Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 903 ตัวตนถูกเปิดเผย!
สมาคมแห่งความมืดและนิกายเพลิงสวรรค์ได้จับมือกันก่อตั้งพันธมิตร อย่างไรก็ตามข่าวนี้ไม่ได้แพร่กระจายออกไป มิฉะนั้นมันจะก่อให้เกิดความปั่นป่วนในมหาจักรวาลเป็นแน่
ตัวเย่เทียนเองก็ไม่รู้ข่าวนี้เช่นกัน เขายังคงซ่อนตัวอยู่ใกล้กับบริเวณพรมแดนของนิกายเพลิงสวรรค์ คอยจับตาดูการเคลื่อนไหวของเจ้าสวรรค์แห่งนิกายเพลิงสวรรค์อย่างลับๆ น่าเสียดายเมื่อไม่นานมานี้เขาแทบไม่พบโอกาสในการลงมือเลย
แน่นอนว่า ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา เย่เทียนยังไม่กล้าที่จะแทรกซึมเข้าไปในสำนักงานใหญ่ของนิกายเพลิงสวรรค์ มิฉะนั้นหากถูกพบ ตัวเขาอาจจะไม่สามารถหลบหนีออกมาได้
แม้ว่าทักษะในการเอาชีวิตรอดของเขาจะแข็งแกร่ง แต่หากเขาพลาดตกลงไปในกับดักของศัตรู ต่อให้มีทักษะเอาชีวิตรอดที่โดดเด่นแค่ไหนมันก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าเขาจะไม่ถูกฆ่า และที่เลวร้ายที่สุดก็คือการถูกจับกุมตัว
เพราะเมื่อเขาถูกศัตรูจับกุมตัวได้แล้ว นิกายเพลิงสวรรค์ก็มีวิธีสารพัดรูปแบบที่จะทำให้เขาอ่อนแอลงอย่างช้าๆ ซึ่งสุดท้ายก็จะสามารถบดขยี้เขาได้อย่างสมบูรณ์
ด้วยเหตุนี้ เย่เทียนจึงไม่เคยคิดที่จะแทรกซึมเข้าไปในสำนักงานใหญ่ของนิกายเพลิงสวรรค์อย่างโง่เขลา
“ความแข็งแกร่งของเรายังคงไม่เพียงพอ หากเรามีความแข็งแกร่งพอๆ กับศิษย์พี่เผิงหยู เราก็จะสามารถแทรกซึมเข้าสู่สำนักงานใหญ่ของนิกายเพลิงสวรรค์ได้โดยตรง!” เย่เทียนพึมพำ
ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดจะขอความช่วยเหลือจากเจ้าสวรรค์เผิงหยู แต่สุดท้ายก็ล้มเลิกความคิดนี้ไป
เขาสามารถขอความคุ้มครองจากเจ้าสวรรค์เผิงหยูได้เพราะมันเป็นคำขอที่สมเหตุสมผล ท้ายที่สุด ตัวเขาก็มีสถานะเป็นถึงปรมาจารย์เต๋าแห่งนิกายนภาลวงตา หากเกิดอะไรขึ้นกับเขา เจ้าสวรรค์เผิงหยูย่อมไม่อยู่เฉยอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม หากเขาขอให้เจ้าสวรรค์เผิงหยูลงมือฆ่าใครสักคน มันก็เท่ากับเขาปฏิบัติต่อเจ้าสวรรค์เผิงหยูเหมือนกับทหารรับจ้าง
ไม่ว่าเจ้าสวรรค์เผิงหยูจะเป็นคนใจเย็นมากแค่ไหน เขาก็ต้องรู้สึกไม่พอใจอยู่ลึกๆ อย่างแน่นอน บางทีเขาอาจจะช่วยทำตามคำขอของเย่เทียน แต่หลังจากนั้นความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองก็อาจจะต้องจบลง
อีกอย่าง เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา เขาไม่อยากลากใครเข้ามายุ่งด้วย
“เจ้าสวรรค์นิกายเพลิงสวรรค์ออกมาแล้ว!”
เย่เทียนรู้สึกประหลาดใจมาก
ตามข่าวที่เขาเพิ่งได้รับมา มีเจ้าสวรรค์สามคนของนิกายเพลิงสวรรค์กำลังออกมาจากสำนักงานใหญ่ มุ่งหน้าไปยังสถานที่ 3 แห่งเพื่อจัดการปัญหาที่กำลังยุ่งเหยิง
“กับดักงั้นหรือ?”
เย่เทียนคาดเดา
ก่อนหน้านี้ นิกายเพลิงสวรรค์ถูกกองกำลังอื่นๆ บีบบังคับจนกลายเป็นตัวตลก พวกเขาไม่กล้าที่จะส่งใครออกมาจัดการเรื่องนี้เลย แต่คราวนี้จู่ๆ พวกเขาก็เริ่มส่งคนออกมาจัดการกับปัญหา หากจะกล่าวว่าเป็นกับดักก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริง
“ไปดูก่อนก็แล้วกัน!”
เย่เทียนคิดกับตัวเอง
อย่างไรก็ตาม เขามีพรสวรรค์ในการคัดลอกซึ่งสามารถตรวจสอบพรสวรรค์ของผู้อื่นได้ เว้นแต่ว่าคนของนิกายเพลิงสวรรค์จะไม่มีพรสวรรค์ใดๆ เลย ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะไม่สามารถซ่อนตัวจากสายตาของเย่เทียนได้เลย
วู๊ซซ!
เย่เทียนเดินทางผ่านห้วงมิติ ในไม่ช้าเขาก็มาถึงเมืองขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของนิกายเพลิงสวรรค์ที่มีชื่อว่าเมืองหยู่หวง ซึ่งในเวลานี้เต็มไปด้วยเหล่าผู้ฝึกตนจากกองกำลังหลายฝ่าย
สถานการณ์ภายในเมืองวุ่นวายเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้เจ้าสวรรค์ของนิกายเพลิงสวรรค์จึงเดินทางมาที่นี่เพื่อจัดการเรื่องราวต่างๆ
เย่เทียนมาถึงเมืองหยู่หวงและใช้พรสวรรค์ในการคัดลอกของเขาแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง ตรวจสอบสถานการณ์พรสวรรค์ของทุกคน และในไม่ช้าเขาก็ล็อกเป้าหมายเป็นเจ้าสวรรค์เกอหลงซึ่งเป็นผู้นำมาจัดการปัญหาในครั้งนี้อย่างรวดเร็ว
ไม่กี่นาทีต่อมา
เย่เทียนก็ต้องขมวดคิ้ว หลังจากตรวจสอบดูแล้ว ภายในเมืองหยู่หวงในเวลานี้มีเจ้าสวรรค์อยู่เพียง 2 คนเท่านั้น หนึ่งคือเจ้าสวรรค์เกอหลง และอีกคนหนึ่งคือเจ้าสวรรค์จากกองกำลังอื่นที่ต้องการยึดครองเมืองหยู่หวง ซึ่งไม่ใช่คนจากนิกายเพลิงสวรรค์ ดังนั้นคนผู้นี้จึงไม่ใช่ศัตรูของเย่เทียน
“นิกายเพลิงสวรรค์ส่งเจ้าสวรรค์มาเพียงคนเดียวจริงๆ หรือ?”
เย่เทียนรู้สึกสงสัยเล็กน้อย
ดังนั้นเขาจึงใช้เวลาตรวจสอบในพื้นที่ใกล้เคียงอีกครึ่งเดือน แต่กลับไม่พบร่องรอยของเจ้าสวรรค์คนอื่นๆ อีก
เห็นได้ชัดว่าที่นี่ไม่มีเจ้าสวรรค์คนอื่นๆ อยู่ใกล้ๆ อีกแล้ว
“เราต้องลงมือให้เร็วที่สุด แม้ว่านิกายเพลิงสวรรค์จะวางแผนพยายามซุ่มโจมตีเรา แต่พวกเขาก็ไม่มีทางที่จะจับตัวเราได้!”
เย่เทียนคิดกับตัวเอง
เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่เทียนก็ลงมือทันที
เจ้าสวรรค์เกอหลงในเวลานี้อยู่ในอาการร้อนรนเช่นกัน ครั้งนี้เขาถูกส่งมาที่นี่อย่างไม่มีทางเลือก อย่างไรก็ตามเจ้าสวรรค์เล่ยหยางและเจ้าสวรรค์ไป่หยิงได้มอบสมบัติที่ใช้ในการปกป้องชีวิตให้แก่เขาแล้ว ทั้งยังกล่าวอีกว่าเมื่อศัตรูลงมือ กำลังเสริมจะเคลื่อนย้ายออกมาช่วยเขาในทันที
คนระดับสูงของนิกายเพลิงสวรรค์รับประกันความปลอดภัยของเขารวมไปถึงเจ้าสวรรค์คนอื่นๆ ที่ออกมาทำภารกิจในครั้งนี้ ดังนั้น บางทีเขาอาจจะไม่ใช่ผู้ตกเป็นเป้าหมายของศัตรู
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น เขาก็จะได้รับรางวัลตอบแทนมากมาย
อันที่จริง หากเลือกได้ เขาก็ไม่อยากออกมาเสี่ยง แต่ในฐานะสมาชิกของนิกายเพลิงสวรรค์ หากเขากล้าที่จะปฏิเสธ แม้ว่าเขาจะไม่ถูกลอบสังหารโดยศัตรู แต่ชีวิตของเขาอาจจบสิ้นลงด้วยน้ำมือของเจ้าสวรรค์เล่ยหยางก็เป็นได้
“หวังว่าฆาตกรจะเลือกเจ้าสวรรค์คนอื่น ไม่ใช่ฉัน!”
เจ้าสวรรค์เกอหลงเดินไปตามท้องถนนและภาวนากับตัวเองอย่างเงียบๆ
ทันใดนั้น
ออร่าแห่งความสิ้นหวังก็แผ่ซ่านไปทั่ว เจ้าสวรรค์เกอหลงรู้สึกราวกับว่ามิติและห้วงเวลารอบๆ ตัวเขาทั้งหมดล้วนถูกแช่แข็ง ภายในเสี้ยววินาทีทุกสิ่งอย่างก็เลือนหายไปจากครรลองสายตาของเขา
เขาตระหนักได้ทันทีว่าฆาตกรได้ลงมือแล้ว
“รีบช่วยฉันเร็วเข้า!!!!”
เจ้าสวรรค์เกอหลงคำรามอยู่ภายในอย่างสิ้นหวัง
อย่างไรก็ตาม ปราณดาบสีแดงฉานที่ก่อตัวขึ้นทะลวงผ่านร่างของเจ้าสวรรค์เกอหลงและสังหารเขาในพริบตา
เขาไม่เคยรู้เลยว่าแท้จริงแล้วกำลังเสริมไม่ได้ตั้งใจที่จะช่วยชีวิตเขาตั้งแต่แรก เพราะถึงอย่างไรมันก็สายเกินไป
แม้ว่าพวกเขาจะสามารถเคลื่อนย้ายผ่านห้วงมิติเวลาได้ แต่ก็ไม่มีทางที่จะตามความเร็วของเย่เทียนได้ทัน เว้นแต่กำลังเสริมจะเป็นมหาวิญญาณ หรือราชันวิถีที่ทรงพลัง
ขณะที่เย่เทียนฆ่าเจ้าสวรรค์เกอหลงและกำลังจะเก็บรวบรวมทรัพยากรและสมบัติบนร่างของเจ้าสวรรค์เกอหลง จู่ๆ ระลอกคลื่นความผันผวนลึกลับก็ปรากฏขึ้น
จากนั้น ก็มีร่างหลายร่างมาถึงในทันที
เย่เทียนสัมผัสได้จากความผันผวนของห้วงมิติว่าคนเหล่านี้เดินทางมาจากดินแดนอันไกลโพ้น มันไม่ได้เป็นเพียงพลังศักดิ์สิทธิ์ประเภทมิติ แต่มันเป็นถึงมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลประเภทมิติที่ทรงพลัง
“เคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายอาณาเขต!”
เย่เทียนพลันตระหนักได้ถึงมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลนี้โดยสัญชาตญาณ
เย่เทียนมีความคุ้นเคยกับมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลที่ติดอยู่ใน 3,000 อันดับ แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วเขาจะไม่เคยเห็นมันมาก่อน แต่ก็มีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับพวกมัน อีกอย่างมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลมีอยู่ไม่มากนัก เป็นธรรมดาที่เย่เทียนจะสามารถระบุที่มาของมันได้ในทันที
เคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายอาณาเขตเป็นมหาเวทศักดิ์สิทธิ์ที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง ในระบบของนิกายนภาลวงตาไม่มีมหาเวทศักดิ์สิทธิ์ชนิดนี้อยู่ ดังนั้น เย่เทียนจึงมักรู้สึกเสียดายอยู่ลึกๆ เสมอ
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงสามารถรับรู้ถึงอิทธิพลของเคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายอาณาเขตได้ในทันที
“ไป!”
เย่เทียนกระตุ้นใช้งานมหาเวทศักดิ์สิทธิ์เคลื่อนย้ายมิติเวลาพยายามที่จะหลบหนี
อย่างไรก็ตาม ผู้มาใหม่นั้นรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง ในขณะที่ปฏิกิริยาการตอบสนองของพวกเขานั้นรวดเร็วยิ่งกว่า พวกเขาพยายามไล่ตามความผันผวนของห้วงมิติที่เกิดจากเคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายมิติเวลาของเย่เทียนอย่างไม่ลดละ
“เจ้าสวรรค์หลี่คง!”
ด้วยพรสวรรค์ในการคัดลอก เย่เทียนสามารถระบุตัวตนที่กำลังไล่ตามเขาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเขาก็คือเจ้าสวรรค์หลี่คง คาดว่าอาจจะเป็นหนึ่งในเจ้าสวรรค์ของสมาคมแห่งความมืด คนผู้นี้แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ติดอยู่ในอันดับที่ 311 ในรายการการจัดอันดับเจ้าสวรรค์ ซึ่งแข็งแกร่งกว่าเจ้าสวรรค์เล่ยหยางและเจ้าสวรรค์คนอื่นๆ
สวบ!
หนึ่งในพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดเคล็ดวิชาเนตรสังหารจิตกวาดไปทั่วร่างของเย่เทียนทันที อย่างไรก็ตามมันไม่สามารถฉีกร่างของเย่เทียนออกจากกันได้ เนื่องจากการป้องกันของกายเต๋านภาลวงตา และพลังศักดิ์สิทธิ์อมตะอันยิ่งใหญ่
“ที่แท้เจ้าก็คือปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์!”
เจ้าสวรรค์หลี่คงตระหนักได้ถึงตัวตนของเย่เทียนทันที
พลังศักดิ์สิทธิ์อมตะอันยิ่งใหญ่ และเคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายมิติเวลาล้วนเป็นทักษะประจำตัวที่ทรงพลังของเย่เทียน เรื่องนี้สมาชิกของสมาคมแห่งความมืดล้วนรู้ดี
เมื่อรู้ตัวตนของเย่เทียนแล้ว เจ้าสวรรค์หลี่คงก็หยุดไล่ล่า เลือกที่จะไม่ติดตามต่อไปอีก
เขารู้ดีว่าตอนนี้เขาไม่สามารถฆ่าเย่เทียนได้ เคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายมิติเวลาของเย่เทียนเองก็ทรงพลังอย่างมาก ด้อยกว่าเคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายอาณาเขตของเขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นการจะไล่ล่าเย่เทียนต่อไปย่อมไม่มีประโยชน์
เมื่อเจ้าสวรรค์หลี่คงจากไป เย่เทียนเองก็ไม่มีความตั้งใจที่จะอยู่ต่อเช่นกัน
ตัวตนของเขาถูกเปิดโปงแล้ว หากเขายังคงตัดสินใจลอบสังหารต่อไป เขาอาจต้องแบกรับความบ้าคลั่งของนิกายนภาลวงตา มันคงไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ต้องทนแบกรับความโกรธเกรี้ยวของนิกายเพลิงสวรรค์