Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 904 พัฒนาอย่างรวดเร็ว!
นิกายเพลิงสวรรค์
เจ้าสวรรค์เล่ยหยางหยิบอุปกรณ์สื่อสารออกมา ทันใดนั้นภาพโฮโลแกรมก็ปรากฏขึ้น เปิดให้เห็นร่างของชายในชุดคลุมดำ ซึ่งเขาก็คือเจ้าสวรรค์เหอต้า
“เจ้าสวรรค์เหอต้า เจ้าสวรรค์เกอหลงของนิกายเพลิงสวรรค์เราถูกสังหารไปแล้ว คาดว่าศัตรูคงเคลื่อนไหวแล้วใช่หรือไม่ สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร? คุณจับฆาตกรได้หรือไม่?” เจ้าสวรรค์เล่ยหยางรีบถาม
“ภารกิจล้มเหลว!” เจ้าสวรรค์เหอต้าเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อว่า “ผู้โจมตีนิกายเพลิงสวรรค์ก็คือปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์ เราไม่สามารถฆ่าเขาได้!”
“อะไรนะ ปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์เป็นไปได้อย่างไรกัน???”
เจ้าสวรรค์เล่ยหยางอุทานด้วยความประหลาดใจ
การคาดการณ์ของเขาก่อนหน้านี้ล้วนผิดทั้งหมด เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะเป็นปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์ที่เป็นผู้ลงมือ!
เห็นได้ชัดว่าฆาตกรลึกลับผู้นั้นเชี่ยวชาญมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหล ดาบทะลวงสุริยัน และยังฝึกฝนมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลประเภทตรวจสอบอย่างน้อย 1 ทักษะ รวมไปถึงมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลประเภทซ่อนตัวอีก 1 ทักษะ
โดยปกติแล้ว เจ้าสวรรค์แต่ละคนสามารถฝึกฝนมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลได้มากสุดเพียงหนึ่งหรือสองทักษะเท่านั้น นอกจากนี้ มหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลที่เย่เทียนเคยใช้ก่อนหน้านี้แตกต่างจากมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลที่ฆาตกรใช้อย่างสิ้นเชิง
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เคยคิดสงสัยเย่เทียนมาก่อนเลย!
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาคิดมาโดยตลอดว่าเย่เทียนนั้นฝึกฝนเพียงทักษะช่วยชีวิตที่ทรงพลังเท่านั้น ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขาไม่ควรค่าให้พูดถึง อย่างไรก็ตาม จากที่ผ่านมาฆาตกรลึกลับผู้นั้นมีความแข็งแกร่งเป็นรองเพียงเจ้าสวรรค์ที่ติดอยู่ในรายการการจัดอันดับเจ้าสวรรค์เท่านั้น
ปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์จะแข็งแกร่งขนาดนั้นได้อย่างไร?
“เขาคือปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามแม้แต่สมาคมแห่งความมืดเองก็ไม่อยากจะเชื่อเรื่องนี้ แต่เราต้องยอมรับว่าศักยภาพของปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์นั้นทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ คาดว่าเขาอาจจะฝึกฝนมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลหลายประเภท ความแข็งแกร่งของเขาในเวลานี้ใกล้เคียงกับเจ้าสวรรค์ในรายการการจัดอันดับเจ้าสวรรค์แล้ว!”
เจ้าสวรรค์เหอต้ากล่าว
“แล้วเหตุใดปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์จึงพุ่งเป้ามาที่นิกายเพลิงสวรรค์ของเรา? เป็นไปได้ไหมว่าการลอบโจมตีก่อนหน้านี้ของเราจะถูกเปิดโปง? ไม่…มันเป็นไปไม่ได้ พวกเราปกปิดตัวตนเปลี่ยนแม้กระทั่งออร่าของจิตวิญญาณ เขาไม่ควรจะรู้!” เจ้าสวรรค์เล่ยหยางพึมพำด้วยความสับสน
“พวกเราเองก็ไม่รู้ถึงเหตุผลของเรื่องนี้เช่นกัน!”
เจ้าสวรรค์เหอต้าส่ายศีรษะ
ต่อมาเจ้าสวรรค์เหอต้าก็ตัดการสื่อสาร
เจ้าสวรรค์ไป่หยิงที่อยู่ด้านข้างเอ่ยถามขึ้นอย่างร้อนรน “เล่ยหยาง ตอนนี้เราควรทำอย่างไรดี? ปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์ต้องรู้เรื่องการลอบสังหารของเราแล้วแน่ หากวิหารนภาลวงตาเข้าแทรกแซง สถานการณ์ก็จะร้ายแรงยิ่งขึ้น!”
“เหอะ นิกายนภาลวงตายังจะกล้าสร้างปัญหาให้เราอีกงั้นเหรอ? ปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์ได้ลอบสังหารเจ้าสวรรค์และแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ของเราไปมากมาย ในเวลานี้เป็นเราต่างหากที่ควรทวงถามความยุติธรรม! กระจายข่าวนี้ออกไป บอกให้ทุกคนรู้ว่าปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์ได้ลอบสังหารเจ้าสวรรค์และแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ของนิกายเพลิงสวรรค์ของเราหลายคน ประกาศออกไปว่าเราต้องการคำอธิบายจากวิหารนภาลวงตา มิฉะนั้น นิกายเพลิงสวรรค์ของเราจะไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ แน่!” เจ้าสวรรค์เล่ยหยางกล่าวอย่างเย็นชา
“นี่คงเป็นทางเลือกเดียวสำหรับเราตอนนี้!”
เจ้าสวรรค์ไป่หยิงพยักหน้า
ในไม่ช้าข้อความจากนิกายเพลิงสวรรค์ก็แพร่กระจายไปทั่วมหาจักรวาล
โดยเนื้อความได้ระบุเอาไว้ว่าปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์ลอบสังหารเจ้าสวรรค์ของนิกายเพลิงสวรรค์ เรื่องนี้นิกายนภาลวงตาจะต้องให้คำอธิบายแก่นิกายเพลิงสวรรค์…
…
ภายในวิหารนภาลวงตา
เย่เทียนทราบข่าวที่กระจายไปทั่วมหาจักรวาลแล้ว ดังนั้นเขาจึงขอให้วิหารนภาลวงตาช่วยกระจายข่าวออกไปเช่นกัน โดยระบุว่า นิกายเพลิงสวรรค์สมรู้ร่วมคิดกับสมาคมแห่งความมืดเพื่อลอบสังหารเขา สิ่งที่เขาทำเป็นเพียงการตอบโต้เท่านั้น
ทันทีที่ข่าวของเย่เทียนแพร่กระจายออกไป
เจ้าสวรรค์เล่ยหยางและเจ้าสวรรค์ไป่หยิงก็ตระหนักได้ว่าที่แท้ความลับที่สำคัญของพวกเขาถูกเปิดเผยแล้ว ด้วยเหตุนี้ทำให้พวกเขาตื่นตระหนกไปชั่วขณะ แต่เมื่อสงบสติอารมณ์ลง พวกเขาก็อ้างว่าปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์จงใจใส่ร้ายนิกายเพลิงสวรรค์
เมื่อข่าวลือแพร่สะพัดมากขึ้นเรื่อยๆ เหล่าผู้ฝึกตนในจักรวาลจึงไม่รู้ว่าควรเชื่อฝ่ายไหนดี
อย่างไรก็ตาม ด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นปฏิเสธไม่ได้ว่าในเวลานี้ชื่อเสียงของนิกายเพลิงสวรรค์ถูกทำลายจนป่นปี้
แม้ว่าจะไม่มีใครเชื่อข่าวการสมรู้ร่วมคิดระหว่างนิกายเพลิงสวรรค์และสมาคมแห่งความมืด แต่ผู้คนส่วนใหญ่ต่างเชื่อว่านิกายเพลิงสวรรค์ได้ว่าจ้างคนจากสมาคมแห่งความมืดเพื่อลอบสังหารปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์ ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
อย่างไรก็ตาม ความจริงที่ว่านิกายเพลิงสวรรค์พยายามที่จะสังหารปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์นั้นจะต้องเป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน มิฉะนั้น เหตุใดปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์ถึงต้องสังหารเจ้าสวรรค์ของนิกายเพลิงสวรรค์ด้วย
เหล่ากองกำลังมหาอำนาจภายในมหาจักรวาลไม่ได้โง่เขลา พวกเขาย่อมไม่เชื่อคำกล่าวอ้างของนิกายเพลิงสวรรค์
หากนิกายเพลิงสวรรค์ลอบสังหารปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์สำเร็จก็ย่อมเป็นเรื่องดีกับทุกฝ่าย กองกำลังจำนวนมากอาจมีความสุขด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้การพยายามลอบสังหารของนิกายเพลิงสวรรค์ล้มเหลวอย่างสมบูรณ์ และจบลงด้วยการถูกลอบสังหารแทน ส่งผลให้ในเวลานี้พวกเขากลายเป็นที่ขบขันของเหล่าผู้ฝึกตน กล่าวได้ว่านิกายเพลิงสวรรค์สูญเสียอย่างหนักทั้งในแง่ของพลังอำนาจและศักดิ์ศรี เรียกได้ว่าการกระทำครั้งนี้ของพวกเขาขาดทุนอย่างย่อยยับ
ในทางกลับกัน ชื่อเสียงของเย่เทียนนั้นโด่งดังขึ้นเรื่อยๆ เขาค่อยๆ กลายเป็นตัวตนที่ทรงอำนาจภายในมหาจักรวาล แม้แต่ราชันวิถีที่อยู่นอกจักรวาลบางคนก็ยังเริ่มให้ความสนใจเย่เทียน อย่างน้อยในเวลานี้เขาก็ได้รับความสนใจจากสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังมากมายในความโกลาหล
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้เย่เทียนยังคงเลือกที่จะเก็บตัวอย่างเงียบๆ ปิดด่านฝึกฝนพลังอยู่แต่ภายในวิหารนภาลวงตา
ชั่วพริบตา เวลาผ่านไปอีก 100,000 ปี
“ในที่เราก็ฝึกฝนมหาเวทศักดิ์สิทธิ์ทองคำกลืนกินบรรลุถึงขั้นกลางแล้ว!”
ใบหน้าของเย่เทียนเต็มไปด้วยความสุข ในเวลานี้เขารู้สึกตื่นเต้นมาก
มหาเวทศักดิ์สิทธิ์ทองคำกลืนกินเป็นมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลที่เย่เทียนใช้เวลาฝึกฝนมาอย่างยาวนาน ซึ่งมันอยู่ในอันดับที่ 121 จาก 3,000 มหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหล มันเป็นทักษะที่น่าประทับใจมาก แม้ว่าการฝึกฝนมันจะสิ้นเปลืองไปหน่อยก็ตาม
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขาได้สะสมแร่ธาตุหายากต่างๆ อย่างลับๆ และในที่สุดเขาก็สามารถฝึกฝนมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลนี้บรรลุถึงระดับกลาง
มหาเวทศักดิ์สิทธิ์ทองคำกลืนกินสามารถเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นชุดเกราะเพื่อใช้ในการปกป้องร่างกายได้ หรือสร้างมันเป็นอาวุธของตนเองก็ได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น ตอนนี้เย่เทียนไม่ต้องการอาวุธอีกต่อไป เขาสามารถใช้มหาเวทศักดิ์สิทธิ์ทองคำกลืนกินเปลี่ยนมันเป็นดาบยาวที่มีระดับเทียบเท่ากับสมบัติแห่งความโกลาหลระดับสูงได้อย่างง่ายดาย
ยิ่งไปกว่านั้น มหาเวทศักดิ์สิทธิ์ทองคำกลืนกินยังสามารถใช้ร่วมกับมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลประเภทป้องกันได้ ยกตัวอย่างเช่น เคล็ดวิชาแม่น้ำโลหิตอมตะ พลังศักดิ์สิทธิ์อมตะอันยิ่งใหญ่ เคล็ดวิชาธาตุปฐมกาล ด้วยเหตุนี้ความสามารถในด้านการป้องกันของเย่เทียนจึงพัฒนาขึ้นอีกครั้ง
อาจกล่าวได้ว่าทักษะช่วยชีวิตของเย่เทียนในเวลานี้ได้พัฒนาไปถึงระดับใหม่แล้ว
“น่าเสียดายที่ตอนนี้เรายังขาดมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลประเภทโจมตีที่ทรงพลัง!”
เย่เทียนกล่าวพลางถอนหายใจ
เพื่อประหยัดคะแนนก่อนหน้านี้ เย่เทียนได้ซื้อเฉพาะมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลที่ค่อนข้างธรรมดาเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในอันดับท้ายๆ ในบรรดาสามพันมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหล บางทักษะไม่ได้ติดอยู่ในการจัดอันดับด้วยซ้ำ
จนถึงตอนนี้ เย่เทียนยังไม่เคยฝึกฝนมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลประเภทโจมตีที่ทรงพลังเลย
ยิ่งไปกว่านั้น เงื่อนไขการฝึกฝนมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลที่ทรงพลังนั้นเข้มงวดมาก มีศิษย์สาวกของนิกายนภาลวงตาเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ฝึกฝนพวกมันสำเร็จ ดังนั้นภายในระบบย่อยของนิกายนภาลวงตาจึงไม่ค่อยมีมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลประเภทโจมตี ส่งผลให้เย่เทียนไม่มีโอกาสที่จะได้เรียนรู้มัน
แน่นอนว่าสำนักงานใหญ่ของนิกายนภาลวงตาย่อมมีมรดกและวิชาของมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลประเภทโจมตีที่ทรงพลังอยู่แน่นอน แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่เย่เทียนจะได้รับมันมาในช่วงเวลาอันสั้น
“ฝึกฝนด้านอื่นๆ ก่อน เมื่อแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ ฉันก็จะมีโอกาสได้รับมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลประเภทโจมตีที่ทรงพลัง!”
เย่เทียนพึมพำ
หลังจากนั้นไม่นาน เย่เทียนก็ก้าวเข้าสู่รายการการจัดอันดับเจ้าสวรรค์
เหตุการณ์นี้สร้างความตกตะลึงแก่กองกำลังทั้งหมด เนื่องจากเย่เทียนสามารถก้าวขึ้นสู่รายการการจัดอันดับเจ้าสวรรค์ได้ในระยะเวลาสั้นๆ ความเร็วในการพัฒนาของเขาน่าเหลือเชื่ออย่างแท้จริง
แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์หลายคนที่เคยแข่งขันกับเย่เทียนในการจัดอันดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ยังคงเป็นแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์มาจนถึงทุกวันนี้ ความแข็งแกร่งของพวกเขาไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก ยกตัวอย่างเช่นเทพธิดาหยุนซีที่ครั้งหนึ่งเคยกดดันเย่เทียน ในเวลานี้เธอยังคงอยู่ในระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราช่วงปลายเท่านั้น เธอยังไม่สามารถไปถึงระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุดได้เลยด้วยซ้ำ ในขณะที่เย่เทียนได้กลายเป็นเจ้าสวรรค์ในรายการการจัดอันดับเจ้าสวรรค์ไปแล้ว
ช่องว่างระหว่างทั้งสองฝ่ายในเวลานี้ราวกับอยู่คนละโลกอย่างแท้จริง!
หลังจากเข้าสู่การจัดอันดับเจ้าสวรรค์ เย่เทียนก็สัมผัสได้ถึงความเร็วในการฝึกฝนที่เร็วขึ้นกว่าเมื่อก่อน
ปัจจุบันเย่เทียนไม่ได้ขาดแคลนทรัพยากร
ท้ายที่สุด ก่อนหน้านี้เขาได้สังหารเจ้าสวรรค์ของนิกายเพลิงสวรรค์ไปเป็นจำนวนมาก รวบรวมทรัพยากรได้มากมาย รวมไปถึงสมบัติแห่งความโกลาหลอีกหลายชิ้น
เมื่อเวลาผ่านไป คัมภีร์ซวนซูของเย่เทียนก็ค่อยๆ ก้าวไปถึงระดับ 8 ขั้นสมบูรณ์แบบ มหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลของเขาทั้งหมดล้วนถูกยกระดับไปสู่ขั้นกลาง อย่างไรก็ตามการจะไปถึงขั้นสูงได้นั้นยังคงเป็นสิ่งที่ท้าทายในเวลานี้
สำหรับฐานการบ่มเพาะของเขา ด้วยความพยายามอย่างต่อเนื่องของเย่เทียน ในที่สุดเขาก็มาถึงจุดสูงสุดของขอบเขตลิขิตสวรรค์แล้ว
ณ จุดนี้เขาไม่สามารถพัฒนาฐานบ่มเพาะได้ชั่วคราว
เพราะหากเขาต้องการพัฒนาฐานการบ่มเพาะของเขาต่อไป เขาก็จำเป็นจะต้องก้าวไปสู่ครึ่งก้าวขอบเขตมหาวิญญาณ
อย่างไรก็ตามเย่เทียนไม่รีบร้อน รากฐานในขอบเขตลิขิตสวรรค์ของเขานั้นยังคงห่างไกลจากขีดจำกัด ดังนั้นเป็นธรรมดาที่เขาจะไม่คิดตัดผ่านไปยังขอบเขตมหาวิญญาณในเวลานี้
“อันดับที่ 791 ในรายการจัดอันดับเจ้าสวรรค์ ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเราเพียงพอแล้ว นิกายเพลิงสวรรค์ ถึงเวลาที่พวกเราต้องสะสางบัญชีแค้นเสียที!”
เย่เทียนกล่าวอย่างเย็นชา