คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 623 นายท่านสิบ
หมิงเวยเข้าไปในเรือนรับรองแขก ภายในห้องได้รับการดูแลทำความสะอาดเป็นอย่างดี เพียงแต่ดูเงียบเหงาไปหน่อยเพราะนอกจากเสวี่ยอิง และไห่เอี้ยนแล้วก็ไม่มีผู้อื่นอีก
สถาปัตยกรรมของทางใต้ไม่เหมือนกับทางเหนือเลย พวกเขาพักในเรือนเล็กๆ ที่ชั้นหนึ่งสำหรับให้แขกทำกิจวัตรประจำวัน ส่วนชั้นสองสำหรับพักผ่อน
หมิงเวยชอบชั้นสองเพราะสามารถมองเห็นดอกไม้ และต้นไม้นอกเรือนได้ ราวกับว่าอากาศที่หายใจนั้นสดชื่นกว่า
เมื่อเห็นโคมสีแดงห้อยอยู่เต็มเรือนหมิงเวยก็ถามว่า “ของมงคลเช่นนี้ที่จวนกำลังจะมีงานมงคลหรือ”
เสวี่ยอิงตอบ “เจ้าค่ะ นายท่านสิบกำลังจะแต่งงาน ฮูหยินผู้เฒ่ากลับไปบ้านเกิดก็เพราะเรื่องนี้”
“สิบ...” หมิงเวยคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ใช่ถังอวี้หลางผู้โด่งดังหรือไม่”
เสวี่ยอิงยิ้มด้วยความภาคภูมิใจเล็กน้อย “ไม่คิดเลยว่าชื่อเสียงของนายท่านสิบจะโด่งดังไปถึงแคว้นฉี ใช่แล้วเจ้าค่ะนายท่านสิบของพวกเราเป็นที่รู้จักกันในชื่อถังอวี้หลางเจ้าค่ะ”
หมิงเวยพึมพำ “ช่างมีชื่อเสียงจริงๆ!”
ตามประวัติศาสตร์ตระกูลถังในช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่คนมีความสามารถปรากฏตัวขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย ในหมู่คนหนุ่มสาว ฝ่ายบุ๋นมีถังซี ฝ่ายบู๊มีถังลั่ว
ถังซี และไต้กั๋วกงอยู่ในรุ่นเดียวกัน เขาเป็นบุตรคนที่สิบ มีชื่อเสียงมาตั้งแต่เด็ก หน้าตาหล่อเหลา และโดดเด่นซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามถังอวี้หลาง
ถังลั่วเป็นคุณชายใหญ่ตระกูลถัง ตอนนี้มีอำนาจทางการทหาร และประจำการอยู่ที่ชายแดนระหว่างแคว้นฉี และแคว้นฉู่
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว อู่ซิ่งโหวถังเช่า ในตอนนี้เขายังไม่เป็นที่สนใจเท่าไรนัก
หากจำไม่ผิดละก็ดูเหมือนเขาทำงานในหน่วยงานอื่นเป็นการชั่วคราว ตอนนี้เขาทำอะไรอยู่หมิงเวยก็จำไม่ได้ และดูเหมือนว่าจะไม่มีการบันทึกไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์ แต่ในอีกไม่กี่ปีข ข้างหน้าเขาจะโดดเด่นกว่าพี่ชายของเขา
ถังลั่วสืบทอดตำแหน่งไต้กั๋วกง ส่วนถังเช่าได้เลื่อนยศอย่างรวดเร็วจนได้ตำแหน่งอู่ซิ่งโหวกลายเป็นขุนนางผู้มีอำนาจที่ปิดท้องฟ้าด้วยฝ่ามือเดียว
เขาเข้มแข็งเกรียงไกรจนราชวงศ์ต้องถอยให้กับตระกูลถัง และมาถึงจุดที่ ‘รู้จักเพียงถังกงไม่รู้จักฝ่าบาท’ แล้ว
อีกเพียงก้าวเดียวก็จะสามารถเข้ามาแทนที่ได้ หรือผู้ที่ตำหนักดวงดาวเลือกจะเป็นเขา “หากนายท่านสิบแต่งงาน คนอื่นๆ จะกลับมาหรือไม่ อย่างเช่นคุณชายใหญ่ คุณชายรอง”
เสวี่ยอิงพูด “คุณชายใหญ่คงไม่กลับมาเจ้าค่ะ ส่วนคุณชายรองแจ้งว่าจะมาแต่ก็เอาแน่เอานอนไม่ได้”
หมิงเวยเสียดายมาก “ตอนข้าอยู่ที่แคว้นฉีได้ยินชื่อเสียงของคุณชายใหญ่และคุณชายรอง ยังคิดว่าคงมีโอกาสได้พบพวกท่านด้วยตาตนเอง! แต่ได้พบอวี้หลางแห่งตระกูลถังก็ถือว่าไม่เ เสียดายแล้ว!”
เสวี่ยอิงเห็นท่าทีดีใจของนางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเห็นใจเล็กน้อย
คุณหนูเจ็ดผู้นี้ รูปลักษณ์ กริยามารยาทดีเลิศ นิสัยก็ดี ถือเป็นคุณหนูในห้องหอที่ไร้ที่ติผู้หนึ่งเลย หากยังอยู่ในแคว้นฉีอนาคตได้สมรสกับสมาชิกในราชวงศ์จะดีเพียงใดกัน
ตอนนี้มาอยู่ที่แคว้นฉู่ มีสถานะที่น่าอึดอัด ไร้ที่พึ่งพิง ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องเพียงชั่วพริบตาเดียว
ช่างน่าเสียดาย
…………
ในตอนเช้าตรู่ถังซีเดินทางมาคารวะตอนเช้า แต่ฮูหยินผู้เฒ่าถังยังหลับอยู่
“น้องสิบ” ฮูหยินใหญ่กำลังรออยู่ข้างนอก
ถังซีพยักหน้าแล้วชี้ไปที่ห้องข้างๆ ทั้งสองเดินตามกันไปพูดคุยกันที่นั่น
อวี้หลางแห่งตระกูลถังผู้นี้เป็นบุตรคนสุดท้องของฮูหยินผู้เฒ่าถังมีอายุเพียงยี่สิบต้นๆ ซึ่งอายุน้อยกว่าคุณชายใหญ่เล็กน้อย
เขามีใบหน้าที่ดูอ่อนโยน ผิวขาว ดูหล่อเหลามีสติปัญญาอีกทั้งยังมีพรสวรรค์ที่หาได้ยากไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาจะถูกเรียกว่าอวี้หลาง
“คุณหนูหมิงผู้นั้น…เรื่องเป็นมาอย่างไรกันแน่” ถังซีถาม
ฮูหยินใหญ่ถอนหายใจ และทวนสิ่งที่ไป่หลิงพูดมาให้เขาฟัง
“…เรื่องก็เป็นเช่นนี้”
“นางเป็นผู้ที่ซิ่วอี๋ลักพาตัวมาหรือ”
“ใช่” ฮูหยินใหญ่ถามด้วยความเป็นห่วง “จะมีปัญหาหรือไม่ อย่างไรเราก็ลักพาตัวหวางเฟยของเสียนอ๋องมา แคว้นฉีจะยกทัพมาโจมตีหรือไม่”
ถังซีไตร่ตรอง “เยวี่ยอ๋องแห่งแคว้นฉีผู้นั้นมีชาติกำเนิดที่แปลกหากเขาเป็นคู่หมั้นของนางจริงๆ…” เขาส่ายหน้า “เป็นไปได้มากที่เรื่องจะจบแบบค้างคา”
“อย่างไรหรือ”
“จริงๆ แล้วเยวี่ยอ๋องเป็นทายาทสายตรงของราชวงศ์แคว้นฉี ปู่ของเขาคือซือฮว๋ายไท่จื่อ เขาอยู่กับองค์หญิงหมิงเฉิงตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนกระทั่งปีก่อนถึงได้กลับสู่ราชวงศ์”
ฮูหยินใหญ่จำได้ทันที “เป็นผู้นั้นนี่เอง! ตอนนั้นที่ได้ยินข่าวพวกเราคิดว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์”
“ใช่” ถังซีพูด “ดังนั้นหากเป็นคู่หมั้นของเยวี่ยอ๋องก็คงไม่เกิดอะไรขึ้น ฮ่องเต้แคว้นฉีคงไม่ยอมส่งทหารมาเพื่อเขาอยู่แล้ว อย่างไรเสียพวกเขาก็ยังไม่ได้ แต่งงานกัน เปลี่ยนตัวคู่ หมั้นน่าจะดีกว่าจะได้ไม่เป็นการทำให้ราชวงศ์เสียหาย อีกทั้งไม่เกิดเป็นเรื่องใหญ่โต หากเกิดการต่อสู้ขึ้นมาจริงๆ พวกเราจะลำบาก แคว้นฉีเองก็ไม่ได้มีความมั่นใจมากเพียงนั้น”
ทั้งสองแคว้นอยู่อย่างสงบสุขมาหลายสิบปีการยกทัพทหารคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก จากสถานการณ์ในปัจจุบัน…เว้นเสียแต่ว่าจะเกิดช่องว่างทางอำนาจของทั้งสองแคว้น แคว้นหนึ่งอ่อนแอ อีกแคว้น นหนึ่งแข็งแกร่งกว่า หากเกิดช่องว่างระดับหนึ่งก็จะนำไปสู่สงครามได้ ไม่อย่างนั้นฝ่ายหนึ่งไม่มีโอกาสที่จะชนะก็คงอยู่ในจุดนั้นต่อไป
“…คุณหนูเจ็ดผู้นั้นถูกลักพาตัวมาแคว้นฉู่ก็คงหมดโอกาสที่นางจะเป็นหวางเฟยแล้ว สถานการณ์ของนางในตอนนี้เรียกได้ว่าทางตันทุกทาง ไม่มีทางให้เดิน ความสำคัญของนางเบาบางเกินไป ซึ่งแคว้นฉีไม่ต่อสู้เพื่อนางแน่มีแนวโน้มว่าจะไม่มีผู้ใดเดินทางมาช่วยนาง และเพื่อชื่อเสียงของราชวงศ์
แม้ว่านางจะกลับไปยังเป่ยฉีได้การแต่งงานก็ต้องถูกยกเลิก สตรีที่ถูกเสียนอ๋องถอนหมั้นจะมีทางไหนให้ไปได้อีก การส่งไปบำเพ็ญเพียรที่วัดตลอดชีวิตนับว่าโชคดีมากแล้ว”
ฮูหยินใหญ่ก็คิดเช่นกันหากเปลี่ยนเป็นแคว้นฉู่ที่ว่าที่หวางเฟยถูกลักพาตัวไปแคว้นฉี แน่นอนว่าจะต้องเลือกคุณหนูจากตระกูลที่มีชื่อเสียงคนอื่นให้ท่านอ๋องแทน แล้วว่าที่คู่หมั้นค คนนั้นก็จะไม่สำคัญอีกต่อไป
“แล้วหากเราเก็บนางไว้จะไม่มีปัญหาหรือ”
ถังซีส่ายหน้า “ทางแคว้นฉีคงไม่มีอะไรให้ต้องกังวล จิงตูต่างหากที่เราต้องสนใจ”
ฮูหยินใหญ่คิดอยู่ครู่หนึ่ง “ต้องบอกหรือไม่”
“บอกไปเถอะ” ถังซีพูด “เกรงว่าจะต้องอธิบายไม่อย่างนั้นปล่อยให้พวกเขารู้ข่าวด้วยตนเองจะถูกสงสัยอีก”
พวกเขาที่พูดถึงนั้นหมายถึงราชวงศ์หนานฉู่ ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลถังและราชวงศ์นั้นละเอียดอ่อนมาก อำนาจของตระกูลขุนนางนั้นใหญ่เกินไป ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับราชวงศ์นั้นเปรีย ยบเสมือนกำลังเหยียบอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบางที่พร้อมจะแตกทุกเมื่อ ฮูหยินใหญ่พยักหน้าเงียบๆ
ถังซีพูดอีกว่า “หากนางฉลาดพอก็ควรเอาใจท่านแม่ ที่แคว้นฉู่นางไร้ที่พึ่ง ชะตากรรมของนางอยู่ในกำมือของเราแล้ว หากพวกเรามีความสุขชีวิตของนางก็จะผ่านพ้นไปด้วยดี หากพวกเรา ไม่พอใจแค่สะกิดนิ้วนางก็ล้มลงแล้ว”
ฮูหยินใหญ่เข้าใจ “น้องสิบว่าเช่นนั้นก็เหมือนเตือนสติพวกเรา ข้ารู้ว่าจะทำอย่างไรกับคุณหนูหมิงเจ็ดผู้นี้”
ถังซีคำนับ “ได้ยินว่าคุณหนูเจ็ดเป็นวรยุทธ์ น้องชายจะส่งยอดฝีมือมาล้อมเรือนรับรองแขกไว้ ส่วนเรื่องที่เหลือรบกวนพี่สะใภ้แล้ว”
“วางใจได้”
ทั้งสองรออยู่ครู่หนึ่ง ฮูหยินผู้เฒ่าก็ตื่นขึ้น ทั้งสองมองหน้ากันเป็นถังซีที่ถามว่า “ท่านแม่หลับไปนานเท่าไรขอรับ”
ฮูหยินผู้เฒ่าถังคำนวณในใจ “เมื่อคืนแม่นอนดึกน่าจะประมาณ…สองชั่วยามกว่าได้”
ถังซีพยักหน้า “ดีขึ้นกว่าเดิมมาก”
ทั้งสองปรับสีหน้าใหม่ และเข้าไปในห้องเพื่อคุยกับฮูหยินผู้เฒ่าถัง
ฮูหยินผู้เฒ่าถังลูบหน้าผาก และพูดอย่างเหนื่อยหน่ายว่า “พวกเจ้ามาเช้าเกินไปแล้ว ช่วงนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมีเวลาก็พักผ่อนเสียหน่อยเถอะ”
ถังซีนั่งลงข้างเตียงช่วยประคองฮูหยินผู้เฒ่าถังให้ลุกขึ้นนั่งดีๆ จากนั้นพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ลูกไม่ได้พบท่านแม่มาครึ่งปีแล้วคิดถึงมากจนอยากมาพบเร็วๆ”
ฮูหยินผู้เฒ่าถังยิ้ม และพยักหน้าให้เขา “เจ้านี่รู้วิธีอ้อนแม่แล้วนะ”
“ลูกพูดความจริงขอรับ”
“ได้ๆๆ เชื่อเจ้า” มีบุตรชายคนเล็กอยู่ข้างกาย ฮูหยินผู้เฒ่าถังก็อารมณ์ดี แม้แต่ฝันร้ายเมื่อครู่ก็ไม่สำคัญอีกต่อไป “อีกไม่กี่วันเจ้าจะแต่งงานแล้วดีใจหรือไม่”
ถังซีตอบ “รู้สึกประหม่านิดหน่อยขอรับ แต่ท่านแม่เป็นผู้เลือกสตรีให้ลูกก็คิดว่าดีขอรับ”
ฮูหยินผู้เฒ่าถังพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “แม่จับตาดูเป็นเวลานาน คุณหนูตระกูลเหลียงนิสัยดี มีความสามารถพิเศษเล็กน้อยจะต้องเข้ากับลูกได้แน่”
สองแม่ลูกคุยกันอยู่ครู่หนึ่งถังซีก็ถามว่า “เมื่อครู่ท่านแม่นอนหลับเป็นอย่างไรบ้างขอรับ ยัง…”