ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 96 ศึกจัดอันดับรอบสุดท้าย ตอนกลาง
การแข่งขันรอบแรกเริ่มต้นขึ้นแล้ว เหนือขึ้นไปบนลานประลอง เยว่ฉีและ
สามีกำลังยืนมองการแข่งขันด้วยความตื่นเต้น
ไม่สิมีแค่นางที่ตื่นเต้นไปคนเดียว
หญิงสาวดวงตาเป็นประกาย สองมือจับราวกั้นเอาไว้แน่น จ้องมองลงไป
ด้านล่าง หันมองลานประลองด้านนั้นด้านนี้ มองการต่อสู้ของเสินเทียนสลับกับ
หวานเว่ย
เสินเทียนต่อสู้กับศิษย์พี่ร่างเล็กคนหนึ่ง อีกฝ่ายดูท่าทางมั่นใจมาก ทั้งที่
ร่างกายเล็กกว่า บนไหล่อีกฝ่ายมีกระรอกน้อยตัวหนึ่ง เขาพึมพำพูดอะไร
บางอย่างกระรอกน้อยก็ขยายใหญ่พร้อมกรงเล็บแหลมคมดูน่ากลัว ดวงตาสี
แดงฉาน และความกระหายเลือดแผ่กระจายออกมาจากร่าง
เสินเทียนบนสนามยังคงเต็มไปด้วยความมั่นใจ ทั้งที่ตนดูจะเสียเปรียบ มือ
ข้างหนึ่งปรากฏดาบเปลวเพลิง เขาตะโกนออกมา ไม่รู้ว่าพูดอะไร หมาป่าเพลิง
ผลาญก็ปรากฏตัว
ทันทีที่สัตว์อสูรหายากปรากฏสู่สายตา เสียงโห่ร้องและตะโกนเชียร์พลันดัง
สนั่น ทำให้บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความสนุกสนาน
เสินเทียนเริ่มเข้าต่อสู้ กระโจนเข้าหาศัตรู สัตว์อสูรเองก็กระโจนเข้าใส่กัน
หมาป่าเพลิงผลาญเปลี่ยนขนคอธรรมดาให้กลายเป็นแผงคอลุกโชติช่วง วิ่ง
เข้าซัดกระรอกตาแดง กรงเล็บแหลมคมที่เป็นหนึ่งในอาวุธง้างขึ้นก่อนจะตะปบ
ลงไป กระรอกตาแดงยกกรงเล็บแหลมขึ้นปัดป้องการโจมตี หมาป่าเพลิงผลาญ
ถูกสกัดกั้นการโจมตี เปลี่ยนเป้าหมายอาศัยที่มันเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่า วิ่ง
อ้อมไปด้านหลังอ้าปากซึ่งเต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคม กัดเข้าที่ต้นคอกระรอกตา
แดง จากนั้นกระชากเนื้อคอหลุดออกมา เลือดสีแดงสาดกระเซ็นไปทั่ว
เสียงร้องเจ็บปวดดังลั่น ทว่าสัตว์อสูรตนนั้นก็หาได้หวาดกลัว ดวงตาของ
มันแดงก่ำขึ้นมาอีกขั้น จ้องมองหมาป่าเพลิงผลาญ ปากกว้างอ้าออก ก่อนจะ
พ่นควันพิษออกมา
หมาป่าเพลิงผลาญเหวี่ยงชิ้นเนื้อในปากทิ้ง กระโดดขึ้นสูงเหนือกลุ่ม
ควันพิษ อ้าปากออกกว้างจากนั้นพ่นไฟออกมาจากปาก ควันพิษที่ถูกปล่อย
ออกมาถูกเปลวเพลิงเผาสลายไปจนหมด
ฝั่งเสินเทียนกำลังติดพันอยู่กับศิษย์พี่ ดาบเพลิงในมือปัดป้องและโจมตีอีก
ฝ่ายเป็นระยะ หมุนตัวหลบการโจมตี รวมไปถึงตั้งรับเป็นครั้งคราว
การต่อสู้ฝั่งเสินเทียนดูเหมือนเขากำลังเป็นฝ่ายได้เปรียบ เยว่ฉีจึงหันไป
มองหวานเว่ย ฝั่งหญิงสาวก็ดูดีไม่ต่างกัน
นางใช้ประทับหินเพื่อสร้างเสาหนามขึ้นมาขวางกั้นศัตรู ก่อนจะสร้างดาบ
หินนับร้อยแล้วสั่งให้โจมตีอีกฝ่าย
คู่ต่อสู้ของนางเป็นสตรีร่างกายใกล้เคียงกัน ทั้งยังถนัดธาตุไฟ หวานเว่ยถูก
ซัดลูกไฟใส่ นางก็ขยับตัวหลบ กระโดดตีลังกาไปด้านหลัง ปลายเท้าเหยียบลง
บนเสาหิน ดวงตาสดใสเปลี่ยนเป็นจริงจังพร้อมมุมปากกระตุกยิ้ม ก่อนจะ
กระโดดข้ามหัวศัตรูไปหยุดอยู่ด้านหลัง ใช้จังหวะที่ศิษย์พี่คนนั้นกำลังติดพัน
ดาบหินที่พุ่งเข้าใส่ ฟาดสันมือเข้าไปที่คออีกฝ่ายอย่างจัง จากนั้นร่างของนางก็
ล้มลง
หวานเว่ยเป็นฝ่ายชนะในศึกแรก
ม่านกั้นรอบตัวทั้งสองคนปลดออก บนป้ายรายชื่อศิษย์พี่คนนั้นถูกกาทิ้ง
“เก่งมาก!! หวานเว่ยเจ้าสุดยอดไปเลย!!” เยว่ฉีส่งเสียงเชียร์ พอม่านกั้น
หายไปหมดแล้ว เสียงของนางจึงส่งไปถึง
หวานเว่ยหันมาโบกมือยิ้ม ๆ ก่อนจะเดินออกจากลานประลอง
จากนั้นเดินมาทางพวกเขาสองคน
ถึงแม้คู่ต่อสู้ของหวานเว่ยจะเป็นเพียงผู้ฝึกปราณขั้นหก ทำให้สามารถ
เอาชนะมาได้ แต่การต่อสู้ของนางก็ชวนให้ใจเต้นไม่น้อย โดยเฉพาะจังหวะที่
ปลายเท้าเหยียบบนเสาหิน หลุบตามองศัตรูแล้วกระตุกยิ้ม เยว่ฉียอมรับว่า
หัวใจนางเต้นเร็วขึ้นจังหวะหนึ่ง เกือบหลงรักท่าทางเท่ ๆ แตกต่างจากปกติ
ของนาง
“เก่งมากเลย เก่งมากจริง ๆ คราวนี้ก็เหลือแค่เสินเทียนแล้ว” เยว่ฉีแสดง
ความยินดี
จริงอยู่ว่านี่เป็นเพียงรอบแรกของการแข่งเท่านั้น แต่อย่างน้อยก็ชนะมาได้
สิ่งนี้หมายถึงพวกเขาได้ก้าวเข้าใกล้เป้าหมายอีกก้าวแล้ว
หวานเว่ยชนะแล้ว เหลือเพียงเสินเทียน สองสตรีจึงหันมาเชียร์ชายหนุ่ม
โดยมีหานลั่วอี้ยืนอยู่ใกล้ ๆ
การต่อสู้ของเสินเทียนใกล้รู้ผลแล้ว สัตว์อสูรของศิษย์พี่คนนั้นตอนนี้กำลัง
นอนหายใจรวยริน ร่างกายเปลี่ยนเป็นเล็กจ้อยเหมือนเดิม
ส่วนหมาป่าเพลิงผลาญ ยืนอยู่ตรงหน้าศัตรูเชิดหน้าขึ้นอย่างผู้ชนะก่อนจะ
คำรามออกมาครั้งหนึ่ง
หลังเสียงคำราม เสินเทียนตวัดดาบลงอีกหนึ่งครั้งศิษย์พี่ตรงหน้าพลัน
หยุดชะงักก่อนจะล้มลงตรงหน้าเขา
การแข่งขันถือเป็นอันสิ้นสุด
“ไม่เลว ๆ ต่อสู้กับคนที่มีความสามารถใกล้เคียงกัน และสามารถชนะมาได้
โดยที่สภาพยังดีอยู่” เยว่ฉียกมือกอดอก พยักหน้าพึงพอใจราวกับว่าอีกฝ่ายคือ
คนที่นางให้การสอนสั่ง
หานลั่วอี้มองภรรยาแล้วยกยิ้ม
“ภรรยาถึงตาเจ้าแล้ว” หญิงสาวหันไปยิ้มให้เขา อ้าแขนออกแล้วเดินเข้า
ไปกอดเร็ว ๆ ทีหนึ่ง ก่อนผละออก
“ข้าจะทำให้เต็มที่” หานลั่วอี้เผยยิ้มอ่อนโยน โน้มหน้าลงเล็กน้อย วางมือ
ลงบนศีรษะภรรยา
“เจ้าชนะได้อยู่แล้ว”
“ใช่ ข้าต้องชนะเท่านั้น” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นใจ แล้วเดินหันหลังจากไป
หานลั่วอี้มองตาม เขารู้ว่าภรรยาต้องทำได้อย่างที่พูด
เพราะตั้งแต่อยู่ร่วมกันมา นางไม่เคยผิดคำพูด
ไม่สิ…มีอยู่เรื่องหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นเรื่องที่เขาอยากให้นางผิดคำพูดบ่อย ๆ
ชายหนุ่มยิ้มไม่หุบเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ในวันนั้น เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่า ตน
ยังสามารถตกหลุมรักภรรยาได้มากกว่าที่เป็นอยู่
ตกหลุมรักนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะมอบให้
ใครได้
เสินเทียนกลับมาแล้ว สีหน้าชายหนุ่มเบิกบานมีความสุขมาก เขามาทันได้
เห็นสีหน้าอบอุ่นของสหาย รวมไปถึงบรรยากาศอ่อนโยนแปลก ๆ รอบตัวเขา
ทำเอาชายหนุ่มถึงกับขนลุก เอ่ยถามออกไปด้วยความอยากรู้ว่า
“หานลั่วอี้เจ้าไปกินอะไรผิดสำแดงมาหรือไม่?” ความรู้สึกเบาสบายรอบตัว
หายไปทันที คนถูกถามหลุบตามองสหายไม่พูดอะไร หันไปมองบนลาน
ประลอง ภรรยาเข้าไปในลานประลองแล้ว
เสินเทียนเลิกคิ้ว ตนพูดอะไรผิดไปหรือ?ด้วยความสงสัยจึงหันไปหาหวาน
เว่ยซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ หญิงสาวเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ให้ฟัง จึงพยักหน้า
เข้าใจ
นึกว่ามีเรื่องอะไร ที่แท้เพราะตนทำลายบรรยากาศหอมหวานระหว่าง
สหายกับภรรยา
เขาจะรู้ไหม? พอมาถึงก็เห็นบรรยากาศอบอุ่นชวนให้ขนลุกโอบรอบตัวแล้ว
จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัยเท่านั้น
เสินเทียนส่ายหัวเลิกสนใจ ก้าวไปชิดระเบียงกั้น มองการต่อสู้ของเยว่ฉี
อยากรู้ว่านางจะต่อสู้แบบใด
ตลอดเวลาที่ฝึกร่วมกัน เขายอมรับว่านางเก่งกาจขึ้นมาก ทั้งยังเรียนรู้
วิชาการต่อสู้ได้เร็ว ไม่รู้ว่านักหลอมโอสถเช่นนางจะสร้างความประหลาดใจให้
ผู้คนได้มากน้อยแค่ไหน
การแข่งขันเริ่มขึ้นแล้ว บนลานประลองคู่ต่อสู้ของเยว่ฉีคือชายร่างกำยำคน
หนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ
“รอบสองมีคนเสียท่าเพราะดูถูกเจ้า สุดท้ายกลายเป็นตนต้องอับอายแทน
แต่ข้าไม่เหมือนชายผู้นั้น ข้าจะต้องจัดการเจ้า และทำให้เจ้ากลายมาเป็นนัก
หลอมโอสถของข้า!!”
ฮะ!?
สติของนางเกือบหลุดออกจากร่างหลังได้ยินคำพูดอีกฝ่าย
ว่าเช่นไรนะ? อยากได้นางไปเป็นของเขาอย่างนั้นหรือ? จะดูถูกกันเกินไป
แล้ว !!
ทั้งที่แข็งแกร่งไม่เท่าสามีนางแท้ ๆ แต่กลับกล้าพูดคำพูดนี้ออกมา
ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงมือหานลั่วอี้ เพราะนางจะจัดการอีกฝ่ายให้หนัก เอา
ให้ไม่กล้าพูดจาดูถูกนางอีกเลย
“ถึงกับพูดไม่ออกเลยหรือ? เจ้าไม่ต้องกังวลข้าจะอ่อนโยนกับเจ้าแน่นอน”
สายตาเขาเปลี่ยนไปแล้ว อีกฝ่ายมองเยว่ฉีด้วยสายตาโลมเลีย แลบลิ้นออกมา
เลียริมฝีปาก ท่าทางของเขาทำนางขนลุกซู่รู้สึกขยะแขยงอย่างที่สุด!!
หญิงสาวไม่พูดแล้ว ไม่คิดจะพูดกับคนนิสัยน่ารังเกียจเช่นนี้ ทันทีที่เสียง
สัญญาณการต่อสู้เริ่มขึ้น
ชายตรงหน้าพลันล้มลงไปกองกับพื้นทันที
สิ้นสุดการแข่งขัน
ไร้ซึ่งความปรานี เมื่อเสียงสัญญาณเริ่มขึ้นเยว่ฉีได้ควบคุมพลังจิตพุ่งเข้าใส่
จิตอีกฝ่าย แล้วโจมตีจิตให้เสียหายในครั้งเดียว
ปกติแล้วเยว่ฉีทำได้แค่ส่งพลังจิตเข้าไปก่อกวนให้ศัตรูชะงักเท่านั้น แต่หลัง
กลายเป็นนักหลอมโอสถขั้นแปด พลังจิตของนางสามารถทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บ
สาหัส ถึงขั้นหมดสติหรือเสียสติได้เลย
แม้จะไม่ถึงชีวิต แต่ก็ถือว่าอันตรายมาก
เกิดเป็นความเงียบบนลานประลองอีกครั้ง เมื่อนักหลอมโอสถที่หลายคน
จับตามองสามารถล้มผู้ฝึกปราณขั้นเจ็ดระดับสูงได้ในพริบตาเดียว
“โฮ่!! สุดยอด เมื่อสักครู่เกิดอะไรขึ้น ข้ามองตามไม่ทันเลย”
“เหตุใดชายผู้นั้นถึงล้มลงไปกัน ข้าเพิ่งจะเคยเห็นการต่อสู้ที่อีกฝ่ายยังไม่
ทันขยับตัวก็ล้มลงไปแล้ว!!”
“นี่มัน!! ยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว!!”
ความวุ่นวายเกิดขึ้นหลังจากนั้น เยว่ฉีไม่ได้สนใจว่าตนจะทำให้ผู้คนตก
ตะลึงมากแค่ไหน รีบก้าวเร็ว ๆ ออกจากลานประลอง
การโจมตีของนางไม่ได้รุนแรงจนทำให้เสียสติ แต่ก็มากพอให้อีกฝ่ายรู้สึก
หวาดกลัวได้
นอกจากการโจมตีที่ทำให้จิตเสียหายแล้ว หญิงสาวยังมอบความหวาดกลัว
ให้ โดยการฝังความทรงจำเข้าไปในจิตชายน่ารังเกียจ
ความทรงจำที่ถูกฝังเข้าไปคือ เมื่อใดที่เข้าใกล้นางร่างกายเขาจะสั่นกลัว ไม่
เป็นตัวของตัวเองราวกับคนบ้า และมองเห็นว่าข้างหลังนางมีสิ่งน่ากลัวปกป้อง
อยู่
นี่คือหนึ่งในความสามารถที่เพิ่มขึ้นมาหลังกลายเป็นนักหลอมโอสถขั้นแปด