คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 635 ข่าวลือ
ฮูหยินผู้เฒ่าถังยืนอยู่ชั้นบนทอดมองดูหมิงเวยเดินไปส่งถังซีที่ทางเดินสายเล็ก ถังซีพูดอะไรสักอย่างหมิงเวยทำความเคารพ จากนั้นก็ยืนอยู่กับที่มองเขาเดินออกจากสวนไป
เมื่อเขาก้าวออกจากประตูสวนถังซีก็มองย้อนกลับไป
ฮูหยินผู้เฒ่าถังถาม “คุณหนูเจ็ด…รู้จักกับเสี่ยวฉือตั้งแต่เมื่อไร”
ไป่หลิงเหลือบมอง และตอบอย่างระมัดระวัง “เมื่อไม่กี่วันก่อนเจ้าค่ะ ตอนที่ท่านกลับมา ฮูหยินใหญ่เชิญคุณหนูเจ็ดให้มาดูอาการป่วยของท่าน หลังจากนั้นนายท่านสิบก็ออกมาสอบถามเรื่องอาการป่วยของท่านเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นพวกเขาก็รู้จักกันมาหลายวันแล้ว”
“เจ้าค่ะ” ฮูหยินผู้เฒ่าถังไม่พูดอะไร
เมื่อหมิงเวยกลับมาอีกครั้งนางยังคงมีใบหน้าที่ใจดีอีกทั้งยังพูดคุยหัวเราะกับอีกฝ่าย
…………
ภายในเรือนใหญ่มีข่าวลือแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วมาก หลังจากที่ฮูหยินผู้เฒ่าถังหายจากอาการป่วย เรื่องราวของคุณหนูเจ็ดก็แพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านปากของสาวใช้
บางคนบอกว่าฮูหยินผู้เฒ่าใจดี และช่วยชีวิตเด็กสาวกำพร้าระหว่างทาง แต่นางไม่คาดคิดว่านางจะมีวิชาการแพทย์ที่ยอดเยี่ยมสามารถรักษาอาการป่วยเรื้อรังของฮูหยินผู้เฒ่าได้
บางคนก็บอกว่าพวกเขาได้ยินมาว่าคุณหนูเจ็ดผู้นี้เป็นคุณหนูในห้องหอจากตระกูลชั้นสูงในแคว้นเป่ยฉี และได้หมั้นหมายกับเสียนอ๋อง ไม่รู้ว่าเหตุใดถึงมาลำบากที่แคว้นฉู่ได้ โชคดีที่ฮูหยินผู้เฒ่าช่วยเหลือนางไว้ไม่อย่างนั้นนางที่ดูเป็นคุณหนูท่าทางอ่อนแอก็ไม่รู้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร
ดังนั้นเรื่องนี้จึงกลายเป็นสิ่งสวยงามที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน และผู้คนต่างพูดถึงมันอย่างเพลิดเพลิน แต่ข่าวลือนี้คงอยู่เพียงไม่กี่วันก่อนจะเปลี่ยนแปลงไป
“นี่เจ้าได้ยินหรือไม่” สาวใช้ทั้งสองกระซิบหนึ่งในนั้นพูดอย่างมีเลศนัย
“ได้ยินอะไรหรือ พี่สาวหมายถึงเรื่องไหนกัน”
“แน่นอนว่าเป็นเรื่องของนายท่านสิบ”
“นายท่านสิบ นายท่านสิบทำไมหรือ”
“ไม่จริงน่ะตอนนี้เจ้ายังไม่ได้ยินข่าวลือเลยหรือ” สาวใช้ดูประหลาดใจที่อีกฝ่ายตกกระแสไปมาก
สาวใช้อีกคนหนึ่งรีบถามว่า “ข่าวลืออะไร พี่สาวช่วยบอกข้าที”
คนก่อนหน้าที่ดูมีลับลมคมในพูดเสียงเบา “นายท่านสิบกำลังจะแต่งงาน…”
“เรื่องนี้ผู้ใดไม่รู้บ้าง ไม่อย่างนั้นช่วงนี้ภายในจวนจะยุ่งวุ่นวายทำไมกัน”
“ไม่ใช่เรื่องนี้! ข้าหมายถึงคุณหนูเจ็ดที่ฮูหยินผู้เฒ่าช่วยไว้ต่างหาก เจ้ารู้หรือไม่”
“แน่นอนในจวนมีผู้ใดไม่รู้บ้าง ทำไมหรือ พี่สาวพูดว่าเป็นเรื่องของนายท่านสิบนี่”
“มันเป็นเรื่องเดียวกันได้ยินมาว่านายท่านสิบไปทักทายฮูหยินผู้เฒ่าทุกวัน และเขาจะคุยกับคุณหนูเจ็ดเป็นเวลานาน...”
“ไม่จริงน่า” สาวใช้ตกใจ “นายท่านสิบกำลังจะแต่งงานนะ! คุณหนูเหลียงก็ยังอยู่ที่สวนหลานซิน!”
“ผู้ใดว่าไม่จริงกัน พอลองมาคิดดูดูเหมือนจะไม่มีอะไรแต่งแล้วก็รับอนุได้!”
สาวใช้ปิดปาก และอุทาน “เพิ่งจะแต่งงานก็รับอนุแล้ว ดูไม่ไว้หน้าตระกูลเหลียงไปหน่อยหรือ!”
“อาจจะทิ้งห่างออกไปไม่กี่เดือน แต่นายท่านสิบดูท่าแล้วจะเป็นดังเช่นข่าวลือแน่” คนก่อนหน้าพูดว่า “เจ้าเคยเห็นคุณหนูเจ็ดหรือไม่ โตมาเช่นนี้ได้ยินว่าเป็นคุณหนูจากตระกูลชนชั้นสูงกิริยามารยาทไม่เลวเลย ไม่แปลกใจที่นายท่านสิบจะสนใจ”
“ถึงจะพูดเช่นนั้น แต่คุณหนูเจ็ดไม่ได้หมั้นหมายอยู่แล้วหรือ ได้ยินว่าเป็นว่าที่หวางเฟยในอนาคต”
“แล้วอย่างไร ไม่ว่าจะโดดเด่นเพียงใด แต่หากมาถึงแคว้นฉู่ก็เป็นแค่สตรีกำพร้าที่ไร้ที่พึ่ง แน่นอนว่าเป่ยฉีไม่ยอมรับอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นราชสำนักจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน ดังนั้นหากคุณหนูเจ็ดฉลาดพอก็ควรรีบจับนายท่านสิบสิถึงจะถูก ถึงแม้จะเป็นอนุ แต่หลังจากนี้จะกินดีอยู่สุขสบายไม่อย่างนั้น…”
“ที่พูดมาก็ถูก...”
“นายท่านสิบกำลังจะแต่งงานแล้ว น่าสงสารคุณหนูเหลียงเหลือเกิน…”
…………
ไม่ง่ายเลยกว่าจี้เสียวอู่จะหาโอกาสได้เมื่อได้พบหมิงเวยเขาก็โพล่งออกไปว่า “เจ้าทำอะไร อยู่ดีๆ ไปล่อลวงกับนายท่านสิบเพื่ออะไรไม่รู้หรือไงว่าตอนนี้ในจวนเขาพูดถึงเจ้าว่าอะไรกัน มันไม่น่าฟังเลยสักนิด!”
หมิงเวยดูเศร้าใจ “พี่ห้าพูดอะไรน่ะเจ้าคะ ล่อลวงอะไรไม่น่าฟังเอาเสียเลย ท่านกล้าพูดเช่นนั้นกับน้องสาวของตนเองได้อย่างไร อีกอย่างพวกเราก็เคยหมั้นหมายกัน…”
“อย่าๆๆ!” จี้เสียวอู่อยากจะปิดปากนางมาก “อย่าพูดเรื่องนี้ได้หรือไม่ อยากมีชื่อเสียงที่ไม่ดีหรืออย่างไรกัน” จี้เสียวอู่พูดด้วยความโมโห
สตรีผู้นี้ใช้ชีวิตทำตามใจต้องการอะไรถึงเพียงนี้ ดูนางเกี่ยวข้องกับบุรุษมากมายหลายคน
ตอนแรกก็กับเขาที่เป็นลูกพี่ลูกน้องที่หมั้นกันมาตั้งแต่เด็ก จากนั้นก็กับเยวี่ยอ๋อง ได้ยินว่าที่ซีเป่ยยังมีหัวหน้าเผ่าหูไล่ตามนางเพื่อขอให้นางเป็นหวางเฟย ตอนนี้มาที่แคว้นฉู่ยังมีข่าวลือกับนายท่านสิบจากตระกูลถังอีก
“ก่อนหน้านี้ถือว่าแล้วไป แต่ครั้งนี้มันต่างกันเจ้าเข้าใจหรือไม่”
“ข้าไม่เข้าใจในสิ่งที่พี่ห้าพูดเจ้าค่ะ”
จี้เสียวอู่พูดอย่างโกรธเคือง “เจ้าอย่ามาเสแสร้ง! ก่อนหน้านี้ที่แคว้นฉีไม่ว่าเจ้าจะทำอะไรพวกเราปกปิดได้ แต่ตอนนี้พวกเราสองคนอยู่ที่แคว้นฉู่ มาพึ่งพาอาศัยผู้อื่น กลายเป็นเนื้อที่อยู่บนเขียง เจ้าไม่กลัวว่าผู้อื่นจะมาทำให้เป็นจริงหรือ”
“หากทำให้เรื่องโกหกกลายเป็นจริงก็ไม่เห็นจะมีอะไรไม่ดีนี่เจ้าคะ!” หมิงเวยยิ้ม “ท่านดูสถานการณ์ของพวกเราในตอนนี้สิไม่มีที่พึ่งพิงคงไม่ได้ ตอนนี้ข้าได้ช่วยชีวิตฮูหยินผู้เฒ่ายังได้รับการปฏิบัติที่ดี แต่วันหนึ่งพระคุณนั้นก็จะหมดไป มีอะไรจะน่าเชื่อถือได้เท่าการแต่งงาน ถ้าหากนายท่านสิบ…”
“หมิงเสี่ยวชี พอได้แล้ว!” จี้เสียวอู่โกรธมากจนอยากจะบีบคอนาง “ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะเป็นอนุ! เจ้าคิดจะทำบ้าอะไรพูดออกมาให้ชัดเจนอย่าทำให้ข้านอนไม่หลับ!”
พอเห็นใบหน้าแดงก่ำของเขาหมิงเวยก็รู้สึกผิดเล็กน้อย สองพี่น้องตกที่นั่งลำบากในแคว้นฉู่ ต้องพึ่งพาอาศัยกันเพื่อความอยู่รอด การหยอกล้อเขาเช่นนี้ดูเหมือนจะทำร้ายเขาไปหน่อย
นางปลอบโยน “พี่ห้าอย่ากังวลเลยเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้คิดจะเป็นอนุ นายท่านสิบเองก็ไม่ได้มีความคิดเช่นนั้น เพียงแค่ต้องการให้คนบางคนเห็นเท่านั้นเอง”
“คนบางคนงั้นหรือ” จี้เสียวอู่สงสัย
เขาคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วน จากนั้นก็จำเหตุการณ์ที่สวนหลานซินได้ “เจ้าหมายถึงคนตระกูลเหลียงงั้นหรือ”
“ใช่เจ้าค่ะ”
“พวกเจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่”
“ดูไปสักสองวัน ถึงตอนนั้นพี่ห้าก็จะรู้เอง วางใจเถอะเจ้าค่ะ”
จี้เสียวอู่ไม่ถามอะไรอีก แต่ก่อนจากไปเขาพูดใส่นางว่า “จะให้วางใจอะไร! การอยู่กับเจ้าไม่มีเลยที่ข้าจะรู้สึกวางใจ! แม้จะเป็นเรื่องไม่จริงให้คิดถึงชื่อเสียงของตนเองบ้าง ข่าวลือนี้ไม่น่าฟังเอาเสียเลยกลับไปเจ้าจะแต่งงานได้อย่างไร ขอล่ะอย่าเล่นอะไรแบบนี้อีก!”
หมิงเวยยืนยิ้มส่งเขาออกไปในใจคิดว่าอย่างไรนางก็ไม่สามารถแต่งงานได้อยู่ดี หากชื่อเสียงเสียหาย…ก็ดูไม่ได้สำคัญเท่าไร มีข่าวลือมากมายในจวน สวนหลานซินจะไม่รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร
เหล่าสาวใช้ของคุณหนูเหลียงรวมตัวกันเพื่อพูดคุย และหนึ่งในนั้นมีสีหน้าโกรธเคือง “เกิดอะไรขึ้นกับนายท่านสิบ สองวันก่อนยังหาโอกาสมาพบคุณหนูอยู่เลย เหตุใดจู่ๆ จึง…”
“เป็นเรื่องเข้าใจผิดหรือไม่” อีกคนถาม “ข้าไม่คิดว่านายท่านสิบจะเป็นคนเช่นนั้น!”
“เข้าใจผิดอะไร! ตอนเช้าข้าตั้งใจไปเดินเล่นใกล้สวนของฮูหยินผู้เฒ่าถัง และเห็นพวกเขาคุยกันด้วยตาของตนเอง! ชายหญิงแตกต่าง นายท่านสิบกำลังจะแต่งงานจะไม่รู้ข้อห้ามนี้ได้อย่างไร!”
“หรือจะเป็นเรื่องจริง เฮ้อ…บุรุษไว้ใจไม่ได้เลย ข้าเห็นนายท่านสิบดูชื่นชอบคุณหนู เหตุใดถึง…”
“คุณหนูเจ็ดผู้นั้นข้าเคยเห็นนางแล้ว ก็งดงามอยู่ไม่แปลกใจเลยที่จะทำให้นายท่านสิบหลงใหลได้ แต่ถึงจะอยากรับอนุก็ไม่ควรไม่ไว้หน้าคุณหนูเช่นนี้ งานแต่งงานยังไม่เกิดขึ้นเลย…”
“ไม่จริงน่ะ แล้วตอนนี้จะทำอย่างไรดีพวกเราไปบอกคุณหนูดีหรือไม่”
“แน่นอนว่าบอกไม่ได้ บอกไปคุณหนูจะไม่โกรธหรือ งานแต่งงานเป็นเรื่องระหว่างสองตระกูล เป็นไปไม่ได้ที่จะล้มเลิกเพราะเรื่องนี้”
“ก็จริง” เหล่าสาวใช้ถอนหายใจ
“พวกเจ้ากำลังคุยอะไรกัน” เสียงของคุณหนูเหลียงดังขึ้นเหล่าสาวใช้ลุกขึ้นด้วยความตื่นตระหนก
“คุณหนู! ไม่ พวกเราไม่ได้พูดอะไรเจ้าค่ะ…”
…………..