ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 218 สามีของเจ้าเป็นสุภาพบุรุษเสมอ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 218 สามีของเจ้าเป็นสุภาพบุรุษเสมอ
เมื่อเห็นทั้งคู่ก าลังจะออกไป เฮ่อจือหร่านก็รีบห้ามไว้ “พี่ห้า
พี่สะใภ้ห้า เรื่องนี้ไม่ต้องรีบร้อนหรอกเจ้าค่ะ รอให้สามีข้ากลับมาก่อน
แล้วค่อยให้เขาไปจัดการเถอะ”
มีเพียงตอนอยู่กับโม่จิ่วเยี่ยเท่านั้น นางถึงจะใช้งานพื้นที่มิติได้
อย่างสะดวก
พี่ห้ากับพี่สะใภ้ห้าคิดว่า อย่างไรเสียผักกาดขาวกับหัวไชเท้าใน
บ้านก็มีพอประทังไปได้สักพัก จึงยอมรับข้อเสนอของนางอย่างยินดี
…
เพิ่งผ่านยามเที่ยงไป โม่จิ่วเยี่ยก็กลับมาแล้ว
เขาทิ้งเกวียนลาไว้ในลานบ้าน แล้วเดินเข้าห้องของตนเองไป
อย่างรวดเร็ว
เฮ่อจือหร่านรู้สึกไม่สบายตัว ซ ้าท่าทางการเดินที่แปลก ๆ ของ
นางยังถูกพี่สะใภ้หยอกล้อ นางจึงเลือกจะซุกตัวอยู่ในห้องไม่ออกไป
ไหน
เมื่อเห็นภรรยายังนอนอยู่บนเตียง โม่จิ่วเยี่ยจึงคิดว่าตนเองคงท า
นางเจ็บตัวแล้วจริง ๆ
“หร่านหร่าน เจ้ารู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือไม่”
เมื่อเห็นตัวต้นเหตุที่ท าให้ตัวเองอับอาย เฮ่อจือหร่านจึงจ้องมอง
เขาอย่างดุดันแล้วพลิกตัวหันหน้าเข้าด้านในเตียงอุุ่น ไม่สนใจจะ
มองเขา
โม่จิ่วเยี่ยถือโอกาสนี้ถอดรองเท้าแล้วปีนขึ้นไปบนเตียง พลาง
โอบกอดภรรยาตัวน้อยไว้ในอ้อมแขน
ข้าวปั้นน้อยเหมือนจะคุ้นชินกับการอยู่ร่วมกันแบบนี้ของเจ้าของ
ทั้งสองแล้ว มันจึงฉลาดพอจะคลานลงไปอยู่ตรงมุมห้องเพื่อเล่นกับ
ตัวเอง
“หร่านหร่าน…” โม่จิ่วเยี่ยเรียกชื่อนางเสียงนุ่มนวล
เมื่อรู้สึกถึงอ้อมกอดอันคุ้นเคย เฮ่อจือหร่านก็พลิกตัวกลับมา
ด้วยความโกรธเคือง ก าปั้นน้อย ๆ นั้นทุบอกเขาอย่างแรง
“ทั้งหมดเป็นความผิดของท่าน ข้าถึงต้องถูกพวกพี่สะใภ้คอยล้อ
ตั้งแต่เช้า”
โม่จิ่วเยี่ยถูกนางทุบแต่ก็ไม่คิดจะหลบ แต่กลับขมวดคิ้วถาม
จริงจัง
“เหตุใดพี่สะใภ้ถึงต้องล้อเจ้าด้วย”
เฮ่อจือหร่านเห็นว่าคนหัวแข็งผู้นี้ไม่เข้าใจค าพูดของนางก็ยิ่ง
รู้สึกท้อแท้
เรื่องแบบนี้นางจะกล้าอธิบายได้อย่างไรเล่า
แต่ช่างเถอะ นางคงไม่มีทางสื่อสารกับบุรุษที่โง่งมแบบนี้ได้
นางไม่ใช่คนที่ชอบงอนง้อด้วยเรื่องเล็กน้อยอยู่แล้ว และไม่ยึดติด
กับเรื่องเพียงเรื่องเดียวด้วย
เฮ่อจือหร่านผลักเขาออก แล้วนั่งตัวตรง
“วันนี้ท่านไปที่ไหนมา”
โม่จิ่วเยี่ยเห็นว่านางไม่ได้โกรธจริง ๆ จึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
พร้อมกับลุกนั่งด้วยเช่นกัน
เขาหยิบโฉนดที่ดินออกมาจากอกเสื้อ วางไว้ตรงหน้าเฮ่อจือห
ร่าน
“ข้าไปที่ว่าการอ าเภอมา เพื่อโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้าน”
เมื่อได้ยินว่าเขาไปที่ว่าการอ าเภอเพื่อท าเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ สิ่ง
แรกที่เฮ่อจือหร่านนึกถึงคือต้องจ่ายเงินให้ชาวบ้านพวกนั้นด้วย
“ท่านไปเอาเงินมาจากที่ไหนกัน”
โม่จิ่วเยี่ยยิ้มพลางตอบว่า “เช้านี้ข้าน าติดตัวออกมาจากพื้นที่
มิติบ้าง”
เฮ่อจือหร่าน “…”
ชายคนนี้ก็มีความคิดอยู่เหมือนกัน รู้จักเอาเงินไปจัดการเรื่อง
เอง เขาก้าวหน้าขึ้นมากทีเดียว ดีกว่าคนที่ไม่มีเงินติดตัวเมื่อก่อน
มากนัก
โม่จิ่วเยี่ยจัดการได้อย่างชัดเจน จ านวนที่ดินและบ้านเรือนตรง
กับจ านวนที่ตกลงกับผู้เฒ่าสองคนเมื่อวานทุกประการ
นางยัดโฉนดที่ดินกลับเข้าไปในมือของโม่จิ่วเยี่ยอีกครั้ง
“ท่านแม่เป็นหัวหน้าครอบครัว ส่งของพวกนี้ไปให้ท่านก่อน ถ้า
ท่านไม่คิดจะจัดการอะไร ค่อยน ามันกลับมา”
ความจริงแล้วสองสามีภรรยาต่างรู้ดีว่า นับตั้งแต่ถูกเนรเทศมา ฮู
หยินผู้เฒ่าก็ไม่ค่อยลงมือจัดการกับเรื่องอะไรแล้ว เรื่องใหญ่น้อยใน
บ้านส่วนใหญ่มักมอบให้เฮ่อจือหร่านเป็นคนจัดการ อาจกล่าวได้ว่า
นางวางมืออย่างสิ้นเชิงแล้ว
เฮ่อจือหร่านท าเช่นนี้ก็เพื่อแสดงการเคารพต่อผู้อาวุโส
โม่จิ่วเยี่ยยกยิ้มเก็บโฉนดที่ดินไว้ให้ดี แล้วตั้งใจจะพาเฮ่อจือห
ร่านไปหามารดาด้วยกัน
แต่เฮ่อจือหร่านกลับปฏิเสธ ด้วยท่าเดินของนางแบบนั้น หาก
ออกไปข้างนอกคงต้องถูกพี่สะใภ้หยอกล้ออีกแน่ แม้จะไม่เอ่ย
ล้อเลียนอะไร แต่แค่สายตาของพวกนาง เฮ่อจือหร่านก็รับมือไม่ไหว
แล้ว
โม่จิ่วเยี่ยก็เดาได้ว่าอาจเป็นเพราะเมื่อคืนตนเองท าร้ายร่างกาย
ภรรยามากเกินไป จึงไม่ได้บังคับนางอีก
เป็นไปตามที่เฮ่อจือหร่านคาดการณ์ไว้ โม่จิ่วเยี่ยออกไปไม่นาน
เขาก็น าโฉนดที่ดินทั้งหมดกลับมาครบถ้วน
อย่างนี้ก็ดีเช่นกัน การเก็บมันไว้ในพื้นที่มิติปลอดภัยกว่าที่ไหน
ทั้งนั้น
วันนี้เฮ่อจือหร่านปล่อยตัวปล่อยใจ นางไม่เพียงไม่ออกจากห้อง
แต่ยังนอนอยู่บนเตียงไม่คิดอยากท าอะไรเลย
ในที่สุดก็ถึงช่วงกลางคืน โม่จิ่วเยี่ยเร่งเร้าให้นางพาเข้าไปใน
พื้นที่มิติด้วยกันอย่างใจร้อน
เมื่อเห็นสายตาราวกับเป็นหมาป่าของเขา ร่างกายของเฮ่อจือห
ร่านก็พลันสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว
บุรุษผู้นี้ดุดันเกินไป ร่างกายเล็ก ๆ ของนางรับมือไม่ไหวจริง ๆ
“เอ่อ…คืนนี้ได้หรือไม่”
พักรบ…
ค าพูดที่ตามมาพาให้เฮ่อจือหร่านรู้สึกล าบากใจที่จะเอ่ยปาก
โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจความหมายของนาง จึงหน้าแดงขึ้นมาทันใด
“หร่านหร่าน เมื่อคืนเป็นความผิดของข้าที่ท าให้เจ้าเจ็บ วันนี้เจ้า
วางใจได้ ข้าสัญญาว่า…”
“แตะเบา ๆ ก็ไม่ได้ ข้ายังเจ็บอยู่เลย!” เฮ่อจือหร่านตัดบทเขา
โม่จิ่วเยี่ยรีบอธิบาย “ข้าหมายถึง ข้าสัญญาว่าจะนอนอย่างสงบ
เสงี่ยม”
เฮ่อจือหร่าน “…”
ที่แท้เขาหมายถึงคืนนี้จะนอนอย่างสงบเสงี่ยม เป็นนางเองที่คิด
ไปไกล
พอคิดได้ดังนั้น ใบหน้าของนางก็เริ่มแดงระเรื่อ
“ค าพูดของสุภาพบุรุษ ม้าสี่ตัวก็ดึงกลับมาไม่ได้ ท่านพูดแล้ว
ต้องท าตามนะ”
โม่จิ่วเยี่ยมองภรรยาที่มีท่าทีเขินอาย แล้วเข้าไปจุมพิตหน้าผาก
ของนางเบา ๆ
“สามีของเจ้าเป็นสุภาพบุรุษเสมอ”
สุภาพบุรุษ?
หากไม่ได้เห็นความดุดันของเขาเมื่อคืน เฮ่อจือหร่านก็คงจะคิด
เช่นนี้ตลอดไปแน่
ส่วนตอนนี้…พูดยากจริง ๆ
ข้าวปั้นน้อยเหมือนจะหิวแล้ว มันจึงส่งเสียงร้องหงิง ๆ ไม่หยุดใส่
เจ้าของ
เฮ่อจือหร่านสงสารเจ้าตัวน้อยที่ไม่ได้กลิ้งเกลือกอยู่ในป่าไผ่ทั้ง
วัน จึงหมาป่าตัวร้ายเข้าไปในพื้นที่มิติด้วยกัน
ผู้ชายที่ผ่านประสบการณ์มาแล้ว การจะควบคุมความต้องการ
ได้นั้นช่างยากจริง ๆ
แต่ในเมื่อโม่จิ่วเยี่ยพูดแล้วก็ต้องท า เมื่อเผชิญหน้ากับภรรยาสุด
ที่รัก เขายอมไปอาบน ้าเย็นเพื่อดับไฟปรารถนา แทนที่จะผิดค า
สัญญาของสุภาพบุรุษ…
หลังจากพักฟื้นหนึ่งคืน ร่างกายของเฮ่อจือหร่านก็ดีขึ้นมาก
นางยังคงท าเหมือนเดิมเช่นทุกวัน พาโม่จิ่วเยี่ยและข้าวปั้นน้อยออก
จากพื้นที่มิติตั้งแต่เช้า
โฉนดที่ดินก็ได้มาแล้ว แต่คนทั้งบ้านยังไม่ได้ไปดู วันนี้ไม่มีธุระ
อะไรเป็นพิเศษจึงสามารถไปส ารวจดูได้
หลังทานอาหารเช้า ทุกคนก็มุ่งหน้าไปที่เชิงเขา
หัวหน้าตระกูลทั้งสองท่านน าทางด้วยตัวเอง บอกพวกเขาเรื่อง
ต าแหน่งของที่ดินส าหรับเพาะปลูกและบ้านเรือนเหล่านั้น
หากพูดถึงการซื้อที่ดินและบ้านของทั้งสอง ก็ถือว่าค่อนข้าง
ตัดสินใจอย่างหุนหันพลันแล่น รู้แค่ต าแหน่งคร่าว ๆ ไม่ได้ดูสภาพที่
แท้จริงให้ดีก็กล้าตัดสินใจซื้อ
จริง ๆ แล้ว เรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับความร ่ารวยมหาศาลของเฮ่อจื
อหร่านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น เมล็ดพันธุ์ที่ผลิตจากพื้นที่มิติของนางก็ไม่เลือก
สภาพดินหรือสภาพอากาศ จึงไม่จ าเป็นต้องสนใจเรื่องพวกนั้น พวก
เขาให้ความส าคัญกับต าแหน่งที่ตั้งของที่ดินมากกว่า
ขอเพียงไม่กระจัดกระจายกันไปก็พอ
ที่ดินสี่สิบหกหมู่นั้นพอจะเรียกได้ว่าอยู่รวมกลุ่มกันอย่าง
พอประมาณ
เหตุผลที่บอกว่าพอประมาณก็เพราะตรงกลางยังมีที่ดินของ
ตระกูลชุยแทรกอยู่บ้าง
อย่างนี้แล้ว ที่ดินของตระกูลชุยพวกเขาก็จ าเป็นต้องซื้อให้ได้
เช่นกัน
โชคดีที่ที่ดินเหล่านี้ก็ถูกทิ้งร้าง คาดว่าคนตระกูลชุยก็คงเต็มใจ
จะขายเหมือนกัน
แน่นอนว่าด้วยนิสัยของคนตระกูลชุย ต่อให้พวกเขาจะเต็มใจ
ขายให้ แต่ขั้นตอนคงไม่ราบรื่นนัก
แต่ไม่ว่าอย่างไรเฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่
ที่จะครอบครองที่ดินผืนนั้นให้ได้
หลังจากส ารวจรอบ ๆ ที่ดินทั้งหมด ทั้งคู่ก็พบว่าทางทิศเหนือ
ของที่ดินเหล่านี้ ยังมีที่ดินรกร้างผืนใหญ่ที่มองไม่เห็นขอบเขต
ที่ดินรกร้างเหล่านี้เหมือนจะมีพื้นที่ไม่น้อยไปกว่าที่ดินที่เคยถูก
เพาะปลูกมาก่อน หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ ้า
โม่จิ่วเยี่ยหันไปถามผู้เฒ่าโจวว่า “ท่านลุง ที่ตรงนี้เป็นที่ดินรกร้าง
ทั้งหมดเลยหรือ”