Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 911 ไล่ตามเพลิงนิรันดร์!
“ด้วยความช่วยเหลือของเจ้าสวรรค์หยางหลง ในแง่ของการรวบรวมข้อมูล เขาช่วยเราได้อย่างมาก ถึงอย่างไรรากฐานอำนาจในมหาจักรวาลของเราก็ยังคงอ่อนแอเกินไป!”
เย่เทียนถอนหายใจ
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เย่เทียนไม่มีทางเลือก สาวกแห่งนิกายนภาลวงตาที่สามารถเข้าสู่มหาจักรวาลได้นั้นต่างมีพื้นเพที่ไม่ธรรมดา พวกเขาต่างมีเบื้องหลังที่ทรงพลัง แม้แต่เจ้าสวรรค์ที่อ่อนแอบางคนก็ยังมีภูมิหลังที่ยอดเยี่ยม สาวกเหล่านี้อาจจะช่วยเหลือเขาได้ในบางสิ่ง แต่ไม่มีทางที่จะจัดการทุกสิ่งอย่างให้แก่เขาอย่างแน่นอน
มิฉะนั้นเย่เทียนคงจะไม่เสี่ยงกำราบเจ้าสวรรค์หยางหลง
โชคดีที่ผลประโยชน์ของการกำราบเจ้าสวรรค์หยางหลงนั้นมีมากกว่าข้อเสีย ดังนั้นการลงมือครั้งนี้ของเย่เทียนจึงนับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง
นอกจากนี้เย่เทียนยังลอบใช้เคล็ดวิชาประทับเร้นลับไร้ขอบเขตกับเจ้าสวรรค์หยางหลง ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าอีกฝ่ายจะคิดไม่ซื่อหรือทรยศเขา เนื่องจากเขาสามารถรับรู้ตำแหน่งของอีกฝ่ายได้ตลอดเวลา
ในชั่วพริบตา เวลาก็ผ่านไปอีกหลายวัน
ด้วยความช่วยเหลือของเคล็ดวิชาประทับเร้นลับไร้ขอบเขต เย่เทียนรับรู้ได้ว่าหลายวันมานี้เจ้าสวรรค์หยางหลงเดินทางไปทั่วดวงอาทิตย์ไท่อา ไม่ได้หยุดพัก ณ ที่ใดที่หนึ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้ติดต่อกับเจ้าสวรรค์หยางหลงอยู่หลายครั้ง ข้อมูลที่อีกฝ่ายให้มานั้นสอดคล้องกับการรับรู้ของเย่เทียนทั้งหมด
หากไม่เช่นนั้น เย่เทียนคงเลือกที่จะลงโทษเจ้าสวรรค์หยางหลงอย่างรุนแรงแน่นอน
เมื่อเวลาผ่านไป เย่เทียนเก็บเกี่ยวสมบัติและทรัพยากรได้มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม อัตราการพบสมบัติต่างๆ ในเวลานี้ลดน้อยลงมาก ท้ายที่สุดแล้ว มีผู้ฝึกตนระดับเจ้าสวรรค์เดินทางมายังดวงอาทิตย์ไท่อามากเกินไป แม้แต่แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์บางคนก็ยังเสี่ยงเข้ามาค้นหาสมบัติ ด้วยเหตุนี้ สมบัติและทรัพยากรต่างๆ บนดวงอาทิตย์ไท่อาจึงลดน้อยลงทุกที
“เราเกือบจะได้แสนคะแนนแล้ว!”
เย่เทียนคำนวณคร่าวๆ แม้ว่าการเก็บเกี่ยวนี้จะดูไม่เลว แต่ก็ยังน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการฆ่าและการปล้นชิง
อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณเสพติดการฆ่าฟันและการปล้นชิง คุณก็จะตกลงสู่หุบเหวแห่งความเสื่อมทรามโดยสมบูรณ์ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับสาวกของสมาคมแห่งความมืด
เย่เทียนมีหลักการของตัวเอง หากไม่มีใครทำให้เขาขุ่นเคือง เขาก็จะไม่สร้างปัญหาให้กับคนคนนั้น
แต่เขาก็ยังลอบหวังอยู่ลึกๆ ว่าจะมีคนลอบสังหารเขา น่าเสียดายที่ตัวตนของเขาเป็นที่รู้จักมากเกินไป เจ้าสวรรค์คนอื่นๆ รู้ดีว่าไม่สามารถเอาชนะเขาได้ บวกกับสถานะของเขา คนเหล่านั้นจึงไม่มีใครกล้าลงมือ
กล่าวโดยสรุป ตลอดการเดินทางครั้งนี้ เหล่าเจ้าสวรรค์ที่เย่เทียนพบส่วนใหญ่ต่างพากันหลีกเลี่ยงหรือไม่ก็เข้ามาทักทายและจากไป ไม่มีใครกล้าพยายามลอบสังหารเขาเลยแม้แต่คนเดียว
ในวันนี้
ขณะที่เย่เทียนกำลังเดินทางบนดวงอาทิตย์ไท่อา จู่ๆ เขาก็ได้รับข้อความจากเจ้าสวรรค์หยางหลง
“นายท่าน เพลิงนิรันดร์ปรากฏขึ้นแล้ว เจ้าสวรรค์ระดับสูงในรายการจัดอันดับบางคนกำลังไล่ตามมันอยู่!”
เจ้าสวรรค์หยางหลงส่งข้อความมา
“เพลิงนิรันดร์ปรากฏขึ้นแล้ว!”
เย่เทียนรู้สึกตื่นเต้นมาก
หลังจากสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์แล้ว เย่เทียนก็รีบรุดมุ่งหน้าออกไปทันที
ดวงอาทิตย์ไท่อาเขตพื้นที่ชั้นใน
สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงเคลื่อนไหวไปมาตลอดเวลา มันคือภูตเพลิงที่เปลี่ยนร่างมาจากเพลิงนิรันดร์
แม้ว่ามันจะมีขนาดเล็ก แต่ความแข็งแกร่งนั้นไม่ธรรมดา มันสามารถแผดเผาเจ้าสวรรค์ที่ทรงพลังจนตกตายไปได้ด้วยเปลวเพลิงภายในตัว หากเจ้าสวรรค์ในรายการการจัดอันดับถูกจัดแบ่งออกเป็น 5 ระดับตามความแข็งแกร่ง โดยระดับแรกนั้นแข็งแกร่งที่สุด และระดับ 5 นั้นอ่อนแอที่สุด เพลิงนิรันดร์นี้ก็จะมีความแข็งแกร่งเทียบได้กับเจ้าสวรรค์ระดับ 3 อย่างแน่นอน ยกเว้นเจ้าสวรรค์ระดับ 1 และระดับ 2 เจ้าสวรรค์คนอื่นๆ ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเข้าใกล้มัน
ในเวลานี้ มีเจ้าสวรรค์มากกว่าโหลที่กำลังไล่ตามภูตเพลิงนิรันดร์ พวกเขาทั้งหมดต่างเป็นเจ้าสวรรค์ในรายการจัดอันดับ และยังเป็นเจ้าสวรรค์ที่ติดอยู่ใน 300 อันดับแรกในรายการจัดอันดับเจ้าสวรรค์ โดยผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ในอันดับที่ 6 ของรายการจัดอันดับ คนผู้นี้รู้จักกันในนามเจ้าสวรรค์เล่ยถิง ซึ่งเป็นเจ้าสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดของหอคอยเทพสงคราม
นอกจากเจ้าสวรรค์เหล่านี้แล้ว เจ้าสวรรค์องค์อื่นๆ เองก็ต่างทยอยกันมาถึงเรื่อยๆ แต่ตำแหน่งของเพลิงนิรันดร์นั้นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงมีเจ้าสวรรค์ไม่มากนักที่มาถึงทันเวลา
เดิมที ความแข็งแกร่งของเพลิงนิรันดร์นั้นด้อยกว่าเจ้าสวรรค์เหล่านี้มาก หากว่ากันตามเหตุผลแล้วมันไม่ควรสามารถหลบหนีไปได้ง่ายๆ จนถึงตอนนี้
ทว่าความเร็วของเพลิงนิรันดร์บนดวงอาทิตย์ไท่อานั้นรวดเร็วเกินไป และมันยังถือกำเนิดมาพร้อมกับเทคนิคการเคลื่อนไหวรูปแบบพิเศษ ส่งผลให้เมื่ออยู่บนดวงอาทิตย์ไท่อามันคล้ายกับปลาในน้ำ ในทางตรงกันข้าม สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าเจ้าสวรรค์ในสถานที่แห่งนี้ถูกยับยั้งอย่างรุนแรง แม้แต่เคล็ดวิชาพิเศษประเภทติดตามก็ยังได้รับผลกระทบ ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะติดตามร่องรอยของภูตเพลิงนิรันดร์
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้เพลิงนิรันดร์ตกเป็นเป้าหมายของทุกคนแล้ว คาดว่าอีกไม่นานมันคงจะถูกจับได้
“ฮ่าฮ่าฮ่า เพลิงนิรันดร์ต้องเป็นของเฝิงจิ่วผู้นี้เท่านั้น!”
เจ้าสวรรค์เฝิงจิ่วผู้ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 17 ในรายการจัดอันดับเจ้าสวรรค์ ในเวลานี้กำลังปิดกั้นเส้นทางการหลบหนีของภูตเพลิงนิรันดร์
เมื่อเห็นฉากนี้ การแสดงออกของเจ้าสวรรค์เล่ยถิงที่ตามมาอยู่เบื้องหลังก็เปลี่ยนไป
ในแง่ของความเร็ว เจ้าสวรรค์ที่ติดอยู่ใน 30 อันดับแรกของการจัดอันดับเจ้าสวรรค์นั้นไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ยกตัวอย่างเช่น ช่องว่างในแง่ของความแข็งแกร่งระหว่างอันดับที่ 17 และอันดับที่ 6 นั้นย่อมมีแน่นอน อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงระดับนี้ เหล่าเจ้าสวรรค์ทุกคนย่อมครอบครองเคล็ดวิชาเคลื่อนไหวที่ทรงพลังรวมไปถึงเคล็ดวิชาประเภทเอาชีวิตรอดที่ยอดเยี่ยม
เจ้าสวรรค์เล่ยถิงสามารถเอาชนะเจ้าสวรรค์เฝิงจิ่วได้ แต่การจะสังหารอีกฝ่ายย่อมเป็นไปไม่ได้
หากเพลิงนิรันดร์ตกอยู่ในมือของเจ้าสวรรค์เฝิงจิ่ว เจ้าสวรรค์เล่ยถิงก็จะหมดโอกาสที่จะคว้ามัน
ตูม!
ฝ่ามือไร้รูปร่างของเจ้าสวรรค์เล่ยถิงคว้าไปยังทิศทางของเพลิงนิรันดร์ ทว่าในช่วงเวลาที่สำคัญนั้น ลูกธนูดอกหนึ่งได้พุ่งออกมาทำลายฝ่ามือไร้รูปร่างของเจ้าสวรรค์เล่ยถิงจนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
“เจ้าสวรรค์ชิงหยุน คุณกล้าขวางฉันหรือ?”
เจ้าสวรรค์เล่ยถิงคำรามด้วยความโกรธ
วูซซ!
ร่างหนึ่งพร้อมคันธนูสีทองอร่ามปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่า
เขาก็คือเจ้าสวรรค์ชิงหยุนอันดับที่ 21 ในรายการจัดอันดับเจ้าสวรรค์ ทักษะการยิงธนูของเขาโดดเด่นอย่างมากในความโกลาหล ว่ากันว่าการรั้งสายธนูของเขา 1 ครั้งสามารถทะลวงผ่านดาวเคราะห์ได้นับร้อยล้านดวง เขาเป็นหนึ่งในมือสังหารในระยะไกลที่น่ากลัวที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในเจ้าสวรรค์ที่ทุกคนต่างหวาดหวั่น
ครั้งหนึ่ง ในความโกลาหล เจ้าสวรรค์ชิงหยุนเคยสังหารผู้ฝึกตนระดับมหาวิญญาณทั่วไปจากอีกฟากหนึ่งของมหาทวีปดวงดาวที่กว้างใหญ่
หากเป็นเจ้าสวรรค์คนอื่นๆ หรือแม้กระทั่งเจ้าสวรรค์ไร้เทียมทานอย่างอันดับ 1 ในรายการการจัดอันดับเจ้าสวรรค์ก็ยังไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ได้
แน่นอนว่าเจ้าสวรรค์ชิงหยุนเองก็มีจุดอ่อนอยู่เช่นกัน ซึ่งก็คือความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิดที่จัดอยู่ในระดับค่าเฉลี่ย
แต่ถึงกระนั้นทักษะการต่อสู้ระยะประชิดที่อยู่ในระดับค่าเฉลี่ยของเขาก็นับว่าดีมากแล้ว อันที่จริง ในระดับเจ้าสวรรค์มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถเอาชนะเขาได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ศัตรูของเขาหลบหนี คนพวกนั้นก็จะตกเป็นเป้าของเจ้าสวรรค์ชิงหยุนทันที ซึ่งเป็นวิธีการที่น่ารำคาญอย่างยิ่ง
ดังนั้นเจ้าสวรรค์คนอื่นๆ จึงไม่ต้องการเผชิญหน้ากับเจ้าสวรรค์ชิงหยุน เพราะหากทำให้เจ้าสวรรค์ชิงหยุนไม่พอใจแล้วละก็ การจะออกไปข้างนอกในแต่ละครั้งพวกเขาก็ต้องหวาดระแวงลูกธนูของเจ้าสวรรค์ชิงหยุนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนี่ไม่ใช่สิ่งที่ใครต้องการ
“เจ้าสวรรค์เล่ยถิง เพลิงนิรันดร์นั้นยังคงไร้เจ้าของ ฉันย่อมสามารถขัดขวางคุณได้!”
เจ้าสวรรค์ชิงหยุนกล่าวอย่างเย็นชา
“คุณ…”
ดวงตาของเจ้าสวรรค์เล่ยถิงเบิกกว้างด้วยความโกรธทันที อย่างไรก็ตามเขาไม่กล้าเคลื่อนไหวลงมือโจมตีเจ้าสวรรค์ชิงหยุน
ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะไล่ตามเพลิงนิรันดร์ต่อไป โดยมีเจ้าสวรรค์ชิงหยุนเข้าร่วมการต่อสู้อีกคน
ในเวลานี้แต่ละคนต่างปลดปล่อยความสามารถของตัวเองออกมาอย่างสุดกำลัง!
และทันทีที่เหล่ายอดฝีมือระดับเจ้าสวรรค์อันดับต้นๆ ร่วมการต่อสู้ ผู้ที่อ่อนแอกว่าจึงต้องรีบถอนตัวกันออกไป มิฉะนั้น หากพวกเขาถูกสังหารโดยเจ้าสวรรค์ชิงหยุนและเจ้าสวรรค์เล่ยถิงหรือเจ้าสวรรค์คนอื่นๆ นอกจากจะไม่ได้รับเพลิงนิรันดร์แล้ว ชีวิตของพวกเขาก็จะจบสิ้นลงอย่างสมบูรณ์
ไม่นานหลังจากนั้น
ภูตเพลิงนิรันดร์ก็ถูกกักขังอย่างสมบูรณ์โดยห้วงมิติลึกลับที่ปรากฏขึ้น แม้แต่เทคนิคการเคลื่อนไหวของมันก็ไร้ประโยชน์ มันไม่สามารถหลบหนีต่อไปได้อีก
ในขณะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังกึกก้องไปทั่วความว่างเปล่า
“เพลิงนิรันดร์เป็นของฉัน!”
เมื่อได้ยินเสียงนี้เจ้าสวรรค์ทั้งหมดต่างก็หยุดการเคลื่อนไหว
เจ้าสวรรค์หลายคนจดจำเจ้าของเสียงนี้ได้ เขาก็คือเจ้าสวรรค์อันดับ 1 ในรายการการจัดอันดับเจ้าสวรรค์ ซีโร่!
ซีโร่เป็นชื่อของเจ้าสวรรค์อันดับ 1 อีกฝ่ายปฏิเสธและไม่ต้องการใช้ฉายาของเจ้าสวรรค์ ในอดีตเคยมีคนพยายามตั้งฉายาให้แก่เขาเช่นกัน แต่เขากลับปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าชื่อของเขานั้นคือซีโร่ และไม่ต้องการฉายาใดๆ ทั้งสิ้น ห้ามใครเปลี่ยนแปลงชื่อนี้โดยเด็ดขาด ยิ่งไปกว่านั้นซีโร่ผู้นี้ยังไม่ได้สังกัดกองกำลังใดๆ เขาเป็นผู้ฝึกตนอิสระที่เสียค่าใช้จ่ายไปไม่น้อยเพื่อเข้าสู่มหาจักรวาล
นอกจากนี้ ซีโร่ยังสวมหน้ากากอยู่ตลอดเวลา ไม่มีใครรู้ว่าใบหน้าที่แท้จริงของเขาเป็นเช่นไร
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนต่างเข้าใจเหมือนๆ กัน นั่นก็คือทุกคนเกรงกลัวซีโร่!
เขาเป็นหนึ่งในเจ้าสวรรค์ที่เก่าแก่ที่สุดจากในความโกลาหล มีชีวิตมาอย่างยาวนานยิ่งกว่าราชันวิถีหลายคนด้วยซ้ำ
ภายในความโกลาหลไม่มีการจัดอันดับเจ้าสวรรค์ ท้ายที่สุดความโกลาหลนั้นก็กว้างใหญ่เกินไป มีเจ้าสวรรค์มากมายมหาศาล ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการจัดอันดับ อย่างไรก็ตามซีโร่นั้นจัดว่าเป็นหนึ่งในเจ้าสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
ภายในมหาจักรวาล ความแข็งแกร่งของซีโร่นั้นเหนือกว่าคนอื่นๆ มาก
แม้ว่าจะไม่เคยมีใครต่อสู้กับซีโร่มาก่อน แต่พวกเขาก็ต่างรู้ดีว่าตนนั้นไม่สามารถเอาชีวิตรอดภายใต้เงื้อมมือของซีโร่ได้ ดังนั้นจึงไม่มีใครคิดอยากจะลอง
ไม่มีใครรู้ว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงของซีโร่เป็นเช่นไร แต่มีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจน ซึ่งก็คือซีโร่นั้นฝึกฝนมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลจนถึงระดับขีดจำกัดมากกว่า 1 ประเภท
นอกจากนี้ ตัวอ่อนมหาวิถีของซีโร่ยังมีขนาดอย่างน้อยหลายหมื่นเมตรแล้ว
“ซีโร่ ถ้าคุณต้องการเพลิงนิรันดร์นี้ ฉันก็ยินดีที่จะยอมแพ้!”
เจ้าสวรรค์ชิงหยุนเป็นคนแรกที่ประกาศถอนตัว
เจ้าสวรรค์เล่ยถิงและเจ้าสวรรค์เฝิงจิ่วเองต่างก็เลือกถอนตัวออกไปเช่นเดียวกัน
พวกเขารู้ดีว่าด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขาในตอนนี้ย่อมไม่สามารถเอาชนะซีโร่ได้ ดังนั้นการถอนตัวออกมาย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด มิฉะนั้น หากพวกเขาทำให้ซีโร่ขุ่นเคืองขึ้นมา เรื่องราวต่อจากนั้นอาจกลายเป็นหายนะ
ซีโร่ไม่เพียงแข็งแกร่ง แต่ยังเป็นคนบ้าอีกด้วย เขาไม่เคยเกรงกลัวภูมิหลังของใครหน้าไหนทั้งสิ้น
บางทีในความโกลาหล ซีโร่อาจจะเกรงกลัวภูมิหลังของพวกเขาอยู่บ้าง ทว่าภายในมหาจักรวาลแห่งนี้ หากซีโร่ตัดสินใจลงมือจริงๆ แม้แต่มรรคาจารย์ก็ไม่อาจหยุดเขาได้
จากนั้น ชายสวมหน้ากากที่ถูกเรียกว่าซีโร่ก็ปรากฏตัวขึ้น คว้าภูตเพลิงนิรันดร์ขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว
ภูตเพลิงนิรันดร์ในเวลานี้รู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก มันพบว่าตัวของมันนั้นถูกดึงเข้าหาซีโร่ตลอดเวลาโดยที่ไม่สามารถขัดขืนอะไรได้เลย
นี่เป็นหนึ่งในพลังเหนือธรรมชาติแห่งความโกลาหล เคล็ดวิชามิติดูดกลืน!
แม้ว่ามันจะไม่ถือว่าเป็นมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลที่ทรงพลัง ไม่แม้แต่อยู่ใน 3,000 มหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหล อย่างไรก็ตามซีโร่ได้ฝึกฝนมันจนถึงขีดสุดแล้ว ดังนั้นพลังของมันจึงน่าเกรงขามมากเช่นกัน
ในขณะที่ทุกคนกำลังคิดว่าเพลิงนิรันดร์ตกอยู่ในมือของซีโร่แล้วนั้น ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้น คว้าเอาเพลิงนิรันดร์และพุ่งหายไปอย่างรวดเร็ว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วมาก มากเสียจนแม้แต่ซีโร่ยังตกตะลึง
แต่ทันทีที่ซีโร่ได้สติกลับมา เขาก็ตระหนักได้ว่าเขานั้นสูญเสียร่องรอยของฝ่ายตรงข้ามไปแล้ว
“เคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายอาณาเขต!”
เจ้าสวรรค์ผู้หนึ่งกล่าวขึ้น
“บางทีอาจจะเป็นเจ้าสวรรค์ของสมาคมแห่งความมืด ฉันได้ยินมาว่าสมาคมแห่งความมืดนั้นมีมรดกเคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายอาณาเขตอยู่ในครอบครอง!” เจ้าสวรรค์อีกคนออกความคิดเห็น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พวกเขาคาดไม่ถึงก็คือผู้ที่ลงมือไม่ใช่ใครที่ไหน เขาก็คือปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์ เย่เทียนนั่นเอง
ก่อนหน้านี้ เย่เทียนได้ใช้ “กระจกมายาผันแปร” สมบัติวิญญาณโกลาหลเปลี่ยนแปลงออร่าวิญญาณ รูปร่างหน้าตา และออร่าชีวิตของเขาเอง เป็นผลให้คนเหล่านี้ไม่สามารถแยกแยะตัวตนของเขาได้
แน่นอน หากเย่เทียนเคลื่อนไหวช้าเกินไป บางทีเจ้าสวรรค์เหล่านี้อาจมีวิธีการพิเศษบางอย่างที่สามารถระบุถึงตัวตนที่แท้จริงของเขา
ดังนั้น เย่เทียนจึงตัดสินใจลงมือและจากไปอย่างรวดเร็ว ลงมือในตอนที่เจ้าสวรรค์ทุกคนไม่ทันตั้งตัว เช่นนั้นแล้วใครจะมีเวลามากพอระบุตัวตนที่แท้จริงของเขา?
ในสถานที่แห่งหนึ่งภายในมหาจักรวาล
ร่างของเย่เทียนปรากฏขึ้นภายในโลกใบเล็ก ในเวลานี้ใบหน้าของเขายังแฝงไปด้วยความตื่นตระหนกอยู่เล็กน้อย
“อันตรายจริงๆ ที่นั่นมีเจ้าสวรรค์มากเกินไป โชคดีที่แผนการดำเนินไปอย่างราบรื่น มิฉะนั้นหากเราใช้มหาเวทศักดิ์สิทธิ์ ตัวตนของเราคงต้องถูกเปิดเผยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ภัยคุกคามจากเจ้าสวรรค์คนอื่นๆ อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ซีโร่นั้นน่ากลัวเกินไป!”
เย่เทียนไม่เคยหวั่นเกรงต่อเจ้าสวรรค์คนใดมาก่อน แต่เมื่อเขาได้พบกับซีโร่ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เห็นพลังที่แท้จริงของซีโร่ แต่ด้วยการตรวจสอบของพรสวรรค์ในการคัดลอก เขาค้นพบว่าซีโร่ครอบครองพรสวรรค์ระดับพระเจ้าขั้นสูงสุดมากมาย เช่นเดียวกับพรสวรรค์ที่เกิดจากการหลอมรวม
เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายได้ฝึกฝนมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลจำนวนมาก และด้วยการที่มีอายุขัยอย่างยาวนาน จึงทำให้มีเวลาในการฝึกฝนมากมายนับไม่ถ้วน ด้วยเหตุนี้คาดว่ามหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลหลายประเภทของเขาน่าจะถูกฝึกฝนจนถึงระดับขีดจำกัดแล้ว
ด้วยการฝึกฝนมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลหลายประเภทถึงระดับขีดจำกัด ขัดเกลาร่างกายและจิตวิญญาณจนถึงขีดสุด ตัวตนเช่นนี้จะน่าสะพรึงกลัวมากแค่ไหนกัน?
เย่เทียนรู้สึกว่าถ้าเขาหนีช้าไปอีกเพียงเสี้ยววินาที เขาอาจจะต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสภายใต้น้ำมือของซีโร่
โชคดีที่ในเวลานี้เพลิงนิรันดร์อยู่ในมือเขาแล้ว เมื่อฝึกฝนเคล็ดวิชาเพลิงนิรันดร์จนเชี่ยวชาญ สั่งสมรากฐานจนแข็งแกร่ง เขาก็ไม่ต้องกลัวซีโร่อีกต่อไป
บางทีเขาอาจจะสามารถก้าวข้ามซีโร่ได้ในอีกไม่นานด้วยซ้ำ