ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2686 ความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอยกัน
โยวเยี่ยจี๋ส่ายศรีษะพลางกล่าวว่า “ไม่ต้องหรอก อย่างไรเสียคนพวกนั้นก็ฆ่าโยวเยี่ยอวู่ซวงไม่ได้อยู่ดี! ถึงพวกเจ้าจะไป ก็ฆ่าเขาไม่ได้เช่นกัน!”
ในตอนที่อยู่เทือกเขากระดูกดำได้ทดสอบแล้ว และเขารู้ว่าคนผู้นั้นแข็งแกร่งมากเพียงใด
ไม่ว่าเจ้าพวกไร้ประโยชน์นั่นจะส่งยอดฝีมือไปมากเพียงใด แต่จะไม่มีใครได้กลับมาแน่นอน
“อะไรนะ” คนเหล่านี้ต่างตะลึงงันไปทันที
“พวกข้าไม่เชื่อหรอกพ่ะย่ะค่ะ! แม้ว่าข้างกายของโยวเยี่ยอวู่ซวงจะมียอดฝีมืออยู่ถึงคนสองคน แต่ถ้าพวกข้าเสี่ยงที่จะสู้อย่างเต็มที่ก็จะต้องฆ่าเขาได้แน่นอน!”
“ใช่แล้ว! ในการประชุมศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบแปดเขตแดน โยวเยี่ยอวู่ซวงก็แค่อาศัยการกินยาอย่างหน้าไม่อายเพื่อผลาญพลังแห่งภูตวิญญาณของฝ่าบาท จนทำให้ฝ่าบาทต้องฝืนใจเสมอกับเขาในการต่อสู้ ตอนนี้เขาสามารถเลื่อนขั้นมาเป็นราชันย์วิญญาณได้แล้ว นอกจากนี้นี่ไม่ใช่การเลื่อนขั้นเป็นราชันย์วิญญาณแบบธรรมดาอีกด้วย มีทั้งสายฟ้าลงทัณฑ์ที่น่าสะพรึงกลัว แล้วยังจะมีพลังแห่งภูตวิญญาณลึกลับที่แข็งแกร่งนั่นอีก หลังจากนี้ไปเขาคงจะต้องทำตัวเกินหน้าเกินตาเหนือฝ่าบาทเป็นแน่! พระองค์เป็นถึงองค์รัชทายาท เป็นผู้สูงส่งมากที่สุดในแดนวิญญาณ จะสามารถทนให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรเล่าพ่ะย่ะค่ะ”
พวกเขากระวนกระวายใจเป็นอย่างยิ่ง แต่โยวเยี่ยจี๋กลับนิ่งสงบมาก นี่มันช่างเหมือนผู้สังเกตการณ์กังวลมากกว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องจริง ๆ!
โยวเยี่ยจี๋กล่าวว่า “แม้ว่าคนของโยวเยี่ยอวู่ซวงจะขวางการลอบสังหารครั้งนี้ไม่ได้ แต่เสด็จพ่อก็จะไม่ยอมปล่อยให้เขาถูกฆ่าแน่นอน! ดังนั้นพวกเราจึงไม่เหมาะที่จะลงมือ หากเป็นศัตรูกับเสด็จพ่อไปก็ไม่มีจุดจบที่ดีอยู่ดี!”
พวกเขาตะลึงงันไปทันที พลางกล่าวว่า “องค์จักรพรรดิต้องการช่วยฝ่าบาทอวู่ซวงหรือพ่ะย่ะค่ะ เป็นเพราะสายเลือดและพรสวรรค์ของฝ่าบาทอวู่ซวงอย่างนั้นหรือ! หรือองค์จักรพรรดิต้องการเปลี่ยนตำแหน่งของรัชทายาท คิดไม่ถึงเลยว่าองค์จักรพรรดิจะลำเอียงเช่นนี้!”
โยวเยี่ยจี๋แอบบ่นพึมพำกับตนเอง “ใช่แล้ว! ลำเอียง! แต่ข้าก็หวังว่าเขาจะไม่ลำเอียงไปมากกว่านี้ก็แล้วกัน!”
“เอาล่ะ! สิ่งที่พวกเราต้องทำคือการไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น แค่รอก็พอแล้ว ไม่ว่าหลังจากนี้โยวเยี่ยอวู่ซวงจะเปล่งประกายมากเพียงใด หากนับจากผู้ที่ได้รับความเคารพนับถือจากคนของแดนวิญญาณ สุดท้ายแล้วผู้ที่ชนะย่อมไม่ใช่โยวเยี่ยอวู่ซวงแน่นอน แต่เป็นข้า!” โยวเยี่ยจี๋กล่าวอย่างหนักแน่น
“แน่นอนว่าต้องเป็นฝ่าบาทอยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ” พวกเขาแต่ละคนต่างกล่าวด้วยความเคารพ
ถึงจะหาจนทั่วทั้งจวนเจ้าเมือง แต่คนเหล่านั้นก็ไม่สามารถหามู่อวู่ซวงเจออยู่ดี “คงรู้ว่าพวกเราต้องการลงมือ จึงได้หลบออกไปอย่างนั้นสินะ ไปหาที่อื่นกันเถอะ!”
หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ได้ทราบข่าว ขณะเดียวกันมังกรวารีก็ได้กางค่ายกลคลุมหอหมอปีศาจเอาไว้ เพื่อรอการมาถึงของพวกเขาแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “มังกรวารี เจ้าไม่ได้บอกว่าข้าจะลงโทษเจ้าอย่างไรก็ได้อย่างนั้นหรือ ตอนนี้ข้าต้องการที่จะลงโทษเจ้า เจ้าจงทำภารกิจกำจัดคนที่มายังหอหมอปีศาจเพื่อฆ่าอาเล็กทั้งหมดเหล่านั้นให้สำเร็จ”
มังกรวารีคุกเข่าข้างเดียวอยู่บนพื้นพลางกล่าวว่า “มังกรวารีน้อมรับคำสั่ง!”
นี่จะถือว่าเป็นการลงโทษได้อย่างไรกัน เห็นได้ชัดว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่เขาควรทำอยู่แล้ว
ตอนนั้นนายท่านโกรธที่เขาเข้าไปขัดขวางและฝ่าฝืนคำสั่งของนาง แต่ก็รู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นทำไปก็เพื่อปกป้องนาง ไม่อยากให้นางได้รับบาดเจ็บ!
บัดนี้เมื่อเรื่องทุกอย่างคลี่คลาย เมฆเปิดจนสามารถเห็นดวงจันทราที่สว่างไสวได้แล้ว นายท่านจะยอมทนลงโทษเขาอย่างเต็มใจได้อย่างไร
“มังกรร้าย และพวกเจ้าทั้งหมด เรื่องนี้มังกรวารีเป็นผู้รับผิดชอบ ฉะนั้นพวกเจ้าจะต้องทำตามคำสั่งทั้งหมดของมังกรวารี!”
“ขอรับ!”
พวกเขาไม่มีทางบุกเข้ามาในหอหมอปีศาจได้ ทั้งค่ายกล อาวุธลับ พิษ และกับดักต่าง ๆ ทำให้พวกเขาต้องประสบกับความสูญเสียอย่างยิ่งใหญ่
ด้วยเหตุนี้เหล่านักลอบสังหารจึงตระหนักได้อย่างชัดเจนแล้วว่า หอหมอปีศาจแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงร้านขายยาธรรมดาทั่วไปเท่านั้น
ตูมม โครมมม!
ทันใดนั้นเสียงของการต่อสู้ก็เริ่มดังขึ้น และผู้ที่มาปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ล้วนเป็นคนที่อยู่ในระดับราชันย์วิญญาณทั้งนั้น
เพราะถ้าไม่ใช่คนระดับนี้ ก็ถือว่าเป็นการมารนหาที่ตายอย่างสิ้นเชิง!
แต่แม้ว่าจะเป็นคนระดับราชันย์วิญญาณ พวกเขาก็ยังถูกสังหารภายในพริบตาเดียวอยู่ดี นอกจากนี้พลังธาตุวารีที่เย็นยะเยือกก็ยังปกคลุมหอหมอปีศาจเอาไว้อีกด้วย
บริเวณโดยรอบล้วนเป็นอาณาเขตของมังกรวารีทั้งสิ้น ฉะนั้นเขาจึงสามารถจัดการคนเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะอ่อนแอมากเกินไปจริง ๆ
หลังจากนั้น ยอดฝีมือที่แท้จริงก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมา ซึ่งพวกเขาก็คือยอดฝีมือราชันย์วิญญาณระดับแปด กับระดับเก้านั่นเอง!
พวกเขาเหลือบมองไปยังบุรุษที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตรก็มิปานผู้นั้น ซึ่งวิธีการของเขานั้นก็ทั้งรวดเร็วและเฉียบแหลมเป็นอย่างมาก
พวกเขาพากันกระซิบกระซาบว่า “เขาเป็นใครกันแน่”
มังกรวารีกล่าวอย่างใจเย็นว่า “ต้องจัดการพวกเขาโดยเร็วที่สุด วันนี้ก็ดึกมากแล้ว จะมามัวเสียเวลากับพวกเจ้าไม่ได้ นายท่านจะต้องรีบพักผ่อน!”
ยอดฝีมือระดับราชันย์วิญญาณแต่ละคนต่างพากันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ชายผู้นี้กำลังพูดเรื่องอะไรอยู่กันแน่
ในขณะที่กำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง แต่เขาดันสนใจเรื่องเล็กน้อยอย่างการนอนหลับพักผ่อนของคนอื่นอย่างนั้นหรือ!
ช่างไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย!
แต่สำหรับมังกรวารีแล้ว ทุกเรื่องของนายท่านล้วนถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่เท่าชีวิต หรือเรื่องเล็กแค่การใส่รองเท้าและหวีผมก็ตาม
ส่วนเรื่องสังหารพวกเขา เป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยที่ไม่สำคัญเลยเท่านั้นเอง
เมื่อพลังธาตุวารีระเบิดออกมาอย่างสมบูรณ์ มังกรยักษ์สีฟ้าก็ปรากฏตัวขึ้น มันให้ความรู้สึกที่ทั้งอันตราย ทรงพลัง และแข็งแกร่งอย่างที่ไม่มีผู้ใดทัดเทียมได้!
ตูมม โครมม!
การทำความสะอาดในค่ำคืนนี้ ทั้งรวดเร็วและสะอาดหมดจดเป็นอย่างยิ่ง ในที่สุดภายนอกก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
หลังจากนั้นมังกรวารีก็กลับไปที่ห้องของมู่เฉียนซี เพื่อไปรายงานสถานการณ์ทั้งหมดให้มู่เฉียนซีได้รับทราบ
เขากล่าวว่า “นายท่าน มังกรวารีจัดการทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ไม่มีปลาตัวไหนรอดพ้นไปได้แม้แต่ตัวเดียว นายท่านสามารถพักผ่อนได้แล้วขอรับ ร่างกายของท่านยังไม่ดี จะนอนไม่หลับไม่ได้นะขอรับ!”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เอาล่ะ! ข้าเข้าใจแล้ว ท่านพ่อบ้าน! ข้าจะเข้านอนเดี๋ยวนี้แหละ”
“ขอรับ!” มังกรวารีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“กลับไปทูลองค์จักรพรรดิ พวกเราไม่จำเป็นต้องลงมือแล้ว!”
“องค์จักรพรรดิทรงทำนายได้อย่างแม่นยำจริง ๆ!”
หลังจากที่การต่อสู้ของหอหมอปีศาจ ไม่สิ ควรจะบอกว่าหลังจากนอนดูพวกเขาทำลายล้างอยู่ข้าง ๆ เสร็จแล้ว คนที่คอยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ที่นี่ทั้งหมดก็รีบกลับไปรายงานทันที
แต่ทว่าแม้แต่องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณหรือโยวเยี่ยจี๋ เอง ต่างก็ไม่รู้ว่าผู้แข็งแกร่งลึกลับผู้นี้เป็นใครมาจากไหนกันแน่
“ในบรรดาคนของแต่ละดินแดน ผู้ที่สามารถมาจนถึงระดับนี้ได้ต้องไม่ใช่บุคคลนิรนามอย่างแน่นอน หรือเขาจะเป็นคนของแดนเทพ หากยืนยันได้ว่าอวู่ซวงสมรู้ร่วมคิดกับคนของแดนเทพแล้วละก็ ข้าไม่มีทางปล่อยเขาไปแน่นอน” องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวอย่างเย็นชา
“อย่างไรก็ตามคนผู้นั้นต้องไม่ใช่คนของแดนวิญญาณแน่นอน ในแดนวิญญาณคนที่มีความสามารถเช่นนี้ล้วนเชื่อฟังคำสั่งของเสด็จพ่อของข้าทั้งสิ้น แต่โยวเยี่ยอวู่ซวงเพิ่งจะมาได้เพียงแค่สามปี ฉะนั้นเขาจะสร้างความสัมพันธ์กับคนเช่นนี้ได้อย่างไร! เกรงว่าน่าจะมีแค่คนของแดนเทพเท่านั้น”
ทั้งองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณและโยวเยี่ยจี๋ต่างก็คาดเดาเกี่ยวกับตัวตนของมังกรวารี แต่พวกเขาไม่รู้ว่าผู้แข็งแกร่งก่อนหน้านี้คือนิรันดร์ แต่ตอนนี้คือมังกรวารี ซึ่งพวกเขาได้เปลี่ยนตัวกันไปแล้วนั่นเอง
วันรุ่งขึ้น หลังจากที่ได้รับข่าวว่าทั้งหมดได้ถูกกวาดล้างไปแล้ว เจ้าเมืองแต่ละคนในตอนนี้ต่างก็รู้สึกโศกเศร้าเสียใจเหมือนกับสูญเสียพ่อแม่ก็มิปาน ราวกับว่าเลือดภายในหัวใจของเขากำลังหลั่งรินออกมาเลยจริง ๆ!
ราชันย์วิญญาณ! เป็นผู้แข็งแกร่งระดับราชันย์วิญญาณที่พวกเขาแอบไปสร้างสัมพันธ์มาอย่างลับ ๆ แต่ทว่าตอนนี้ได้ถูกทำลายไปจนไม่เหลือแล้ว
ในเมื่อไม่มีคนกลุ่มนี้แล้ว หลังจากนี้ไปพวกเขาคงทำได้เพียงรอความตายเท่านั้น!
จะทำอย่างไร จะทำอย่างไรดี หากถูกโยวเยี่ยอวู่ซวงตรวจสอบเจอว่าใครส่งคนเหล่านี้ไป แม้ว่าตอนนี้โยวเยี่ยอวู่ซวงจะยังไม่กวาดล้างพวกเขา แต่หลังจากนี้ไปต้องไม่เป็นผลดีต่อพวกเขาอย่างแน่นอน
ตอนที่ส่งมือสังหารไปนั้น พวกเขาต่างกล้าหาญชาญชัยเป็นอย่างยิ่ง แต่หลังจากที่ล้มเหลว พวกเขาแต่ละคนต่างหวาดกลัวจนทนรับไม่ไหวเลยทีเดียว
“หากพวกเราไม่สามารถจัดการได้ เช่นนั้นมีแต่ต้องยืมมือคนอื่นแล้วล่ะ! เสด็จพี่ใหญ่โหดเหี้ยมมาก เขาบอกให้ข้าทำ แต่ตนเองกลับไม่ลงมืออะไรเลย! คิดว่าเอาตัวออกห่างแล้วจะรอดหรือ ฝันไปเถอะ! ข้าไม่มีทางปล่อยให้พวกเขาสมหวังแน่นอน!” โยวเยี่ยเสียกล่าวอย่างขุ่นเคือง
หากจะสู้ต้องสู้ไม่ไหวแน่ ในเมื่ออีกฝ่ายมีผู้ที่แข็งแกร่งขนาดนี้คอยคุ้มครอง พวกเขาก็มีแต่ทางตันเท่านั้น
เช่นนั้นพวกเขาก็จะใช้ประโยชน์จากพลังความคิดเห็นของพลเมือง ข่าวลือเรื่องพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งของฝ่าบาทอวู่ซวงจะแพร่สะพัดไปทั้วทั้งแดนวิญญาณในไม่ช้า และหลังจากนั้นไม่นานก็จะต้องมีรับสั่งจากองค์จักรพรรดิ ให้เขากลายเป็นองค์รัชทายาทแห่งแดนวิญญาณแน่นอน
ส่วนอดีตองค์รัชทายาทจี้ พรสวรรค์ของเขาถือว่าด้อยกว่าฝ่าบาทอวู่ซวงนัก แน่นอนว่าเขาก็จะต้องสละราชสมบัติเพื่อมอบให้คนที่คู่ควรกว่าอยู่แล้ว!
เหยียบย่ำคนหนึ่ง หลังจากนั้นก็สรรเสริญอีกคนหนึ่งขึ้นไปเหนือฟ้า เพื่อเพิ่มความขัดแย้งระหว่างทั้งสองคน ให้พวกเขาต้องต่อสู้กันจนตาย!
.