ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 140 หากข้าตาย เขาก็จะตายตามไปด้วย
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 140 หากข้าตาย เขาก็จะตายตามไปด้วย
โม่อวิ๋นเฟิงยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นราวกับเป็นหุ่นเชิด ใบหน้าไร้ซึ่ง
อารมณ์ มองดูเผิน ๆ คล้ายกับทหารดินเผาเสียมากกว่า
หนานเหิงกับราชครูยังคงหมดสติอยู่
พวกเขาทั้งสองเข้าไปยืนตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ เฮ่อจือหร่าน
ค้นตัวราชครู ส่วนโม่จิ่วเยี่ยค้นตัวหนานเหิง
เฮ่อจือหร่านได้สิ่งของจากอีกฝ่ายมาไม่น้อยเลยทีเดียว
นอกจากตั๋วเงินมูลค่ากว่าหมื่นต าลึงแล้ว บนตัวของราชครูยังมี
ขวดใบเล็กที่นางเพิ่งหยิบออกมาด้วย
นอกจากนี้ก็มีแต่ยาผงอีกไม่กี่ห่อ
หลังจากตรวจสอบแล้ว เฮ่อจือหร่านรู้ว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นยาพิษ
ที่ใช้ป้องกันตัว คล้ายคลึงกับ ‘ยมทูต’ ที่นางเพิ่งใช้ไปเมื่อครู่
ส่วนทางด้านโม่จิ่วเยี่ย เขาค้นพบตั๋วเงินมูลค่าหลายพันต้าบน
ตัวหนานเหิง รวมถึงแผ่นหยกคุณภาพดีอีกหนึ่งชิ้น
นอกเหนือจากนี้บนตัวของหนานเหิงก็ไม่มีสิ่งอื่นใดอีก
เฮ่อจือหร่านรู้สึกสนใจขวดใบเล็กที่อยู่บนตัวของราชครูนี้มาก
หากการคาดการณ์ของนางไม่ผิดพลาด สิ่งที่บรรจุอยู่ข้างใน
อาจเป็นกู่แม่ของกู่หุ่นเชิด
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงความสามารถในการจดจ า
เจ้าของของกู่แม่ นางจึงไม่กล้าเปิดจุกขวดโดยไม่ระวังใน
สถานการณ์ที่ยังไม่มั่นใจเต็มที่
หลังจากค้นตัวเสร็จแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงใช้เชือกมัดคนเอาไว้ แล้วจึง
เดินมาหาเฮ่อจือหร่าน
เฮ่อจือหร่านสามารถเห็นได้ว่าโม่จิ่วเยี่ยเกลียดชังราชครูคนนั้น
เหลือเกิน
แต่ก่อนนางจะเอ่ยปากถาม โม่จิ่วเยี่ยก็พูดขึ้นมาว่า “สกุลโม่ของ
ข้ามีความแค้นกับคนผู้นี้ พี่ใหญ่กับพี่รองของข้าต่างก็ตายด้วยน ้ามือ
ของนาง ยิ่งไปกว่านั้น ตัวตนของนางยังพิเศษมาก ไม่เพียงเป็น
ราชครูของหนานเจียง แต่ยังเป็นราชินีของหนานเจียงอีกด้วย”
เมื่อได้ยินดังนั้น เฮ่อจือหร่านก็สูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่
หากไม่ใช่เพราะโม่จิ่วเยี่ยพูดขึ้นมา นางคงไม่มีทางคิดได้เลยว่า
พี่ใหญ่กับพี่รองของเขาจะต้องตายด้วยน ้ามือของสตรีคนหนึ่ง
เพราะในบันทึกประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการตายของคนสกุลโม่นั้น
มีเพียงการบันทึกไว้คร่าว ๆ ไม่ได้อธิบายรายละเอียดมากนัก
โม่จิ่วเยี่ยหยุดชั่วครู่แล้วพูดต่อว่า “คนผู้นี้เชี่ยวชาญการใช้พิษ
หลายปีก่อนพี่ใหญ่และพี่รองของข้าได้สังหารแม่ทัพของฝ่ายนั้นไป
แล้ว ขณะพวกเขาก าลังเตรียมบุกเข้าเมือง สตรีนางนี้กลับใช้พิษกับ
พวกเขา พี่ชายทั้งสองของข้าไม่ทันระวังตัวจึงตกเป็นเหยื่อกลอุบาย
ของนาง ถึงกับต้องสิ้นชีวิตในนั้น ยังไม่พอ สตรีโหดร้ายคนนี้ยังสั่งให้
คนตัดศีรษะพี่ชายของข้า แล้วน าไปแขวนประจานไว้บนก าแพงเมือง
ด้วย”
ตอนนี้ดวงตาของโม่จิ่วเยี่ยเต็มไปด้วยแววอาฆาต หากไม่มีเรื่อง
ต้องสอบถาม เขาคงจะเอาชีวิตนางไปแล้ว
เฮ่อจือหร่านเข้าใจความรู้สึกของเขาในตอนนี้ จึงเดินเข้าไปมัด
ราชครูไว้อย่างแน่นหนา
จากนั้นจึงน ายามาฉีดให้ เพื่อให้นางฟื้นขึ้นมาโดยเร็ว
ราชครูหญิงยังรู้สึกมึนงงอยู่บ้าง แต่นางก็ต้องตกใจกับภาพ
ตรงหน้า
ไม่ทันให้คิดอะไร มีดทหารในมือของโม่จิ่วเยี่ยก็จ่อเข้าล าคอของ
นางแล้ว
“หญิงชั่ว จงบอกมา กู่หุ่นเชิดที่อยู่ในตัวขอโม่อวิ๋นเฟิง เป็นฝีมือ
เจ้าใช่หรือไม่?”
ราชครูหญิงรู้สึกเจ็บแปลบตรงล าคอจากคมดาบอันเย็นเฉียบ
หลังจากสูดลมหายใจ นางก็มองไปยังคนที่ถาม
เบื้องหน้ามีเพียงชายหญิงคู่หนึ่งยืนอยู่
แม้หญิงสาวจะสวมชุดด า แต่ก็ไม่อาจบดบังความงามล่มเมือง
ของนางได้ ทว่านางกลับไม่รู้จักคนผู้นี้เลย
ส่วนชายที่เอ่ยปากพูดนั้น นางกลับคุ้นหน้า
“โม่จิ่วเยี่ย?”
“อวิ๋นหลี่ ตอนนี้เจ้าตกอยู่ในมือข้าแล้ว ไม่มีทางรอดชีวิตไปได้
ถ้าไม่อยากทรมานก็บอกเรื่องที่เจ้ารู้มาซะ” น ้าเสียงของโม่จิ่วเยี่ยเย็น
เยียบจนน่าขนลุก
อวิ๋นหลี่หัวเราะเยาะ “หึ…เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าจะต้องตาย
แน่นอน?”
ขณะพูด อวิ๋นหลี่ก็ใช้วิชาลับอะไรสักอย่าง ร่างของนางจึงหดตัว
เล็กน้อย เชือกที่มัดร่างอยู่ก็หลุดออกในพริบตา
อวิ๋นหลี่เป็นอิสระ นางยื่นมือเข้าไปในอกเสื้อโดยสัญชาตญาณ
เพื่อหยิบผงยาช่วยชีวิต
โม่จิ่วเยี่ยเคลื่อนไหวรวดเร็วเช่นกัน ขณะมือของนางเพิ่งสอดเข้า
ไปในอกเสื้อ เขาก็ยกมีดขึ้นฟันจนตัดมือข้างหนึ่งของนางขาดทันที่
อวิ๋นหลี่ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด จากนั้นก็เอนตัวไปด้านหลัง
แล้วพลิกกายลุกขึ้นยืนอย่างคล่องแคล่ว
ขณะเดียวกัน ปลายมีดของโม่จิ่วเยี่ยก็จ่อล าคอของนางอีกครั้ง
อวิ๋นหลี่เหมือนไม่รู้สึกเจ็บปวด นางก้มมองคมมีดเปล่งประกาย
เย็นเยียบ น ้าเสียงเริ่มอ่อนลง
“โม่จิ่วเยี่ย ชีวิตของโม่อวิ๋นเฟิงอยู่ในมือข้า ถ้าข้าตาย เขาก็จะ
ตายตามไปด้วย”
เมื่อได้ยินดังนั้น โม่จิ่วเยี่ยก็ยิ่งแน่ใจในเรื่องหนึ่ง
พี่สามที่ถูกกู่หุ่นเชิดเล่นงานนั้นเป็นฝีมือของอวิ๋นหลี่จริง ๆ
นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เขาไม่ฆ่าอวิ๋นหลี่ในทันที่
เฮ่อจือหร่านเห็นสถานการณ์นี้จึงหยิบปืนยาสลบออกมาอีกครั้ง
แล้วยิงใส่อวิ๋นหลี่จนสลบไป
เพื่อไม่ให้อวิ๋นหลี่เสียเลือดมากเกินไปจนตาย เฮ่อจือหร่านจึงท า
การรักษาแผลของนางอย่างง่าย ๆ แล้วพูดกับโม่จิ่วเยี่ยว่า “ถอนพิษ
ให้พี่สามก่อนเถอะ”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า ทั้งสองคนเข้าใจกันดีและเดินเข้าไปในห้อง
ผ่าตัด
ด้วยประสบการณ์จากการถอนพิษให้โม่ชูหานครั้งก่อน ครั้งนี้
พวกเขาจึงท าได้เร็วมาก ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็เสร็จสิ้น
กระบวนการทั้งหมด
มันถูกบรรจุลงในขวดแก้วด้วยวิธีเดียวกันกับกู่ลูก
แต่เฮ่อจือหร่านไม่ได้เติมเลือดใส่ขวดทันทีเหมือนครั้งก่อนแล้ว
โม่อวิ๋นเฟิงยังคงอยู่ในสภาพหมดสติ เพื่อป้องกันไม่ให้เขาตื่น
ขึ้นมาและค้นพบความลับของพื้นที่มิติ เฮ่อจือหร่านจึงฉีดยาสลบให้
เขาอีกหนึ่งเข็มก่อนออกไป เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีข้อผิดพลาด
โม่จิ่วเยี่ยจ้องมองขวดสองใบที่บรรจุกู่หุ่นเชิดไว้ และถามตาม
ความสงสัยในใจ
“เมื่อครู่อวิ๋นหลี่พูดแค่ว่าชีวิตของพี่สามอยู่ในมือของนาง แล้ว
พิษกู่ของพี่แปดไม่เกี่ยวข้องกับนางหรือ?”
เฮ่อจือหร่านหยิบขวดที่บรรจุกู่ลูกซึ่งเอาออกมาจากตัวโม่ชูหาน
ขึ้นมา
“ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับนางหรือไม่ พวกเราลองตรวจสอบดูก็รู้”
ขณะพูด ทั้งสองคนก็น าขวดกู่ลูกจากตัวโม่ชูหานมาที่ลานโล่ง
ของพื้นที่เพาะปลูก พร้อมกับน าขวดใบเล็กที่ค้นเจอจากตัวอวิ๋นหลี่
ออกมาด้วย
ขวดสองใบบรรจุกู่แม่ลูกถูกวางห่างกันบนพื้น
ตามเนื้อหาใน “คู่มือแมลงพิษฉบับสมบูรณ์” เมื่อกู่ลูกหลุดออก
จากร่างแล้ว จะรีบวิ่งไปหากู่แม่ทันที่
กู่หุ่นเชิดกลัวไฟมาก หากต้องการฆ่ากู่หุ่นเชิดให้ตายจริง ๆ
จ าเป็นต้องใช้ไฟที่โหมแรงมากเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ เฮ่อจือหร่านจึงสั่งซื้อปืนพ่นไฟหนึ่งกระบอกจาก
ร้านค้าในเถาเป่า ปรับระดับเปลวไฟเป็นสูงสุดแล้วส่งให้โม่จิ่วเยี่ย
หากกู่ลูกวิ่งไปหากู่แม่ ก็แสดงว่าคนที่วางยาพิษกู่ให้พี่แปดก็
คืออวิ๋นหลี่
เมื่อพบคนที่อยู่เบื้องหลังแล้ว กู่ลูกตัวนั้นก็ไม่มีประโยชน์อีก
ต่อไป
ในทางกลับกัน หากกู่ลูกไม่วิ่งไปหากู่แม่ พวกเขาก็ต้องเลี้ยงมัน
ไว้ต่อไปเพื่อตามหาคนท าตัวจริง
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า บ่งบอกว่าเขาเข้าใจแล้ว
เขาถือปืนพ่นไฟด้วยมือข้างหนึ่ง อีกมือก าขวดแน่น
เตรียมพร้อมรับมือ
หลังจากทั้งสองสบตากัน เฮ่อจือหร่านก็ค่อย ๆ เปิดจุกขวดออก
กู่ลูกบินออกมาจากขวดราวกับจะหนีออกมา แต่ไม่ได้วิ่งไปหา
ขวดเล็กที่อยู่อีกฟากหนึ่ง
บางทีอาจเป็นเพราะมันอยู่ในพื้นที่มิติ ท าให้กู่ลูกไม่สามารถ
แยกแยะทิศทางได้
มันพุ่งชนไปทั่วทุกทิศทุกทางเหมือนแมลงวันที่ตกใจกลัว
โม่จิ่วเยี่ยเห็นสถานการณ์เช่นนั้น จึงกระโดดอย่างคล่องแคล่ว
และรวดเร็วเพื่อเก็บกู่ลูกเข้าไปในขวดแก้ว
เขากับเฮ่อจือหร่านมองตากัน ค าตอบนั้นชัดเจนโดยไม่ต้องพูด
ออกมา
ผู้ที่ควบคุมกู่ลูกตัวนี้ไม่ใช่อวิ๋นหลี่!
จากนั้นทั้งคู่ก็น ากู่ลูกที่เอาออกมาจากร่างของโม่อวิ๋นเฟิงมา
ทดสอบอีกครั้งด้วยวิธีเดียวกัน