขาได้เข้าไปในบ่อน้ำโบราณแห่งความโกลาหล
“คงมีเพียงวิธีนั้นเท่านั้น!”
ทันใดนั้น เย่เทียนก็พบวิธีแก้ปัญหา