ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 184 ในอนาคตจะแบกรับภาระอันใหญ่หลวงได้อย่างไร
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 184 ในอนาคตจะแบกรับภาระอันใหญ่หลวงได้อย่างไร
เฮ่อจือหร่านแปลค าพูดของเฮนรี่ให้เมิ่งไห่หนิงฟัง
ส าหรับชาวต่างชาติ เมิ่งไห่หนิงไม่ได้นึกรังเกียจ เพราะในตอน
นั้นชาวต่างชาติก็ยังไม่ได้ก่อความเสียหายใด ๆ ต่อแผ่นดินแห่งนี้
อย่างไรก็ตาม เขาเองก็เพิ่งมาถึงที่นี่ ย่อมไม่คุ้นเคยกับทุกสิ่งใน
เมืองอวิ่น
ดังนั้นเมิ่งไห่หนิงจึงเรียกเจ้าหน้าที่คนหนึ่งมาสอบถามโดยตรงว่า
“เมืองอวิ่นมีช่างซ่อมเรือหรือไม่?”
เจ้าหน้าที่แสดงท่าทางเคารพนบนอบเป็นอย่างมาก “เรียนใต้เท้า
ทางใต้ของเมืองอวิ่นติดกับทะเล ชาวประมงส่วนใหญ่ที่นั่นสามารถ
ซ่อมแซมเรือได้ขอรับ”
เมิ่งไห่หนิงพยักหน้ารับรู้ จึงพูดกับเฮ่อจือหร่านว่า “ท่านสามารถ
บอกข่าวนี้กับเขาได้”
เฮ่อจือหร่านบอกตามค าพูดของเจ้าหน้าที่ให้เฮนรี่ฟัง
เฮนรี่ได้ยินอย่างนั้นก็ดีใจมาก “แม่นางเฮ่อจือหร่าน ท่านช่วยไป
กับข้าสักหน่อยได้หรือไม่?”
เฮ่อจือหร่านรู้ดีว่าถึงแม้เฮนรี่จะหาช่างซ่อมเรือได้จากที่ไหน แต่
เขาก็ไม่สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้ การที่นางไปด้วยจ าเป็นอย่างยิ่ง
แต่หากจะไปวันนี้คงเป็นไปไม่ได้
ตอนนี้ใกล้เที่ยงแล้ว จุดประสงค์ที่พวกเขาออกมาในครั้งนี้ก็เพื่อ
ซื้อหาสมุนไพร
พวกเขาต้องรีบกลับไปก่อนที่พี่ห้าจะอาการก าเริบ ไม่เพียง
เท่านั้น ปัญหาเรื่องที่พักก็คงต้องขอให้เมิ่งไห่หนิงช่วยจัดการ
มีเพียงเมิ่งไห่หนิงเท่านั้นที่จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่าง
เด็ดขาด
ดังนั้น นางจ าเป็นต้องอธิบายสถานการณ์ของตนเองให้เมิ่งไห่ห
นิงเข้าใจอย่างชัดเจน
เฮ่อจือหร่านยกมือขออภัยเฮนรี่ด้วยความรู้สึกผิด “ขอโทษด้วย
แต่วันนี้ข้ามีธุระที่ต้องจัดการ พรุ่งนี้หลังว่างแล้วข้าจะพาท่านไปที่
หมู่บ้านชาวประมงได้”
เฮนรี่ติดอยู่ในเมืองอวิ่นมาหลายวันแล้ว ในที่สุดก็หาคนที่
สามารถสื่อสารกับเขาได้ แม้จะรีบร้อนแค่ไหนก็ต้องมีความอดทน
“ตกลง เช่นนั้นเป็นวันพรุ่งนี้”
หลังจากสื่อสารกับเฮนรี่เสร็จ เฮ่อจือหร่านก็ลากโม่จิ่วเยี่ยไป
พบปะกับเมิ่งไห่หนิง
เมิ่งไห่หนิงก็มีความคิดเช่นเดียวกัน จึงเชิญทั้งสองคนไปคุยกัน
ที่ว่าการอ าเภอ
เมิ่งไห่หนิงยังไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของที่นี่ เมื่อตอนรับ
ต าแหน่งที่อ าเภอตงเฟิง รองนายอ าเภอของท้องที่ได้แนะน าและ
อธิบายงานให้เขาอย่างละเอียด
แต่เรื่องที่เขามาเมืองอวิ่นถูกแจ้งมาถึงที่นี่แล้ว ท าไมถึงไม่เห็น
รองนายอ าเภอของที่นี่เลย?
เมิ่งไห่หนิงรู้สึกแปลกใจนัก
เขาเรียกเจ้าหน้าที่ที่น าทางมาถาม “รองนายอ าเภอของพวกเจ้า
อยู่ที่ไหน?”
เมื่อพูดถึงรองนายอ าเภอชุย เจ้าหน้าที่ก็ดูลังเลด้วยไม่รู้จะพูด
อย่างไร
ถ้านายอ าเภอรู้เรื่องที่รองนายอ าเภอชุยบาดเจ็บจากปากเขา
หากรองนายอ าเภอชุยไม่ถูกปลดออกจากต าแหน่ง เขาก็จะ
กลายเป็นคนที่ท าให้ผู้อื่นไม่พอใจ
ในทางกลับกัน ถ้าเขาไม่พูดความจริง คนที่เขาจะท าให้ไม่พอใจ
ก็คือนายอ าเภอคนนี้
เจ้าหน้าที่ไม่กล้าท าให้ทั้งสองคนนี้ไม่พอใจจึงแสดงท่าทีล าบาก
ใจมาก
โม่จิ่วเยี่ยเห็นเช่นนั้นจึงไขข้อข้องใจให้เขา
“น้องชายเมิ่ง วันนี้พวกเราเข้าเมืองมาก็ได้ยินชาวบ้านพูดกันว่า
เมื่อคืนรองนายอ าเภอชุยถูกคนท าร้ายจนจุดส าคัญบาดเจ็บหนัก
ตอนนี้ยังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่เรือน”
ข่าวนี้ท าให้เมิ่งไห่หนิงรู้สึกประหลาดใจมาก
คนที่ลงมือต้องเกลียดชังรองนายอ าเภอคนนี้มากแค่ไหนถึงได้
ท าร้ายเขาถึงขนาดนั้น?
เห็นเมิ่งไห่หนิงยังคงครุ่นคิดอยู่ โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่คิดอ้อมค้อมอีก
ต่อไป จุดประสงค์หลักที่พวกเขามาที่นี่ก็เพื่อจะแก้ไขปัญหาในตอนนี้
“น้องชายเมิ่งอาจไม่รู้ เมื่อวานตอนที่พวกเราเดินทางมาถึงเมืองอ
วิ่น ก็ถูกรองนายอ าเภอชุยกลั่นแกล้ง จงใจจัดสรรที่พักอาศัยให้พวก
เราไปอยู่ในหมู่บ้านของญาติเขา ในสภาพอากาศเช่นนี้ พวกเรา
สามสิบกว่าชีวิตต้องนอนกลางแจ้งกันทั้งคืน”
“พี่โม่ พวกเราเข้าไปคุยกันข้างในให้ละเอียดเถอะ” เมิ่งไห่หนิง
พูดพลางน าสองสามีภรรยาเข้าไปในห้องหนังสือ
เจ้าหน้าที่มีไหวพริบดีมาก เพียงทุกคนนั่งลงเรียบร้อยแล้วก็น า
ชามาให้ จากนั้นก็รีบออกไปและปิดประตูลง
เมิ่งไห่หนิงจิบชาแล้วค่อย ๆ เอ่ยปาก
“ไม่ปิดบังพี่โม่กับพี่สะใภ้ การที่ข้ามาเป็นนายอ าเภอที่เมืองอวิ่น
ก็เพราะคุณชายเฟ่ยจัดการให้ข้ามา”
เมืองอวิ่นตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล สภาพแวดล้อมหนาวเหน็บ โม่
จิ่วเยี่ยนึกไม่ออกว่าเฟ่ยหนานอวี่ให้เมิ่งไห่หนิงมาที่นี่ท าไม
“เพราะอะไร?”
เมิ่งไห่หนิงยิ้มขื่นแล้วพูดว่า “เพราะเรื่องเผาศพที่อ าเภอตงเฟิง”
เขาหยุดไปชั่วครู่แล้วพูดต่อ
“พี่สะใภ้เสนอให้ข้าเผาศพผู้ตาย ซึ่งเป็นวิธีที่ดีในการป้องกัน
ปัญหาภายหลัง ตอนที่องค์ชายหนานฉีน าคนมาช่วยบรรเทาทุกข์
ข้าก็ได้อธิบายเหตุผลนี้ให้เขาฟังอย่างชัดเจนแล้ว”
“ตอนแรกองค์ชายเห็นด้วย และสั่งให้คนใต้บังคับบัญชาให้ความ
ร่วมมือกับข้าอย่างเต็มที่ พวกเราร่วมมือกันเผาศพผู้เสียชีวิตและ
พยายามท าทุกวิถีทางเพื่อหายาสมุนไพรมาปรุงยารักษากาฬโรค
อาจพูดได้ว่าเราพยายามควบคุมการบาดเจ็บและเสียชีวิตของ
ชาวบ้านให้อยู่ในขอบเขตมากที่สุด”
“ขณะที่การบรรเทาทุกข์ก าลังจะส าเร็จลุล่วง ไม่รู้ว่าใครแอบยุยง
ชาวบ้าน ว่าการเผาศพของพวกเราเป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักการ และ
เรียกร้องให้ราชส านักชี้แจงกับญาติของผู้ตาย”
“องค์ชายหนานฉีส่งคนไปจับคนที่สร้างเรื่อง แต่ชาวบ้านก็เชื่อ
ค าพูดของคนพวกนั้นไปแล้ว พวกเขายึดมั่นในความคิดที่ว่าหากยัง
ก่อความวุ่นวายต่อไป ราชส านักจะต้องชดเชยให้พวกเขาแน่นอน”
“เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนั้น องค์ชายหนานฉีก็เปลี่ยนใจ คิดว่า
การให้ค าอธิบายกับชาวบ้านเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ เขาไม่สามารถ
ชดเชยอะไรให้ชาวบ้านได้ สิ่งที่ท าได้คือการปลดต าแหน่งและ
สอบสวนตัวการส าคัญที่สั่งให้เผาศพ”
และตัวการส าคัญย่อมต้องเป็นเขาอย่างแน่นอน
“หลังท่านอ๋องฉีกลับค าพูด ข้าก็ไม่รอให้เขาปลดข้าออกจาก
ต าแหน่ง แต่ตั้งใจจะลาออกด้วยตัวเอง”
“คุณชายเฟ่ยเห็นเรื่องทั้งหมดนี้ องค์ชายหนานฉีก็เชื่อใจเขา
มาก หลังจากคุณชายเฟ่ยพูดโน้มน้าว องค์ชายหนานฉีจึงตัดสินใจ
โยกย้ายข้าออกจากอ าเภอตงเฟิง”
“ตอนนั้นมีสามเมืองห่างไกลให้ข้าเลือก ก่อนข้าจะตัดสินใจ คุณ
ชายเฟ่ยมาหาข้าและแนะน าให้ข้ามาที่เมืองอวิ่น”
“จุดประสงค์หลักที่มาก็เพราะพวกท่านถูกเนรเทศมาที่นี่ การมี
คนที่คุ้นเคยกันก็จะสะดวกในการดูแล”
“ถึงแม้คุณชายเฟ่ยจะไม่พูด ข้าก็ตั้งใจจะมาที่นี่อยู่แล้ว ความคิด
ของข้ากับคุณชายเฟ่ยจึงตรงกันพอดี สามวันจากนั้นข้าก็ออกจาก
อ าเภอตงเฟิงและมาที่นี่ตามที่คุณชายเฟ่ยจัดการ”
หลังจากฟังเรื่องของเมิ่งไห่หนิงแล้ว เฮ่อจือหร่านก็บ่นหนานฉีใน
ใจอย่างหนัก
ท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์กลับไม่มีความรับผิดชอบแม้แต่น้อย
ทั้ง ๆ ที่มีโอกาสดึงขุนนางที่มีความสามารถเข้าหาตัวเอง แต่
กลับปล่อยให้หลุดมือไปแบบนี้…
ส่วนโม่จิ่วเยี่ยคิดมากไปกว่านั้น
“หากหนานฉีไม่จัดการเจ้า เขาคงกลับไปเมืองหลวงโดยที่ไม่
เพียงไร้ผลงาน แต่ยังจะกลายเป็นความผิดอีก”
เมิ่งไห่หนิงยิ้มขื่น “คงเป็นเช่นนั้น เจอเรื่องแบบนี้เข้าไปข้าก็ได้
แต่ระบายความทุกข์กับพี่โม่เท่านั้น”
โม่จิ่วเยี่ยก็ถอนหายใจเช่นกัน คนที่แม้แต่ความคับข้องใจของ
ขุนนางใต้บัญชายังแก้ไขไม่ได้ แล้วในอนาคตจะแบกรับภาระอัน
ใหญ่หลวงได้อย่างไร
ไม่แปลกที่ในบันทึกประวัติศาสตร์จะกล่าวว่าหนานฉีจะถูกคนชิง
บัลลังก์ไป…
แผลที่เท้าของหนานฉีเกิดจากการเลือกเดินด้วยตัวเขาเอง โม่จิ่ว
เยี่ยคิดแบบนี้ก็เพราะรู้สึกเสียใจแทนบิดากับพี่น้องที่ยอมสละชีวิตเพื่อ
ราชวงศ์ต้าซุ่น
เมิ่งไห่หนิงเล่าเรื่องของตัวเองจบแล้วก็รีบปรับอารมณ์ แล้วถาม
เรื่องที่สกุลโม่ถูกรองนายอ าเภอชุยรังแก
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมอะไร เพียงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ
วานให้เมิ่งไห่หนิงฟังอย่างละเอียด
เมิ่งไห่หนิงฟังแล้วก็โกรธจัด ตบโต๊ะเสียงดังสนั่น
“รองนายอ าเภอตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งกลับกล้าท าตัวบาตรใหญ่
เช่นนี้”
พูดจบ เมิ่งไห่หนิงก็ลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนออกไปนอกประตู “มี
ใครอยู่บ้าง”
ไม่นานเจ้าหน้าที่สองนายก็เดินเข้ามา “ท่านนายอ าเภอมีอะไรจะ
สั่งการหรือขอรับ?”