ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 212 เรื่องนี้ให้แม่จัดการเถอะ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 212 เรื่องนี้ให้แม่จัดการเถอะ
นอกจากนี้ กรงกระต่ายยังมีรูปแบบเรียบง่าย ไม่มีทางมองออกได้
เลยว่าไม่ใช่สิ่งของจากยุคสมัยนี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีชาวต่างชาติคน
นั้นที่ใช้เป็นข้ออ้าง พวกเขาจึงไม่กังวลว่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อะไร
อีก
หลังจากซื้อกรงเสร็จ โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านก็เริ่มลงมือท างาน
ด้วยกัน
ทั้งสองคนติดตั้งกรงขนาดเล็กห้ากรง สามารถรองรับลูกกระต่าย
ได้ถึงยี่สิบตัว
ส่วนกรงส าหรับกระต่ายโตเต็มวัย พวกเขาติดตั้งทั้งหมดสิบ แต่
ละกรงใส่กระต่ายได้สิบตัว
มีกรงเหลือเฟือแล้ว แต่ต้องให้กระต่ายที่โตเต็มวัยอยู่แออัดกันไป
ก่อน เพื่อความสะดวกในการขนย้ายในวันพรุ่งนี้
หลังจากจัดการเรียบร้อยแล้ว ค่อยจัดแจงใหม่อีกรอบ
ส่วนกระต่ายที่จะเป็นสัตว์เลี้ยงนั้น คือของขวัญที่เฮ่อจือหร่าน
ตั้งใจจะมอบให้โม่หานเยี่ย ดังนั้นกรงที่อยู่ย่อมไม่สามารถใช้แบบ
ธรรมดาได้
กระต่ายแต่ละคู่อาศัยอยู่ในแต่ละกรง
วันนี้เฮ่อจือหร่านได้เห็น ‘ความสามารถในการจัดการ’ ของข้าว
ปั้นน้อย นางจึงถือโอกาสทดสอบมันอีกครั้ง เพื่อดูว่าเจ้าตัวน้อยนี้มี
ความสามารถจริง ๆ หรือไม่
ตอนนี้ข้าวปั้นน้อยก าลังนั่งอยู่หน้าประตูคลังสินค้า ก าลังแทะแคร์
รอตอยู่หนึ่งหัว
เมื่อได้ยินเจ้าของร้องเรียก มันจึงวางแคร์รอตไว้อย่างเสียดาย
แล้ววิ่งเหยาะ ๆ มาหานาง
พอมาถึงมันก็ท าท่าน่ารักให้สักพัก เมื่อเห็นเจ้าของยิ้มแล้ว เจ้า
ตัวน้อยจึงนั่งตัวตรงด้วยร่างกลมป้อม รอเจ้าของสั่งการ
“ข้าวปั้นน้อย เจ้าไล่กระต่ายพวกนี้เข้ากรงได้หรือไม่”
“อือ!” เสียงตอบรับดังขึ้น จากนั้นเจ้าตัวน้อยก็เริ่มลงมืออย่าง
รวดเร็ว
เห็นมันโบกแขนสั้นๆ ที่ปกคลุมด้วยขนฟูฟ่อง แล้วร้องเรียกใส่
กระต่ายที่ก าลังวิ่งเล่นอยู่บนสนามหญ้าสองสามครั้ง
ภาพที่น่าตกใจก็ปรากฏขึ้น
กระต่ายทั้งหมดหยุดเคลื่อนไหว ก่อนพวกมันจะมองไปทางต้น
เสียงด้วยความหวาดกลัว จากนั้นก็พากันวิ่งเข้าไปในกรงเหมือนผึ้ง
แตกรัง
พวกมันเข้าไปอยู่ในกรงกันหมดแล้ว แต่กลับไม่เป็นไปตาม
แผนการเดิมของเฮ่อจือหร่านเลย
กระต่ายพวกนั้นไม่ได้แยกขนาด เพียงเห็นกรงก็วิ่งเข้าไปหลบ
ทุกอย่างจึงวุ่นวายไปหมด
แม้แต่กระต่ายพันธุ์พิเศษเหล่านั้นก็เช่นกัน กระต่ายขนปุยยักษ์
กับลูกกระต่ายอายุไม่ถึงหนึ่งเดือนต่างเบียดเสียดกันอยู่ด้านใน ไม่
กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย
ภาพนี้ท าให้โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านต่างหัวเราะเต็มที่
แม้ว่าข้าวปั้นน้อยจะท างานนี้ได้ไม่ค่อยดีนัก แต่อย่างน้อยก็
พิสูจน์ได้ว่าเจ้าตัวน้อยมีความสามารถบางอย่างจริง ๆ
ตอนนี้ข้าวปั้นน้อยเดินมาหาเฮ่อจือหร่านอย่างภาคภูมิใจ มันมุด
เข้าไปในอ้อมอกของนาง พลางส่งเสียงร้องเบา ๆ เหมือนก าลังร้องขอ
รางวัล
สิ่งมีชีวิตตัวน้อยน่ารักขนาดนี้ ย่อมต้องให้รางวัลแน่นอน
เฮ่อจือหร่านมองป่าไผ่ที่นางปลูกไว้ แม้จะยังไม่สูงมากนัก แต่ก็
ไม่เป็นปัญหากับขนาดของหน่อไม้
นางใช้จิตส านึกเรียกหน่อไม้สดและฉ ่าน ้ามา จ านวนของมันมี
มากจนเกือบจะกลบร่างกลมป้อมของข้าวปั้นน้อยไว้
แน่นอนว่าแพนด้าชอบหน่อไม้มากที่สุด
เมื่อข้าวปั้นน้อยเห็นหน่อไม้สดและอร่อยมากมายตรงหน้า ก็ลืม
เจ้าของไปทันที่
เจ้าตัวน้อยคว้าหน่อไม้อันหนึ่งขึ้นมา และเริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อย
ด้วยความรวดเร็ว
เฮ่อจือหร่านฉวยโอกาสใช้จิตส านึก จัดแบ่งที่อยู่ของพวก
กระต่ายทั้งหมดใหม่อย่างเป็นระเบียบ
หลังจัดการเรื่องเหล่านี้เสร็จ นางกับโม่จิ่วเยี่ยจึงล้างหน้าล้างตา
แล้วกลับไปพักผ่อนบนเตียงใหญ่ที่ไม่ได้นอนมานาน
ทั้งสองคนเหนื่อยมากหลังจากยุ่งวุ่นวายมาทั้งวัน ไม่นานสอง
สามีภรรยาที่นอนกอดกันอยู่ก็หลับสนิทไป
วันรุ่งขึ้น เฮ่อจือหร่านตั้งใจตื่นแต่เช้าตรู่
นางวางแผนจะใช้กุ้งมังกรที่เก็บไว้ในพื้นที่มิติมาท าโจ๊กกุ้งมังกร
ให้คนในบ้าน
เนื่องจากมีเวลาจ ากัด เฮ่อจือหร่านจึงไม่ได้คิดจะน ากุ้งมังกรมา
ท าอาหารอะไรใหม่ ๆ หากเป็นในชาติก่อน การที่นางตื่นเช้ามากิน
โจ๊กกุ้งมังกรที่มีเนื้อกุ้งเยอะ ๆ สักชามได้ก็ถือว่าอยู่ดีกินดีมากแล้ว
อีกอย่าง คนสกุลโม่ตอนนี้ก็คุ้นชินกับการประหยัดแล้ว การท า
โจ๊กกุ้งมังกร แป้งทอดหัวหอม และเพิ่มเครื่องเคียงอีกสักอย่าง อาหาร
เช้าเช่นนี้ก็ทั้งประหยัด อร่อย และคุ้มค่า
บรรดาพี่สะใภ้เคยชินกับการตื่นเช้ามาเตรียมอาหารให้ทุกคน
ไม่คิดว่าวันนี้น้องสะใภ้เก้าตื่นจะมาก่อน
ทุกคนทยอยมาช่วยนางในครัว ไม่นานนักก็เตรียมอาหารเช้ามื้อ
นี้เสร็จ
แน่นอนว่าอาหารเช้ามื้อนี้ได้รับค าชมจากคนในบ้าน
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ โม่ชูหานก็เตรียมตัวไปที่คลังสินค้า
พร้อมกับพวกเขา เพื่อขนสิ่งของที่ซื้อมาจากชาวต่างชาติกลับเรือน
ตามหลักแล้ว การมีคนไปช่วยที่คลังสินค้ามากหน่อยก็เป็นเรื่อง
ดี เพราะที่นั่นมีของอยู่เยอะมาก
แต่โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ตั้งใจจะพาพี่แปดไปด้วย เมื่อคืนหร่านหร่าน
เตรียมพวกกระต่ายไว้มากมาย คงไม่สามารถเลี้ยงพวกมันกลางแจ้ง
ได้
ถ้าไม่มีโรงเรือนที่เหมาะสม อย่างน้อยก็ต้องสร้างเพิงหญ้า
ชั่วคราวที่สามารถกันลมกันฝนให้ได้ก่อน
“พี่แปด ข้าจะพาเหลียงห่าวกับคนอื่น ๆ เข้าเมือง วันนี้รบกวน
ท่านไปจ้างงานคนจากหมู่บ้าน ให้มาช่วยกันสร้างเพิงหญ้าด้านหลัง
บ้านเถอะ”
โม่ชูหานรู้สึกงุนงงเล็กน้อย “น้องเก้า ท าไมพวกเราต้องสร้างเพิง
หญ้าด้วยเล่า”
“พี่แปดลืมไปแล้วหรือ เมื่อวานพวกเราซื้อกระต่ายมาจาก
ชาวต่างชาติเยอะมาก แน่นอนว่าต้องสร้างเพิงให้พวกมันอยู่อาศัย”
พอรู้ว่าไม่ได้ไปขนย้ายสิ่งของพร้อมกับน้องเก้าและน้องสะใภ้ โม่
ชูหานก็รู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง
ตั้งแต่เขามาตั้งรกรากที่หมู่บ้านซีหลิ่งจนถึงตอนนี้ ยังไม่เคย
ออกไปดูสภาพบ้านเมืองในเมืองอวิ่นเลย
อีกไม่นานเขาก็จะต้องไปเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของที่ว่าการ
อ าเภอแล้ว แต่กลับไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของที่นี่เลย
แต่สิ่งน้องเก้าพูดก็ส าคัญมาก ตอนนี้พี่ห้าไม่เพียงสูญเสียความ
ทรงจ า แต่ร่างกายของเขายังไม่ฟื้นตัวนัก
ตอนนี้ในบ้านมีเพียงเขากับน้องเก้าเป็นบุรุษที่สามารถรับมือกับ
เรื่องต่าง ๆ ได้ การที่เขาไปท าเรื่องแบบนี้ก็ถือว่าสมควรแล้ว
ขณะที่โม่ชูหานก าลังจะตอบตกลง ฮูหยินผู้เฒ่าก็เดินเข้ามา
“จิ่วเยี่ย พาพี่แปดของเจ้าเข้าเมืองไปด้วยกันเถอะ แค่สร้างเพิง
หญ้า เรื่องนี้ให้แม่จัดการก็พอ”
ความสามารถของท่านแม่ ทุกคนในสกุลโม่ต่างไม่มีใครปฏิเสธ
ได้
เมื่อก่อนจวนฮู่กั๋วกงที่ใหญ่โตขนาดนั้น ก็ยังเป็นนางคนเดียวที่
คอยดูแลไม่ใช่หรือ?
การสร้างเพิงหญ้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็คงเป็นเรื่องง่าย
แต่นางก็อายุมากแล้ว ทั้งยังถูกเนรเทศและเดินทางมานาน โม่ชู
หานไม่อยากให้มารดาต้องเหนื่อยอีก
“ท่านแม่ ข้าจะไปพูดกับหัวหน้าตระกูลทั้งสองท่านก่อน หาก
จัดการเรียบร้อยแล้ว ท่านแค่พาพวกสะใภ้ไปดูแลบ้างก็พอ”
ฮูหยินผู้เฒ่ารู้ว่าลูกชายกตัญญู แต่ก็ไม่อยากให้เขาต้องล าบาก
“แม่ยังแข็งแรงดี จัดการเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้ไม่มีปัญหา
หรอก”
เมื่อเห็นว่ามารดาพูดเช่นนั้น โม่ชูหานกับโม่จิ่วเยี่ยจึงตอบรับ
ด้วยความยินดี
โม่จิ่วเยี่ยพาฮูหยินผู้เฒ่าไปที่ลานหลังบ้าน เลือกต าแหน่งที่
เหมาะสม แล้วอธิบายเรื่องขนาดของเพิงหญ้า
เฮ่อจือหร่านถือโอกาสนี้น าลูกข้าวปั้นน้อยออกมาจากพื้นที่มิติ
นางสังเกตว่าเจ้าตัวน้อยนี้ไม่ชอบอยู่คนเดียว ถ้าปล่อยให้มันอยู่
ในพื้นที่มิติตามล าพัง มันคงจะไม่มีความสุข
นางกับโม่จิ่วเยี่ยต้องออกไปข้างนอก จึงไม่สามารถพาเจ้าตัว
น้อยไปด้วยได้ จ าต้องฝากให้โม่หานเยี่ยดูแลชั่วคราว
เมื่อจัดการเรื่องในบ้านเรียบร้อยแล้ว สองสามีภรรยาพร้อมกับโม่
ชูหานจึงขับเกวียนลามุ่งหน้าสู่เมืองอวิ่น
เหลียงห่าวและคนอื่นใช้วิชาตัวเบาวิ่งตามเกวียนลามาติด ๆ
เมื่อเกวียนลาเข้าสู่เมืองอวิ่น โม่ชูหานก็จัดการพาพวกเขาไป
ขายสัตว์ที่ล่ามาได้ก่อน
สิ่งนี้ตรงกับความคิดของโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านทันที่
พวกเขาสามารถใช้โอกาสนี้ไปที่คลังสินค้าก่อน เพื่อปล่อย
กระต่ายที่เตรียมไว้ล่วงหน้าเข้าไปอยู่ด้านในนั้น