Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 912 เคล็ดวิชาเพลิงนิรันดร์ จุดสูงสุดขั้นกลาง!
- Home
- Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์
- บทที่ 912 เคล็ดวิชาเพลิงนิรันดร์ จุดสูงสุดขั้นกลาง!
ดวงอาทิตย์ไท่อา
ในเวลานี้ ซีโร่ระดมโจมตีไปทั่วทุกที่เพื่อระบายโทสะ สังหารเจ้าสวรรค์ที่ทรงพลังหลายคนก่อนที่จะจากไป
สิ่งที่ทุกคนไม่รู้ก็คือซีโร่นั้นมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าต่อเพลิงนิรันดร์ มันเป็นหนึ่งในสมบัติที่เขาพยายามสะสมไว้
เขาสามารถตัดผ่านไปสู่ขอบเขตมหาวิญญาณและกลายเป็นมหาวิญญาณได้นานแล้ว อย่างไรก็ตามเขายังคงเลือกอยู่ในขอบเขตเจ้าสวรรค์ซึ่งไม่ใช่เพราะเขาสั่งสมรากฐานไม่มากพอ
ความแข็งแกร่งของเขาเหนือกว่าศิษย์สายตรงของมรรคาจารย์หลายคน ซึ่งศักยภาพของเขาเองก็อยู่ในระดับที่สูงมาก เขาเคยเป็นแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราขั้นสูงสุดมาก่อน กล่าวได้ว่าเขาคืออัจฉริยะไร้เทียมทานอย่างแท้จริง
แต่เขายังคงมีความทะเยอทะยานที่จะควบแน่นขัดเกลาจิตวิญญาณที่แท้จริงให้แข็งแกร่งมากที่สุด
ขอบเขตมหาวิญญาณนั้นมุ่งเน้นไปที่จิตวิญญาณที่แท้จริง เมื่อวิญญาณที่แท้จริงถูกควบแน่นแล้ว ก็สามารถกล่าวได้ว่าเป็นผู้ฝึกตนในระดับมหาวิญญาณครึ่งขั้น
ขั้นตอนต่อไปก็คือการหลอมรวมจิตวิญญาณที่แท้จริงเข้ากับร่างกายอย่างสมบูรณ์แบบ และก้าวเข้าสู่ขอบเขตมหาวิญญาณอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามขั้นตอนนี้ใช้เวลาพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ฝึกตนครึ่งขั้นมหาวิญญาณที่มีร่างกายที่ทรงพลัง ยิ่งร่างกายของพวกเขาแข็งแกร่งมากเท่าไหร่พวกเขาก็จะยิ่งต้องใช้เวลานานขึ้นเท่านั้น ทว่าจิตวิญญาณที่แท้จริงของพวกเขาก็จะแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน
ซีโร่ยังไม่ก้าวไปสู่ครึ่งขั้นของขอบเขตมหาวิญญาณ มิฉะนั้นเขาคงไม่มีชื่ออยู่ในรายการจัดอันดับเจ้าสวรรค์แล้ว
อย่างไรก็ตามแม้ว่าเขาจะไม่ใช่ครึ่งขั้นมหาวิญญาณ แต่ผู้ฝึกตนระดับครึ่งขั้นมหาวิญญาณเหล่านั้นก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
ในความโกลาหล วิญญาณที่แท้จริงแบ่งออกเป็นวิญญาณที่แท้จริงระดับล่าง วิญญาณที่แท้จริงระดับกลาง วิญญาณที่แท้จริงระดับสูง วิญญาณที่แท้จริงระดับสวรรค์ วิญญาณที่แท้จริงชั้นยอด และวิญญาณที่แท้จริงระดับสูงสุด
เจ้าสวรรค์ส่วนใหญ่สามารถขัดเกลาวิญญาณที่แท้จริงระดับล่างได้เท่านั้น แต่อย่าได้ประเมินวิญญาณที่แท้จริงระดับล่างต่ำไป ท้ายที่สุดแล้วกว่า 99% ของเจ้าสวรรค์ ไม่มีแม้แต่ความหวังในการขัดเกลาวิญญาณที่แท้จริงของพวกเขา ดังนั้นการที่สามารถขัดเกลาและควบแน่นวิญญาณที่แท้จริงระดับล่างได้นั้นก็นับว่าดีมากแล้ว
อัจฉริยะไร้เทียมทานบางคนสามารถขัดเกลาและควบแน่นวิญญาณที่แท้จริงระดับสูงได้ ในขณะที่ศิษย์ที่แท้จริงของเหล่ามรรคาจารย์มีโอกาสที่จะขัดเกลาและควบแน่นวิญญาณที่แท้จริงชั้นยอดขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตามความเป็นไปได้นั้นไม่สูงมากนัก
แต่สำหรับวิญญาณที่แท้จริงระดับสูงสุด แม้แต่ศิษย์สายตรงที่ได้รับการสั่งสอนจากมรรคาจารย์เป็นการส่วนตัวก็แทบไม่มีความหวัง แม้แต่ราชันวิถีที่แข็งแกร่งหลายคนก็ยังไม่สามารถขัดเกลาวิญญาณที่แท้จริงระดับสูงสุดได้ด้วยซ้ำ
และเป้าหมายของซีโร่ก็คือการควบแน่นวิญญาณที่แท้จริงระดับสูงสุด การจะควบแน่นวิญญาณที่แท้จริงชั้นยอดนั้นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา
อย่างไรก็ตาม มันไม่ง่ายเลยที่จะควบแน่นวิญญาณที่แท้จริงระดับสูงสุด ซึ่งเหล่าผู้ฝึกตนจำเป็นจะต้องผลักดันร่างกายแห่งความโกลาหล ปราณโกลาหล และจิตวิญญาณแห่งความโกลาหลให้ไปถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัว
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาได้ยกระดับปราณโกลาหลและจิตวิญญาณโกลาหลจนถึงขีดสุด โดยเหลือเพียงร่างกายแห่งความโกลาหลของเขาเท่านั้นที่อยู่ห่างจากขีดจำกัดอีกเพียงก้าวเดียว สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับเคล็ดวิชาขัดเกลาร่างกายที่เขาฝึกฝน และเพลิงนิรันดร์ก็เป็นตัวแปรที่จะทำให้เขาเปลี่ยนแปลงร่างกายขั้นสุดท้ายได้สำเร็จ
หากเขาได้รับเพลิงนิรันดร์มา เขาก็จะสามารถสร้างร่างแห่งความโกลาหลที่สมบูรณ์แบบขึ้นมาได้ ซึ่งจะทำให้เขาสามารถควบแน่นจิตวิญญาณที่แท้จริงระดับสูงสุดได้ในคราวเดียว และผสานจิตวิญญาณเข้ากับร่างกายของเขาเพื่อก้าวเข้าสู่ขอบเขตมหาวิญญาณ
“อีกแค่ก้าวเดียวเท่านั้น!”
ซีโร่ในเวลานี้เต็มไปด้วยความหงุดหงิด
แม้ว่าจะมีสมบัติบางอย่างที่สามารถทดแทนเพลิงนิรันดร์ได้ อย่างไรก็ตามสมบัติเหล่านั้นแต่ละชิ้นล้วนแล้วแต่พบได้ยากยิ่ง เขาใช้เวลาอย่างยาวนานค้นหาสมบัติเหล่านั้นภายในความโกลาหล แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเข้าสู่มหาจักรวาลเพื่อลองเสี่ยงโชค
ท้ายที่สุดแล้ว ในอนาคตมหาจักรวาลจะต้องกลายเป็นดินแดนแห่งเต๋าในที่สุด ถึงตอนนั้นมันจะต้องมีสมบัติหายากมากมายถือกำเนิดขึ้น ซึ่งนี่จะเป็นความหวังที่จะทำให้เขาสามารถควบแน่นจิตวิญญาณที่แท้จริงระดับสูงสุดขึ้นมาได้
และในครั้งนี้ การปรากฏขึ้นของเพลิงนิรันดร์ทำให้เขาตื่นเต้นอย่างมาก ท้ายที่สุดแล้ว เพียงช่วงเวลาสั้นๆ มหาจักรวาลก็ได้ให้กำเนิดสมบัติที่เขาต้องการ ทำให้เขาไม่จำเป็นต้องรอคอยอย่างไร้จุดหมายอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม โดยไม่คาดคิดด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา เขากลับล้มเหลวในการยึดครองเพลิงนิรันดร์ ถูกเจ้าสวรรค์ที่ไม่รู้จักชิงไปต่อหน้าต่อตา
“เคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายอาณาเขต ฮึ่ม! อย่าให้ฉันรู้ว่าคุณเป็นใคร ไม่งั้นคุณได้ตายแน่!”
ซีโร่แอบสาบานอย่างลับๆ
อีกด้านหนึ่ง
เย่เทียนผู้ซึ่งทำให้ซีโร่ขุ่นเคืองใจในเวลานี้ไม่ได้มีความกังวลใจเลยแม้แต่น้อย
เขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถปกปิดความจริงจากซีโร่ตลอดไปได้ ทันทีที่เคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายอาณาเขตของเขาถูกเปิดเผยในอนาคต ตัวตนของเขาย่อมถูกเปิดเผยเช่นกัน แต่ซีโร่เป็นเพียงผู้ฝึกตนอิสระ ที่มีความแข็งแกร่งได้เพราะเวลาในการฝึกฝนที่ยาวนานของเขาเท่านั้น สำหรับเย่เทียนเขาไม่นับว่าเป็นภัยคุกคามแต่อย่างใด
เย่เทียนไม่ได้อยู่ในดวงอาทิตย์ไท่อาต่อไป แต่ตัดสินใจกลับไปยังวิหารนภาลวงตา และเริ่มปิดด่านฝึกตนอีกครั้ง
นอกจากนี้ เขายังสั่งให้เจ้าสวรรค์หยางหลงออกจากดวงอาทิตย์ไท่อาเพื่อหลีกเลี่ยงหายนะ
ครั้งนี้ เจ้าสวรรค์หยางหลงได้รับดอกตะวันดารามาแล้ว เมื่อเขาเริ่มเก็บตัวฝึกฝนและขัดเกลามัน ความแข็งแกร่งของเขาก็จะเพิ่มขึ้นมาก ไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงในดวงอาทิตย์ไท่อาอีกต่อไป
นอกจากนี้ เย่เทียนเองก็ได้รับเพลิงนิรันดร์มาแล้ว ในเวลานี้เขาไม่ขาดแคลนทรัพยากรชั่วคราว
ในวันต่อมา เย่เทียนก็ได้เริ่มทำความเข้าใจมหาเวทศักดิ์สิทธิ์เพลิงนิรันดร์
เมื่อใดก็ตามที่เขาฝึกฝนเคล็ดวิชาเพลิงนิรันดร์ซึ่งเป็นมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลลำดับที่ 25 สำเร็จ ความแข็งแกร่งของเขาจะต้องพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
สองหมื่นปีต่อมา
เสียงหัวเราะของเย่เทียนก็ดังกึกก้องออกมาจากภายในห้องฝึกฝน
ในที่สุดเขาก็ฝึกฝนเคล็ดวิชาเพลิงนิรันดร์สำเร็จ
“เพลิงนิรันดร์ จงปรากฏ!”
ทันใดนั้น เปลวเพลิงสีฟ้าอ่อนก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา
เปลวเพลิงนี้ดูธรรมดาราวกับว่ามันไม่มีอำนาจใดๆ แต่เย่เทียนตระหนักดีถึงความน่าสะพรึงกลัวของเพลิงนิรันดร์นี้ ในเวลานี้เขาสัมผัสได้พลังแห่งกฎเกณฑ์ที่อยู่รอบๆ ค่อยๆ พังทลายลงภายใต้การแผดเผาของมัน
ยิ่งไปกว่านั้น เพลิงนิรันดร์ยังสามารถแผดเผาได้ทุกสรรพสิ่ง ยากจะดับมอดลง
“เพลิงนิรันดร์นี้ยังคงอยู่ในขั้นเริ่มต้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม มันสามารถเทียบได้กับมหาเวทศักดิ์สิทธิ์ดาบสูงสุดขั้นสูงได้ และในบางแง่มุม มันทรงพลังยิ่งกว่ามหาเวทศักดิ์สิทธิ์ดาบสูงสุดหลายเท่า”
เย่เทียนพึมพำ
ต่อมา เย่เทียนยังคงฝึกฝนต่อไป พยายามฝึกฝนและทำความเข้าใจเคล็ดวิชาเพลิงนิรันดร์โดยหวังที่จะยกระดับมันไปสู่ขั้นกลาง หรือแม้แต่ขั้นสูงก่อนที่จะออกจากการปิดด่านฝึกฝน
และการปิดด่านฝึกฝนในครั้งนี้ของเขากินเวลาถึง 500,000 ปีเต็ม
หลังจากฝึกฝนอย่างหนักมาเป็นเวลา 500,000 ปี ในที่สุด เย่เทียนก็มาถึงจุดสูงสุดของขั้นกลาง ห่างจากขั้นสูงอีกเพียงก้าวเดียว อย่างไรก็ตามในเวลานี้เขาพบว่าได้มาถึงคอขวดแล้ว
เขาไม่มีทางเลือก เพราะถึงอย่างไรเคล็ดวิชาเพลิงนิรันดร์ก็เป็นเคล็ดวิชาที่ทรงพลังอย่างน่าอัศจรรย์ ความยากในการฝึกฝนจึงสูงเป็นพิเศษ แม้ว่าเขาจะครอบครองพรสวรรค์รู้แจ้งขั้นสูงระดับพระเจ้า และยังมีระดับความเข้าใจที่น่าสะพรึงกลัว แต่ก็ยังเป็นเรื่องยากที่เย่เทียนจะสามารถยกระดับไปสู่ขั้นสูงได้ภายในระยะเวลาอันสั้น
มหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลแต่ละประเภทล้วนยากที่จะฝึกฝน ผู้ฝึกตนบางคนแม้กระทั่งติดอยู่ในขั้นต้นไปตลอดชีวิต
ท้ายที่สุด เมื่อสามารถฝึกฝนถึงขั้นสูงได้สำเร็จ ตราบใดที่มีวัตถุดิบเพียงพอ เขาก็สามารถถ่ายทอดเคล็ดวิชาเพลิงนิรันดร์ส่งต่อให้แก่ผู้อื่นได้ ทำให้คนจำนวนมากมีโอกาสที่จะฝึกฝนมัน
“ลืมเรื่องนี้ไปก่อน หากยังคงฝึกฝนต่อไปเกรงว่าเราคงต้องใช้เวลาหลายล้านปีถึงจะสามารถยกระดับมันไปสู่ขั้นสูงได้สำเร็จ ถึงอย่างไร มหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหล อันดับที่ 25 ในรายการการจัดอันดับก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฝึกฝนอยู่แล้ว ศักยภาพของเรายังคงต่ำไปอยู่เล็กน้อย!”
เย่เทียนถอนหายใจ
หากมีคนมาได้ยินคำพูดของเย่เทียน พวกเขาจะโกรธจนตายอย่างแน่นอน
หากศักยภาพเช่นเย่เทียนยังนับว่ายังต่ำไป ในความโกลาหลคงไม่มีใครครอบครองศักยภาพระดับสูงอีกแล้ว
สำหรับมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหล เช่น เคล็ดวิชาเพลิงนิรันดร์ แม้ว่าผู้ฝึกตนคนอื่นๆ จะสามารถเติมเต็มเงื่อนไขในการฝึกฝนของมันจนครบ แต่เกรงว่าพวกเขาอาจต้องใช้เวลาหลายพันล้านปีเพื่อฝึกฝนมันไปจนถึงขั้นกลางหรืออาจจะนานกว่านั้น
การที่เย่เทียนสามารถฝึกฝนมันไปจนถึงจุดสูงสุดของขั้นกลางในเวลาเพียง 500,000 ปีได้นั้นเป็นเรื่องเกินจริงไปมาก
หลังจากออกจากการปิดด่านฝึกฝนแล้ว เย่เทียนก็ได้รับรู้ว่าในเวลานี้อันดับของเขาในรายการการจัดอันดับเจ้าสวรรค์นั้นสูงขึ้นมากจริงๆ
ก่อนหน้านี้เขาอยู่ในอันดับที่ 102 ในรายการจัดอันดับเจ้าสวรรค์ แต่ตอนนี้เขาได้ก้าวมาถึงอันดับที่ 46 แล้ว พุ่งทะยานขึ้นสู่ 50 อันดับแรก เหนือกว่าเจ้าสวรรค์เผิงหยูไปโดยสมบูรณ์
อาจกล่าวได้ว่าอัตราการพัฒนาที่ท้าทายสวรรค์ของเย่เทียนได้ทำให้ทั่วทั้งมหาจักรวาลตกตะลึงไปนานแล้ว เจ้าสวรรค์จำนวนนับไม่ถ้วนต่างยกเขามาเป็นหัวข้อการสนทนา อย่างไรก็ตามเย่เทียนปิดด่านฝึกฝนมาโดยตลอด เขาจึงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย
“ทักทายปรมาจารย์เต๋า!”
หนึ่งในเจ้าสวรรค์ของวิหารนภาลวงตาเอ่ยทักทายเย่เทียนทันทีที่เห็นว่าเขาออกมาจากการปิดด่านฝึกฝนแล้ว
เจ้าสวรรค์หลายคนถึงกับแสดงความชื่นชมจนออกนอกหน้า ท้ายที่สุดความแข็งแกร่งของเย่เทียนก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเหนือจินตนาการของพวกเขา
ในบรรดาเจ้าสวรรค์ทั้งหมด เจ้าสวรรค์เผิงหยูผู้ซึ่งเคยแข็งแกร่งกว่าเย่เทียน ทั้งยังถูกเย่เทียนเรียกว่าศิษย์พี่มาโดยตลอด แต่บัดนี้เขาไม่กล้าทำเช่นนั้นอีกต่อไป
ไม่นานหลังจากนั้น เย่เทียนก็ปลีกตัวออกจากเหล่าเจ้าสวรรค์ของวิหารนภาลวงตา มุ่งหน้ากลับสู่เผ่าพันธุ์มนุษย์ ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวของเขา 2-3 วัน
จากนั้นเย่เทียนก็ติดต่อเจ้าสวรรค์หยางหลงเพื่อสอบถามสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในมหาจักรวาล
ในช่วง 500,000 ปีที่ผ่านมา ไม่มีเหตุการณ์ใหญ่ๆ อะไรเกิดขึ้นภายในมหาจักรวาล แต่มี 1 เหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด นั่นก็คือเจ้าสวรรค์อันดับ 1 ในรายการการจัดอันดับ “ซีโร่” ได้มุ่งหน้าไปยังสมาคมแห่งความมืด และสังหารเจ้าสวรรค์ของสมาคมแห่งความมืดไปถึง 3 คน
“ซีโร่คงคิดว่าผู้ที่ช่วงชิงเพลิงนิรันดร์ไปจากมือเขาในวันนั้นเป็นคนจากสมาคมแห่งความมืด การลงมือของเราสร้างหายนะให้แก่สมาคมแห่งความมืดอีกครั้ง!” เย่เทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม