ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2733 ร้องขอความเมตตา
มีดวายุระลอกแล้วระลอกเล่าเป็นเหมือนกับคมมีดที่เฉือนมันครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งมันก็แทบรอที่จะฉีกมันออกเป็นแผ่นกระดาษไม่ไหวอยู่แล้ว
นี่มันพลังธาตุวายุบ้าบออะไรกันแน่เนี่ย! มันไม่มีตัวตนและเป็นเพียงพลังแห่งความอาฆาตเท่านั้น คิดไม่ถึงเลยว่าจะสามารถทำร้ายมันเช่นนี้ได้
นิรันดร์ใช้พลังธาตุวายุควบคุมวิญญาณอาฆาตนี้เอาไว้ หลังจากนั้นก็กล่าวกับมู่เฉียนซีว่า “ที่รัก ตอนนี้จุดไฟเผามันได้แล้ว! ทำให้มันรีบตายแล้วรีบไปเกิดใหม่เถอะ”
“อื้ม!”
นางใช้การย้อนกาลเวลาเพื่อฟื้นฟูพลังวิญญาณของตนเอง หลังจากนั้นพลังธาตุอัคคีที่แข็งแกร่งก็ระเบิดออกมาอย่างรวดเร็ว และปกคลุมวิญญาณอาฆาตนั้นเอาไว้
“อ๊ากกกก!” วิญญาณอาฆาตนั้นกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างน่าสังเวช
“อย่าเผา! เลิกเผาได้แล้ว!” มันร้องขอความเมตตาอย่างอ่อนแรง
“ใครใช้ให้เจ้าสร้างสัตว์ประหลาด ให้เจ้าสร้างซากศพมากมายขนาดนั้น และให้เจ้าปลอมตัวเป็นว่านจันทรกานต์มาหลอกข้า! ข้าจะเผาเจ้าซะ ข้าจะเผาสิ่งแปลกปลอมอย่างเจ้า… ” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
“โฮกกกก!” สิ่งนี้ทำให้วิญญาณอาฆาตตนนี้รู้สึกเจ็บปวด จนน้ำตาแทบจะไหลออกมาอยู่แล้ว แม่สาวน้อยผู้นี้ช่างน่ากลัวเหลือเกิน
แม้ว่ามู่เฉียนซีจะมีเปลวเพลิงของพิฆาตวิญญาณ แต่เจ้าวิญญาณอาฆาตนี่ก็ไม่ใช่ผู้ที่จะจัดการได้อย่างง่ายดายเช่นกัน
จนกระทั่งเวลาที่มู่เฉียนซีสามารถใช้พลังวิญญาณได้ใกล้จะหมดลงแล้ว มันก็ยังไม่ถูกเผาจนหายไปอยู่ดี
อย่างไรเสียเจ้านี่ก็เป็นการดำรงอยู่ของสิ่งที่แม้แต่องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณผู้มีพลังอันแข็งแกร่งผลาญพลังไปได้เพียงแค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น และมู่เฉียนซีที่เป็นเพียงผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตระดับเก้า สามารถทำได้ถึงขนาดนี้ก็ถือว่าน่าเหลือเชื่อมากแล้ว
โยวเยี่ยจุนค่อนข้างประหลาดใจในการกระทำของมู่เฉียนซีเล็กน้อย เขากล่าวว่า “มู่เฉียนซีแม่นางน้อยผู้นี้ช่างมีพรสวรรค์ที่สูงมากจริง ๆ ทั้งยังมีพลังที่น่าอัศจรรย์มากมาย แต่ทว่าเหตุใดถึงไม่สามารถบำเพ็ญได้กันล่ะ”
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “ที่ซีเอ๋อร์มีพรสวรรค์เช่นนี้แน่นอนว่าเป็นเพราะสายเลือดที่แข็งแกร่งของพี่ใหญ่ของข้า และที่ไม่สามารถบำเพ็ญได้ก็เป็นเพราะนางเกิดปัญหาบางอย่าง รอให้ปัญหานั้นได้รับการจัดการเมื่อไร ซีเอ๋อร์ก็จะสามารถกลับมาบำเพ็ญได้ตามปกติ และกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งมากอีกครั้ง”
อย่างไรก็ตามโยวเยี่ยจุนเองก็ไม่รู้ว่าพี่ใหญ่ของเขาคือใคร ฉะนั้นการผลักพรสวรรค์นี้ไปให้กับบิดาของซีเอ๋อร์ ถือว่าดีที่สุดแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เขาสงสัยอะไรขึ้นมาอีก
แน่นอนว่าสายเลือดของราชวงศ์ตงหวงนั้นแข็งแกร่งมากอยู่แล้ว แต่การที่ซีเอ๋อร์สามารถมาถึงจุดนี้ได้ภายในเวลาอันสั้นเพียงไม่กี่ปี และการที่มีพลังที่แข็งแกร่งมากมายขนาดนี้ได้นั้น ก็มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับคู่หูที่นางผูกสัญญาด้วยเหล่านี้
เพราะมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ เป็นการดำรงอยู่ของสิ่งที่ทรงพลังที่สุด และเหนือธรรมชาติมากที่สุดในตำนานนั่นเอง
หากถูกโยวเยี่ยจุนรู้เรื่องนี้เข้าละก็ เขาจะต้องไม่มีทางปล่อยซีเอ๋อร์ไปอย่างแน่นอน
“อื้ม! หากมีโอกาสข้าเองก็อยากที่จะพบกับพี่ใหญ่ของอวู่ซวงสักหน่อย เขาจะต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งมากอย่างแน่นอน! ยี่สิบกว่าปีที่เจ้าไม่ได้อยู่ในแดนวิญญาณ โชคดีที่มีเขาคอยดูแลเจ้า และทำให้เจ้ากลายเป็นคนที่เก่งกาจเช่นนี้!” องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าว
“นายท่านพักก่อนเถิดขอรับ หลังจากนี้มอบให้เป็นหน้าที่ของมังกรวารีเอง!” และในขณะที่มู่เฉียนซีกำลังพักผ่อน มังกรวารีก็ได้ใช้พลังธาตุวารีของตนเองจัดการเจ้าวิญญาณอาฆาตตนนั้น
นี่มันเป็นสองพลังที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง! ซึ่งสิ่งนี้ก็ทำให้เจ้าวิญญาณนี้ทรมานมากจริง ๆ
อ๊ากกกกกก! และวิญญาณอาฆาตได้แต่คร่ำครวญอยู่ภายในใจ!
หลังจากที่มู่เฉียนซีฟื้นตัวแล้ว นางก็ดำเนินการต่อ…
หลังจากที่ถูกทำให้อ่อนแอครั้งแล้วครั้งเล่า ตอนนี้กลิ่นอายของวิญญาณอาฆาตเหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งอีกไม่นานมันก็จะหายไปจากทั่งโลกและสวรรค์แล้ว
และแล้ววิกฤติของวิญญาณอาฆาตของแดนวิญญาณในครั้งนี้ ก็ได้รับการจัดการอย่างราบรื่น
ทันใดนั้นมู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นมาว่า “รอเดี๋ยว! ก่อนที่เจ้าจะหายไป ข้ามีคำถามที่อยากจะถามเจ้า! เจ้าสามารถดูดซับความอาฆาตแค้นของว่านจันทรกานต์ได้ เช่นนั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่าว่านจันทรกานต์อยู่ที่ใด พูด…”
“ข้าไม่บอกหรอก อย่างไรเสียข้าก็ต้องหายไปอยู่แล้ว หากข้าไม่บอก เจ้าจะทำอะไรข้าได้ล่ะ” วิญญาณอาฆาตกล่าวอย่างยั่วยุ
“เหอะ ๆ ๆ! ไม่ใช่เรื่องยากเลยแค่ทำให้เจ้าไม่หายไป หลังจากนั้นค่อยทรมานเจ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า เจ้าอยากจะลองดูหรือไม่?” เวลานี้แล้ว เหตุใดวิญญาณอาฆาตถึงได้ไม่เชื่อฟังถึงขนาดนี้กันนะ
นิรันดร์ไม่เพียงแค่เอ่ยปากเท่านั้น แต่เริ่มข่มขู่เจ้านี่อย่างเย็นชาทันที
และวิญญาณอาฆาตที่ถูกทำให้อ่อนแอมากอยู่แล้วก็เกือบถูกคำพูดของนิรันดร์ทำให้หวาดกลัวไปหมด เจ้าสามคนนี่ไม่ใช่คนดีอะไรเลย!
“อย่านะ! อย่า! ข้าพูด…” มันกล่าวอย่างสั่นเทา
มันกล่าวอย่างช้า ๆ ว่า “ว่านจันทรกานต์เติบโตบนลำต้นและใบไม้ของต้นไม้ที่เน่าเปื่อย เผ่าของพวกมันมีไม้เป็นต้นกำเนิดในการเติบโต ขอเพียงมีไม้ท่อนหนึ่งและมีกลิ่นอายที่เผ่าของพวกมันหลงเหลือเอาไว้ ก็อาจจะโชคดีสามารถทำให้ว่านจันทรกานต์เติบโตขึ้นมาได้ แต่ว่า…”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! แต่เจ้าดันเผาต้นไม้เน่าเปื่อยนั้นไปจนหมดแล้ว เผาไปจนหมดสิ้นแล้ว หากเป็นเช่นนี้แล้วละก็ เจ้าก็จะไม่มีทางเห็นว่านจันทรกานต์อีกตลอดชีวิต และเหตุผลที่เจ้าไม่ได้เห็นมันอีก ก็ไม่ได้เป็นเพราะข้า! ทว่าเหตุผลมันเป็นเพราะตัวของพวกเจ้าเอง”
แม้ว่ากำลังจะหายไป แต่เจ้าวิญญาณอาฆาตก็ยังมีเจตนาร้ายที่อยากจะกวนใจพวกของมู่เฉียนซีอยู่ดี
มู่เฉียนซีตะลึงงันไปเล็กน้อย นางไม่สามารถขาดดอกใดดอกหนึ่งในดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ได้
หากไม่สามารถหาว่านจันทรกานต์ได้จริง ๆ ละก็ เช่นนั้นเกรงว่านางคงไม่สามารถค้นหาต้นกำเนิดของแดนวิญญาณด้วยวิธีนี้ได้อีกแล้ว
“สิ่งนั้น ที่เจ้าพูดหมายถึงเจ้าสิ่งนี้ใช่หรือไม่” น้ำเสียงที่น่ารักของเจ้าผลไม้น้อยดังขึ้น และท่อนไม้สีขาวขุ่นชิ้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมากลางอากาศ
“นี่…นี่มัน…” วิญญาณอาฆาตตะลึงงันไปทันที
“ตอนที่ข้าขุดรากของเจ้าต้นไม้เน่าเปื่อยที่น่าขยะแขยงนั่น ก็ค้นพบเจ้าสิ่งนี้เข้า และรู้สึกว่ามันมีความพิเศษนิดหน่อย ฉะนั้นก็เลยเก็บมันเอาไว้” เจ้าผลไม้น้อยกล่าว
ก่อนหน้านี้มันสามารถค้นหามุกภูตวิญญาณพิเศษได้ ฉะนั้นมันย่อมต้องมีความรู้สึกที่เฉียบแหลมต่อสิ่งของที่ล้ำค่าอยู่แล้ว
มันรู้สึกว่านี่จะต้องเป็นของดีอย่างแน่นอน ฉะนั้นจึงได้เก็บเอาไว้ เพียงแต่ว่าก่อนหน้านี้เจ้านายกำลังยุ่งอยู่กับการจัดการเจ้าสิ่งชั่วร้ายนั่น มันจึงยังไม่ได้เอาออกมามอบให้เจ้านายเท่านั้นเอง
“ความจริงแล้วต้นไม้เน่าเปื่อยนั่นไม่ใช่เลย แต่เจ้าชิ้นนี้ต่างหากที่เป็นต้นกำเนิดของว่านจันทรกานต์ใช่หรือไม่ ใกล้จะตายอยู่แล้วเจ้ายังมายั่วโมโหข้าอีก ช่างดีจริง ๆ! นิรันดร์ มังกรวารี พวกเรามาเล่นกับเจ้านี่สักหน่อยเถอะ ทำให้มันทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสก่อนที่จะหายไปดีกว่า!” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“อ๊ากกกก! ไม่เอา! ข้าผิดไปแล้ว! ช่วยด้วย!” วิญญาณอาฆาตร้องคร่ำครวญออกมา
โยวเยี่ยจุนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “แม่สาวน้อยผู้นี้ช่างมีชีวิตชีวาเสียจริง ดีมาก!”
ในที่สุดเจ้าวิญญาณอาฆาตนั่นก็หายไปท่ามกลางความหวาดกลัว และสุดท้ายมู่เฉียนซีก็พ่นลมหายใจออกมา
หลังจากนั้นนางจ้องมองไปยังท่อนไม้สีขาวขุ่นที่เจ้าผลไม้น้อยถือเอาไว้ชิ้นนั้น
บนดินยังมีดอกของว่านจันทรกานต์ที่เหี่ยวเฉาอยู่ดอกหนึ่ง ซึ่งเจ้าวิญญาณอาฆาตนั่นเข้าไปอยู่ในดอกไม้ดอกนี้มาก่อน
ในเมื่อมีทั้งสองสิ่งนี้อยู่ด้วย ไม่แน่ว่าอาจจะยังมีหนทางอยู่ก็เป็นได้!
จื่อโยวกล่าวว่า “องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ ในที่สุดก็หาว่านจันทรกานต์เจอแล้ว แต่ท่านไม่สามารถแย่งของชิ้นนี้ไปจากข้าได้หรอกนะ! ข้าต้องการเอามันกลับไปและมอบให้นายท่านหมอปีศาจของพวกเราค้นคว้าสักหน่อย เพื่อที่จะดูว่าสามารถทำให้ว่านจันทรกานต์นี้เติบโตได้หรือไม่?”
อย่างไรเสียนี่ก็เป็นถึงหนึ่งในสี่ดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ หากคนงามเก็บเอาไว้คงยากที่จะหลีกเลี่ยงการถูกจับจ้องด้วยเจตนาร้ายได้เป็นแน่
ไม่สู้เขาเอามาไว้ที่ตนเองอย่างเปิดเผยตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า หลังจากนั้นค่อยแอบนำไปมอบให้คนงามอีกที
หากว่าว่านจันทรกานต์สามารถเติบโตได้อย่างดี บางทีองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณอย่างโยวเยี่ยจุนอาจจะเกิดความสนใจขึ้นมาก็เป็นได้
และไม่รู้ว่าท่อนไม้ท่อนนี้จะสามารถทำให้ว่านจันทรกานต์เติบโตขึ้นได้หรือไม่ นี่คือสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด ไม่สู้มอบให้อ๋องจิ่วเยี่ย และทำให้ตนเองดูมีน้ำใจมากขึ้นดีกว่าหรือ
โยวเยี่ยจุนกล่าวว่า “สิ่งของชิ้นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ข้าได้รับมาด้วยตนเอง ท่านคงจะต้องถามเจ้าของของมันในตอนนี้มากกว่า!”
จื่อโยวกล่าวถามว่า “คนงาม เจ้ามอบให้ข้าได้หรือไม่”
“ไม่ได้!” มู่อวู่ซวงกล่าวปฏิเสธทันที
ภายใต้สถานการณ์ปกติ ฝ่าบาทอวู่ซวงจะสามารถให้คนอื่นมาแย่งสิ่งของของหลานสาวตนเองไปได้อย่างไร
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างให้ความร่วมมือว่า “สิ่งของชิ้นนี้ต้องอยู่ในมือของหมอปีศาจเท่านั้นถึงจะมีโอกาสที่จะเติบโตได้ ดังนั้นข้าจึงยอมมอบให้ท่าน!”
มู่เฉียนซีเก็บท่อนไม้สีขาวขุ่นและดอกไม้ที่เหี่ยวเฉานั้นเป็นอย่างดี จากนั้นก็มอบมันให้กับจื่อโยว
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณเกิดความสงสัยอะไรขึ้นมา และเข้ามาแทรกแซงได้ พวกเขาจึงร่วมมือกันแสดงฉากนี้อย่างสมบูรณ์แบบ
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณไม่คิดอะไรมากอย่างเห็นได้ชัด เขากล่าวว่า “เฉียนซีช่างรู้ประสีประสาจริง ๆ นำสิ่งของชิ้นนี้มอบให้กับใต้เท้าจื่อโยวถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้วล่ะ”
.