ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 617 ท่านอาจารย์ส่งข่าวกลับมาแล้ว
- Home
- ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์
- บทที่ 617 ท่านอาจารย์ส่งข่าวกลับมาแล้ว
บทที่ 617 ท่านอาจารย์ส่งข่าวกลับมาแล้ว
“แน่นอนว่าต้องช่วย!”
กวานเสี่ยวโหรวตอบอย่างไม่คิด “เจ้าก็รู้ว่าสามีให้ความสำคัญกับเขาเถี่ยกว้านมากเพียงใด และจั่วเฟยเฟยก็ลงจากเขาเพื่อช่วยหมู่บ้านต้านทานพวกโจร พวกเราไม่สามารถนิ่งนอนใจและปล่อยให้จั่วเฟยเฟย และเหล่าคนงานหญิงฝั่งโน้นตกอยู่ในอันตรายได้หรอก”
“แต่หยางเจวี้ยนหลิ่งนั้นอยู่ห่างจากหมู่บ้านเรามาก ถ้าเราพาคนไปโดยไม่เตรียมตัวแบบนี้ มันอันตรายเกินไป! แทนที่จะได้ช่วยชีวิต กลับกลายเป็นเราต้องเอาชีวิตไปทิ้งเสียเอง!”
ถังตงตงคัดค้านในทันที
“ข้ารู้ ข้ารู้!”
ในช่วงสองวันที่ผ่านมา กวานเสี่ยวโหรวพยายามบังคับให้ตัวเองสงบ ในที่สุดก็อดกลั้นไม่ไหวและเดินวนไปเวียนมาด้วยความร้อนใจ “สามีเคยกล่าวไว้ว่า ตราบใดที่คิดหาหนทาง ย่อมมีทางออกมากกว่าอุปสรรคเสมอ ข้าจะต้องหาทางออกให้ได้ ข้าจะต้องหาทางออกให้ได้!”
แต่ในเวลานี้ อาวุธที่ซีเหอวานสามารถใช้ได้ส่วนใหญ่ก็ใช้ไปหมดแล้ว ทั้งยังไม่มีคนเพียงพอ นางจะสามารถหาวิธีใดได้เล่า
แม้ว่าจำนวนชาวบ้านทั้งชายและหญิงจะมีจำนวนไม่น้อย แต่พวกเขาก็ไม่ได้รับการฝึกฝนอย่างมืออาชีพ ออกมาช่วยกันป้องกันหมู่บ้านก็ยังได้รับบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก หากส่งพวกเขาออกไปช่วยเหลือพวกจั่วเฟยเฟย ก็ไม่ต่างกับการส่งไปตายเปล่า
และคงจะตายอย่างไร้ค่าด้วย
ส่วนผู้คุ้มกันภัย ก็น่าจะสามารถฝ่าวงล้อมของโจรท้องถิ่นได้ แต่ผู้คุ้มกันภัยที่เหลืออยู่ในหมู่บ้านตอนนี้ยังไม่เพียงพอที่จะปกป้องหมู่บ้าน หากส่งพวกเขาออกไปแล้วหมู่บ้านจะเอาอย่างไร
เขาเถี่ยกว้านนั้นสำคัญ แต่โรงงานในหมู่บ้านสำคัญกว่า!
กวานเสี่ยวโหรวนึกถึงบอลลูนลมร้อนด้วยซ้ำ แต่ผู้คุ้มกันภัยที่รับผิดชอบบอลลูนลมร้อน บอกว่าหมอกหนาเกินไป และเมื่อบอลลูนลมร้อนขึ้นไปบนฟ้าก็จะมองไม่เห็นข้าศึก ปล่อยออกไปก็ไร้ประโยชน์
จินเฟิงเคยสั่งไว้ว่าบอลลูนลมร้อนคือไม้ตายที่ซีเหอวานจะใช้เอาตัวรอด ห้ามเปิดเผยจนกว่าจะถึงคราวจำเป็น
กวานเสี่ยวโหรวคิดทบทวนอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจว่าจะยังไม่ใช้บอลลูนลมร้อนในตอนนี้
“จะทำอย่างไรดี จะทำอย่างไรดี!”
กวานเสี่ยวโหรวกระวนกระวายจนกัดริมฝีปากแน่น แต่ก็คิดหาวิธีที่ดีไม่ออก
“สามีเคยกล่าวว่า สามัคคีคือพลัง หากคิดเพียงลำพังแล้วไม่สามารถหาคำตอบได้ ก็ให้หาคนมาช่วยคิด!”
นึกถึงตรงนี้ กวานเสี่ยวโหรวจึงกล่าวว่า “เสี่ยวอวี้ ไปดูหัวหน้าหมู่บ้านทั้งสามและหัวหน้ากองร้อยฝานทีว่าพอมีเวลาหรือไม่ ถ้ามีเวลาก็ให้มาประชุมกัน ช่วยกันคิดหาวิธี!”
เสี่ยวอวี้กำลังจะตอบ ก็มีผู้คุ้มกันภัยหญิงอีกคนวิ่งเข้ามา
“ฮูหยิน หัวหน้า ท่านอาจารย์ส่งข่าวกลับมาแล้ว!”
ผู้คุ้มกันหญิงสิ่งถือกระบอกไม้ไผ่เล็ก ๆ เข้ามาพร้อมตะโกนเสียงดัง
“รีบเอามาให้ข้าดู!”
กวานเสี่ยวโหรวตื่นเต้นและเดินเข้าไปรับกระบอกไม้ไผ่ทันที
นกพิราบสื่อสารที่จินเฟิงเลี้ยงไว้นั้นมีไม่มากนักจึงไม่ค่อยได้ใช้งาน กวานเสี่ยวโหรวจึงไม่ได้รับข่าวสารจากเขาเป็นเวลานานแล้ว
ถึงแม้ว่าจะยังไม่รู้ว่าในกระบอกไม้ไผ่นั้นเขียนว่าอะไร แต่แค่รู้ว่าจินเฟิงส่งจดหมายมา กวานเสี่ยวโหรวก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาไม่น้อย
นางรีบเปิดกระบอกไม้ไผ่ออก และหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่มีตัวหนังสือเล็ก ๆ เขียนอยู่เต็มไปหมดออกมา
ตอนนี้กวานเสี่ยวโหรวจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนเองไม่รู้หนังสือ นางไม่สนใจว่าตนจะขายหน้าหรือไม่และรีบส่งกระดาษนั้นให้ถังตงตง “เร็ว รีบดูสิ สามีเขียนอะไรมา!”
ถังตงตงรับกระดาษเอาไว้ก่อนจะรีบอ่านทันที
และสีหน้าที่เคร่งเครียดราวราวกับมีน้ำแข็งเกาะก่อนหน้านี้ก็ละลายหายไปอย่างรวดเร็วราวกับได้พบกับแสงอาทิตย์
สีหน้าของนางกลายเป็นความประหลาดใจ ตกตะลึงและมีความกระจ่างแจ้งราวกับพบทางออก
เมื่อกวานเสี่ยวโหรวเห็นถังตงตงแสดงออกเช่นนี้ ก็ยิ่งร้อนใจ นางฉุดแขนของถังตงตงก่อนจะถามขึ้นว่า “สามีเดินทางถึงไหนแล้ว?”
“จินเฟิงบอกว่าเขาและเสียวเป่ยเดินทางมาถึงสุยโจวแล้ว และจะกลับมาถึงเร็ว ๆ นี้ และเขาก็รับทราบเรื่องของพวกเราแล้ว”
“แล้วเขาว่าอย่างไรอีก?”
“จินเฟิงให้เถี่ยจือนำม้าศึกสามร้อยตัวกลับมา และให้ถอนผู้คุ้มภัยจากกวางเหยวียนและหัวเมืองต่าง ๆ กลับมาเพื่อจัดตั้งกองทหารม้า พร้อมกับสั่งให้การกวาดล้างพวกโจรที่บริเวณโดยรอบโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้มีผู้คนแอบอ้างเป็นโจรท้องถิ่นและฉวยโอกาสซ้ำเติม!”
ถังตงตงกล่าวอย่างรวดเร็ว “จินเฟิงยังบอกว่าให้เสี่ยวอวี้เร่งระดมชาวบ้านออกไปป่าวประกาศให้ชาวบ้านรู้ว่าการแอบอ้างเป็นโจรท้องถิ่นเพื่อเข้าปล้นจินชวนมีโทษถึงประหารชีวิต แม้ว่าราชสำนักจะไม่เอาเรื่อง แต่ทางสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยียนจะไม่เว้นโทษเด็ดขาด!”
“ทำไมก่อนหน้านี้ข้าถึงคิดวิธีนี้ไม่ออกนะ”
เมื่อกวานเสี่ยวโหรวได้ฟังคำพูดของถังตงตงแล้วก็ตีหน้าผากของตัวเองหลายครั้งด้วยความเจ็บใจ
แม้ว่านกพิราบสื่อสารจะมีความรวดเร็ว แต่ก็ยังต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะไปถึงและกลับมา
หากจินเฟิงบอกว่าเขาอยู่ที่เมืองสุยโจว นั่นแปลว่าเขาได้รับข้อมูลที่เกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อน
เขาเองก็คาดไม่ถึงว่าเรื่องนี้มันจะบานปลายได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงประเมินความสามารถของเฉินซื่อเหยียต่ำเกินไป
หากเป็นช่วงแรกที่มีโจรออกอาละวาด วิธีของจินเฟิงคงจะได้ผลดี แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้คุ้มภัยในหมู่บ้านถูกเฉินซื่อเหยียวางแผนดูดกลืนจนหมดสิ้น เขาเถี่ยกว้าน เฮยสุ่ยโกว ซวงถัวเฟิงและหมู่บ้านอื่น ๆ ก็ถูกเฉินซื่อเหยียหลอกล่อให้แบ่งแยกออกจากกัน ทำให้แต่ละหมู่บ้านต้องต่อสู้ด้วยตัวเอง
จริง ๆ แล้วกวานเสี่ยวโหรวได้ส่งข่าวถึงหลิวเถี่ยและจงหลิงเอ่อร์แล้ว ซึ่งถือว่าสอดคล้องกับวิธีของจินเฟิง เพียงแต่ว่านางช้าเกินไป และตอนนี้ม้าศึกและผู้คุ้มภัยก็ยังไม่มาถึง
กวานเสี่ยวโหรวรู้ดีว่าวิธีของจินเฟิงนั้นได้ผลดี แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันสายเกินไป
“เสี่ยวโหรว อย่าโทษตัวเองเลยนะ เจ้าทำดีที่สุดแล้ว”
ถังตงตงปลอบโยนสักพัก แล้วแกล้งเปลี่ยนหัวข้อพูดคุยว่า “ข้ายังพูดไม่จบเลย จินเฟิงยังสั่งความอีกอย่าง”
“รีบพูดมา!” กวานเสี่ยวโหรวหันไปให้ความสนใจอีกครั้ง
“เขาให้เสี่ยวอวี้บอกชาวบ้านว่าพวกเราซีเหอวานได้ซื้อข้าวจากเจียงหนานมาเตรียมไว้ช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่พวกขุนนางที่ซื่อชวนอยากขายข้าวราคาแพงเพื่อหากำไรจากความเดือดร้อน จึงหาเรื่องปิดยุ้งฉางพวกเรา”
กล่าวมาถึงตรงนี้ ถังตงตงก็หันไปทางเสี่ยวอวี้ “จินเฟิงกำชับโดยเฉพาะเลยว่าให้บอกชาวบ้านล่วงหน้าว่า พวกเราหอการค้าจินชวนจะขายข้าวในยุ้งฉางในราคาเดียวกับปีก่อน และจะไม่ขึ้นราคา ชาวบ้านที่ไม่มีเงิน ก็สามารถช่วยเราทำงานเพื่อแลกข้าวได้!”
“ข้าเข้าใจแล้ว!” เสี่ยวอวี้พยักหน้ารับคำสั่งก่อนจะขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “แต่แบบนี้ ท่านอาจารย์ก็จะกลายเป็นศัตรูกับพวกขุนนางโดยสิ้นเชิง!”
“การที่จินเฟิงเริ่มรวบรวมเสบียงตั้งแต่แรก เขาก็รู้ดีอยู่แล้วว่าจะต้องมีคนไม่พอใจมากมาย”
กวานเสี่ยวโหรวนึกถึงคำพูดที่จินเฟิงเคยบอกไว้ จึงส่ายหน้าพร้อมกล่าวว่า “ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ ทำตามที่จินเฟิวสั่งไว้ก็พอ!”
“รับทราบ!”
เสี่ยวอวี้พาเสี่ยวเถียนและผู้คุ้มกันหญิงที่นำจดหมายมาด้วยออกไปทันที
การออกไปป่าวประกาศบางอย่าง ย่อมเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย เสี่ยวอวี้จึงต้องไปจัดการด้วยตนเอง
กวานเสี่ยวโหรวเก็บจดหมายแล้วเตรียมจะกลับไปรอหัวหน้าหมู่บ้านทั้งสามและหัวหน้ากองร้อยฝาน แต่อยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงระฆังดังถี่ ๆ จากด้านนอก
“เกิดอะไรขึ้น พวกโจรบุกเข้ามาอีกหรือ?”
สีหน้าของกวานเสี่ยวโหรวเปลี่ยนไป
“พี่สะใภ้ พี่เถี่ยจือพาคนกลับมาแล้วและยังนำม้าศึกกลับมาอีกมากมายด้วย!”
ชาวบ้านคนหนึ่งวิ่งเข้ามา “พวกโจรที่ปากหมู่บ้านก็ถูกพี่เถี่ยจือนำคนตีแตกไปหมดแล้ว!”
“พี่เถี่ยจือกลับมาแล้วหรือ!”
กวานเสี่ยวโหรวรีบวิ่งออกจากบ้านด้วยอาการดีใจ
อาจวี๋จึงรีบนำเหล่าผู้คุ้มกันภัยหญิงตามมาติด ๆ
ที่หน้าหมู่บ้าน หลิวเถี่ยพร้อมด้วยทหารม้ากว่าสิบนาย จัดกระบวนทัพเป็นลูกธนูและพุ่งเข้าใส่กลุ่มโจร
ด้วยสถานการณ์ในหมู่บ้านที่เลวร้าย คนที่หลิวเถี่ยนำมาล้วนแต่เป็นผู้คุ้มกันภัยรุ่นแรก ๆ ที่มีประสบการณ์จากกวาดล้างพวกโจร รวมถึงที่ซื่อชวน จึงจัดว่าเป็นทหารผ่านศึกทั้งนั้น นับเป็นกองกำลังในบังคับบัญชา ที่ยอดเยี่ยมของจินเฟิง
นอกจากการใช้หน้าไม้ที่ชำนาญแล้ว ฝีมือการต่อสู้ยังเด็ดขาดอีกด้วย
แม้จะไม่ได้สวมชุดเกราะ แต่ทุกคนก็มีดาบทมิฬที่คมกริบเป็นอาวุธชั้นยอด