ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 243 ชื่อนี้มีอะไรพิเศษหรือ
“ท่านแม่ ชื่อนี้มีอะไรพิเศษหรือ?”
ฮูหยินผู้เฒ่าลังเลครู่หนึ่ง แล้วเล่าเรื่องราวในอดีต
“ข้าแค่รู้สึกกับค าว่า ‘เหมิง’ นี้เท่านั้น ตอนนั้นข้ากับบิดาของ
พวกเจ้าเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นาน สถานการณ์สู้รบที่ชายแดนยังตึง
เครียด จักรพรรดิองค์ก่อนจึงแต่งตั้งให้บิดาของพวกเจ้าเป็นแม่ทัพ
น าทัพใหญ่ไปช่วยเหลือ”
“ตอนนั้นข้ายังสาวและใจร้อน ไม่อยากแยกจากบิดาพวกเจ้า จึง
แต่งตัวเป็นชายแฝงตัวไปกับกองทัพ”
“บิดาพวกเจ้าได้รับชัยชนะครั้งใหญ่ ใช้เวลาเพียงสองเดือนก็ขับ
ไล่โจรผู้ร้ายจากแดนใต้ออกจากแผ่นดินต้าซุ่นของเรา พร้อมทั้งจับ
แม่ทัพใหญ่ของหนานเจียงได้ด้วย”
“พอสอบสวนถึงได้รู้ว่า แม่ทัพใหญ่หนานเจียงนั้นแท้จริงคือองค์
หญิงใหญ่หยวนเหมิงของพวกเขา”
“ตอนนั้นข้าสวมชุดทหารธรรมดายืนอยู่ข้างบิดาพวกเจ้า เห็นได้
ชัดว่านางหลงใหลบิดาพวกเจ้ามาก ถึงขนาดประกาศว่าหากบิดาเจ้า
ยอมแต่งงานกับนาง นางจะกลับไปโน้มน้าวพระบิดาของนางให้ยอม
สวามิภักดิ์ต่อต้าซุ่นทันที”
“ข้อเสนอของนางถูกบิดาพวกเจ้าปฏิเสธ แต่หยวนเหมิงก็ไม่
ยอมแพ้ หลังจากที่จักรพรรดิหนานเจียงใช้ทรัพย์สินมากมายแลกตัว
นางกลับไป นางก็ยังคงพยายามท าทุกวิถีทางเพื่อเข้าใกล้บิดาของ
พวกเจ้า”
“กระทั่งตอนที่พวกเรากลับเมืองหลวงมาอย่างมีชัย และข้าได้
คลอดพี่ชายคนโตของพวกเจ้าแล้ว หยวนเหมิงก็ยังไม่ลืมบิดาของ
พวกเจ้า”
“ด้วยเหตุนี้ จักรพรรดิหนานเจียงจึงส่งทูตมาเป็นพิเศษ เพื่อ
ขอให้จักรพรรดิองค์ก่อนจัดการแต่งงานระหว่างหยวนเหมิงกับบิดา
พวกเจ้า”
“จักรพรรดิองค์ก่อนทราบถึงกฎของสกุลโม่ และยังรู้นิสัยใจคอ
บิดาพวกเจ้าเป็นอย่างดี จึงปฏิเสธค าขอของทูตจากหนานเจียงไป”
“แม้จะเป็นเช่นนั้น หยวนเหมิงก็ยังไม่ยอมแพ้ ไม่นานหลังจากทูต
หนานเจียงกลับไป นางก็เดินทางมายังเมืองหลวงของพวกเราด้วย
ตัวเอง และพยายามไล่ตามบิดาเจ้าอย่างไม่ลดละ”
“เมื่อเผชิญหน้ากับคนแบบนี้ ทั้งข้าและบิดาเจ้าต่างรู้สึกโกรธ
มาก สุดท้าย บิดาเจ้าจึงขออนุญาตจากจักรพรรดิองค์ก่อน เต็มใจไป
รักษาการณ์ที่ชายแดนตะวันตก”
“เมื่อเขากลายเป็นแม่ทัพชายแดน ย่อมสามารถพาครอบครัวไป
ด้วยได้ ข้าจึงติดตามเขาไปตลอด”
“ใครจะรู้ว่าหยวนเหมิงยังไม่ยอมแพ้อีก นางเสียสติถึงขั้นใช้เลือด
ตัวเองไปหล่อเลี้ยงกู่พิศวาส”
“น่าเสียดายที่หยวนเหมิงใจร้อนเกินไป ขณะก าลังใช้กู่พิศวาสก็
ถูกบิดาพวกเจ้าจับได้ทันที่ ด้วยความโกรธจัด เขาจึงลงมือสังหาร
หยวนเหมิงที่นั่น”
“เรื่องนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับทั้งสองแคว้นในตอนนั้น
คุณชายตระกูลใหญ่แห่งหนานเจียงผู้หลงรักหยวนเหมิงนามเสาซิน
ได้น าทัพออกมาโจมตีแคว้นของเราด้วยตัวเอง ด้วยมุ่งมั่นจะสังหาร
บิดาเจ้าเพื่อแก้แค้นให้หยวนเหมิง”
“น่าเสียดายที่ไม่ว่าจะเป็นวรยุทธ์หรือการใช้กลศึก เส้าซินก็
ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของบิดาพวกเจ้า ตอนที่หนานเจียงพ่ายแพ้และถอยทัพ
ไป เส้าซินสาบานต่อหน้าคนทั้งสองกองทัพว่า ความปรารถนาใน
ชีวิตนี้ของเขาคือการแก้แค้นให้หยวนเหมิง และสาปแช่งให้สกุลโม่
สิ้นสูญทายาท”
หลังจากได้ฟังเรื่องราวในอดีต โม่จิ่วเยี่ยถามอย่างจริงจังว่า
“ท่านแม่ หมายความว่าปรมาจารย์ซือเหมิงคนนี้ อาจจะเป็นเส้าซินที่
รักหยวนเหมิงในตอนนั้นใช่หรือไม่?”
ฮูหยินผู้เฒ่าตอบเสียงเรียบว่า “ทั้งหมดที่ข้าพูดมาก็เป็นเพียง
การคาดเดา พวกเจ้าพี่น้องต่างถูกท าร้ายด้วยพิษ และวิชาเลี้ยง
หนอนพิษนี้มีต้นก าเนิดจากหนานเจียง จึงพาให้ข้าอดนึกถึงคนผู้นั้น
ไม่ได้ โดยเฉพาะการตายของบิดาเจ้า มันมีหลายอย่างที่คล้ายคลึง
กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเจ้าพี่น้อง”
ตอนที่นายท่านผู้เฒ่าโม่สิ้นใจในสนามรบ โม่จิ่วเยี่ยอายุเพียงห้า
ขวบ เขาจึงรู้รายละเอียดของเหตุการณ์จากค าบอกเล่าของผู้อาวุโส
คนอื่นและพี่ชายเท่านั้น
เขารู้เพียงว่า บิดาถูกพิษร้ายของศัตรูจากหนานเจียง จากนั้นถูก
จับตัวไปและน าศีรษะแขวนประจานบนก าแพงเมือง
เมื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่เหล่าพี่ชายประสบ มันช่างเหมือนกับ
สิ่งที่เกิดขึ้นกับบิดาเขาไม่มีผิด
พี่น้องสกุลโม่ก ามือแน่น
โม่ชูหานพยายามกดข่มความโกรธแค้นในใจ แล้วถามว่า “พี่
สาม ท่านสืบหาตัวตนที่แท้จริงของปรมาจารย์ซือเหมิงได้แล้วหรือ?”
ค าถามนี้เป็นประเด็นส าคัญที่ทุกคนอยากรู้ โม่อวิ๋นเฟิงจึงตอบ
เสียงหนักแน่นว่า
“ข้าใช้เวลาสืบหาในหนานเจียงหลายเดือน ในที่สุดก็พบ
คฤหาสน์ซือเหมิง แต่มันแตกต่างจากที่ข้าคิดไว้มาก มันไม่ได้หรูหรา
ใหญ่โต แต่กลับดูทรุดโทรมเสียด้วยซ ้า”
“ทรุดโทรม?” โม่จิ่วเยี่ยอดถามไม่ได้ แน่นอนไม่ใช่แค่พี่สามที่
ประหลาดใจ แม้แต่ตัวเขาเองก็รู้สึกว่ามันน่าเหลือเชื่อ
เป็นที่รู้กันว่าพวกคนที่เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงหนอนพิษใน
หนานเจียงนั้นร ่ารวยมาก แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่กระทั่งที่อยู่อาศัย
ก็ยังถูกอธิบายว่ามันทรุดโทรม?
โม่อวิ๋นเฟิงพยักหน้า “ถูกต้อง ที่นั่นทรุดโทรมจริง ๆ และข้า
ค้นหาอยู่ที่นั่นสามวันแล้วก็ไม่เห็นเงาของใครเลย”
“ตอนที่ข้าก าลังจะจากไป กลับพบว่ามีคนออกมาจากใน
คฤหาสน์ ข้าคิดว่าคฤหาสน์นี้อาจมีทางลับหรืออะไร ไม่เช่นนั้นท าไม
ข้าอยู่ที่นั่นตั้งนานกลับไม่เจอผู้ใด”
“ดังนั้นข้าจึงแอบตามคนคนนั้นไปอย่างระมัดระวัง เขาน่าจะ
ออกมาซื้อเสบียง เขาไปที่ตลาดเพื่อซื้อข้าวสารแล้วก็กลับไป”
“ข้าตามเขาเข้าไปในคฤหาสน์อีกครั้ง บางทีเขาอาจจะรู้ตัวว่ามี
ข้าอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว พอถึงคฤหาสน์ เขาจงใจเดินอ้อมไปมา สุดท้าย
ก็หยุดอยู่ที่มุมหนึ่ง”
“คนผู้นั้นลงมือใช้พิษทันที่ โชคดีที่ข้าหลบได้เร็วจึงไม่ถูกตัวเข้า
หลังจากนั้นเขาก็ส่งแมลงพิษมายังข้าอีกหลายตัว แต่ข้าก็หลบหลีก
ได้หมด บางทีเขาคงเห็นว่าตัวเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าจึงโปรยผงพิษ
ใส่”
“ข้าเคยพลาดท่าเสียทีเช่นนี้มาแล้ว พอเห็นผงพิษก็ใช้มือปิด
จมูกปิดปาก คนผู้นั้นจึงฉวยโอกาสนี้หนีไปอย่างรวดเร็ว”
“ข้าไล่ตามเขาอยู่สามวันติด ๆ ไล่ตามไปจนถึงดินแดนของ
ต้าซุ่นถึงจับตัวไว้ได้”
“หลังจากสอบสวนถึงได้รู้ว่า ปรมาจารย์ซือเหมิงไม่ได้กลับไปที่
คฤหาสน์นั่นมาหกปีแล้ว คนเลี้ยงหนอนพิษที่เคยพึ่งพาปรมาจารย์
ซือเหมิงก็ทยอยจากไป ตอนนี้ในคฤหาสน์มีแค่คนเลี้ยงหนอนพิษ
ไม่กี่คนคอยเฝ้าอยู่”
“ดังนั้นคฤหาสน์ซือเหมิงก็คงมีห้องลับหรืออะไรอยู่จริง ๆ” โม่จง
หยวนกล่าวเสียงเข้ม
“ใช่ ข้ารู้จากปากของคนผู้นั้นว่า ทางเข้าห้องลับของคฤหาสน์
ซือเหมิงอยู่ใต้บ่อน ้าแห้งแห่งหนึ่ง สถานที่แห่งนั้นเร้นลับมาก ไม่
แปลกที่ข้าค้นหาอยู่นานแล้วก็ยังไม่พบเบาะแสอะไร”
“หากไม่ใช่เพราะกังวลว่าถ้าข้าจะกลับบ้านไม่ทันช่วงปีใหม่ และ
ทุกคนจะเป็นห่วง ข้าคงกลับไปตรวจสอบอีกครั้งแน่นอน” โม่อวิ๋
นเฟิงกล่าวเสียงเรียบว่า “ตอนนี้ทุกคนรู้ว่าข้าปลอดภัยดี ข้าจึง
วางแผนจะไปส ารวจที่นั่นอีกครั้งหลังผ่านปีใหม่”
โม่ชูหานเป็นคนที่มีนิสัยหุนหันพลันแล่นที่สุดในหมู่พี่น้อง เขา
ยืนขึ้นและทุบโต๊ะอย่างแรง
“ข้าจะไปหนานเจียงเดี๋ยวนี้ ต้องถล่มคฤหาสน์ซือเหมิงนั่นให้สิ้น
ซาก” พูดจบ โม่ชูหานก็หันหลังเตรียมจะเดินออกไป แต่ถูกฮูหยินผู้
เฒ่าห้ามไว้ด้วยน ้าเสียงเคร่งขรึม
“ชูหาน นั่งลงก่อน เรื่องราวยังไม่กระจ่าง เจ้าจะไปท าไมกัน? อีก
อย่าง คนของคฤหาสน์ซือเหมิงล้วนเชี่ยวชาญวิชาแมลงพิษ เจ้าไป
แล้วรับรองได้หรือว่าจะไม่ถูกพิษอีก? ถึงตอนนั้น อย่าว่าแต่จะสืบข่าว
พี่ใหญ่กับพี่รองของเจ้าเลย คนในบ้านยังจะต้องหาทางไปช่วยเจ้า
ด้วยซ ้า”
เมื่อได้ฟังค าพูดของมารดา โม่ชูหานก็ดับไฟโทสะลงทันที่ เขา
นั่งลงที่เดิมอย่างไม่เต็มใจ
“ท่านแม่ แล้วท่านว่าพวกเราควรท าอย่างไรดีเล่า? ในเมื่อพวก
เราพบเบาะแสเล็ก ๆ น้อย ๆ มาได้แล้ว จะยอมแพ้ไปง่าย ๆ แบบนี้
ไม่ได้นะขอรับ”
ฮูหยินผู้เฒ่ากวาดตามอง ก่อนจะหยุดสายตาที่เฮ่อจือหร่าน
นางสังเกตมานานแล้วว่า สะใภ้เก้าของนางคนนี้มีสมองเฉียบ
แหลมกว่าเหล่าบุตรชายของนางมากนัก ในเวลาเช่นนี้จึงจ าเป็นต้อง
ฟังความเห็นของนาง
“สะใภ้เฮ่อ เจ้าคิดอย่างไร”
นับตั้งแต่ได้ฟังเรื่องราวจากพี่สาม เฮ่อจือหร่านก็ครุ่นคิดมาโดย
ตลอด