ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 165 พวกเจ้าต้องการอะไร
เจ้าหน้าที่ดูเหมือนจะไม่มีความอดทนสะใภ้หลิวเลยสักนิด
“มีอะไรให้ต้องพูดคุย ถ้าอยากไปอยู่ที่หมู่บ้านดี ๆ ก็แสดงความ
จริงใจของพวกเจ้าออกมาสิ”
สะใภ้หลิวหันไปมองทางครอบครัวของตนเองพักหนึ่ง บุรุษทั้ง
สามคนล้วนเสียชีวิตระหว่างการเนรเทศไปแล้ว
ที่เหลืออยู่นอกจากสตรีก็มีแต่เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ตอนที่นางเข้ามา นางก็สังเกตรองนายอ าเภอชุยอย่างละเอียด
แล้ว
แค่รองนายอ าเภอชุยกวาดตามองอย่างเกียจคร้าน นางก็รู้ว่าเขา
ก าลังมองหาสาวงาม
เมื่อพูดถึงสาวงาม ตระกูลเหอของพวกนางก็มีอยู่สองคน
น้องสาวสองคนของสามีนางเป็นฝาแฝดกัน ตั้งแต่เด็กก็ถูกแม่
สามีเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม หวังให้เมื่อพวกนางโตขึ้นจะได้
แต่งงานกับตระกูลดี ๆ เพื่อเพิ่มเกียรติให้กับตระกูลเหอ
ตอนนี้น้องสาวทั้งสองของสามีนางอายุสิบห้าปีแล้ว ก าลังอยู่ใน
วัยแรกแย้ม
เงินทองของตระกูลเหอก็ไม่สามารถหามาได้ แต่หากเป็นหญิง
สาว คนหนึ่งยังไม่เพียงพอก็ส่งให้อีกฝ่ายไปทั้งสองคนเลยก็ได้
นางสองคนก็ช่างอ่อนแอเหลือเกิน ตลอดทางพวกนางก็เป็น
ภาระให้ทุกคนไม่น้อย การใช้พวกนางแลกเปลี่ยนกับอนาคตของ
ตระกูลเหอ ก็ถือว่าพวกนางได้ท าประโยชน์ให้กับตระกูลเหอแล้ว
เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่โกรธมากไปกว่านี้ สะใภ้หลิวรีบกลับไปยัง
กลุ่มคนของตัวเอง ไม่สนใจการคัดค้านของแม่สามี แล้วผลักน้องสาว
สามีทั้งสองคนออกไป
“พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านจะท าอะไร?”
บุตรสาวคนโตของตระกูลเหอไม่รู้ความตั้งใจของพี่สะใภ้ จึงถาม
อย่างไม่พอใจ
สะใภ้หลิวยิ้มเจ้าเล่ห์ “แน่นอนว่าข้าก าลังหาที่ที่พวกเจ้าจะได้กิน
อิ่มนอนอุ่นอย่างไรเล่า”
ในตอนนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าเหอก็เข้าใจแล้ว นางรีบเข้าไปขัดขวาง
แต่กลับถูกลูกสะใภ้รองกับหลานชายสองคนกั้นไว้
สะใภ้รองของตระกูลเหอมีความคิดเช่นเดียวกับสะใภ้หลิว นาน
แล้วที่นางนึกร าคาญน้องสาวสามีทั้งสองคนว่าเป็นภาระ
บัดนี้พวกนางสองคนได้ท าประโยชน์เสียที่ นางจึงไม่ยอมให้แม่
สามีมาท าลายโอกาสดีนี้เด็ดขาด
ฮูหยินผู้เฒ่าเหอถูกขัดขวาง อีกทั้งยังคิดเกรงใจเจ้าหน้าที่ที่อยู่
ด้วยอีกมากมาย นางจึงไม่กล้าแสดงท่าทีรุนแรงเกินไป
หญิงสาวสองคนถูกสะใภ้หลิวลากตัวมาตรงหน้ารองนายอ าเภอ
ชุย
“ท่านรองนายอ าเภอ ท่านดูพี่น้องฝาแฝดของบ้านเราสิเจ้าคะ
พวกนางเป็นอย่างไรบ้าง?”
เพื่อไม่ให้รองนายอ าเภอชุยมีโอกาสลังเลใจ สะใภ้หลิวก็พูดต่อ
“รองนายอ าเภอชุย อย่ามองเพียงว่าพวกนางในตอนนี้ผ่ายผอม
ไปสักหน่อยนะเจ้าคะ เป็นเพราะระหว่างทางไม่ได้กินอาหารดี ๆ ขอ
แค่ได้กินอาหารดี ๆ สักสองสามมื้อ ไม่เกินหนึ่งเดือนก็จะอวบอิ่ม
สดใสแล้ว อีกอย่าง พวกนางก็เรียนดีดพิณ หมากรุก เขียนอักษร
และวาดภาพมาตั้งแต่เด็ก ถ้าท่านมีสาวงามคู่นี้อยู่เคียงข้าง รับรองว่า
จะไม่รู้สึกเหงาใจเลยเจ้าค่ะ”
เดิมทีรองนายอ าเภอชุยกวาดตามองทุกคนในตอนแรก
จุดประสงค์หลักของเขาก็คือมองหาหญิงสาวจริง ๆ
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เห็นหญิงสาวผอมบางสองคนนี้
แต่เพราะพวกนางสวมเสื้อผ้าขาดวิ่น ใบหน้าซีดเหลือง เขาจึง
ไม่ได้คิดสนใจ
หลังจากฟังค าพูดของสะใภ้หลิวแล้ว รองนายอ าเภอชุยจึงพินิจ
พิเคราะห์ใบหน้าของทั้งสองอีกครั้งอย่างละเอียด
ความจริงแล้วคนตระกูลเหอก็ไม่เลวนัก แม้ว่าผิวจะคล ้าไปสัก
หน่อย แต่รูปโฉมก็ถือว่าใช้ได้
โดยเฉพาะพวกนางที่มีหน้าตาเหมือนกัน ส าหรับรองนายอ าเภอ
ชุยแล้ว มันช่างดึงดูดใจนัก
พี่น้องหญิงตระกูลเหอยังขัดขืนในตอนแรก เพราะถูกคนผลัก
ออกมาโดยไม่รู้เรื่องรู้ราว
เมื่อได้ยินสิ่งที่สะใภ้หลิวพูด พวกนางก็เข้าใจแล้วว่าพี่สะใภ้ใหญ่
ตั้งใจจะส่งพวกนางให้กับรองนายอ าเภอ
นึกถึงความยากล าบากที่ต้องเผชิญระหว่างทาง อนาคตพวกนาง
ก็อาจจะต้องทนทุกข์อยู่ในชนบทต่อไป
สุดท้ายก็คงต้องลงเอยด้วยการแต่งงานกับชาวนาสักคน
แทนที่จะใช้ชีวิตในชนบทเช่นนี้ไปตลอดชีวิต สู้พวกนางอยู่กับ
รองนายอ าเภอคนนี้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้อง
ดังนั้นหลังทั้งสองคิดทบทวนแล้วจึงไม่ขัดขืนอีกต่อไป
พวกนางถึงกับให้ความร่วมมือปล่อยให้รองนายอ าเภอชุย
พิจารณาอย่างเต็มที่
เวลานี้รองนายอ าเภอชุยเริ่มรู้สึกพอใจมาก
“อืม หญิงสาวสองคนนี้ไม่เลวเลยทีเดียว ให้พวกนางอยู่รับใช้
ข้า!”
พูดจบ เขาก็มองเจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านล่าง “เจ้าหน้าที่! พาคน
ตระกูลเหอไปที่หมู่บ้านหย่งเฟิง บอกผู้ใหญ่บ้านที่นั่นว่าคนพวกนี้เป็น
คนที่ข้าส่งไปเอง”
ได้ยินดังนั้น นอกจากฮูหยินผู้เฒ่าเหอแล้ว สมาชิกคนอื่น ๆ ของ
ตระกูลเหอก็มีสีหน้ายินดีทันที่
พวกเขาถึงกับเชิดหน้าชูคอไปทางสกุลโม่ ตระกูลฟาง และ
ตระกูลเซี่ยอย่างโอหัง
คนตระกูลเหอพากันออกไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ ส่วนหญิงสาว
สองคนก็ถูกรองนายอ าเภอชุยส่งคนไปจัดการดูแลชั่วคราว
ตอนนี้รองนายอ าเภอชุยก าลังรอตระกูลต่อไปที่จะมาเอาใจเขา
โดยเฉพาะคนสกุลโม่ บรรดาสตรีทั้งหลายล้วนงดงามราวกับ
ดอกไม้ โดยเฉพาะคนที่ยืนอยู่ข้างกายโม่จิ่วเยี่ย แม้จะสวมเสื้อผ้า
ธรรมดา ก็ไม่อาจบดบังความงามล่มเมืองของนางได้
รองนายอ าเภอชุยถึงกับเริ่มจินตนาการถึงภาพที่ได้โอบอุ้มร่าง
บางนุ่มนิ่มไว้ในอ้อมกอด
ใครจะรู้ว่าหลังเขาจ้องมองอยู่นาน ก็ไม่เห็นคนเหล่านั้นเอ่ยปาก
สักค า
รองนายอ าเภอชุยหมดความอดทนทันที่
“แล้วพวกเจ้าต้องการอะไร?”
ตระกูลเซี่ยและตระกูลฟางต่างก็คิดดีแล้ว พวกเขาจะท าตามสกุล
โม่ทุกอย่าง
การส่งบุตรสาวให้กับรองนายอ าเภอนั้นยิ่งเป็นไปไม่ได้ หากสกุล
โม่เต็มใจจ่ายเงินสินบน พวกเขาก็พร้อมจะสละทุกอย่างเพื่อติดตาม
อีกฝ่ายไป
ดังนั้น พวกเขาจึงยังคงรักษาท่าทีคอยดูสถานการณ์ รอให้สกุล
โม่ตัดสินใจ
ตั้งแต่โม่ชูหานได้ยินประโยคแรกของรองนายอ าเภอชุย เขาก็
พยายามอดกลั้นมาตลอด
เขาเป็นชายชาตรีร่างใหญ่ เคยเผชิญหน้ากับสิ่งชั่วร้ายนับไม่
ถ้วนในสนามรบ แต่กลับถูกใบหน้าของรองนายอ าเภอชุยท าให้รู้สึก
ขยะแขยง
เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว “ท่านเป็นแค่รองนายอ าเภอตัว
เล็ก ๆ กล้าดีอย่างไรถึงมาเรียกร้องสินบนอย่างเปิดเผยเช่นนี้ ท่านไม่
กลัวว่าจะมีคนร้องเรียนจนเสียต าแหน่งไปหรือ?”
หากไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากลากเผิงวั่งกับคนอื่นลงบ่อโคลนไป
ด้วย เขาคงจะเขียนจดหมายฉบับหนึ่งน ากลับไปเมืองหลวงทันที่
จดหมายนั้นไม่จ าเป็นต้องส่งถึงขุนนางผู้ใหญ่คนไหน แค่ส่งให้
ญาติฝ่ายภรรยาของเขาคนใดคนหนึ่งก็เพียงพอจะท าให้รอง
นายอ าเภอชุยคนนี้ได้รับบทเรียนแล้ว
พี่สะใภ้แปดเห็นว่ามีคนพูดตามตรงออกมา จึงรีบเข้าไปช่วยพูด
“ใช่แล้ว ท่านเป็นถึงขุนนางผู้ปกครอง แต่กลับมาเรียกร้องสินบน
อย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ รอให้สกุลโม่ของพวกเราตั้งรกรากให้เรียบร้อย
ก่อน ข้าจะต้องเขียนจดหมายส่งถึงญาติในเมืองหลวง แล้วเปิดโปง
การท าความชั่วของท่าน”
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกโกรธไม่น้อย หากไม่ใช่เพราะโม่
ชูหานก้าวออกมาพูดก่อน พวกเขาก็ตั้งใจจะจัดการกับรอง
นายอ าเภอสุนัขคนนี้สักหน่อย
คนจากตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยเห็นว่าสกุลโม่แสดงท่าทีแล้ว
จึงพากันก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อแสดงจุดยืน
“ถูกต้อง แม้ตระกูลฟางของพวกเราจะตกต ่า แต่ในเมืองหลวงก็
ยังมีคนรู้จักอยู่บ้าง การจะเอาผิดกับท่านซึ่งเป็นแค่รองนายอ าเภอก็
ไม่ใช่เรื่องยาก”
“ตระกูลเซี่ยในเมืองหลวงก็ไม่ได้ไร้เส้นสายเสียทีเดียว…”
รองนายอ าเภอชุยโกรธจนหน้าเขียว
เขาเป็นรองนายอ าเภอมานานแล้ว และคิดว่าสามารถควบคุม
พวกนักโทษที่ถูกเนรเทศมาเหล่านี้ได้อย่างเด็ดขาด
ใครจะรู้ว่าวันนี้กลับมาต้องพบเจอกับพวกคนยุ่งยาก…
เขาโกรธจนขาดสติลุกขึ้นตบโต๊ะ
“พวกเจ้าช่างกล้านัก! เป็นแค่นักโทษที่ถูกราชส านักเนรเทศมา
กลับกล้าท าอวดดีต่อหน้าข้า ข้าว่าพวกเจ้าคงไม่อยากมีชีวิตที่ดีแล้ว
สินะ”
พูดจบเขาก็เตรียมจะสั่งให้คนจับคนทั้งหมดไป แล้วลงโทษให้สา
สมเพื่อให้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นใหญ่ในที่นี้
ขณะที่รองนายอ าเภอก าลังจะลงมือ เจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ข้าง ๆ รีบ
เข้ามากระซิบบอกอะไรบางอย่าง
ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่พูดอะไร แม้สีหน้าของรองนายอ าเภอชุยจะยังไม่
ดีขึ้นนัก แต่ก็ไม่เกรี้ยวกราดเหมือนเมื่อครู่แล้ว
เผิงวั่งนั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ข้าง ๆ รู้สึกร้อนใจอยู่ไม่น้อย
หลังเห็นรองนายอ าเภอชุยนั่งลง เขาจึงรีบก้าวออกมาไกล่เกลี่ย
“รองนายอ าเภอชุยใจเย็นก่อนเถอะ เรื่องทุกอย่างสามารถเจรจา
กันได้”
ขณะพูดเขายังส่งสายตาให้โม่จิ่วเยี่ยด้วย โดยหวังว่าอีกฝ่ายจะ
พูดจาอ่อนน้อมลงบ้าง เพื่อให้เรื่องราวสงบลง