ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 299 ในอู่เดินเรือมีคนที่ใช้พิษ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 299 ในอู่เดินเรือมีคนที่ใช้พิษ
แม้ว่าสิ่งนี้จะไม่สามารถป้องกันคนอื่นไม่ให้ถูกพิษได้ แต่ตอนนี้
นางก็ไม่สามารถท าได้มากกว่านี้แล้ว
เมื่อพี่แปดตกอยู่ในอันตราย การไม่ให้โม่จิ่วเยี่ยไปช่วยเขาย่อม
เป็นไปไม่ได้ จึงท าได้เพียงปกป้องเขาไม่ให้ถูกพิษ แล้วค่อยพาคน
เหล่านั้นไปยังสถานที่ปลอดภัย จากนั้นตนเองจึงจะรักษาคนได้
ทันเวลา
จากสิ่งที่เจ้าหน้าที่รายงานเมื่อครู่ พี่แปดสัมผัสกับพิษและแค่รู้สึก
เวียนหัวเท่านั้น นี่เพียงพอจะบอกได้ว่านายใหญ่อู่เดินเรือไม่ได้ใช้พิษ
ร้ายแรง ยังมีเวลาเหลือพอที่จะรักษาเขา
โม่จิ่วเยี่ยเห็นครั้งนี้ภรรยาเชื่อฟัง ก็รู้สึกสบายใจขึ้นไม่น้อย
เขาถือหน้ากากป้องกันพิษแล้วรีบออกไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่
ที่มารายงาน
โชคดีที่หน้ากากป้องกันพิษเป็นแบบเรียบง่ายที่มีเพียงชั้นบาง ๆ
ชั้นเดียว เฮ่อจือหร่านจึงหยิบสิ่งนี้ออกมาจากอกเสื้อได้โดยไม่ผิด
สังเกต
โม่จิ่วเยี่ยเคยชินกับการอ้างว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของชาวต่างชาติ ถ้า
ไม่มีใครถามก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามีคนสงสัย เขาก็จะโยนความผิดให้
ชาวต่างชาติแทน
แม้ว่าเฮ่อจือหร่านจะไม่สามารถไปที่เกิดเหตุกับโม่จิ่วเยี่ยได้ แต่
นางก็ไม่กล้าอยู่ห่างเขาเกินไป เพราะคนที่ถูกพิษที่นั่นต้องการการ
รักษา นางต้องพยายามลดเวลาในการเดินทางมารักษาให้มากที่สุด
นางถูกโม่จิ่วเยี่ยพาไปพักที่ร้านน ้าชาใกล้ ๆ มองเขาหายไปจาก
สายตาของตัวเอง
โม่จิ่วเยี่ยเป็นห่วงสถานการณ์ของพี่แปด หลังจากให้เฮ่อจือห
ร่านอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว เขาก็คว้าคอเสื้อของเจ้าหน้าที่คนนั้นแล้ว
ใช้วรยุทธ์พุ่งทะยานไปยังทิศทางของท่าเรือทันที่
เมื่อเขาไปถึงท่าเรือ สถานการณ์กลับยิ่งร้ายแรงกว่าตอนที่
เจ้าหน้าที่มารายงานเสียอีก
บนพื้นมีเจ้าหน้าที่สี่คนก าลังนอนอยู่ พวกเขาเริ่มมีอาการชัก
เล็กน้อย ส่วนโม่ชูหานต้องมีคนสองคนคอยพยุงไว้จึงจะยืนได้อย่าง
ทุลักทุเล
โม่จิ่วเยี่ยไม่สนใจคนอื่น รีบวิ่งไปหาโม่ชูหานก่อน
“พี่แปด ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง? หร่านหร่านอยู่ที่ร้านน ้าชาใกล้ ๆ
นี่เอง ให้คนพาท่านไปรักษากับนางก่อนเถอะ”
โม่ชูหานอ่อนแรงมาก หากไม่ใช่เพราะความมุ่งมั่นที่ยังค ้าจุนสติ
อยู่ เกรงว่าป่านนี้เขาคงล้มลงไปแล้ว
“ข้าไม่เป็นไร น้องเก้า ท่าเรือนี้มีคนใช้พิษได้ เจ้าอย่าเข้าไปใกล้
เลย”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ทันทีว่าพี่แปดก าลังฝืนตัวเอง เขาจึงพูดกับเจ้าหน้าที่
ที่พยุงพี่ชายว่า “พวกเจ้าพาพี่แปดของข้ากับเจ้าหน้าที่พวกนั้นไปที่
ร้านน ้าชา ส่วนที่นี่ข้าจะจัดการเอง”
หลังเห็นว่าหัวหน้าเจ้าหน้าที่และสหายร่วมงานถูกยาพิษ ตอนนี้
พวกเขาก็ท าอะไรไม่ถูก ในเมื่อมีคนออกค าสั่งเสียที่ พวกเขาจึงไม่
พูดอะไรมาก รีบอุ้มคนเดินออกไป
เฮ่อจือหร่านก าลังมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความกังวล ไม่
นานก็เห็นกลุ่มเจ้าหน้าที่หามคนที่หมดสติวิ่งมาทางร้านน ้าชา
นางวางถ้วยชาในมือลงแล้วเดินออกไป
“วางคนลงก่อน ให้ข้าดูหน่อย”
เจ้าหน้าที่ท าตามค าสั่งแล้ววางคนลง ไม่รอให้พวกเขาพูดอะไร
เฮ่อจือหร่านก็เดินเข้าไปใกล้ ๆ พี่แปด
ตอนนี้พี่แปดหมดสติไปแล้ว ใบหน้าเขาดูซีดเซียวไปบ้าง
เฮ่อจือหร่านเริ่มต้นจับชีพจรของเขาก่อน ไม่นานก็ยืนยันอาการ
ของเขาได้
นี่เป็นเพียงยาสลบธรรมดา ฤทธิ์ของยาคล้ายกับยาสลบที่นางท า
จากงูสามเหลี่ยมมาก
แต่การใช้พิษจากงูสามเหลี่ยมมาสกัดเป็นยาสลบนั้นเป็นวิธีที่
ก้าวหน้ามาก หากเฮ่อจือหร่านไม่มีอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัยใน
พื้นที่มิติก็คงไม่สามารถท าได้
ดังนั้นนางจึงมั่นใจว่ายาสลบที่พี่แปดได้รับไม่ใช่สารสกัดจากงู
สามเหลี่ยม แต่น่าจะเป็นกบเจ็ดสีมากกว่า
สิ่งที่น่ากังวลคือพิษของกบเจ็ดสีรุนแรงกว่างูสามเหลี่ยมหลาย
เท่า แม้จะเป็นยาสลบ แต่ถ้าไม่ได้รับการถอนพิษให้ทันเวลา พิษก็จะ
สามารถแพร่กระจายไปทั่วอวัยวะภายในได้
สรุปคือถ้ามียาสลบชนิดนี้อยู่ในร่างกายนาน ๆ ก็จะกลายเป็นยา
พิษที่ท าให้ถึงตาย เพียงแต่ผู้ที่ได้รับพิษจะไม่ตายเร็วก็เท่านั้นเอง
ยามนี้พวกเจ้าหน้าที่เข้าไปในร้านน ้าชาและตกลงกับเถ้าแก่ร้าน
แล้ว ขอให้เขาจัดห้องส่วนตัวสองห้องส าหรับให้สหายร่วมงานที่หมด
สติมาพักผ่อนชั่วคราว
แม้เถ้าแก่จะไม่เต็มใจ แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธค าขอของ
เจ้าหน้าที่ได้
โม่ชูหานเป็นหัวหน้าของเจ้าหน้าที่เหล่านี้ แม้ไม่ต้องให้เฮ่อจือห
ร่านบอก เขาก็น าผ้าปูเตียงเข้าไปในห้องส่วนตัวด้วยตัวเองแล้ว
เฮ่อจือหร่านฉวยโอกาสขณะที่เจ้าหน้าที่คนอื่นก าลังดูแลสหาย
ร่วมงาน รีบเก็บตัวอย่างเลือดของโม่ชูหานมาตรวจสอบอย่างรวดเร็ว
เป็นไปตามคาด สารพิษในยาสลบที่พี่แปดได้รับนั้นสกัดมาจาก
กบเจ็ดสี
ถ้าเป็นกบเจ็ดสีก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้ว
นางกับโม่จิ่วเยี่ยเคยจับกบเจ็ดสีที่คฤหาสน์ซือเหมิงมามากมาย
ตอนนี้พวกมันยังถูกเลี้ยงไว้ในพื้นที่มิติของนาง
แม้ว่ากบเจ็ดสีจะมีพิษร้ายแรง แต่ในเวลาเดียวกันก็สร้างภูมิ
ต้านทานที่ต่อต้านพิษของตัวเองไปด้วย ดังนั้น หากต้องการยาแก้
พิษก็ต้องสกัดจากกบเจ็ดสี
เฮ่อจือหร่านแกล้งไปซื้อสมุนไพรบางอย่างจากโรงหมอใกล้ ๆ
กลับมา จากนั้นก็ขอใช้ครัวด้านหลังของโรงหมอเพื่อต้มยาแก้พิษ
โดยแอบใส่สารสกัดจากกบเจ็ดสีลงไปในตอนที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
พอยาแก้พิษต้มเสร็จแล้วก็ให้เจ้าหน้าที่น าไปแจกจ่ายให้ทุกคน
ดื่ม หากไม่มีอะไรผิดพลาด ทุกคนก็จะทยอยฟื้นขึ้นมาภายในหนึ่งชั่ว
ยาม
หลังโม่จิ่วเยี่ยมองพี่แปดที่ถูกคนหามออกไป ก็เดินตรงไปยัง
ประตูหน้าของอู่เดินเรือ
เจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้ถูกยาพิษรีบเข้ามาขัดขวางทันที่
“คุณชายเก้า ท่านอย่าเข้าใกล้ประตูนั้นเลย ในอู่เดินเรือมีคนที่
ใช้พิษได้นะ”
โม่จิ่วเยี่ยโบกมือ “พวกเจ้าถอยออกไป ข้าจะไปคนเดียว”
ขณะพูด เขาสวมหน้ากากป้องกันพิษที่ภรรยาให้มาเรียบร้อย
แล้ว ก้าวยาว ๆ ไปยังประตู
เป็นจริงดังที่เจ้าหน้าที่บอก พอเดินมาถึงหน้าประตู ผงสีขาวก็พุ่ง
เข้าใส่หน้าเขาทันที่
โม่จิ่วเยี่ยไม่สนใจ ยกเท้าเตะประตูใหญ่ที่ปิดสนิทให้เปิดออก
ภายในประตู ชายแต่งกายอย่างชาวหนานเจียงก าลังจ้องมองไป
ทางประตูใหญ่ด้วยท่าทางภาคภูมิใจ
เมื่อประตูถูกเตะเปิดกะทันหัน เขาก็ตกตะลึงจนไม่รู้จะท าอย่างไร
ผงยานี้เป็นสิ่งที่เขาปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถัน ใครก็ตามที่สัมผัสมัน
จะถูกท าให้หมดสติ
ขณะที่คนก าลังสงสัยอยู่ พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นคนที่สวมสิ่งแปลก
ประหลาดบนศีรษะยืนอยู่ตรงหน้า
“เจ้า…เจ้าเป็นใคร?”
โม่จิ่วเยี่ยเห็นการแต่งกายของคนผู้นี้ สิ่งแรกที่เขาคิดคือต้องการ
รู้ตัวตนของอีกฝ่าย
“แล้วเจ้าเป็นใคร?”
ชายชาวหนานเจียงล้วงมือเข้าไปในอก เหมือนจะหยิบอะไร
บางอย่าง พร้อมกับพยายามใช้ท่าทางข่มขู่คนที่มา
“หึ! ข้าคือปรมาจารย์พิษแห่งหนานเจียง ถ้าไม่อยากตายก็รีบไส
หัวไปซะ ไม่เช่นนั้นข้าจะท าให้เจ้ามาแล้วไม่ได้กลับไปอีก”
โม่จิ่วเยี่ยไม่สนใจใบหน้าน่าเกลียดของเขา รีบก้าวเข้าไปคว้า
แขนที่ล้วงเข้าไปในอกอย่างรวดเร็ว แล้วออกแรงหักมันทันที่
ชายชาวหนานเจียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด
“อ๊ากกก… เจ้ากล้าท าร้ายข้าหรือ?”
เขาพูดพลางเตรียมจะล้วงมืออีกข้างเข้าไปในอกเสื้อ
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าเขาก าลังจะใช้พิษ แม้ว่าภรรยาจะให้หน้ากาก
ป้องกันพิษมา แต่เขาก็ไม่อยากประมาท
จึงใช้วิธีเดียวกันหักแขนอีกข้างของเขาเสีย
ชายชาวหนานเจียงเห็นท่าไม่ดี ก็คิดจะหนีไป
โม่จิ่วเยี่ยก้าวเข้าไปถีบเขาจนล้มลงกับพื้น แล้วตะโกนบอก
เจ้าหน้าที่ที่อยู่นอกประตู
“มัดตัวเขาไว้ให้ดี”
แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ได้เข้ามาในอู่เดินเรือพร้อมกับโม่จิ่วเยี่ย แต่
พวกเขาก็เห็นการกระท าทุกอย่างชัดเจน
เมื่อพวกเขาเห็นว่าคนใช้พิษคนนี้ถูกโม่จิ่วเยี่ยจัดการจนบาดเจ็บ
และไม่สามารถท าอันตรายพวกเขาได้อีก พวกเขาก็กรูกันเข้ามามัด
ตัวเขาไว้อย่างแน่นหนา
เสียงอึกทึกที่เกิดขึ้นนั้นดังมาก มันควรจะท าให้คนอื่น ๆ ในอู่
เดินเรือตื่นตระหนก แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย