ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 567: ข้อแม้ชดเชยของอลิเซีย (1)
ในคฤหาสน์สีกรมท่า เด็กสาวผมสีเงินโถมเข้าสู่อ้อมอกของโรเอล ทันทีที่เห็นเขา ทําให้เด็กหนุ่มผมดําเซถอยหลังแล้วมองไปที่เด็กสาวใน อ้อมแขนอย่างแปลกใจ โรเอลยังไม่ทันได้ถามอะไร อลิเซียก็เริ่มร้องไห้ เสียแล้ว
“ท่านพี่โรเอล พี่กลับมาซะที มันผ่านไปตั้งหลายเดือนแล้ว ตอนที่ เข้ามาเรียนที่นี่พี่ก็บอกหนูเองว่าจะอยู่กับหนูให้นานที่สุดหลังหนูเข้ามา เรียนปีแรก แต่พี่กลับออกไปข้างนอกนานๆ แล้วทิ้งหนูไว้ในสถาบัน แบบนี้ได้ยังไง…”
เด็กสาวผมสีเงินซุกหน้าของเธอกับอกของโรเอลในขณะที่ปรามาส ปนสะอื้น แต่เด็กหนุ่มผู้ฟังอยู่ก็รู้สึกผิดและนึกขึ้นได้ถึงสัญญาระหว่าง ทั้งสองก่อนที่จะเข้ามาเรียน
ก่อนที่จะเข้าเรียนที่สถาบันการศึกษาเซนต์เฟรย่า เพื่อเกลี้ย กล่อมอลิเซียที่ไม่ชอบการพบปะกับคนอื่นให้ยอมไปเรียนนั้น โรเอลได้ สัญญาว่าจะตัวติดกับเธอตลอดหนึ่งปีการศึกษา ทว่าในระหว่างนั้นเด็ก หนุ่มกลับบิดพลิ้วด้วยเหตุผลต่างๆ แน่นอนว่าอลิเซียย่อมไม่พอใจ
เหลือบมองสมาชิกฝ่ายกุหลาบขาวที่ตามเด็กสาวมาด้วย โรเอล แสดงสีหน้าเหมือนอยากจะคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว เด็กสาวปีหนึ่ง
สองคนที่ตามมาด้วยชะงักไปเมื่อพวกเธอเห็นเช่นนี้ แม้ว่าพวกเธอจะ แปลกใจกับท่าทีของอลิเซียมาก แต่พวกเธอยังพออ่านสถานการณ์ออก และหลังจากมองหน้ากันสลับกับโรเอล พวกเธอก็รีบค้อมหัวขอตัวแล้ว เผ่นออกไปทันที
ประตูห้องเปิดแล้วก็ปิดลง ทิ้งไว้เพียงโรเอลและอลิเซียในห้องนั้น เด็กหนุ่มผมดํามองน้องสาวที่ซุกเขาอยู่แล้วลูบไปบนเรือนผมสีเงินของ เธออย่างอ่อนใจ
“เธอเป็นผู้ถือแหวน แล้วเมื่อกี้ผู้ใต้บังคับบัญชาของเธอก็มองอยู่ นะ ไม่กลัวว่าพวกเขาจะเอาไปพูดแปลกๆ แล้วอํานาจสั่งการจะดู น่าเชื่อถือน้อยลงเหรอ?”
“มันไม่เป็นไรหรอกค่ะ เรื่องพวกนั้นไม่มีความหมายถ้าเทียบกับ ท่านพี่โรเอล แล้วพวกเขาก็รู้เรื่องนี้ตั้งแต่วันปฐมนิเทศแล้วด้วย คงชิน กันหมดแล้วค่ะ”
“…”
ได้ยินคําตอบของอลิเซียแล้ว โรเอลก็พูดไม่ออกไปพักหนึ่ง นึกถึง ข้อเท็จจริงที่อลิเซียพุ่งเข้าใส่เขาต่อหน้าธารกํานัลในวันปฐมนิเทศของ เธอแล้ว โรเอลก็พลันรู้สึกว่าเรื่องเมื่อครู่ธรรมดามากขึ้นมา
เห็นว่าเด็กสาวสองคนนั้นน่าจะเป็นคนสนิทของอลิเซีย ดังนั้นคงไม่ น่าจะมีใครเอาไปพูดเสียๆ หายๆ ในขณะเดียวกัน ต่างจากลิเลียน ความสัมพันธ์ระหว่างโรเอลและอลิเซียนั้นเป็นที่รู้กันดี และไม่ใช่ข้อ ห้ามอะไร
นึกเช่นนี้แล้ว เด็กหนุ่มก็ส่ายหัวไล่เรื่องสัพเพเหระออกไปแล้ว กลับมาสนใจเด็กสาวที่เปรอะน้ำตาในอ้อมแขน อลิเซียเองก็เงยหน้าขึ้น ทั้งสองมองหน้ากัน ทําให้โรเอลรู้สึกผิดขึ้นมาอีกครั้ง
ทีมสืบค้นครั้งนี้สร้างปัญหามากมายที่ซ่อนเรื่องของโรเอลได้ดี เด็ก หนุ่มย่อมชอบที่เป็นเช่นนั้น แต่ในขณะเดียวกันสําหรับอลิเซียแล้ว ข่าว นี้ไม่ดีสําหรับเธอ เด็กสาวที่ถูกทิ้งไว้ที่สถาบันกระสับกระส่ายและรอฟัง ข่าวอยู่ทุกวัน ข่าวลือแย่ๆ พวกนั้นทําให้เธอเป็นกังวลอยู่ตลอดช่วงที่ เฝ้าคอยโดยไม่รู้อะไรเลย
และที่สําคัญ หลังจากแยกตัวกับทีมแล้ว โรเอลก็เดินทางคนเดียว ในระหว่างนี้ข้อมูลทั้งหมดจึงถูกกันออกและเขาก็ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น บ้าง จึงไม่ได้เขียนจดหมายมารายงานว่าตนเองปลอดภัยดี การที่เขา หายตัวไปเป็นเดือนๆ นั้น พอมาคิดอีกทีก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย
โรเอลรู้สึกปวดใจกับน้ำตาบนดวงหน้าของเด็กสาวผมสีเงิน เขาคิด อยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยขอโทษขึ้นมาก่อน
“ขอโทษนะอลิเซีย ครั้งนี้พี่คิดไม่ถี่ถ้วนเอง ไม่คิดว่าผลกระทบจะ มากขนาดนี้ แถมยังทําให้เธอเป็นห่วงตั้งนานด้วย…”
โรเอลพูดด้วยท่าทางจริงใจ หวังว่าเด็กสาวจะยกโทษให้เขา แต่ โชคร้ายที่เรื่องไม่เรียบง่ายนัก อลิเซียไม่มีปฏิกิริยาจากคําขอโทษของโร เอลในทันที แต่เธอกลับเบือนหน้าหนีไปข้างๆ อย่างไม่เป็นตัวเธอเอง แทน
“เอ่อ… อลิเซีย?”
“…”
เด็กสาวผมสีเงินไม่ได้ตอบคําถามของเด็กหนุ่ม โรเอลที่เห็น เหตุการณ์กะพริบตาปริบๆ เขาเข้าใจว่าเด็กสาวในครั้งนี้น่าจะโกรธเขา อยู่นิดๆ จริงๆ เมื่อนึกถึงเรื่องนี้แล้วเขาจึงทําได้เพียงพยายามเกลี้ย กล่อมเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ท่าทางของเด็กสาวก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย
หน้าตาน่ารักของอลิเซียไม่หวั่นไหวกับการเกลี้ยกล่อมของโรเอล และเธอก็ไม่ได้หันไปมองเขาราวกับไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น เห็นเช่นนั้นโร เอลก็ยิ่งไม่สบายใจ แต่เธอก็ไม่ได้อ่อนข้อให้เขาเช่นกัน
ไม่เพียงแค่เด็กหนุ่มฝ่าฝืนข้อตกลง เขายังทําให้เธอเป็นห่วงมาตั้ง นาน เรื่องแบบนี้ปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ได้หรอก เมื่อคิดเช่นนี้แล้วโรเอลจึงทํา ได้เพียงพูดถึงแต่เรื่องดีๆ เพื่อเบนความสนใจของอลิเซีย และ
จนกระทั่งเด็กหนุ่มนึกไม่ออกแล้วว่าจะพูดอะไรดีในยามที่เขาจนตรอก ในความรู้สึกผิด อลิเซียก็พูดขึ้นในที่สุด
“…ท่านพี่โรเอล การนอนในช่วงเดือนที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้างคะ?”
“หือ? เอ่อ… ก็ดีนะ”
ได้ยินความเป็นห่วงจากอลิเซียอย่างกะทันหัน โรเอลกะพริบตา แล้วตอบอย่างลังเล รู้สึกแย่เล็กน้อย และตามคาดการณ์ของเด็กหนุ่ม หลังจากที่เธอได้ยินคําตอบ เด็กสาวก็พูดขึ้นอีกครั้ง
“นอนได้ก็ดีแล้วค่ะ แล้วท่านพี่โรเอล… พี่รู้มั้ยคะว่าที่ผ่านมาหนู เป็นยังไงบ้างตอนกลางคืน”
“นี่…”
เด็กหนุ่มผมดําจมสู่ความเงียบไปพักใหญ่เมื่อเด็กสาวพูดขึ้นอย่าง ไร้อารมณ์ เขาไม่รู้จะพูดอย่างไร อลิเซียเองก็ไม่รีรอเมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้น เธอเงยหน้าขึ้นมองโรเอลแล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่แตกพร่า
“ทุกคืน ทุกคืน หนูได้แต่พึ่งพา [ลูกบอลพลังชีวิต] ที่พี่ทิ้งไว้ให้เป็น ที่พึ่งทางใจ ทว่าหนูก็ยังนอนไม่หลับ เพราะพอหนูหลับตาทีไรก็ฝันร้าย ทุกที หนูอยากใช้ยานอนหลับ แต่ยาไร้ผลสําหรับหนู คาถานอนหลับเอง ก็ด้วย…”
“อลิเซีย พี่ขอโทษ!”
เด็กสาวเพิ่งสาธยายไปได้ครึ่งทาง แต่เด็กหนุ่มผมดําก็อดไม่ได้ที่จะ กอดเธอไว้แน่นในอ้อมแขน ทว่าอลิเซียไม่ได้หยุดพูด เด็กสาวผมสีเงิน ดิ้นรนและทุบตีเขาแล้วพูดด้วยเสียงอู้อี้
“อีกแล้วเหรอคะ? ท่านพี่โรเอลคิดว่าจะหลอกหนูแบบนี้อีกแล้วใช่ ไหมคะ? หนูจะไม่ยอมโดนหลอกอีกแล้ว! ปล่อยหนูสิคะ!”
“เวลาพี่สัญญาว่าจะไม่ไปเจอเรื่องอันตรายทีไร มันก็กลายเป็น โกหกทุกที! ท่านพี่โรเอล คนขี้โกหก!”
“ท่านพ่อก็ไปประจําการที่กองรบแนวหน้าแล้ว แล้วพี่ก็ไปพุ่งใส่ ความเสี่ยงมันทุกที่ ท่านพี่โรเอลได้คิดถึงความรู้สึกหนูบ้างมั้ย? พี่… ฮือ ออ”
หลังจากดื้นรนและทุบตีอยู่นาน เด็กสาวผมสีเงินก็ได้ระบายสิ่งที่ เธออยากจะพูดออกมาแล้วอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ด้วยความทรมานใจ ส่วนโรเอลที่เห็นอลิเซียเป็นแบบนี้ก็รู้สึกใจสลายและตระหนักถึง ความผิดของตนเอง
ต้องบอกว่าตระกูลแอสคาร์ดนั้นมีสิทธิประโยชน์มากมาย เช่นพลัง รบที่แข็งแกร่งและสถานะที่สูงส่ง ทว่าข้อเสียของมันก็ใหญ่ตามไป หนึ่ง
คือสมาชิกตระกูลนี้ก็ไม่ได้มากมายนัก และอีกอย่างคือผู้ชายตระกูลนี้ ไม่ค่อยให้เวลากับครอบครัวเท่าไหร่
ไม่ต้องพูดถึงมาร์ควิสคาร์เตอร์ซึ่งหายตัวเพราะงานยุ่งบ่อยครั้ง ตั้งแต่พวกเขายังเล็ก แม้แต่โรเอลเอง เพราะเรื่องมากมายในช่วงสองปี ที่ผ่านมา เขาจึงไม่ค่อยได้ให้เวลากับตระกูลแอสคาร์ดมากเท่าก่อน ทว่า สมาชิกตระกูลแอสคาร์ดที่เหลืออยู่เป็นคนสุดท้ายอย่างอลิเซียนั้นต่าง ออกไป
บางทีอาจเป็นเพราะเธอเคยเสียครอบครัวมาก่อน อลิเซียจึงให้ ความสําคัญยิ่งยวดต่อครอบครัวแอสคาร์ดมาตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ ไม่ใช่เพียงว่ามาตรฐานกิริยามารยาทของเธอจะสูงลิ่ว แต่ผลงาน การศึกษาของเธอก็อยู่ในระดับสูงสุดเพื่อไม่ให้เสียชื่อครอบครัว
เพราะบาดแผลทางจิตใจจากการสูญเสียบิดาตั้งแต่ยังเด็ก อลิเซีย จึงอ่อนไหวต่อความปลอดภัยของครอบครัวของเธอเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อโรเอลถูก [เนตรแห่งพอร์ทัส] สาดแสงใส่ ซึ่งคาดว่า [ลูก บอลพลังชีวิต] ที่โรเอลทิ้งไว้จะมีปฏิกิริยา ซึ่งทําให้เธอเป็นห่วงเขาจน กินไม่ได้นอนไม่หลับ
คิดไปถึงเรื่องนี้ เด็กหนุ่มก็เจ็บจี๊ดในใจแล้วค่อยๆ ปล่อยมือที่ กอดอลิเซียอยู่ เขายืดตัวขึ้นและพยายามจะเช็ดน้ำตาที่หางตาให้กับ
เด็กสาวที่กําลังร้องไห้ แต่เมื่อเขาเอื้อมมือเข้าไปใกล้ อลิเซียก็กันมือเขา ไว้
“อลิเซีย?”
“…”
โรเอลนิ่งไปเมื่อเด็กสาวลืมตาขึ้นพลางสะอื้นแต่ไม่ได้พูด ในครั้งนี้ แทนที่เขาจะเอื้อมมือไปใกล้ เขากลับโน้มตัวลงไปใกล้ๆ แก้มของเธอ อย่างรวดเร็ว สีหน้าของอลิเซียนั้นกระสับกระส่าย แต่เธอก็ไม่ได้ผลัก เขา
มือที่เนียนดั่งหยกขาวหยุดกลางอากาศเหมือนจะไม่รู้ว่าจะทํา อย่างไรต่อ และเมื่อเด็กสาวอยู่ในสภาพกึ่งตกใจกึ่งโอนอ่อน เด็กหนุ่มก็ เข้าถึงตัวเธอได้
“!”
เมื่อมองใบหน้าของโรเอลที่ใกล้เข้ามา จังหวะหัวใจของอลิเซียก็ เต้นรัว เธอกระทั่งคิดว่าโรเอลอาจจะจูบเธอ ทว่าก่อนที่เธอจะทัน เตรียมใจ โรเอลก็เสหน้าไปจูบเธอที่แก้ม
สัมผัสถึงความอบอุ่นที่แก้ม อลิเซียตกตะลึงพรึงเพริดไปชั่วขณะ ด้วยความผิดหวังทําให้ความอยากยกโทษให้เด็กหนุ่มบินหนีไปอีกครั้ง เพราะสําหรับเธอจูบที่แก้มนั้นช่างเล็กน้อย
ไม่ต้องพูดถึงเมื่ออลิเซียเริ่มขอให้จูบเธอนั้น โรเอลจูบเธอเป็นครั้ง คราวเมื่อเธอตื่นนอน ดังนั้นการใช้มันเพื่อขอโทษจึงดูไม่จริงใจ ทว่าเมื่อ เวลาผ่านไป สีหน้าของเด็กสาวก็แปรเปลี่ยน
จูบที่อ่อนโยนยังคงพรมลงข้างแก้มของเด็กสาว ไม่เหมือนทุกที เด็กหนุ่มผมดําพรมจูบบ่อยครั้งกว่าทุกที และเส้นทางของเขาก็ดูจะ แปลกไป มันไม่ใช่การจูบมั่วๆ แต่เป็นเส้นทางตรงจากบนลงล่าง
ทําไมพี่จูบแบบนี้ล่ะ? เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน นี่มัน!
อลิเซียที่ฉุกคิดได้ลืมตาขึ้นแล้วผลักเด็กหนุ่มออกไปกะทันหัน แล้ว ถามอย่างกระวนกระวาย
“ท ท่านพี่โรเอล ทําอะไรของพี่คะ?”
“หือ? ไม่นี่ แค่ดื่มน้ำตาของเธอไง ในเมื่อเธอไม่ให้ฉันเช็ดด้วยมือ อยู่แล้วนี่”
“!”
เมื่อเธอได้ยินคําตอบที่กะไว้แล้ว เด็กสาวผมสีเงินก็เบิกตาสีแดง ของเธอออกกว้าง ใบหน้าขึ้นสีจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า หูของเธอแดงแจ๋ ผิวของเธอที่ต่อให้โดนระเบิดก็ไม่หวั่นพลันอ่อนตัวลงด้วยความตื่นเต้น แล้วดวงตาสีแดงที่สวยงามของเธอก็สั่นไหวด้วยความกระวนกระวาย โรเอลอดชะงักไปไม่ได้เมื่อเห็นปฏิกิริยานี้ของเด็กสาว
“อลิเซีย?”
“…ท่านพี่โรเอล พ พี่ทําแบบนี้ได้ไง คายออกมานะคะ!”
“มันไม่ได้สกปรกอะไรสักหน่อยน่า แค่น้ำตาเอง”
“นั่นไม่ใช่ปัญหาค่ะ!”
เด็กสาวสีเงินขาวปิดแก้มที่ร้อนผ่าวของเธอ รู้สึกวิงเวียนเพราะ สมองที่ร้อนจี๋ หลังจากสับสนไปสักพัก เด็กสาวผู้เขินอายก็เข่าอ่อนทรุด ตัวลง แล้วคําพูดก็หลุดจากปากเธอจนได้
“นั่นไม่ใช่ปัญหา แต่ท่านพี่จะกินของเหลวจากตัวผู้หญิงเหมือน เรื่องธรรมดาได้ยังไงกัน…”
“!”
โรเอลชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินเสียงกระซิบที่เขินอายของอลิเซีย เขาไม่คิดว่าอลิเซียจะมองปัญหาจากแง่มุมนี้ แต่เมื่อโรเอลไตร่ตรองดู แล้วก็พบว่าคําพูดของเธอก็ไม่ได้ผิดแปลกอะไร
แม้จะดูเหมือนเรื่องธรรมดา แต่ว่ามันก็เป็นสารคัดหลั่งจากตัว มนุษย์อย่างหนึ่งและไม่ใช่เรื่องปกติถ้าใครจะดื่มเข้าไป แต่เด็กหนุ่มผม ดําไม่รู