ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 271 ร่างกายเช่นนี้จะแก้แค้นใครได้
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 271 ร่างกายเช่นนี้จะแก้แค้นใครได้
หลานเอ๋อร์เปลี่ยนความคิดที่จะฆ่าตัวตายแล้ว โดยเฉพาะเมื่อ
ต้องไปอยู่กับสกุลโม่ในอนาคต นางจึงต้องแสดงท่าทีให้ดี
“ไม่ ๆ ๆ พวกเราสองคนท างานหนักได้ทุกอย่าง ถ้าไปอยู่สกุลโม่
แล้ว ฮูหยินเก่าจะใช้งานพวกเราเหมือนบ่าวรับใช้ก็ได้ หลานเอ๋อร์ไม่
มีความสามารถอะไรมาก ไม่ว่าจะติดตามใครก็จะจงรักภักดี ขอฮูหยิ
นเก่าอย่าได้รังเกียจข้าเลย”
อวี่เอ๋อร์ก็เอ่ยปากรับรองเช่นกันว่า “ฮูหยินเก่า ข้าเองก็ท างานได้
เหมือนกัน รับรองว่าจะไม่ท าให้ท่านล าบากใจ”
เฮ่อจือหร่านเตือนเรื่องที่ควรแล้วจึงกล่าวอีกครั้งว่า “ตราบใดที่
พวกเจ้าไม่คิดร้าย ข้าก็จะไม่ท าให้พวกเจ้าเดือดร้อน”
เมื่อจัดการเรื่องของสาวใช้ทั้งสองเรียบร้อยแล้ว เฮ่อจือหร่านจึง
เดินไปที่เตียงเพื่อตรวจดูอาการของพี่สี่และพี่เจ็ด
โม่จิ่วเยี่ยคิดว่า ภรรยาของเขาอาจจะใช้วิธีบางอย่างเพื่อปลุก
พี่ชายทั้งสองคน จึงโบกมือให้หลานเอ๋อร์กับอวี่เอ๋อร์ออกไป
เพราะพี่เจ็ดอยู่ในสภาพหมดสตินับตั้งแต่ถูกช่วยมา เฮ่อจือหร่าน
จึงลองใช้เข็มเงินแทงตามจุดต่าง ๆ บนร่างกายของเขา
หลังจากผ่านไปไม่นาน ดวงตาทั้งสองข้างของพี่เจ็ดก็เริ่มมี
ปฏิกิริยา
เปลือกตาของเขาขยับเล็กน้อย ตามมาด้วยสีหน้าเจ็บปวด
เล็กน้อย
โม่จิ่วเยี่ยรีบเข้าไปเรียกอย่างร้อนรน “พี่เจ็ด พี่เจ็ด ท่านตื่นเถอะ”
โม่หยวนเช่อรู้สึกมึนงง คิดว่าตัวเองคงตายไปแล้ว แต่กลับได้ยิน
เสียงของน้องเก้า
เขาไม่ได้ลืมตาขึ้นมาแต่พึมพ าว่า “น้องเก้า? น้องเก้า บอกท่าน
แม่ด้วยว่าข้าอกตัญญู ไม่อาจอยู่ข้างกายปรนนิบัติท่านแม่ได้ ทั้งยัง
ท าให้ท่านต้องส่งลูกชายไปก่อน”
“พี่เจ็ด ข้าคือจิ่วเยี่ย ท่านแม่สบายดี ถ้าท่านแม่รู้ว่าท่านยังมีชีวิต
อยู่ ท่านต้องดีใจมากแน่ ๆ”
“เจ้าบอกว่าข้ายังมีชีวิตอยู่หรือ?” โม่หยวนเช่อเหมือนไม่เชื่อว่านี่
เป็นเรื่องจริง
“พี่เจ็ด ท่านยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ”
เมื่อได้ยินค ายืนยันนี้ โม่หยวนเช่อก็พยายามลืมตา
แต่เขากลับไม่รู้จักคนตรงหน้าเลย เขาคิดตามสัญชาตญาณว่า
นี่ต้องเป็นเล่ห์กลของคนหนานเจียง เพื่อต้องการอะไรบางอย่างจาก
เขา จึงหาคนที่มีน ้าเสียงเหมือนน้องชายมาล่อลวง
“หึ…พวกเจ้าชาวหนานเจียงช่างไม่เลือกวิธีการจริง ๆ”
โม่จิ่วเยี่ยจึงเพิ่งตระหนักว่าใบหน้าของตนถูกภรรยาแต่งแต้มจน
แทบจะมองไม่เห็นโฉมหน้าเดิม ทั้งยังสวมเสื้อผ้าของชาวหนานเจียง
จึงไม่แปลกที่พี่เจ็ดจะจ าเขาไม่ได้
เขารีบเปิดเผยใบหน้า เฮ่อจือหร่านส่งทิชชูเปียกมาให้ทันท่วงที่
โม่จิ่วเยี่ยรีบเช็ดเครื่องส าอางบนหน้าออกอย่างรวดเร็ว แล้วเข้าไป
ใกล้โม่หยวนเช่อ
“พี่เจ็ด ท่านดูให้ดีสิ ข้าคือจิ่วเยี่ย”
เพื่อให้พี่เจ็ดมองเห็นได้ชัด เฮ่อจือหร่านยกตะเกียงน ้ามันเพียง
ดวงเดียวในห้องมาส่องใบหน้าของโม่จิ่วเยี่ย พยายามให้พี่เจ็ด
มองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
คราวนี้โม่หยวนเช่อได้เห็นใบหน้าของโม่จิ่วเยี่ยแล้ว
“น้องเก้า เจ้าคือน้องเก้าจริง ๆ หรือ?”
โม่จิ่วเยี่ยเห็นพี่ชายจดจ าตนเองได้แล้ว ชายหนุ่มผู้เข้มแข็ง
ถึงกับน ้าตาคลอหน่วยทันที่
เขาดึงเฮ่อจือหร่านมาข้างกาย แล้วแนะน าว่า “พี่เจ็ด นี่คือภรรยา
ของข้า บุตรสาวของท่านเสนาบดีเฮ่อ เฮ่อจือหร่าน”
โม่หยวนเช่อได้ยินดังนั้นก็รู้สึกงุนงงไปหมด
ก่อนหน้าที่เขาจะไปท าสงครามกับหนานเจียงหนึ่งวัน เขากับพี่
หกยังเตือนโม่จิ่วเยี่ยว่าเขาไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว อีกทั้งงานแต่งงานก็
ก าหนดมาหลายปี รอให้สงครามจบและกลับมาเมืองหลวงแล้ว ก็ให้
เขารีบตบแต่ง เพิ่มความสุขสันต์ให้กับครอบครัว
มันเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้ แล้วท าไมน้องเก้าถึง
แต่งงานเร็วขนาดนี้ได้
หรือว่าภรรยาของน้องเก้าจะไล่ตามไปแต่งงานกับเขาถึง
ชายแดน
โม่หยวนเช่อยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน สุดท้ายจึงถามออกไป
“น้องเก้า ท าไมเจ้าถึงแต่งงานเร็วขนาดนี้”
เมื่อได้ยินค าถามเช่นนั้น โม่จิ่วเยี่ยก็เข้าใจทุกอย่าง พี่เจ็ดถูกพิษ
กู่ควบคุมจนสูญเสียความนึกคิดของตัวเอง เขาจึงจ าเรื่องราวที่
เกิดขึ้นช่วงนี้ไม่ได้
“พี่เจ็ด ตอนนี้เวลาผ่านไปสามปีกว่าแล้วนับตั้งแต่ท่านเกิดเรื่อง
ในสนามรบ”
“สามปีกว่า?” โม่หยวนเช่อไม่เชื่อเลยสักนิด
โม่จิ่วเยี่ยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีมานี้ให้เขาฟังคร่าว
ๆ และบอกว่าการที่เขาไม่มีความทรงจ าในช่วงวันเวลานั้นเป็นเพราะ
ถูกพิษกู่หุ่นเชิด
เพื่อให้พี่เจ็ดยอมรับความจริงได้ โม่จิ่วเยี่ยพาเขาไปดูพี่สี่ที่นอน
อยู่ข้าง ๆ ด้วย
“พี่เจ็ด ถ้าท่านไม่เชื่อก็ลองดูเถอะ พี่สี่ก็ถูกช่วยกลับมาก่อนท่าน
หนึ่งวัน”
ตามความเข้าใจของโม่หยวนเช่อ พี่สี่ได้เสียชีวิตในสนามรบ
ก่อนที่เขาจะถูกจับตัวไป แต่ตอนนี้เมื่อมองคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ ดวงตา
และเรียวคิ้วนั้น หากไม่ใช่พี่สี่ของเขาแล้วจะเป็นใครได้อีก?
คราวนี้โม่หยวนเช่อเชื่อค าพูดของโม่จิ่วเยี่ยแล้ว
“ไม่นึกเลยว่าข้าจะใช้ชีวิตเลื่อนลอยมาสามปีกว่า” โม่หยวนเช่อ
หัวเราะเยาะตัวเอง
ช่วงเวลาสามปีนี้ เขาไม่ได้ท าหน้าที่ลูกกตัญญูต่อมารดา
ทอดทิ้งภรรยาให้ใช้ชีวิตเป็นหญิงม่าย และตอนนี้ยังต้องให้น้องเก้า
กับภรรยาเสี่ยงอันตรายมาช่วยชีวิตถึงหนานเจียง
เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไร้ประโยชน์ เป็นภาระให้กับญาติพี่น้อง
โดยเฉพาะเมื่อครู่นี้ เขาเห็นน้องเก้าพยายามลุกขึ้น แต่กลับไม่
สามารถขยับตัวได้เลย
ชั่วขณะนั้นโม่หยวนเช่อตกอยู่ในความสับสน
ขณะเดียวกัน เขาก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ข้าจ าได้ว่า ข้ากับพี่หกถูกผงพิษที่อีกฝ่ายโปรยใส่ แล้วส่งไปยัง
สถานที่มืดมิดแห่งหนึ่ง แล้วท าไมร่างกายของข้าถึงได้อ่อนแอขนาด
นี้?”
ดูท่าว่าพี่เจ็ดจะจ าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยามนั้นไม่ได้เลย
โม่จิ่วเยี่ยได้แต่บอกเขาในสิ่งที่ตัวเองรู้เท่านั้น
“พี่เจ็ด ท่านถูกจับไปและถูกพิษกู่หุ่นเชิด ตอนแรกพวกเราคิดว่า
ท่านตายไปแล้ว พวกเราพบท่านที่จวนรัชทายาทหนานเจียง ตอนนั้น
ท่านถูกขังอยู่ในคุกใต้ดิน…”
โม่จิ่วเยี่ยเล่ารายละเอียดอย่างครบถ้วน แม้แต่เรื่องขององค์หญิง
สี่ก็ไม่ได้ตกหล่นไป
โม่หยวนเช่อไม่คิดว่าการที่ร่างกายของตนอ่อนแอถึงเพียงนี้ จะ
เป็นฝีมือของรัชทายาทแห่งหนานเจียงที่รู้สึกหึงหวง
เขาใช้แรงทั้งหมดก าหมัดจนแน่น พลางกล่าวว่า “แค้นนี้ ตราบ
ใดที่ข้าโม่หยวนเช่อยังมีชีวิตอยู่ จะต้องเอาคืนให้ได้”
นึกถึงสภาพของตัวเอง โม่หยวนเช่อก็เคียดแค้นจนกัดฟันกรอด
โม่จิ่วเยี่ยก็เกลียดชังรัชทายาทหนานเจียงเช่นกัน น่าเสียดาย
ตอนที่พวกเขาอยู่ในจวนรัชทายาทเมื่อครู่ พวกเขารีบร้อนช่วยพี่เจ็ด
ออกมาและสถานการณ์ก็วุ่นวายมาก จึงท าให้รัชทายาทผู้นั้นรอดตัว
ไปได้
แต่ต่อหน้าพี่เจ็ด เขาไม่กล้าแสดงออกมากเกินไป
พี่เจ็ดมีนิสัยค่อนข้างใจร้อน โม่จิ่วเยี่ยกังวลว่าเขาจะโกรธแค้น
จนท าร้ายร่างกายอันบอบช ้าอยู่แล้ว จึงเอ่ยเตือนว่า “พี่เจ็ด สักวัน
พวกเราต้องแก้แค้นให้ได้ แต่ตอนนี้ท่านรักษาตัวให้หายดีก่อนเถอะ”
เมื่อได้ยินน้องเก้าพูดเช่นนั้น โม่หยวนเช่อถึงตระหนักว่า
ในตอนนี้กระทั่งจะลุกขึ้นเขาก็ยังท าไม่ได้ แล้วจะมีปัญญาไปแก้แค้น
คนได้อย่างไร
เขาพยายามสงบสติอารมณ์ ท าให้ตัวเองมีเหตุผลมากขึ้น
แต่พอมีเหตุผล มันกลับท าให้โม่หยวนเช่อรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวัง
เขายกมือที่เต็มไปด้วยบาดแผลและผอมแห้งราวกับกิ่งไม้ขึ้นมา
ดู ก่อนจะหัวเราะเยาะตัวเอง “ข้าช่างไม่รู้จักประมาณตัวเอง ร่างกาย
เช่นนี้จะแก้แค้นใครได้”
โม่จิ่วเยี่ยเห็นพี่เจ็ดหดหู่ จึงรีบปลอบใจว่า “พี่เจ็ด ฝีมือการรักษา
ของหร่านหร่านดีมาก นางต้องรักษาท่านให้หายแน่นอน”
เพื่อให้โม่หยวนเช่อเชื่อในค าพูดของเขา โม่จิ่วเยี่ยจึงเล่าถึง
สภาพของพี่แปดตอนที่พบกันครั้งแรกให้ฟัง ซึ่งพวกเขาล้วนได้รับ
การรักษาจนหายดีเพราะหร่านหร่านทั้งสิ้น