ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต - เล่มที่ 18 บทที่ 513 ภัตตาคารเกิดคลื่นลมอีกครั้ง
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต
- เล่มที่ 18 บทที่ 513 ภัตตาคารเกิดคลื่นลมอีกครั้ง
ช่วงคืนวันที่ชวนให้อกสั่นขวัญหายนั่น มีเพียงนางที่รู้ ว่าการล้มป่วยของเซียวจื่อเซวียนในครั้งนี้อันตรายเพียงใด ส่วนนาง ต้องเผชิญกับความยากลำบากและทุกข์ทรมานเพียงใด ในที่สุด ก็เฝ้ารอจนเมฆหมอกสลายได้ยลจันทร์กระจ่าง
ยิ่งนางบอกเล่าอย่างเรียบง่าย เซียวยวี่ยิ่งรู้สึกปวดใจ
อีสุกอีใสอันตรายเพียงใด มีเด็กมากมายแค่ไหนที่เป็นอีสุกอีใส ไม่อาจทนผ่านช่วงเวลานั้นไปได้ แต่อาเซวียนของเขากลับทนจนผ่านมาได้
เขาไม่เชื่อว่าเด็กจะฝืนทนจนผ่านมาได้เอง แต่เพราะข้างกายมีอาหลัวคอยอยู่เคียงข้าง คอยดูแลเขาทุกคืนวัน
“ชีวิตของอาเซวียน เจ้าเป็นคนมอบให้!” เซียวยวี่กล่าวด้วยท่าทางหนักแน่นจริงจัง น้ำเสียงถึงกับสั่นเครือ “ชีวิตของข้า ก็เป็นของเจ้า!”
เซี่ยยวี่หลัวไม่ได้กล่าวอะไร โอบกอดเซียวยวี่ไว้แน่น แนบศีรษะชิดกับแผ่นอกของเซียวยวี่ ได้ยินเสียงหัวใจของเขาที่เต้นอย่างทรงพลัง กล่าวด้วยน้ำเสียงสะอื้นเล็กน้อย “อายวี่ ข ข้าเพียงอยากอยู่กับเจ้า อยู่ด้วยกันไปชั่วชีวิต”
“เด็กโง่ ไม่ว่าชาตินี้ ชาติหน้า หรือชาติต่อไป พวกเราก็จะอยู่ด้วยกัน” เซียวยวี่กล่าววาจาแฝงความรักลึกซึ้ง
เซี่ยยวี่หลัวเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากแดงก็ถูกเซียวยวี่งับไว้ทันที พร้อมกอดรัดคลอเคลีย
ทั้งสองคนต่างไม่กล่าวอะไรอีก พวกเขาต่างรู้ใจกันโดยไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ยวาจา
สายลมพัดผ่านมา โบกพัดมุมหนึ่งของผ้าม่านจนพลิ้วขึ้น ใบหน้าด้านข้างของทั้งสองคนถูกคนที่นั่งอยู่ในรถม้าที่เคลื่อนผ่านไปเห็นเข้าอย่างชัดเจน
เวินจิ้งอันเห็นเซียวยวี่ที่สวมใส่ชุดสีขาว ดวงตาพลันลุกวาว กำลังจะทักทาย ก็เห็นสตรีชุดแดงที่อยู่ข้างกายเขากำลังจ้องมองเขาด้วยท่าทางขวยเขิน ส่วนบุรุษผู้นั้นก็กำลังจ้องม มองสตรีชุดแดงด้วยแววตาแฝงความรักลึกซึ้ง ทั้งสองคนใกล้ชิดคลอเคลีย ความสัมพันธ์ไม่ธรรมดา
รอยยิ้มบนใบหน้าพลันแข็งทื่อ ดวงตาคู่งามดูเย็นเยียบในทันใด
เวินจวิ้นจงหัวเราะพร้อมกล่าวเสียงเบา “จิ้งอัน มองอะไรหรือ? เหตุใดถึงมองจนเหม่อลอยเพียงนั้น?”
เวินจิ้งอันเก็บคืนสายตา หัวเราะอย่างอ่อนหวาน “พี่ชาย วันนี้ถือเป็นวันมงคล ข้ากำลังคิดว่า พวกเราจะไปฉลองกันที่ไหนดี!”
มีเรื่องน่ายินดีถึงสองเรื่องในคราเดียว!
ไม่นานรถม้าก็เคลื่อนไปยังโรงเตี๊ยมที่เซี่ยยวี่หลัวจองไว้ล่วงหน้า นั่นเป็นโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดของอำเภอกว่างชาง ทั้งกินอาหารได้และพักอาศัยได้ ผู้เข้าสอบที่มีฐานะดี ส่วนให หญ่จะเลือกเข้าพักที่นี่
เก๋อเหลียงหยวนนั่งขับรถม้ากับบิดาอยู่ด้านนอก เมื่อรถม้าถึงภัตตาคาร เก๋อเหลียงหยวนจึงกระโดดลงไป หยิบเก้าอี้เหยียบลงมา เปิดม่านพร้อมกล่าว “อาจารย์ อาจารย์หญิง ถึงโรงเตี๊ยมแล้ว วขอรับ”
เซียวยวี่ลงจากรถม้าเป็นคนแรก พอเขาลงจากรถม้า ขอทานที่รอรับเงินมงคลอยู่หน้าภัตตาคารของโรงเตี๊ยมก็กรูกันเข้ามา พร้อมกล่าววาจามงคล “ขออวยพรให้คุณชายสอบผ่าน ได้อันดับหนึ ง ก้าวหน้าอย่างราบรื่น ไต่เต้าจนมีตำแหน่งสูง”
พวกเขาล้วนเป็นขอทาน เคยร่ำเรียนที่ไหนกัน วาจามงคลเหล่านี้ พวกเขาใช้เวลาเรียนรู้นานหลายปี ก่อนหน้านี้พูดเป็นเพียงขอให้สอบผ่านเท่านั้น!
เซี่ยยวี่หลัวเปิดม่านเดินออกมา ยิ้มพร้อมกล่าว “พูดได้ดี นี่คือเงินรางวัลของพวกเจ้า!”
นางโบกมือทีหนึ่ง โยนเงินเหรียญอีแปะจำนวนมากออกไปไกลจนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง ขอทานเหล่านั้นรีบวิ่งไปเก็บเงินรางวัลด้วยความดีอกดีใจ อาศัยจังหวะนี้ พวกเขาเข้าไปในโรงเตี๊ยมท ทันที
หนึ่งในขอทานที่เก็บเงินรางวัลอยู่ด้านนอก ระหว่างที่เก็บอยู่ จู่ๆเขาก็หันกลับไปมองจนลืมเรื่องเก็บเงิน
ขอทานคนข้างๆเอ่ยถาม “ทำไมเจ้าถึงไม่เก็บเงิน? มองอะไรของเจ้า?”
ขอทานผู้นั้นเอ่ยถาม “เจ้ารู้สึกหรือไม่ว่าคุณชายคนเมื่อครู่นี้ช่างดูคุ้นหน้านัก?”
“คุณชายคนไหน?”
“คนที่หน้าตาดีที่สุด ทำไมข้าถึงรู้สึกเหมือนเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อน” ขอทานผู้นั้นคิดอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกเหมือนเคยพบที่ไหนมาก่อน แต่เพราะเวลาผ่านไปนานมากแล้ว คิดจะนึกให้ออ อก กลับนึกไม่ออกว่าเคยพบที่ไหน
คนที่อยู่ข้างๆกล่าวเป็นเชิงเหน็บแนม “คนเขาเป็นบัณฑิต บางทีก่อนหน้านี้เขาเคยให้เงินเจ้า! เพราะหน้าตาดี เจ้าจึงจำได้!”
ขอทานผู้นั้นไม่ได้กล่าวอะไร บางทีคงเป็นเช่นนั้นกระมัง
ยังดีที่เซี่ยยวี่หลัวมาจองโรงเตี๊ยมไว้ล่วงหน้า จองไว้สามห้อง
พวกเขากลับห้องไปล้างหน้าบ้วนปากก่อน จากนั้นจึงลงไปชั้นล่าง เริ่มกินอาหาร
ภายในภัตตาคารครึกครึ้นยิ่งนัก มีบัณฑิตบางกลุ่มที่สอบเสร็จแล้ว ก็อยากผ่อนคลายบ้าง ภายในโถงใหญ่เต็มไปด้วยเสียงดังเซ็งแซ่ เซี่ยยวี่หลัวจองห้องพิเศษไม่ได้ ทำได้เพียงนั่งอยู่ภา ายในโถงใหญ่ ระหว่างกินอาหารคิดอยากพูดคุยบ้าง กลับโดนเสียงหัวเราะโวยวายข้างๆกลบหมด ด้วยความจนใจ พวกเขาได้แต่รีบกินให้เสร็จ กินเสร็จกลับห้องค่อยคุยก็ยังไม่สาย
แต่บัณฑิตเหล่านั้นเป็นพวกเสเพล หลังจากดื่มสุราไปจำนวนหนึ่ง ก็ตกอยู่ในอาการสติเลอะเลือนแล้ว
“พวกเจ้ารีบดูเร็ว ทางนี้มีสตรีที่งดงามยิ่งนัก สตรีผู้นี้หน้าตาช่างดีเหลือเกิน ข้าเพิ่งเคยเห็นสตรีที่งดงามถึงเพียงนี้เป็นครั้งแรก!” โต๊ะข้างๆมีคนดื่มมากเกินไป สอดส่ายสายตา มองไปทั่ว ย่อมต้องเห็นเซี่ยยวี่หลัวที่สวมใส่ชุดสีแดง
ใบหน้างดงามไร้ที่ติ บุคลิกงามสง่า เพียงเห็นก็ไม่อาจละสายตาได้
บัณฑิตผู้นั้นจ้องเซี่ยยวี่หลัวด้วยแววตาฉายประกายบ้าตัณหา ประกายชั่วร้ายหื่นกามในแววตาเห็นแล้วน่าสะอิดสะเอียน
พวกเซี่ยยวี่หลัวกินเสร็จแล้ว วางชามกับตะเกียบลงย่อมต้องจากไป
เซียวยวี่โอบเซี่ยยวี่หลัวเดินขึ้นชั้นบน บัณฑิตผู้นั้นรีบวิ่งมา ขวางทางเดินของเซี่ยยวี่หลัวไว้ “นี่แม่นาง อย่าเพิ่งไปสิ!”
“หลีกไป!” เซียวยวี่ขวางอยู่ตรงหน้าเซี่ยยวี่หลัว กล่าวกับคนบ้าตัณหาผู้นั้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“เจ้าเป็นใคร? เจ้าบอกให้ข้าหลีกข้าก็ต้องหลีกหรือ?” บนกายบัณฑิตผู้นั้นเต็มไปด้วยกลิ่นสุรา “เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร!”
“นางเป็นภรรยาของข้า ข้าเป็นสามีของนาง เจ้าคิดว่าข้าเป็นใคร?” เซียวยวี่กันเซี่ยยวี่หลัวไว้ด้านหลัง ไม่ให้คนตรงหน้ารบกวนนาง
ยามนี้บนชั้นสอง เวินจิ้งอันมองเรื่องที่เกิดขึ้นตรงชั้นล่าง เมื่อได้ยินเซียวยวี่บอกกล่าวความสัมพันธ์ระหว่างเขาและสตรีชุดแดง เวินจิ้งอันก็ถึงกับผงะไป
เขาแต่งงานแล้ว?
“ฮะฮะ ใครบอกว่าแต่งงานแล้วจะเป็นภรรยาของเจ้า ไม่แน่ว่าพรุ่งนี้อาจกลายเป็นภรรยาของข้าก็เป็นได้ เจ้าว่าจริงหรือไม่ แม่นางน้อย?” บัณฑิตผู้นั้นอยู่ในอาการเมามาย ไม่เห็นเซียว ยวี่อยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
เวินจิ้งอันแย้มรอยยิ้ม คนผู้นี้ถึงแม้จะเป็นคนไร้ประโยชน์ แต่วาจาที่กล่าวมาก็นับว่าน่าฟังทีเดียว
ใครบอกกันว่าแต่งงานแล้วจะเป็นสามีของนาง พรุ่งนี้จะกลายเป็นสามีของใคร ก็ยังไม่แน่!
เวินจิ้งอันมองจากตำแหน่งที่สูงกว่า มองรูปโฉมงามล่มเมืองของเซี่ยยวี่หลัว ก่อนยิ้มอย่างเย็นเยียบ หันขวับเดินจากไปทันที!
ส่วนเซี่ยยวี่หลัวก็สัมผัสได้ว่ามีสายตาไม่เป็นมิตรคู่หนึ่งจ้องมองตัวเอง นางเงยหน้าขึ้น หันมองไป แต่บนชั้นสองกลับว่างเปล่าไร้ผู้คน
หรือว่านางจะคิดไปเอง?
ระหว่างที่กำลังคิดอยู่ บัณฑิตที่บนกายเต็มไปด้วยกลิ่นสุราก็คิดจะลงไม้ลงมือ “เจ้าบัณฑิตยากไร้ เจ้าหลีกไปซะ ข้าจะสนทนากับแม่นางน้อยผู้นี้”