ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2637 พวกเจ้าสู้เถอะ
เนื่องจากมู่เฉียนซีลงมืออย่างใจกว้าง การเดิมพันจึงกำหนดไปตามนี้
โยวเยี่ยเสียกล่าวว่า “พวกเราจะเข้าไปที่เขตชั้นในของป่าภูตวิญญาณปีศาจ ส่วนพวกเจ้าที่ยังไม่ถึงระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณ ไม่สามารถเข้าไปถึงเขตชั้นในได้ ดังนั้นการอยู่เขตชั้นนอกจ จึงค่อนข้างปลอดภัยกว่า เข้าใจใช่หรือไม่”
“ขอรับ! ฝ่าบาทเสีย พวกเราจะไม่สร้างปัญหาให้ท่านอย่างแน่นอน” เมื่ออยู่ต่อหน้าโยวเยี่ยเสีย อัจฉริยะหนุ่มสาวของเมืองเสียเหล่านี้ก็เป็นราวกับแกะน้อยที่เชื่อฟังก็มิปาน
“เช่นนั้นคงต้องมอบหน้าที่ให้พวกเจ้าดูแลเฉียนซีแล้ว อย่างปล่อยให้นางได้รับบาดเจ็บ นางคือหลานสาวผู้เป็นแก้วตาดวงใจของน้องอวู่ซวงของพวกข้า” โยวเยี่ยเสียกล่าวสั่ง
มู่อวู่ซวงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขากล่าวว่า “ซีเอ๋อร์ไม่จำเป็นต้องได้รับการปกป้องจากพวกเขาหรอก!”
“อวู่ซวงเจ้าอยากจะพาหลานสาวของเจ้าเข้าไปในเขตชั้นในด้วยกันอย่างนั้นหรือ” โยวเยี่ยเสียกล่าว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ความหมายของอาเล็กของข้าคือข้ามีคนคุ้มกันอยู่แล้ว นอกจากนี้ความสามารถของพวกเขาก็ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะดูแลข้าได้อีกด้วย”
จิ่วเยี่ยยืนอยู่ด้านหลังของมู่เฉียนซี แม้ว่าเขาจะไม่ได้เอ่ยปากกล่าวอะไรออกมา แต่เขาก็ดูถูกคนเหล่านี้อย่างชัดเจน ซีของเขา เขาย่อมสามารถดูแลได้อยู่แล้ว จำเป็นต้องใช้เจ้ามดปล ลวกเหล่านี้ด้วยหรือไง
“ระหว่างหนุ่มสาวมักมีหัวข้อสนทนาที่คล้ายกัน แม้ว่าคนผู้นี้จะมีความสามารถที่ไม่เลว! แต่ก็ไม่ชอบพูดอยู่ดี! นี่ข้ากลัวว่าเฉียนซีจะเบื่อต่างหาก” โยวเยี่ยเสียกล่าว
“เอาล่ะ! พวกเราออกเดินทางกันเถอะ!”
คนที่นำกลุ่มโดยเจ้าเมืองหลักสองสามแห่งกับมู่อวู่ซวงได้มุ่งหน้าไปยังเขตชั้นในของป่าภูตวิญญาณปีศาจ มู่เฉียนซีมองไปยังแผ่นหลังของอาเล็กของตนเองพลางกล่าวว่า “อาเล็ก ท่านต้อ องระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ”
“อื้ม ซีเอ๋อร์วางใจเถิด”
หลังจากที่เหล่าองค์ชายเดินไปแล้ว ภายนอกของหนุ่มสาวอัจฉริยะเหล่านี้ยังคงทำตัวดีต่อหน้ามู่เฉียนซี แต่ความจริงแล้วพวกเขาแอบดูหมิ่นมู่เฉียนซีอยู่อย่างลับ ๆ
หลังจากนั้นก็มีชายหนุ่มที่หยิ่งผยองคนหนึ่งกล่าวว่า “พวกเราเองก็ควรออกเดินทางได้แล้ว ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้ฝึกบำเพ็ญ ฉะนั้นความเร็วของเจ้าคงช้ามากแน่นอน ทว่าเพื่อที่จะดูแลเจ้า พวกเราจะลดความเร็วให้ช้าลง! แต่ก็ไม่สามารถช้ามากเกินไป หรือให้ช้ากว่าหอยทากก็ไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นเจ้าจะต้องตามมาให้ทัน”
ก่อนที่หนุ่มน้อยผู้นั้นจะกล่าวจบ ทุกคนก็ค้นพบว่าร่างเงาสีม่วงนั้นพุ่งทะยานออกไปแล้ว และหลังจากที่ใช้ความพยายามเพียงพริบตาเดียว พวกเขาก็ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเสียแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เอาคำพูดคำจาที่ไร้สาระมาจากไหนมากมาย ไล่ตามข้าให้ทันก่อนค่อยมาพูดเถอะ!”
ถึงจะไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้ แต่พลังทางกายภาพของนางก็ไม่ได้แย่เช่นกัน ฉะนั้นความเร็วของนาง ย่อมไม่มีทางช้าอยู่แล้ว!
อัจฉริยะของเมืองเสียเหล่านี้ต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง และกล่าวอย่างเหลือเชื่อว่า “ช่างเป็นความเร็วที่รวดเร็วจริง ๆ นี่มันเป็นไปได้อย่างไร”
“ในร่างกายของนางไม่มีการไหลเวียนของพลังแห่งภูตผีเลยแม้แต่น้อย นี่เป็นพลังกายของนางล้วน ๆ แต่การที่นางระเบิดความเร็วเช่นนี้ออกมาได้ ก็ไม่น่าเป็นไปได้อยู่ดี!”
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับนางก็ตาม พวกเราก็ต้องตามไป และไม่อาจปล่อยให้นางทิ้งห่างไปไกลเกินไปได้ นี่มันน่าอายเกินไปแล้ว!” สาวน้อยคนหนึ่งกล่าวขึ้น
ชุดกระโปรงสีแดงของนางโบกสะบัดไปตามสายลม จากนั้นนางก็ไล่ตามไปด้วยความเร็วที่รวดเร็ว
“พวกเราตามไปเถอะ!”
แน่นอนว่าความเร็วของมู่เฉียนซีจะต้องเร็วมากอยู่แล้ว แม้ว่าพวกเขาจะใช้พลังแห่งภูตผีในการไล่ตามนาง แต่ก็ยังคงรู้สึกว่ามันกินแรงมากเกินไปอยู่ดี
พวกเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่า เด็กสาวคนหนึ่งจะฝึกฝนพลังกายของตนเองจนมาถึงจุดนี้ได้อย่างไม่คาดคิดเช่นนี้ แต่พวกเขาจะไม่ยอมให้ตนเองถูกเปรียบเทียบว่าไม่สามารถสู้คนไร้ค่าที่ไม่มีพล ลังบำเพ็ญเลยแม้แต่น้อยได้ ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามไล่ตามอย่างสุดกำลัง
คนที่สามารถถูกโยวเยี่ยเสียเลือกมาได้นั้น ย่อมมีความสามารถที่แข็งแกร่งมากอยู่แล้ว และพวกเขาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อดึงระยะห่างระหว่างมู่เฉียนซีเอาไว้
ถึงสถานที่แห่งนี้คือชั้นนอกของป่าภูตวิญญาณปีศาจ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอันตรายใด ๆ อยู่เลย และหลังจากที่พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีสัมผัสถึงกลิ่นอายที่อันตรายโดยรอบ ร่ างเงาสีม่วงของนางก็ชะลอความเร็วลง
แต่บนใบหน้าของอัจฉริยะจากเมืองเสียที่ตามหลังมาเหล่านั้นต่างเต็มไปด้วยความยินดี พลางกล่าวว่า “นางไม่มีพลังวิญญาณคอยสนับสนุนแต่อาศัยเพียงพลังกายเท่านั้น แน่นอนว่าต้องฝืนไปได้ ไม่นานอยู่แล้ว ในที่สุดก็ตามนางทันเสียที”
“เมื่อถึงตอนนั้นเราค่อยปล่อยให้นางรั้งท้าย และให้นางไล่ตามพวกเราอย่างสุดชีวิตบ้าง”
ถึงจะเห็นว่าตนเองถูกแซงหน้าไป แต่สีหน้าของมู่เฉียนซีก็ยังคงสงบนิ่ง นางกล่าวว่า “มีเหยื่อมาแล้ว ในเมื่อพวกเจ้ามีพลังแห่งภูตผีเพียงพอ เช่นนั้นเหยื่อนี้ ข้ามอบให้พวกเจ้าเป็นคน นจัดการก็แล้วกัน”
ตูมมมม!
พวกเขารู้สึกว่ามีกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวกำลังพุ่งกระโจนมาทางเบิ้องหน้าของพวกเขา และนัยน์ตาของพวกเขาหดลงอย่างกะทันหัน หลังจากนั้นก็ได้เห็นสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์สีดำตัวหนึ่ง
“อินทรีปีศาจ!”
“ให้ตายเถอะ! คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นอินทรีปีศาจ!”
พวกเขาคืออัจฉริยะของเมืองเสีย เป็นคนหนุ่มสาวที่มีความสามารถถึงระดับจักรพรรดิวิญญาณ แต่ทว่าความสามารถของอินทรีปีศาจนี้เทียบเท่ากับจักรพรรดิวิญญาณขั้นสูง ฉะนั้นมันจึงยากที่พวกเข ขาจะรับมือกับมันได้
เดิมทีพวกเขาก็สงสัยอยู่ว่าเหตุใดถึงไม่พบสัตว์ภูตวิญญาณอื่นเลยตลอดทาง คิดไม่ถึงว่าทันทีที่มาก็เป็นสัตว์ภูตวิญญาณที่แข็งแกร่งเช่นนี้เสียได้
ใบหน้าของพวกเขาแต่ละคนบิดเบี้ยวเล็กน้อย จากนั้นก็เหลือบมองมู่เฉียนซีที่ถอยออกไปไกล ผู้หญิงคนนี้รู้แต่แรกจึงได้ชะลอความเร็วลง ซึ่งเป็นผลให้พวกเขาพุ่งทะยานเข้ามาในขอบเขตการ โจมตีของอินทรีปีศาจเช่นนี้
เสียงลมพายุดังคำรามขึ้นมาอย่างน่าสะพรึงกลัว และตอนนี้อินทรีปีศาจขนาดยักษ์ก็เริ่มโจมตีใส่พวกเขาแล้ว พวกเขาที่เดิมทีภูมิใจว่าในที่สุดตนเองสามารถไล่ตามมู่เฉียนซีได้ ทว่าในตอนนี กำลังเป็นทุกข์หลังจากที่เพิ่งได้ดีใจอย่างสุดขีด!
“กระจายตัว!”
“ทุกคนไม่ต้องตกใจ! หากพวกเราร่วมมือกัน จะต้องจัดการมันได้อย่างแน่นอน”
“…”
พวกเขารู้สึกกระวนกระวายใจเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับพลังอันน่าสะพรึงกลัวของอินทรีปีศาจ แต่เพียงไม่นานพวกเขาก็สงบลง อย่างไรเสียพวกเขาก็เป็นถึงอัจฉริยะของเมืองเสีย ความสามารถของ พวกเขาหากร่วมมือกันก็ไม่อ่อนแอเช่นกัน
ตูมมม โครมม!
การโจมตีที่ทรงพลังจู่โจมเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า และพวกเขาบางคนก็แสดงทักษะที่สามารถยืนเผชิญหน้ากับอินทรีปีศาจเหล่านี้ได้
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
เสียงแหวกอากาศที่รุนแรงนับครั้งไม่ถ้วนได้ทรมานคนเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาประทะกับมันหลายสิบกระบวนท่า และในที่สุดก็มีคนได้รับบาดเจ็บ
เหงื่อกาฬผุดขึ้นมาบนหน้าผากของพวกเขา หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้ใช้การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา โจมตีไปที่จุดสำคัญของอินทรีปีศาจตัวนั้นอีกครั้ง
“โฮกกกกก!” เนื่องจากอินทรีปีศาจถูกทำให้บาดเจ็บ และด้วยความเจ็บปวดบนร่างกายทำให้ยิ่งอันตรายมากขึ้นไปอีก ซึ่งมันก็ทำให้สัตว์ภูตวิญญาณที่โกรธแค้นจู่โจมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อเผชิญหน้ากับอินทรีปีศาจที่แข็งแกร่งกว่าพวกเขามาก แม้ว่าพวกเขาจะได้เปรียบเรื่องจำนวน แต่ก็ยังคงยากที่จะเอาชนะมันได้อยู่ดี
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาโกรธก็คือ ในขณะที่พวกเขากำลังต่อสู้อยู่กับอินทรีปีศาจอย่างยากลำบาก มู่เฉียนซีกลับหลบซ่อนอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยเพื่อดูพวกเขา โดยที่ไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่ น้อย
มู่เฉียนซีกำลังสังเกตดูความสามารถของอัจฉริยะในแดนนรกเหล่านี้ ซึ่งแน่นอนว่าความสามารถของแต่ละคนนั้นค่อนข้างที่จะยอดเยี่ยมกว่าอัจฉริยะของแดนซวนเทียนเล็กน้อย เพียงแต่สำหรับนาง แล้วไม่ให้ความรู้สึกที่คุกคามเลยแม้แต่น้อย
“มู่เฉียนซี เมื่อครู่นี้ไม่ใช่ว่าเจ้าเก่งมากหรอกหรือ มีความเร็วที่รวดเร็วขนาดนั้น เหตุใดถึงได้ไม่มาช่วยกันล่ะ” มีคนกล่าวขึ้น
“พวกเจ้าก็รู้ ว่าข้าไม่มีพลังบำเพ็ญใด ๆ เลย แล้วจะให้ช่วยได้อย่างไร เรื่องต่อสู้มอบให้เป็นหน้าที่ของพวกเจ้าก็แล้วกัน พวกเจ้าก็พยายามเข้าล่ะ!” มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกยิ้ มขึ้นมาอย่างขี้เล่น
ดวงตาของพวกเขาแต่ละคนลุกโชนไปด้วยความโกรธ พลางกล่าวว่า “คนขี้ขลาด!”
การต่อสู้เต็มไปด้วยการนองเลือด พวกเขาพยายามต่อสู้อย่างสุดกำลัง จนได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย และสุดท้ายพวกเขาก็ค่อย ๆ ล้มลงทีล่ะคน เมื่อเห็นว่าพวกเขากำลังจะถูกอินทรีปีศาจฉีกเป็ นชิ้น ๆ ทันใดนั้นก็มีเสียงแหวกอากาศดังออกมานับไม่ถ้วน
ซึ่งนั้นก็คือเข็มยาน้ำของมู่เฉียนซีนั่นเอง!
มู่เฉียนซีฉวยโอกาศตอนที่อินทรีปีศาจกำลังอ่อนแอ ใช้เข็มยาแท่งเข้าไปที่จุดสำคัญของมัน
ถึงมันสามารถหลบหลีกการโจมตีจากเข็มยาได้ส่วนหนึ่ง แต่มันไม่มีทางหลบทั้งหมดได้อย่างแน่นอน
พรวด!
และในที่สุดก็โดนโจมตีแล้ว