ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 303 วันนี้สามารถผ่าตัดให้พี่สี่ได้แล้ว
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 303 วันนี้สามารถผ่าตัดให้พี่สี่ได้แล้ว
เมื่อได้ยินว่าการถอนพิษผ่านไปด้วยดี เฮ่อจือหร่านจึงรู้สึกวางใจ
ถึงอย่างไรยาถอนพิษที่นางปรุงขึ้นมาก็ไม่ได้ผ่านการทดลองใด
ๆ เป็นเพียงการปรุงขึ้นตามประสบการณ์และต ารายาของตัวเอง
เท่านั้น
“ร่างกายของพวกเขาจะอ่อนแอก็เป็นเรื่องปกติ ถูกพิษท าร้ายมา
นานแบบนี้ ซ ้ายังไม่ได้กินอะไรเลย แค่ยังมีชีวิตอยู่ก็ถือเป็นปาฏิหาริย์
แล้ว”
ส่วนเรื่องที่โม่จิ่วเยี่ยจะจัดการพวกเขาอย่างไร เฮ่อจือหร่านก็ไม่
คิดจะยุ่งเกี่ยวด้วยแล้ว
ในความคิดของนาง สิ่งที่ทหารเหล่านั้นต้องการมากที่สุด
ในตอนนี้ คือการได้กลับไปพบเจอกับครอบครัว
“ข้าเพิ่งเล่าเรื่องของพวกเขาไป พวกเขาล้วนรู้สึกผิดต่อ
ครอบครัว จึงตั้งใจว่าเมื่อร่างกายแข็งแรงดีแล้วก็จะกลับไปเยี่ยม”
“กลับไปเยี่ยม?” เฮ่อจือหร่านรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
“ใช่ แค่กลับไปเยี่ยมเท่านั้น พวกเขาบอกว่าในอนาคตยังตั้งใจจะ
มาใช้ชีวิตที่ซีเป่ยกับสกุลโม่ จักรพรรดิซุ่นอู่โง่เขลาเช่นนี้ พวกเขาไม่
อยากเอาชีวิตไปทุ่มเทรับใช้จักรพรรดิเช่นนี้อีกแล้ว” โม่จิ่วเยี่ยกล่าว
การที่คนเหล่านี้ตั้งใจจะมาใช้ชีวิตที่ซีเป่ย เฮ่อจือหร่านก็ไม่ได้
โต้แย้งอะไร
พวกเขาไม่เพียงเคยเป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของสกุลโม่ ถึงแม้
จะไม่ใช่พวกเขาก็ต้องการก าลังคนบางส่วนส าหรับการพัฒนาซีเป่
ยในอนาคต
ถือว่าประจวบเหมาะเลย ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยกับนางไม่มีความ
ทะเยอทะยานอะไรมากมาย แค่คิดว่าในอนาคตจะหาคนในครอบครัว
ที่หายไปทั้งหมดกลับมา และใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์พูนสุขโดย
ปราศจากการหลอกลวง
คนเหล่านี้เหมือนกับบุรุษสกุลโม่ แม้ว่าเหล่าพี่น้องสกุลโม่จะดูไม่
มีอะไรพิเศษ แต่หลายปีที่ถูกควบคุมบงการ จิตใจของพวกเขาคง
ได้รับบาดแผลที่ไม่อาจเยียวยา และแน่นอนว่าพวกเขาคงสูญเสีย
ความเชื่อมั่นต่อราชส านักไปแล้ว
ยิ่งกว่านั้น คนเหล่านี้ล้วนมาจากกองทัพ หากไม่ได้ท างานให้
ราชส านักอีกต่อไป การด ารงชีพในวันหน้าก็คงจะยากล าบาก ไม่สู้
ให้พวกเขามาอยู่กับครอบครัวของนางด้วยกัน ทุกคนก็จะได้มีชีวิตที่
ดีและมีความสุข
เฮ่อจือหร่านเคารพเหล่าทหารที่เสียสละเลือดเนื้อเพื่อ
ประเทศชาติเหล่านี้จากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นในยุคปัจจุบัน
หรือยุคโบราณ นางก็ไม่อาจนิ่งดูดายต่อวีรบุรุษผู้ปกป้องบ้านเมือง
เหล่านี้ได้
แน่นอนว่านางก็ต้องการให้คนเหล่านั้นเต็มใจจะติดตามสกุลโม่
ไม่ใช่การบังคับ
พี่น้องสกุลโม่เองก็ตกลงกันแล้วว่าจะยังไม่บอกเรื่องนี้กับเหล่า
สตรีในบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้พวกนางรู้สึกไม่สบายใจ รอจนกว่าคน
เหล่านั้นรักษาอาการบาดเจ็บจนหาย และมาหาในสภาพที่แข็งแรง
เพื่อให้ผู้คนที่พบหน้ารู้สึกเศร้าใจน้อยลง
เวลาผ่านไปสามวัน ในช่วงกลางวันพี่น้องสกุลโม่ดูแลอดีต
ผู้ใต้บังคับบัญชาเหล่านั้นอยู่บนภูเขา ส่วนเฮ่อจือหร่านจะทุ่มเท
ศึกษาค้นคว้าเพื่อช่วยรักษาพี่สี่
ร่างกายของพี่สี่ในตอนนี้ฟื้นตัวได้ดีแล้ว โดยเฉพาะการมีพี่สะใภ้
สี่คอยดูแลอย่างใส่ใจทุกวัน ท าให้คนทั้งคนดูอ้วนท้วนขึ้น
โม่จิ่วเยี่ยไม่อยู่บ้าน เฮ่อจือหร่านจึงท าได้เพียงช่วยจับชีพจรของ
เขาอย่างง่าย ๆ และตรวจสภาพอาการโดยรวม
หลังจากตรวจชีพจรแล้ว นางก็สามารถวินิจฉัยเบื้องต้นได้ว่า
ร่างกายของพี่สี่พร้อมจะผ่าตัดได้แล้ว
เมื่อเป็นเช่นนั้น เรื่องนี้ก็ควรจะรีบจัดการโดยเร็ว เฮ่อจือหร่านคิด
ว่าต่อไปท้องของตัวเองก็จะยิ่งโตขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เพียงเคลื่อนไหว
ล าบาก แต่ยังกลัวด้วยว่าการที่ต้องใช้สมาธิจดจ่อกับการผ่าตัดคนไข้
เป็นเวลานาน ๆ จะท าให้นางทนไม่ไหว
อาการของพี่สี่นั้นพิเศษมาก เขาไม่เพียงกระดูกแตก แต่เนื้อและ
ผิวหนังก็เน่าตายไปหลายจุด การผ่าตัดรักษาเขาเป็นเรื่องที่ท้าทาย
ความอดทนของแพทย์คนหนึ่งมาก
นางตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะไม่ให้โม่จิ่วเยี่ยขึ้นไปบนภูเขา แต่จะให้เขา
พาพี่สี่เข้าไปในพื้นที่มิติเพื่อตรวจอย่างละเอียด ถ้าผลตรวจทั้งหมด
ผ่านเกณฑ์ นางก็จะผ่าตัดเขาทันที่
วันรุ่งขึ้นในยามเช้า โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านก็มาที่ห้องของพี่สี่
อีกครั้ง
“พี่สี่ หร่านหร่านบอกว่าตอนนี้อาการของท่านดีมากแล้ว นางจึง
ตั้งใจจะฝังเข็มให้ท่านอีกครั้ง”
“ได้ คงต้องรบกวนน้องสะใภ้เก้าแล้ว” ในใจพี่สี่รู้สึกละอายใจอยู่
บ้าง ตัวเขาได้รับการช่วยเหลือจากน้องเก้ากับภรรยามานาน แต่กลับ
นอนเป็นผักอยู่บนเตียงทั้งวัน กลายเป็นภาระของคนในครอบครัวไป
แล้ว
ตอนนี้เขายังต้องรบกวนน้องสะใภ้เก้าที่ก าลังตั้งครรภ์ให้ช่วย
รักษา ถ้าไม่ใช่เพื่อให้ตัวเองหายเร็ว ๆ โม่ซิวเหยียนคงไม่กล้ารบกวน
น้องสะใภ้เก้าจริง ๆ
เฮ่อจือหร่านมองพี่สะใภ้สี่ที่ยังยืนอยู่ที่เดิม
“พี่สะใภ้สี่ ท่านช่วยไปต้มน ้าร้อนเตรียมไว้ให้ข้าหน่อยนะเจ้าคะ
อีกเดี๋ยวอาจจะต้องใช้เช็ดตัวให้พี่สี่”
นี่คือข้ออ้างของเฮ่อจือหร่านในการแยกพี่สะใภ้สี่ออกไป
เพราะนางต้องพาพี่สี่เข้าไปในพื้นที่มิติและใช้อุปกรณ์ทาง
การแพทย์ที่ทันสมัยในการตรวจอาการของเขา หากมีคนนอกอยู่
ด้วยก็จะไม่อาจด าเนินการได้
เมื่อโม่จิ่วเยี่ยเห็นพี่สะใภ้สี่ออกไป เขาก็รีบลงกลอนประตูห้อง
ทันที่
“หร่านหร่าน เจ้าพาพี่สี่เข้าไปในพื้นที่มิติเถอะ ข้าจะเฝ้าอยู่ตรง
นี้”
เฮ่อจือหร่านตอบรับเสียงหนึ่ง แล้วพาพี่สี่มาปรากฏตัวในพื้นที่
มิติ
นางใช้จิตส านึกรีบจัดการโดยเร็ว ตรวจร่างกายของพี่สี่อย่าง
ละเอียด
เพื่อไม่ให้โม่จิ่วเยี่ยที่ก าลังเฝ้าประตูล าบากใจ นางจึงพาพี่สี่
ออกมาพร้อมกับผลการตรวจที่เพิ่งได้
โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งบอกให้พี่สะใภ้สี่ที่มาเคาะประตูออกไป และก าลัง
เดินกระวนกระวายไปมาในห้อง พอเห็นเฮ่อจือหร่านออกมาเขาก็เดิน
เข้ามาถามว่า “หร่านหร่าน อาการของพี่สี่เป็นอย่างไรบ้าง?”
เฮ่อจือหร่านพลิกดูรายงานผลการตรวจต่าง ๆ ในมือ
“ผลตรวจต่าง ๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติ วันนี้สามารถผ่าตัดให้พี่สี่ได้
แล้ว”
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกดีใจและกังวลเกี่ยวกับร่างกายของภรรยาไปพร้อม
กัน
“หร่านหร่าน เวลาช่วยรักษาพี่สี่ เจ้าต้องบอกให้ข้าลงมือท าแทน
ให้มากที่สุดนะ”
ให้เขาลงมือท า?
การผ่าตัดแบบนี้ แม้แต่นางที่มีประสบการณ์ทางการแพทย์มา
หลายปียังไม่กล้ารับประกันว่าจะส าเร็จ ถ้าให้คนที่ไม่รู้เรื่องวิชาแพทย์
มาลงมือจัดการ ก็ไม่ต่างอะไรกับการการุณยฆาตพี่สี่แล้ว
แต่นางก็ไม่ได้พูดอะไรที่จะท าให้โม่จิ่วเยี่ยท้อใจ เพื่อไม่ให้เขา
กังวลเรื่องร่างกายของนางนัก เฮ่อจือหร่านจึงตอบอย่างว่าง่าย “ได้
ส่วนไหนที่ท่านท าได้ ข้าก็จะให้ท่านท า”
ตอนนี้พี่สี่ยังคงอยู่ในสภาพหมดสติ การผ่าตัดช่วยเขาก็ต้องเข้า
ไปด าเนินการในพื้นที่มิติ
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านต่างคิดว่าการกลับไปที่ห้องของพวก
เขาจะปลอดภัยกว่า
เพราะถ้าสามีภรรยาลงกลอนประตูห้องของตัวเอง คนนอกก็คง
พูดอะไรไม่ได้
พอสองคนตัดสินใจเสร็จสรรพ ก็มีคนมาเคาะประตูห้องอีกครั้ง
“น้องเก้า น้องสะใภ้เก้า ข้าจะเข้าไปได้เมื่อไหร่กัน?”
น ้าเสียงของพี่สะใภ้สี่ฟังดูร้อนรนอยู่บ้าง นางรู้ว่าน้องสะใภ้เก้า
ก าลังรักษาสามีของนางอยู่ แต่นางก็อยากจะอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา
นางต้องการเห็นกับตาว่าน้องสะใภ้เก้าช่วยรักษาสามีของนางอย่างไร
เฮ่อจือหร่านเข้าใจความรู้สึกของพี่สะใภ้สี่ หากเป็นโม่จิ่วเยี่ยที่
ก าลังรักษาอยู่ นางก็คงจะอยากอยู่ดูเช่นกัน
แต่วิธีการรักษาของนางไม่สามารถเปิดเผยได้ จึงท าได้เพียง
ปล่อยให้พี่สะใภ้สี่กระวนกระวายอยู่สักพัก
ไม่เพียงพี่สะใภ้สี่เท่านั้น เมื่อเหล่าสตรีในบ้านได้ยินว่านางจะช่วย
รักษาพี่สี่ก็รีบมากันที่นี่
ฮูหยินผู้เฒ่าผู้เป็นแม่ก็กังวลไม่แพ้สะใภ้สี่เลย
นางจับมือเฮ่อจือหร่านด้วยมืออันสั่นเทา
“สะใภ้เฮ่อ ข้ารู้ว่าเจ้าก าลังตั้งครรภ์และรู้สึกไม่สบาย แต่ยังเต็มใจ
จะรักษาพี่สี่ของเจ้า ข้าจะจดจ าเรื่องนี้ไว้ในใจเสมอ!”
เมื่อเฮ่อจือหร่านเห็นว่าดวงตาขอฮูหยินผู้เฒ่าเริ่มมีน ้าตาคลอ
นางจึงรีบกุมมือของนางไว้
“ท่านแม่ อย่ากังวลไปเลย ถ้าข้าเหนื่อยก็จะพักแน่นอน ข้าจะ
พยายามรักษาอาการบาดเจ็บของพี่สี่เต็มที่”
ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นคนรู้จักกาลเทศะที่สุด นางพูดเพียงประโยค
เดียวก็พอแล้ว ไม่เหมือนสตรีทั่วไปที่พูดไม่รู้จบ
นางเพียงบีบมือของเฮ่อจือหร่านเบา ๆ แล้วเรียกบรรดาสตรีใน
บ้านให้ออกไป เพื่อไม่ให้อยู่ที่นี่และสร้างความวุ่นวาย
การกระท าของฮูหยินผู้เฒ่าช่วยโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านได้มาก
ท าให้พวกเขาไม่ต้องกังวลเรื่องการไล่คนออกไปด้วยตัวเองแล้ว